เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 394 ได้เห็นครั้งเดียวในชีวิต

ตอนที่ 394 ได้เห็นครั้งเดียวในชีวิต

ตอนที่ 394 ได้เห็นครั้งเดียวในชีวิต


ก่อนเฉินเฟยมาถึงเมืองซีหยุน เขากังวลว่าเมืองซีหยุนถูกภัยพิบัติครั้งล่าสุดกวาดล้างไปแล้วหรือไม่ ท้ายที่สุดมีหลายกองกำลังส่งคนไปเมืองซ่างอู๋เพื่อติดตามสถานการณ์ เกือบทุกกองกำลังที่แข็งแกร่งจะส่งคนไปที่นั่น

ความแข็งแกร่งของหอกระบี่หวนคืนนั้นไม่เลว มีระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสองคนและระดับขัดกลาทวารขอบเขตอื่นอีกหลายคน รอบเมืองซีหยุนมีตระกูลใหญ่เพียงหนึ่งเดียว

ครั้งก่อนซิงซินเจาถูกฉวีชิวเซิงกับโจวงจื่อซุนปิดล้อม จุดทวารแตกสลายทำให้ความแข็งแกร่งลดลงอย่างมาก เป็นเรื่องยากที่จะบรรลุระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง มีโอกาสสูงที่เป็นเพียงระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น

อาจเป็นเพราะเหตุนี้หอกระบี่หวนคืนจึงไม่ได้ส่งคนไปติดตามเมืองซ่างอู๋ ท้สุดท้ายบ้านตัวเองมีอะไรให้ทำหลายอย่าง แล้วแบบนี้จะมีเวลาไปดูสิ่งอื่นได้อย่างไร

ยิ่งไปกว่านั้นเมืองซ่างอู๋ยังห่างจากเมืองซีหยุนหลายพันลี้ ด้วยระยะทางยาวไกลเช่นนี้ ต่อให้เมืองซ่างอู๋มาเยือน หอกระบี่หวนคืนที่ต้องการจากไปก็มีเวลาเหลือเฟือ

เรียกได้ว่าเป็นโชคช่วยในระดับหนึ่ง

“แกรกแกรกแกรก!”

พลังที่ติดอยู่บนธนูกับลูกธนูแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นธนูหรือลูกธนูล้วนส่งเสียงแตกรุนแรงเพราะวัสดุของทั้งสองมีข้อจำกัดและยากจะต้านทานพลังมหาศาลแบบนี้

สีหน้าเฉินเฟยนิ่งเฉย โคจรเคล็ดพันไหมปรับพลังอย่างต่อเนื่อง

กระบี่มหาฟ้าคำรามบรรลุระดับรู้แจ้ง หมายความว่าเฉินเฟยสามารถปรับพลังสายฟ้าได้ดั่งใจในขอบเขตของกระบี่มหาฟ้าคำราม ด้วยการควบคุมอันละเอียดอ่อนของเคล็ดพันไหม เงื่อนไขพื้นฐานของการยิงสายฟ้าจึงสมบูรณ์

เพียงแค่ความเร็วในการสะสมพลังค่อนข้างนานและเหมาะสำหรับโจมตีเมืองกับหมู่บ้าน ในการต่อสู้แบบเผชิญหน้า การเตรียมตัวยาวนานเกรงว่าจะโดนผู้คนทุบตีจนหาทางกลับไม่ถูก

เวลาผ่านไป แรงกดดันของเฉินเฟยยังเพิ่มขึ้น พลังที่บนลูกธนูยิ่งเกินจริง มันเกินขีดจำกัดหลังผสานสยบมังกรคชสารกับคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวด้วยซ้ำ

แต่มันไม่จบเพียงเท่านั้น แม้ว่าธนูกับลูกธนูจะสั่นเทา แต่ในการสังเกตของเฉินเฟยยังสามารถเพิ่มพลังได้อีก

เฉินเฟยออกแรงแขนเล็กน้อย ธนูและลูกธนูกลับมามั่นคง

ภายในหลายร้อยหมี่จากเฉินเฟย ทุกอย่างเงียบเชียบ ในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นเสียงนก สัตว์ หรือแมลงล้วนหายไป แรงกดดันน่ากลัวทำให้พวกมันไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย

ยอดเขาหลักหอกระบี่หวนคืน

ซุยเหวินกงที่กำลังนั่งขัดสมาธิลืมตาขึ้นทันใด ความรู้สึกถึงวิกฤตปรากฏในใจอย่างอธิบายไม่ถูก เมื่อเวลาผ่านไปความรู้สึกถึงวิกฤตนี้ยิ่งรุนแรง

แต่ในขณะนี้เขาอยู่บนยอดเขาหลักหอกระบี่หวนคืนซึ่งเป็นแกนกลางค่ายกลของหอกระบี่หวนคืน พูดได้ว่าเป็นสถานที่มีการป้องกันหนาแน่นที่สุดในหอกระบี่หวนคืน

อยู่ที่นี่ยังรู้สึกถึงวิกฤต ผู้บุกรุกต้องมีพลังขนาดไหน?

