เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 260 วงจร

ตอนที่ 260 วงจร

ตอนที่ 260 วงจร


ใบหน้าฉินจิ้งหลันแดงเล็กน้อย นางพาเฉินเฟยไปหน้าโต๊ะรับรองและมอบป้ายใหม่ให้เฉินเฟย

เขายังเป็นนักหลอมโอสถระดับเจ็ดเช่นเดิม แต่ลวดลายของป้ายเปลี่ยนไปเล็กน้อย แม้แต่ในสมาคมนักหลอม ตัวตนระดับขัดเกลาทวารยังแตกต่างออกไป

“คุณชาย ตอนนี้ท่านสามารถรับภารกิจหลอมโอสถเหล่านี้ได้แล้ว อย่างไรก็ตามข้อกำหนดสำหรับภารกิจเหล่านี้เข้มงวดมาก ทุกเตามีข้อกำหนดเกี่ยวปริมาณโอสถ หากทำได้ไม่เพียงพอค่าผลงานจะลดลงครึ่งหนึ่งและถูกห้ามไม่ให้รับภารกิจเดิมเป็นเวลาหนึ่งปี”

ฉินจิ้งหลันเปิดขยายรายการภารกิจให้เฉินเฟยและชี้ภารกิจพิเศษบางช่อง

เฉินเฟยเหลือบมอง พบว่าทั้งหมดเป็นภารกิจหลอมโอสถด้วยสมุนไพรวิญญาณ ในภารกิจบอกรายละเอียดจำนวนโอสถที่ต้องหลอมให้ได้ในแต่ละเตาไปจนถึงรูปลักษณ์

ค่าผลงานในแต่ภารกิจนั้นสูงมาก ตัวอย่างเช่นโอสถหลิงเสวี่ยที่เฉินเฟยคุ้นเคยเป็นอย่างดี หากหลอมโอสถหลิงเสวี่ยได้ตามที่กำหนดจะได้รับค่าผลงานสามพันคะแนน

ค่าผลงานของสมาคมนักหลอมโอสถมีประโยชน์อย่างยิ่ง มันใช้แลกเปลี่ยนของในสมาคมได้หลายอย่างรวมถึงสมุนไพรวิญญาณและโอสถ เช่นเดียวกับเคล็ดพันไหมที่เฉินเฟยเคยแลก

เคล็ดพันไหมมีทั้งหมดเก้าขั้น ยิ่งขั้นสูงราคาแลกเปลี่ยนยิ่งเกินจริง หากไม่เก็บสะสมค่าผลงานหลายปีคงแลกเคล็ดพันไหมส่วนหลังได้ยาก

“โอสถหลิงเสวี่ยสามเม็ดทุกเตา หากนักหลอมโอสถทำได้ดีจะหลอมได้มากสุดกี่เม็ด?” ทางสว่างแวบขึ้นในใจเฉินเฟย เขาหันไปถามฉินจิ้งหลันทันที

ฉินจิ้งหลันตกตะลึงเมื่อถูกถาม นางไม่รู้เรื่องนี้เพราะนักหลอมโอสถระดับนั้นไม่ใช่สิ่งที่ฉินจิ้งหลันสามารถติดต่อได้ในวันปกติ

“เรียนคุณชาย นักหลอมโอสถเก่งกาจบางคนสามารถหลอมโอสถหลิงเสวี่ยได้สี่เม็ดในหนึ่งเตา” สตรีคนหนึ่งหลังโต๊ะรับรองตอบเฉินเฟย

นับตั้งแต่เฉินเฟยปรากฏตัวจนกระทั่งรับป้ายนักหลอมโอสถซึ่งเป็นตัวแทนของระดับขัดเกลาทวาร ผู้ดูแลที่โต๊ะรับรองหลายมองก็จ้องมองเฉินเฟยด้วยสายตาลุกเป็นไฟโดยไม่ปกปิดเลยแม้แต่น้อย

“สี่เม็ด!”

ใบหน้าเฉินเฟยเผยรอยยิ้มโดยรู้ตัว ตามภารกิจนี้ ตราบใดที่จำนวนโอสถได้ตามข้อกำหนดของภารกิจ นักหลอมโอสถสามารถนำส่วนเกินไปได้ซึ่งถือเป็นน้ำใจ

ท้ายที่สุดการหลอมโอสถสามเม็ดในหนึ่งเตาก็เข้มงวดอยู่แล้ว หากนักหลอมโอสถอยู่ในสภาพดีและหลอมเกินหนึ่งเม็ด แสดงว่าคุณภาพของสามเม็ดที่เหลืออยู่ในระดับสูงเช่นกัน

สำหรับสมาคม สิ่งนี้ไม่ขาดทุนแถมยังได้กำไรเล็กน้อย

สำหรับนักหลอมโอสถที่อุทิศตนอย่างสุดใจเพื่อหลอมโอสถ หากวิธีการของเขาดีจริงก็มีโอกาสเก็บเกี่ยวโอสถเพิ่ม

นั่นเป็นสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายและทั้งสองฝ่ายเต็มใจทำ

คนอื่นหลอมโอสถหลิงเสวี่ยได้สี่เม็ดในหนึ่งเตา แล้วเฉินเฟยล่ะ?

