เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 261 นักหลอมโอสถระดับหก

ตอนที่ 261 นักหลอมโอสถระดับหก

ตอนที่ 261 นักหลอมโอสถระดับหก


บนยอดเขาของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เฉินเฟยถือกระบี่เฉียนหยวนโดยชี้ปลายดาบลงดิน ครู่ต่อมา สนามพลังจ้งหยวนปรากฏ พลังสีดำซ้อนทับบนสนามพลัง ค่ายกลกระบี่จ้งหยวนเข้าปกคลุมพื้นที่หลายสิบหมี่

“ฟิ้วฟิ้วฟิ้ว...”

ลูกปัดกระบี่ในค่ายกลเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนเป็นภาพแวบวับ หากสังเกตุให้ดีจะพบว่าจำนวนลูกปัดกระบี่ในค่ายกลซึ่งเดิมทีเพียงสิบได้กลายเป็นยี่สิบเม็ด

ยิ่งไปกว่านั้นความเร็วและพลังของลูกปัดกระบี่ยังแข็งแกร่งกว่าเดิม

นั่นคือการเปลี่ยนแปลงจำนวนตามความเข้าใจหลังจากวิชากระบี่จ้งหยวนถึงระดับเชี่ยวชาญ นอกจากปรับปรุงพลังต่อสู้ การดูดซับปราณหยวนในแต่ละวันของเฉินเฟยยังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

เพื่อเปิดจุดทวารและเติมเต็มจุดทวาร ระดับความเข้าใจในวิชายุทธ์จึงเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนความเร็วในการบ่มเพาะ วิชาระดับรู้แจ้งย่อมเหนือกว่าระดับเริ่มต้น

ดังนั้นทรัพยากรและระดับความเข้าใจวิชายุทธ์จึงเป็นส่วนสำคัญสำหรับการบ่มเพาะ เช่นเดียวกับการเดินสองขา หากเสียขาไปข้างหนึ่งจะเดินได้ยากกว่า

เฉินเฟยมองลูดปัดกระบี่ในค่ายกลกระบี่ พลังจิตวิญญาณในทะเลจิตสำนึกเดือดพล่านเริ่มโคจรเคล็ดพันต้นกำเนิดตรวนใจ ลูกปัดกระบี่ในค่ายกลเปลี่ยนรูปเป็นไหมกระบี่

หลอมกระบี่เป็นไหม ไหมกระบี่ที่เปลี่ยนมาจากลูกปัดกระบี่ยี่สิบเม็ดปกคลุมค่ายกลอย่างสมบูรณ์

ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกาย รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในค่ายกลกระบี่ ครู่ต่อมา เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้

หากเฉินเฟยมีความสามารถเช่นนี้ในระหว่างทางไปเมืองฉินไห่ ไต้ฟางซวนจากหอพิรุณจะไม่สามารถทะลวงผ่านค่ายกระบี่และถูกเขาใช้ค่ายกลสังหาร

ครู่ต่อมา ค่ายกลกระบี่ที่ปกคลุมด้านหน้าสลายไป บริเวณโดยรอบกลับมาสงบอีกครั้ง

เฉินเฟยยืนอยู่ที่เดิม คำนวณการใช้พลังหยวนในร่างกายกับลูกปัดกระบี่และไหมกระบี่

หากต่อสู้สุดกำลัง ระดับบ่มเพาะของเฉินเฟยสามารถคงสภาพลูกปัดกระบี่ได้เป็นเวลานาน

แต่หากแปลงลูกปัดกระบี่เป็นไหมกระบี่ แม้พลังต่อสู้เพิ่มขึ้นแต่ภาระจะหนักขึ้นเช่นกัน ภาระทางพลังจิตวิญญาณเป็นส่วนหนึ่ง พลังหยวนที่ไม่เพียงพอก็จำเป็นต้องใส่ใจ

“ระดับบ่มเพาะคือรากฐาน” เฉินเฟยคิดอยู่ในใจ

หลังจากกลับสำนักมาเป็นเวลานาน จุดทวารที่หนึ่งซึ่งเต็มเพียงครึ่งหนึ่งใกล้จะเต็ม ต้องใช้เวลาอีกประมาณสองเดือนถึงจะบ่มเพาะจุดทวารที่หนึ่งสำเร็จ

ในเวลานั้นต้องเตรียมเปิดจุดทวารที่สอง สิ่งนี้จะช่วยแก้ไขเรื่องขาดพลังหยวนในการต่อสู้สุดกำลังได้ไม่น้อย

เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินเฟยมาที่สมาคมนักหลอมโสอถ

ใช้เวลาสี่เดือนในการทำให้สูตรโอสถหลิงเสวี่ยถึงระดับสมบูรณ์ ตามแผนเดิมตอนนี้สามารถรับภารกิจได้แล้ว

เป็นเวลาสี่เดือนแล้วที่เฉินเฟยรับโอสถหลิงเสวี่ยที่สำนักมอบให้ เฉินเฟยกินมันทุกครั้งเพื่อเพิ่มระดับบ่มเพาะเล็กน้อย ในขณะเดียวกันยังช่วยบำรุงพลังจิตวิญญาณ

สิ่งของอย่างโอสถขึ้นอยู่กับความเพียร สำนักให้โอสถหลิงเสวี่ยสิบสองเม็ดต่อปี ถ้ากินทั้งหมดจะช่วยประหยัดเวลาบ่มเพาะอย่างน้อยหนึ่งเดือน

หากใช้ศิลาหยวนร่วมด้วยจะประหยัดเวลาประมาณสองเดือน

ประหยัดเวลาสองเดือนต่อปี สิบปีก็จะเท่ากับหนึ่งปีกว่า ในด้านอายุขัยของระดับขัดเกลาทวาร การประหยัดเวลาเช่นนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

เพราะท้ายที่สุดอาจพบว่าตัวเองเหลือเวลาอีกไม่นาน หรือเมื่ออยู่ในช่วงเวลาวิกฤติระดับบ่มเพาะที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยอาจช่วยให้ผ่านความลำบากบางอย่าง

เฉินเฟยทำงานหนักเพิ่มความชำนาญสูตรโอสถหลิงเสวี่ยให้ถึงระดับสมบูรณ์เพื่อให้ผลในการบ่มเพาะดีขึ้น ใช้เวลาทั้งกลางวันและกลางคืนกับเส้นทางยุทธ์

“คุณชาย ท่านมาแล้ว!” ฉินจิ้งหลันเห็นเฉินเฟยจึงทักทายอย่างกระตือรือร้น

แม้เฉินเฟยจะไม่ได้มาที่นี่หลายเดือน แต่ฉินจิ้งหลันยังมีความสุขทุกครั้งที่ได้พบเฉินเฟย

“ข้าต้องการทำภารกิจหลอมโอสถ” เฉินเฟยมองฉินจิ้งหลันด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

“คุณชายโปรดตามข้ามา!” ฉินจิ้งหลันโค้งคำนับเฉินเฟยเล็กน้อยและนำทางไปโต๊ะรับรอง

สตรีประจำการโต๊ะรับรองหลายคนจำเฉินเฟยได้เช่นกัน มันเป็นเรื่องยากที่จะได้เห็นนักหลอมโอสถอายุน้อย

“คุณชายต้องการทำภารกิจใด?” ฉินจิ้งหลันเปิดรายการภารกิจแสดงต่อหน้าเฉินเฟย

เฉินเฟยดูอย่างรอบคอบ พบภารกิจหลอมโอสถหลิงเสวี่ยอย่างรวดเร็ว

“ภารกิจแบบนี้มีเยอะหรือ?” เฉินเฟยชี้ภารกิจโอสถหลิงเสวี่ยแล้วถาม

“มีเยอะแต่ไม่มีทุกวัน หากนักหลอมโอสถทำภารกิจสำเร็จอาจใช้เวลาสองสามวันถึงจะมีภารกิจเข้าใหม่”

ฉินจิ้งหลันพูดด้วยรอยยิ้ม

เฉินเฟยพยักหน้าเล็กน้อย เรื่องนี้ตรงกับที่ตัวเองรู้มา

โอสถหลิงเสวี่ยเป็นโอสถที่ระดับขัดเกลาทวารกิน แน่นอนว่าจะให้ผลดีที่สุดกับระดับขัดกลาทวารขั้นต้น เมื่อระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางกิน ผลของโอสถหลิงเสวี่ยจะน้อยลงมาก

ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นมีจำนวนคนมากที่สุดในระดับขัดเกลาทวาร เช่นเดียวกับในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวซึ่งมีผู้อาวุโสเพียงไม่กี่คนที่อยู่ในขั้นกลางและขั้นปลาย

สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเป็นเช่นนี้ สำนักอื่นเช่นกัน  หมายความว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆามีผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นกลางและขั้นปลายมากกว่า

อย่างไรก็ตามระดับขัดเกลาทวารในสำนักกระบี่เซียนเมฆามีขั้นต้นมากกว่าเช่นกัน นี่คือกฎเกณฑ์ในเส้นทางยุทธ์ ยิ่งขึ้นไปสูงคนยิ่งน้อย

“ข้าต้องการรับภารกิจนี้” เฉินเฟยชี้ภารกิจหลอมโอสถหลิงเสวี่ย

“เจ้าค่ะ คุณชายโปรดรอสักครู่!”