ซิงซินเจาเดินออกมาจากห้องลับบนยอดเขาหลัก เขากำลังรักษาบาดแผลแต่ถูกปลุกให้ตื่นด้วยความรู้สึกถึงวิกฤตมาเยือน แม้ซิงซินเจาจะบาดเจ็บ แต่การบาดเจ็บส่วนใหญ่อยู่ที่จุดทวาร ความเสียหายทางจิตวิญญาณไม่ร้ายแรงนัก

ดังนั้นการรับรู้อันตรายเกือบเหมือนกับซุยเหวินกง

ซุยเหวินกงกับซิงซินเจาเดินออกจากห้องโถงใหญ่ด้วยกัน นอกห้องโถงลมอ่อนโยนเมฆเบาบาง ดวงอาทิตย์ที่กำลังตกดินยังคงส่งความอบอุ่นสุดท้ายทำให้เมฆบนท้องฟ้าเป็นสีแดง

เพียงแต่ในตอนนี้ซิงซินเจากับซุยเหวินกงไม่มีอารมณ์ชื่นชมสิ่งนี้ ความรู้สึกถึงวิกฤตที่กดดันหัวใจพวกเขารุนแรงขึ้นเดิมในช่วงเวลาอันสั้น

เมื่อเวลาผ่านไปความรู้สึกถึงวิกฤตนี้ยังเพิ่มขึ้นเหมือนไร้สิ้นสุด

เนตรกระบี่หวนคืน!

ซุยเหวินกงใช้มือขวาทำนิ้วกระบี่กรีดหว่างคิ้ว ทันใดนั้นพื้นที่โดยรอบเหมือนช้าลงมาก ซุยเหวินกงรู้สึกสงบอยู่ครู่หนึ่งจึงมองไปทางขวา

ซิงซินเจาด้านข้างช้ากว่าเล็กน้อย แต่การจ้องมองของเขามองไปที่ระยะไกล ตรงนั้นมีพลังอันแข็งแกร่งกลุ่มหนึ่งรวมตัวกัน แต่เพราะอยู่ห่างกันเกินไปจึงรับรู้ไม่ได้จนถึงตอนนี้

“เปิด!”

ซุยเหวินกงตะโกนเสียงเบา ทันใดนั้นค่ายกลของหอกระบี่หวนคืนก่อตัวขึ้น ลมปราณเยือกเย็นแผ่ไปทั่ว

ศิษย์ทุกคนในหอกระบี่หวนคืนหยุดสิ่งที่กำลังทำและมองท้องฟ้าด้วยความสงสัย ไม่ต้องพูดถึงศิษย์ใหม่ แม้แต่ศิษย์เก่าที่อยู่ในมาหลายปียังไม่เคยเห็นการต่อสู้เช่นนี้

หลังหอกระบี่หวนคืนพัฒนามาหลายปีอาจกล่าวได้ว่าเจริญรุ่งเรือง หลายสิบปีที่ผ่านมามีสำนักอื่นแข่งขันกับพวกเขา แต่ด้วยการกำเนิดของระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย สำนักที่แข่งขันเหล่านี้จึงค่อยๆหายไป

ดังนั้นเป็นเวลาหลายปีแล้วที่หอกระบี่หวนคืนไม่เคยเผชิญกับความท้าทาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสถานการณ์ที่สำนักได้รับแรงกดดัน

ผู้อาวุโสขัดเกลาทวารของหอกระบี่หวนคืนสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของค่ายกลจึงรีบไปที่ยอดเขาหลัก จากนั้นเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของซุยเหวินกงกับซิงซินเจา

“เจ้าสำนัก นี่คือ?” มีคนถามอย่างสงสัย

ระยะห่างไกลเกินไป ระดับขัดเกลาทวารคนอื่นไม่มีการรับรู้แบบเดียวกับซิงซินเจาทั้งสอง หลายคนรับรู้ถึงความผิดปกติเล็กน้อย แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“คนที่อยู่ทางนั้นเป็นศัตรูกับสำนักเรา”