หากไม่ใช่เพราะผิดโอกาสเฉินเฟยคงจะหัวเราะเสียงดัง เมื่อพูดถึงวิธีหลอมโอสถ ตราบใดที่มีสูตรโอสถมันก็ไม่ต้องทำงานหนัก!

สำหรับคนอื่น การได้โอสถหลิงเสวี่ยสี่เม็ดในหนึ่งเตาเป็นเรื่องยากเกินไป หมายความว่ามันเป็นสิ่งที่พบได้แต่ไม่อาจแสวงหา ท้ายที่สุดการหลอมโอสถด้วยสมุนไพรวิญญาณนั้นยากกว่าโอสถธรรมดา

ความขัดแย้งทางวิญญาณสามารถระเบิดจนทำให้นักหลอมโอสถหมดสติ มีเพียงนักยุทธ์ขัดเกลาทวารที่พลังจิตวิญญาณเปลี่ยนแปลงแล้วเท่านั้นที่สามารถรับมือกับการระเบิดวิญญาณประเภทนี้

บางทีอาจพอมีหวังที่จพได้ฝึกวิชาเคล็ดพันไหมขั้นสูงอยู่ แต่เคล็ดพันไหมต้องการค่าผลงานมหาศาลในการแลก นักหลอมโอสถธรรมดาจะมีค่าผลงานขนาดนั้นได้อย่างไร

“คุณชายควรระวังให้มากขึ้นเมื่อรับภารกิจประเภทนี้”

ฉินจิ้งหลันด้านข้างเตือนเสียงต่ำ แม้เฉินเฟยจะเป็นระดับขัดเกลาทวาร แต่เขาเป็นนักหลอมโอสถระดับเจ็ดเท่านั้น สำหรับภารกิจเหล่านี้เพิ่งเข้าถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ

การทำภารกิจเหล่านี้อย่างน้อยต้องเป็นนักหลอมโอสถระดับหก ฉินจิ้งหลันเชื่อในพรสวรรค์ของเฉินเฟย ตราบใดที่เฉินเฟยใช้เวลาฝึกฝน เขาสามารถพัฒนาทักษะหลอมโอสถได้แน่นอน

แต่ถ้ารับภารกิจตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับโชคไม่มากก็น้อย แม้เฉินเฟยจะเรียนรู้โอสถนี้มากก่อน แต่อัตราสำเร็จอาจต่ำมากเพราะระดับบ่มเพาะ

“ขอบคุณที่เตือน”

เฉินเฟยยิ้ม แน่นอนว่าเขายังไม่รับภารกิจตอนนี้ เฉินเฟยไม่เคยเห็นสูตรโอสถหลิงเสวี่ยด้วยซ้ำ แต่นั่นเป็นเพียงชั่วคราว เฉินเฟยแทบรอไม่ไหวแล้วที่จะกลับไปเพิ่มความชำนาญโอสถอีกครั้ง

หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยออกจากกสมาคมนักหลอมโอสถ ยื่นป้ายตัวเองให้ฉือเต๋อเฟิงและบอกให้เขารวบรวมวัตถุดิบสำหรับโอสถหลิงเสวี่ยโดยเฉพาะ หลังจากนั้นเฉินเฟยกลับไปยังสำนัก

เมื่อเฉินเฟยมาถึงประตูภูเขา สิ่งแรกที่เขาทำคือไปที่หอตำรา

ศิษย์ทุกคนที่เห็นเฉินเฟยต่างโค้งคำนับและแสดงความเคารพ เฉินเฟยพยักหน้าตอบรับเช่นกัน

“สูตรโอสถหลิงเสวี่ย? มีขอรับ ผู้นำโถงเฉินโปรดตามข้ามา” ศิษย์ดูแลของหอตำราพูดเสียงแผ่วเบา

ผู้นำโถงเป็นตำแหน่งทรงเกียรติที่มอบให้กับเฉินเฟย ตำแหน่งว่างภายในสำนักที่เฉินเฟยเข้ารับคือผู้นำโถงทิงเฟิง

อย่างไรก็ตามโถงทิงเฟิงนี้ไม่มีอำนาจแท้จริง ตอนที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอยู่ในจุดสูงสุด โถงทิงเฟิงอาจมีบทบาทสำคัญ แต่ตอนนี้กลายเป็นความทรงจำในอดีตไปแล้ว