ฉินจิ้งหลันเห็นสีหน้าจริงจังของเฉินเฟย เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้พูดเล่น สี่เดือนก่อนเฉิงจิ้งหลันเตือนเฉินเฟยว่าอย่ารีบร้อน

ตอนนี้เพิ่งผ่านสี่เดือน นางคิดไม่ออกเลนว่าทักษะหลอมโอสถจะพัฒนาขึ้นได้ขนาดไหนด้วยเวลาเพียงสี่เดือน แต่ชัดเจนแล้วว่าวันนี้เฉินเฟยมาสมาคมเพื่อทำภารกิจนี้

ครั้งนี้การห้ามปรามอีกดูเป็นการข้ามเส้น

“คุณชาย ภารกิจนี้คือหลอมโอสถหลิงเสวี่ยห้าเตาโดยทุกเตาต้องมีโอสถหลิงเสวี่ยสามเม็ด หลังจากเตาหนึ่งประสบความสำเร็จจึงจะมอบสมุนไพรวิญญาณที่ต้องใช้สำหรับเตาต่อไป จะไม่มอบสมุนไพรของทั้งห้าเตาในครั้งเดียวและเป็นเช่นนี้ทุกครั้ง”

ครู่ต่อมา ฉินจิ้งหลันอธิบายสิ่งสำคัญให้เฉินเฟย

เฉินเฟยพยักหน้าโดยไม่คัดค้าน

จุดประสงค์ของการหลอมโอสถหนึ่งเตาคือป้องกันนักหลอมโอสถที่มีทักษะไม่เพียงพอทำสมุนไพรวิญญาณเสียเปล่า อย่างไรก็ตามตราบใดที่หลอมสำเร็จทุกเตา สมุนไพรวิญญาณเหล่านั้นก็ไม่หายไปไหน

“จะว่าไป ถ้าหลอมโอสถหลิงเสวี่ยสำเร็จสามารถเป็นนักหลอมโอสถระดับหกได้เลยหรือไม่?”

เฉินเฟยถามขึ้นทันใด ถ้าเลื่อนระดับนักหลอมโอสถได้ แน่นอนว่าเขาต้องเลื่อนโดยตรง ถึงอย่างไรยิ่งนักหลอมโอสถมีระดับสูง ผลประโยชน์ที่ได้รับจะมากขึ้นด้วย

“แน่นอนเจ้าค่ะ”

ฉินจิ้งหลันพยักหน้า “ในการประเมินนักหลอมโอสถระดับหกมีโอสถวิญญาณให้เลือกสามชนิด และโอสถหลิงเสวี่ยเป็นหนึ่งในนั้น คุณชายจะรับการประเมินนักหลอมโอสถระดับหกเลยหรือไม่?”

“ทำเลย!” เฉินเฟยพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

“การประเมินนักหลอมโอสถระดับหกต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสามหมื่นตำลึงหรือศิลาหยวนหนึ่งก้อน เมื่อหลอมโอสถได้หนึ่งเม็ดจะผ่านการทดสอบ หากมีโอสถมากกว่าหนึ่งเม็ด ส่วนเกินที่เหลือจะเป็นของนักหลอมโอสถ” ฉินจิ้งหลันอธิบาย

“ได้!”

เฉินเฟยหยิบศิลาหยวนจากอ้อมแขนและวางลงบนโต๊ะรับรอง

“คุณชายโปรดตามมาทางนี้!”

หลังทำตามขั้นตอนให้เฉินเฟยเสร็จ ฉินจิ้งหลันนำทางไป เส้นทางนี้ต่างจากห้องหลอมโอสถที่เฉินเฟยเคยไป เห็นได้ชัดว่าเมื่อเป็นโอสถวิญญาณ สมาคมนักหลอมโอสถจึงใส่ใจขึ้นระดับหนึ่ง

หลังเดินไปได้สักพักก็เหลือนักหลอมโอสถไม่กี่คนที่อยู่แถวนี้ ฉินจิ้งหลันพาเฉินเฟยมาถึงห้องหลอมโอสถ กลิ่นสมุนไพรโชยออกมาจากห้องนั้น

เฉินเฟยสูดดมเล็กน้อย กลิ่นสมุนไพรเหล่านี้เป็นของสมุนไพรวิญญาณและโอสถ เห็นได้ชัดว่าห้องนี้ได้หลอมโอสถวิญญาณจำนวนมากจึงทำให้กลิ่นสมุนไพรติดนาน

เฉินเฟยรออยู่หน้าประตูห้องหลอมโอสถ เขาเห็นคนสองคนเดินตรงมาทางนี้ หนึ่งในนั้นดูแก่กว่าแต่จิตวิญญาณแข็งแกร่งมากและผิวยังเป็นสีดอกกุหลาบ

เฉินเฟยมองเพียงครั้งเดียวก็รู้ว่าการบ่มเพาะของคนคนนี้อยู่ในระดับขัดเกลาทวาร เขาควรเป็นนักหลอมโอสถที่มาประเมิน

ส่วนอีกคนถือกล่องหยกหลายกล่องอยู่ในมือ เขาเป็นสมาชิกในสมาคมเหมือนฉินจิ้งหลัน

“ปล่อยให้รอแล้ว”

ฉือกวนชิงมาหาเฉินเฟยและแอบประเมิน พอตระหนักได้ว่าเฉินเฟยอยู่ในระดับขัดเกลาทวารเช่นกันจึงแสดงรอยยิ้มทันที

“เกรงใจแล้ว!” เฉินเฟยกุมมือตอบ

ทั้งสองชมกันสองสามคำแล้วเดินเข้าห้องหลอมโอสถ ฉือกวนชิงส่งสัญญาณให้ผู้ดูแลมอบสมุนไพรวิญญาณให้เฉินเฟย

เฉินเฟยเปิดกล่องหยก ตรวจสอบสมุนไพรวิญญาณ เมื่อไม่พบปัญหาใดจึงพยักหน้าให้ฉือกวนชิงและไปที่เตาหลอม

ตรวจสอบเตาหลอมและไม่พบปัญหา คุณภาพของเตาหลอมใบนี้ยังดีกว่าที่เขาเคยใช้ด้วย

ฉือกวนชิงยืนอยู่ด้านข้าง มองการเคลื่อนไหวของเฉินเฟยโดยไม่พูดอะไร

ฉือกวนชิงจำตัวตนของเฉินเฟยได้ตั้งแต่เห็นครั้งแรก ท้ายที่สุดมีคนไม่มากที่ทะลวงระดับขัดเกลาทวารและเป็นนักหลอมโอสถด้วยอายุเท่านี้

ยอมรับเลยว่าที่ทัศนคติของฉือกวนชิงกระตืนรือร้นเช่นนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะระดับบ่มเพาะของเฉินเฟย และอีกอย่างคือภารกิจปรับปรุงโอสถทะยานเนินเขาของเฉินเฟยในครั้งก่อน

ในภารกิจนั้นเฉินเฟยได้แสดงความสำเร็จและพรสวรรค์ด้านการหลอมโอสถ ตอนนี้ระดับบ่มเพาะของก้าวหน้าขึ้น ความสำเร็จในด้านการหลอมโอสถในอนาคตของเฉินเฟยอาจสูงขึ้นอีก

เขารู้มาว่าเฉินเฟยเพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารได้ไม่นาน แล้วแบบนี้การรับการประเมินนักหลอมโอสถระดับหกจะไม่เร็วไปหน่อยหรือ?

ฉือกวนชิงไม่รู้ว่าเฉินเฟยมาสมาคมเพื่อรับภารกิจหลอมโอสถหลิงเสวี่ยห้าเตา ไม่เช่นนั้นเขาคงแปลกใจยิ่งกว่านี้

เฉินเฟยนั่งขัดสมาธิบนพื้น ก่อไฟ ทำความสะอาดเตาหลอมและตั้งเตา เมื่อเตาหลอมร้อนเล็กน้อย เฉินเฟยก็ใส่สมุนไพรวิญญาณลงเตา

เมื่อเทียบกับการหลอมโอสถระดับปรับแต่งร่างกาย ตอนนี้การเคลื่อนไหวของเฉินเฟยค่อนข้างปกติ อย่างน้อยเปลวไฟก็ไม่ได้ห่อหุ้มทั้งเตาหลอม

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉือกวนชิงเห็นเฉินเฟยหลอมโอสถจึงคิดว่านั่นเป็นเรื่องปกติ หากก่อนหน้านี้ฉือกวนชิงได้เห็นเฉินเฟยหลอมโอสถสักหลายครั้ง พอเห็นว่าไม่มีเปลวไฟพุ่งขึ้นฟ้า สายตาของเขาคงเต็มไปด้วยความกังวล

จบบทที่ ตอนที่ 261 นักหลอมโอสถระดับหก

คัดลอกลิงก์แล้ว