ซิงซินเจาพูดเสียงต่ำ กระจายพลังจิตวิญญาณ เชื่อมโยงเนตรกระบี่หวนคืนของทุกคนในที่นี้ ช่วงเวลาต่อมา ทุกคนสัมผัสได้ว่ามีพลังแข็งแกร่งกำลังพุ่งมาหาพวกเขาจากระยะไกล

สีหน้าทุกคนถึงกับเปลี่ยนไปเมื่อสัมผัสถึงความแข็งแกร่งของพลังนี้ แม้แต่สีหน้าซิงซินเขากับซุยเหวินกงยังมืดมน

แม้เมื่อครู่สัมผัสได้ว่าพลังนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่หลังจากเชื่อมโยงการรับรู้ของทุกคน พบว่าพลังนี้อยู่ในระดับขัดเกลาทวารสูงสุด

ระดับัขดเกลาทวารสูงสุด ตลอดหลายปีที่ผ่านมาซิงซินเจากับซุยเหวินกงไม่เคยรุกรานผู้แข็งแกร่งเช่นนี้มาก่อน ไม่นานมานี้ด้วยอาการบาดเจ็บของซิงซินเจา อำนาจของหอกระบี่หวนคืนยังถูกลดทอนลง

ในอดีตไม่มีความแค้น วันนี้ไม่มีความแค้น ซิงซินเจากับซุยเหวินกงไม่เข้าใจเลย

พูดได้ว่าเมื่อไม่นานนี้คนที่ทำให้ขุ่นเคืองมากที่สุดคือสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว แต่ผู้แข็งแกร่งที่สุดของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเป็นเพียงระดับัขดเกลาทวารขั้นปลาย แม้สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะได้วิชากลับไป แต่หากต้องการฝึกฝนมันก็ไม่สามารถบรรลุในเวลาอันสั้น

สำหรับศิษย์สำนักที่ทำผิดต่อผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ คาดว่าเถ้าถ่านถูกระเบิดไปแล้ว แล้วในเวลานี้จะตามมาถึงสำนักได้อย่างไร

“รวมพลัง!”

ซุยเหิงกงตะโกนเสียงดัง กระบี่ในมือส่องแสงพราว พลังของค่ายกลหอกระบี่หวนคืนมุ่งไปยังซุยเหวินกงคนเดียว

ในขณะเดียวกันผู้อาวุโสขัดเกลาทวารคนอื่นยืนอยู่ในแกนกลางค่ายกลโดยส่งพลังหยวนเข้าไปในค่ายกล เพิ่มพลังให้ซุยเหวินกงอย่างต่อเนื่อง

นี่คือหน้าที่ของค่ายกลสำนักนี้ สามารถร่วมมือกันรวมพลังทุกฝ่าย ด้วยความแข็งแกร่งของซุนเหวินกงซึ่งอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย เป็นไปไม่ได้เลยที่จะโจมตีผ่านเข้ามาได้และอาจตกตายอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ

เว้นแต่จะเป็นสำนักฉางหงที่โดนหลายสำนักปิดล้อม ในสถานการณ์นั้นแม้ผลของค่ายกลยังคนอยู่ แต่อีกฝ่ายมีมากเกินไปจึงไม่สามารถฟื้นตัวได้

ห่างออกไป

เฉินเฟยไม่ขยับเมื่อเห็นค่ายกลหอกระบี่หวนคืนก่อตัวขึ้น มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่หอกระบี่หวนคืนจะเห็นสิ่งผิดปกติ อย่างไรแล้วลูกธนูของเฉินเฟยรวมพลังไว้มากเกินไป

หากระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายในหอกระบี่หวนคืนไม่ตอบสนอง แสดงว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายนั้นเป็นของปลอม

เฉินเฟยไม่สนใจว่าหอกระบี่หวนคืนพบสถานการณ์นี้หรือไม่ หากเขาต้องการพังประตูภูเขาสำนักหนึ่ง สุดท้ายการทดสอบแท้จริงคือความแข็งแกร่งของตัวเอง

ในโลกนี้แผนการสมรู้ร่วมคิดและกลอุบายมีประโยชน์ แต่ความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายจะต้องเท่ากันหรือด้อยกว่าเล็กน้อยเพื่อให้กลยุทธ์มีบทบาทสำคัญ

แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแข็งแกร่งกว่ามาก บทบาทของกลยุทธ์จะลดลงอย่างไร้สิ้นสุด