เฉินเฟยคัดลอกสูตรโอสถหลิงเสวี่ยและออกจาหอตำรา

หลังจากเฉินเฟยทะลวงระดับขัดเกลาทวาร สำนักจะมอบค่าผลงานให้กับเฉินเฟยในครั้งเดียวซึ่งสะดวกสำหรับเฉินเฟยที่จะใช้เมื่อเขาต้องการ ดังนั้นเฉินเฟยจึงแลกสูตรโอสถโดยไม่กดดัน

กลับมาที่บ้าน เฉินเฟยศึกษาสูตรโอสถหลิงเสวี่ยอย่างรอบคอบ เมื่อเทียบกับโอสถระดับปรับแต่งร่างกายอย่างโอสถทะยานเนินเขา สูตรโอสถหลิงเสวี่ยซับซ้อนกว่าหลายเท่า

ต่อให้เป็นทักษะหลอมโอสถของเฉินเฟนในตอนนี้ แต่หากให้เห็นสูตรโอสถแล้วต้องการเริ่มต้นได้ทันทีคงทำไม่ได้ เขาต้องลองหลอมมันหลายครั้งก่อนถึงจะพบความรู้สึกนั้น

แต่สมุนไพรวิญญาณมีราคาแพง การใช้มันหลอมหมายถึงความล้มเหลว ความล้มเหลวหมายถึงการทำลายสมุนไพรวิญญาณคือเงินจำนวนมาก

ในบรรดาผู้ฝึกตนทั่วไป การได้พบนักหลอมโอสถชั้นยอดเป็นเรื่องยากเพราะเงื่อนไขไม่เอื้ออำนวย

[การหลอมโอสถ: สูตรโอสถหลิงเสวี่ย(ยังไม่เริ่ม)]

“ค้นพบสูตรโอสถ ต้องการใช้เงินหนึ่งแสนตำลึงทำให้โอสถหลิงเสวี่ยเป็นแบบง่ายหรือไม่?”

ค่าทำให้เป็นแบบง่ายหนึ่งแสนตำลึง เทียบกับวิชายุทธ์แล้วถือว่าน้อยกว่ามาก แต่สิ่งที่น่าอึดอัดคือในกระเป๋าเงินและแผงระบบของเฉินเฟยมีรวมกันไม่ถึงแสนตำลึง

ท้ายที่สุดเขาเพิ่งกลับมาได้ไม่นาน แม้ช่วงนี้จะหลอมโอสถบ้างแล้วแต่เก็บได้เพียงสองหมื่นตำลึง บวกกับของเก่าก็ยังขาดอีกเยอะ

ตามความเร็วในการหลอมโอสถตอนนี้ เกรงว่าต้องใช้เวลาสองสามเดือนในการเก็บให้ถึงหนึ่งแสน

เฉินเฟยต้องรออีกสองสามเดือนในการทำให้สูตรโอสถเป็นแบบง่าย นอกจากนี้เดินหนีสวรรค์ยังไม่เป็นแบบง่าย สยบมังกรคชสารยังไม่ได้แยกแบะ และมีวิชาอีกมากมายที่กำลังรออยู่ แบบนี้จะไม่ทำให้เฉินเฟยกังวลได้อย่างไร

“ข้ารอไม่ไหวแล้ว ขายวัตถุวิญญาณสักสองสามชิ้นแล้วกัน!”

เฉินเฟยไม่ลังเล เขานึกถึงของขวัญที่ได้รับ หงายมือขึ้น สมุนไพรวิญญาณหลายชนิดปรากฏในมือ

ก่อนหน้านี้ตั้งใจจะใช้สมุนไพรวิญญาณหลอมโอสถใช้เอง แต่ตอนนี้มีตัวเลือกที่ดีกว่า เฉินเฟยจึงไม่ยึดติดกับการตัดสินใจครั้งก่อน

หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยกลับมาที่ลานบ้าน ในแผงระบบมีเงินหนึ่งแสนตำลึงและถือถุงสมุนไพรใบใหญ่กลับมาด้วย

“สูตรโอสถหลิงเสวี่ยแบบง่าย...ทำให้เป็นแบบง่ายสำเร็จ...สูตรโอสถหลิงเสวี่ยแบบง่าย → โอสถทะยานเนินเขา!”

ตามที่คิดเอาไว้ โอสถทะยานเนินเขาเป็นตุ๊กตาแม่ลูกดก คิดไว้แล้วว่าจะเป็นแบบนี้เฉินเฟยจึงให้ฉือเต๋อเฟิงรวบรวมสมุนไพรของโอสถทะยานเนินเขาไว้ก่อน

โอสถทะยานเนินเขาต้องใช้สมุนไพรมีอายุซึ่งหาได้ไม่ง่ายเพราะถูกควบคุมโดยร้านขายสมุนไพรชั้นสูง แต่ถ้ายินดีจ่ายราคาพิเศษก็สามารถซื้อได้

ในอดีตเฉินเฟยไม่ได้ซื้อมันเพราะมันไม่คุ้มค่า แต่ตอนนี้เพื่อเพิ่มความชำนาญของโอสถหลิงเสวี่ย ต่อให้เป็นราคาพิเศษก็มองข้ามได้

แต่การซื้อของฉือเต๋อเฟิงยังไม่เพียงพอ เฉินเฟยใช้ค่าผลงานของตัวเองแลกสมุนไพรที่หอสมบัติโดยตรง

เมื่อเทียบกับสมุนวิญญาณแล้ว สมุนพไรอายุมากมีราคาถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่สุดท้ายก็ต้องนำค่าผลงานไปใช้อยู่ดี

ค่าผลงานของสำนักหาได้ไม่ง่าย ในอดีตเฉินเฟยไม่เคยใช้ค่าผลงานแลกกับสมุนไพรสำหรับหลอมโอสถขาย เพราะวิธีนี้ทำเงินได้ไม่มากและยังต้องใช้กำลังคนและทรัพยากร

จุดไฟตั้งเตาหลอม เฉินเฟยเริ่มหลอมโอสถอย่างเต็มกำลัง ตราบใดที่ความชำนาญโอสถหลิงเสวี่ยถึงระดับสมบูรณ์ เฉินเฟยจะไปรับภารกิจนี้ที่สมาคมทันที

โอสถหลิงเสวี่ยระดับสมบูรณ์ทำให้มีโอกาสหลอมโอสถได้สี่เม็ดในหนึ่งเตา มันยังไม่แน่นอนนัก แต่ยังดีกว่านักหลอมโอสถระดับหกส่วนใหญ่มาก

ในภารกิจนี้ เฉินเฟยไม่เพียงได้รับค่าผลงานสามพันคะแนนแต่ยังมีโอกาสที่จะได้รับโอสถหลิงเสวี่ยด้วย ค่าผลงานสามารถใช้แลกสมุนไพรหลอมโอสถทะยานเนินเขา นั่นจึงทำให้เกิดวงจร

ยี่สิบวันผ่านไปในพริบตา ความชำนาญโอสถหลิงเสวี่ยถึงระดับเชี่ยวชาญ เฉินเฟยใช้ค่าผลงานที่ได้จากสำนักไปครึ่งหนึ่งแล้ว

การรวบรวมสมุนไพรของฉือเต๋อเฟิงเป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากราพิเศษนั้นสูงมาก ร้านขายสมุนไพรเหล่านั้นจึงยินดีมอบส่วนสมุนไพรส่วนหนึ่งทุกวันเมื่อได้รับราคานี้

และด้วยสมุนไพรราคานี้จึงทำให้เฉินเฟยทำเงินจากการหลอมโอสถขายได้น้อยมาก มันได้กำไรน้อยกว่าโอสถเหนือสามัญเสียอีก

แต่เฉินเฟยไม่สนใจ การลงทุนครั้งนี้ไม่นับว่าเป็นอะไร

ในยี่สิบวันนี้นอกเหนือจากความชำนาญโอสหลิงเสวี่ยที่เพิ่มขึ้น ความชำนาญของกระบี่จ้งหยวนเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน แต่มันยังห่างไกลจากระดับเชี่ยวชาญมากนัก

กระบี่เฉียนหยวนยัดูดซับวัตถุวิญญาณและต้องใช้เวลาในการพัฒนาเป็นอาวุธวิญญาณ

เนื่องจากเดินหนีสวรรค์ไม่ถูกทำเป็นแบบง่าย ความเร็วในการฝึกฝนจึงลดลงอย่างต่อเนื่อง ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาความเร็วเริ่มคงที่ ด้วยความเร็วเท่านี้จะต้องใช้เวลามากกว่าสิบปีในการฝึกเดินหนีสวรรค์ถึงระดับรู้แจ้ง

และสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อความเร็วของความเข้าใจไม่ช้าลง ไม่เช่นนั้นเวลาจะยืดออกไปอีก และถ้าติดจุดใดจุดหนึ่งก็เป็นไปได้สูงที่จะไม่เข้าใจอะไรอีกเลย

นั่นคือสภาพปกติของนักยุทธ์ส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทุกคนที่ฝึกวิชาทุกชุดได้ถึงจุดสูงสุด การติดชะงักถือเป็นเรื่องปกติเช่นกัน

สามเดือนต่อมา กระบี่จ้งหยวนถึงระดับเชี่ยวชาญ ในที่สุดโอสถหลิงเสวี่ยก็ถึงระดับสมบูรณ์

จบบทที่ ตอนที่ 260 วงจร

คัดลอกลิงก์แล้ว