เช่นเดียวกับที่สำนักหยาซานโจมตีเมืองฉินไห่และเมืองฉินไห่ปกป้องเมือง แต่สำนักหยาซานมีกลยุทธ์สังหารอย่างเดียว การป้องกันเมืองฉินไห่จึงกลายเป็นเครื่องประดับ

นี่คือโลกของพลังอันยิ่งใหญ่คือตัวเอง ท้ายที่สุดความแข็งแกร่งเป็นตัวตัดสินผลลัพธ์

เช่นเดียวกับกองกำลังเจ้าปกครอง สิ่งที่ต้องการคือผู้แข็งแกร่งรวมทวารในการควบคุมโชคชะตา สิ่งอื่นถือเป็นเรื่องรอง ตราบใดที่ยังมีผู้แข็งแกร่งรวมทวาร กองกำลังอื่นจะแนบชิดคุณอย่างเชื่อฟัง

“ซี่ซี่ซี่!”

เสียงสายฟ้าดังไร้สิ้นสุด ในขณะนี้ ธนูกับลูกธนูถูกกดไว้สุดกำลังแต่ยังสั่นเทาอยู่ และการสั่นยังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ราวกับช่วงเวลาถัดไปธนูกับลูกธนูจะระเบิด

ศาสตร์มองดาว!

ภาพของยอดเขาหลักหอกระบี่หวนคืนในสายตาเฉินเฟยถูกดึงเข้าใกล้ขึ้น เฉินเฟยเห็นซุยเหวินกงกับซิงซินจ้าวและผู้อาวุโสหอกระบี่หวนคืนด้านข้างอย่างคลุมเครือ

ราวกับสัมผัสได้ถึงการจ้องมองของเฉินเฟย ซุยเหวินกงซึ่งรวมพลังสำนักเอาไว้มองไปทางเฉินเฟยเช่นกัน

ซุยเหวินกงไม่มีศาสตร์มองดาว เขาไม่สามารถมองเห็นในระยะไกลขนาดนี้ แต่ภายใต้การสนับสนุนของค่ายกลนี้จึงมีสัมผัสไวต่อการจ้องมอง

เฉินเฟยแสดงรอยยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าซุยเหวินกง ช่วงเวลาต่อมา เฉินเฟยปล่อยลูกธนูในมือขวา

“ฟู่ว!”

ด้านหลังเฉินเฟยเกิดเมฆคลื่นกระแทก พลังนี้กวาดล้างต้นไม้โดยรอบเป็นชิ้นๆ ในระยะกว่าสิบหมี่โดยมีเฉินเฟยเป็นศูนย์กลางกลายเป็นพื้นที่เปิดโล่ง

ไกลออกไป หินแตก ต้นไม้ถูกถอนรากถอนโคนราวกับสถานที่แห่งนี้กลายเป็นจุดศูนย์ถ่วงของพายุ

ลูกธนูนี้มีพลังมากจนไม่อาจจินตนาการ ในการต่อสู้ปกติเฉินเฟยไม่สามารถแสดงพลังนี้ในการต่อสู้

ธนูในมือซ้ายเฉินเฟยกลายเป็นเถ้าถ่านลอยไป นี่คือธนูเหล็กเนื้อดีธรรมดา หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากพลังหยวนคงถูกทำลายในทันที

ภายใต้ศาสตร์มองดาว เฉินเฟยมองลูกธนูพุ่งทะลวงอากาศออกไป จากระยะทางหลายลี้ เพียงพริบตาเดียวไปถึงยอดเขาหลักของหอกระบี่หวนคืน

เมื่อค่ายกลหอกระบี่หวนคืนแจ้งเตือน เสียงระเบิดก็ดังกึกก้องไปทั่วหอกระบี่หวนคืน ศิษย์ทุกคนของหอกระบี่หวนคืนจ้องมองยอดเขาหลักหอกระบี่หวนคืน แสงสุกใสเบ่งบานบนยอดเขาหลัก

“ตู้ม!”

ยอดเขาหลักหอกระบี่หวนคืนสั่นสะเทือน ปราณหยวนฟ้าดินกรอกกลับ หัวใจศิษย์ทุกคนของหอกระบี่วนเต้นผิดจังหวะ ในใจเกิดความตื่นตระหนกโดยไม่รู้ตัว

พลังแบบนี้ พวกเขาคงได้เห็นครั้งเดียวในชีวิต

จบบทที่ ตอนที่ 394 ได้เห็นครั้งเดียวในชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว