เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 220 เขาคงตาย

ตอนที่ 220 เขาคงตาย

ตอนที่ 220 เขาคงตาย


ท่องหนีสุญญตาโคจรถึงขีดสุด ร่างเฉินเฟยกลายเป็นเงาลวงตา ครู่ต่อมาลูกธนูหลายดอกทะลุผ่านเงาลวงตาของเฉินเฟยจากด้านหลังและกลับมายังมือหลัวเมิ่งซือ

เมื่อลูกธนูเหล่านั้นกลับมาถึง หลัวเมิ่งซือก็ยิงมันออกไปอีกครั้งทันทีซึ่งพวกมันเร็วกว่าครั้งแรกอย่างน้อยหนึ่งส่วน

หลังเฉินเฟยหลบลูกธนูหลายสิบดอก เขาพบว่ามีลูกธนูมาจากด้านหน้ามากขึ้นและจำนวนนี้ยังมากกว่าครั้งก่อน หลัวเมิ่งซือเริ่มยิงธนูสุดกำลังแล้ว

เพียงพริบตาเดียว ลูกธนูครึ่งหนึ่งในกระบอกด้านหลังหลัวเมิ่งซือหายไป ลูกธนูหลายสิบดอกพุ่งไปทางเฉินเฟยด้วยพลังและความเร็วที่มากกว่าลูกธนูดอกก่อนหน้า

“น่าอัศจรรย์นัก!”

“ลูกธนูทำเช่นนั้นได้ด้วย!”

“ลูกธนูที่ยิงออกไปสามารถกลับมาได้เอง เมื่อยิงออกไป พลังและความเร็วของลูกธนูยังเพิ่มขึ้นอีก!”

เหล่าศิษย์กำลังมองเหตการณ์ทั้งหมดของลูกธนูเหล่านั้น มีนักยุทธ์เพียงไม่กี่คนที่รู้วิธีใช้ธนู เมื่อเห็นลูกธนูน่าอัศจรรย์เช่นนี้พวกเขาจึงประหลาดใจ

คนที่แข็งแกร่งในระดับปานกลางเพียงดูเพื่อความสนุก แต่ศิษย์แท้จริงอันดับต้นของแต่ละสำนักต่างขมวดคิ้ว

พลังลูกธนูแต่ละดอกของหลัวเมิ่งซือเกินจริงอย่างมาก หากโดนยิงใส่อาจส่งผลต่อรูปร่าง โดนหลายสิบดอกเกรงว่าคงได้ถึงวาระ

ถ้าจะไม่ป้องกันแล้วพยายามหลบ ลองดูทักษะธนูของหลัวเมิ่งซือก่อน นางสามารถนำลูกธนูกลับคืนและยิงออกไปใหม่ด้วยความเร็วและพลังที่มากขึ้น

ลูกธนูเหล่านั้นเปรียบเสมือนตาข่ายยักษ์ที่หลัวเมิ่งซือสร้างจึ้น นางโยนตาข่ายอยู่ตลอดเวลา หากไม่หลบจะพบกับภัยคุกคามชีวิต

การหลบเพียงทำให้ตายช้าลงเท่านั้น สุดท้ายพื้นที่ในการหลบจะน้อยลงจนกระทั่งไม่เหลือที่ให้หลบอีก

ในสนามประลอง

สีหน้าเฉินเฟยเคร่งขรึม แม้จะสู้กันไม่นานแต่เขาเข้าใจแผนของหลัวเมิ่งซือทันที และยังได้เข้าใจพลังธนูกวาดล้างปีศาจของสำนักระบี่เซียนเมฆา

หากไม่หลบจะตายทันที! และต่อให้หลบก็ต้องตายอยู่ดี! มันเหมือนจะมีทางเลือกมากมาย แต่แท้จริงล้วนเป็นทางตัน!

แต่สิ่งเหล่านี้มีไว้สำหรับคนอื่นเมื่อรู้สึกว่าไร้ทางออกเพราะแข็งแกร่งไม่พอ ตราบใดที่แข็งแกร่งพอจะสามารถทำลายมันนี้ได้!

หากไม่หลบจะตายทันทีหรือ?

เมื่อพบว่าลูกธนูเหล่านี้ทรงพลังขึ้น เช่นนั้นจงใช้โอกาสนี้ทำลายลูกธนูให้หมดเสีย!

หากลูกธนูทรงพลังเกินไปมันจะส่งผลต่อรูปร่างไม่ใช่ไม่หรือ? นั่นเป็นเพราะตัวลูกธนูไม่แข็งแรงพอ รูปร่างจึงได้รับผลกระทบ!

ช่วงเวลานิรันดร์!

ดวงตาเฉินเฟยเบิกกว้าง เขาเห็นลูกธนูทั้งหมดที่พุ่งเข้ามา ช่องโหว่และจุดอ่อนล้วนปรากฏในสายตาอย่างชัดเจน

“ปัง!”

เฉินเฟยก้าวไปด้านหน้าและฟันผ่าลูกธนู พลังกวาดล้างปีศาจของลูกธนูกระทบเข้าตัวเฉินเฟย แต่มันถูกสยบมังกรคชสารขจัดไว้ทันที แขนที่ถือกระบี่จึงไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย

“ปังปังปัง…”

ใบหน้าเฉินเฟยนิ่งสงบ เขาใช้กระบี่เฉียนหยวนสีดำสร้างโล่กระบี่ทำลายลูกธนูเพียงที่พุ่งเข้า เพียงพริบตาเดียวลูกธนูหลายสิบดอกก็หายไป

เฉินเฟยไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียวและสีหน้ายังคงสงบเหมือนเดิม ในสายตาศิษย์คนอื่น ลูกธนูเหล่านั้นแทบทำให้ตัวเองจมน้ำตาย แต่ท่าทางเฉินเฟยกลับไม่เปลี่ยนแปลง

ดวงตาหลัวเมิ่งซือเต็มด้วยความตกใจ นางรู้ดีว่าพลังลูกธนูแต่ละดอกน่ากลัวเพียงใด มีศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆายังเพียงไม่กี่คนที่กล้าป้องกันลูกธนูของนางเช่นนี้ อาจพูดได้ว่ามีเพียงคนเดียวเท่านั้น

คนอื่นที่ชนะหลัวเมิ่งซือได้ล้วนใช้วิธีอื่นแทนการป้องกันลูกธนู

หลัวเมิ่งซือคาดไม่ถึงว่าจะได้เห็นวิธีป้องกันแบบนี้จากศิษย์สำนักอื่น

บ้าบิ่น แต่เป็นวิธีรับมือที่ดีอย่างยิ่ง

นอกสนามประลอง ฝั่งศิษย์แท้จริงสำนักกระบี่เซียนเมฆา ดวงตาเสิ่นถูฉางเป็นประกายเมื่อเห็นคำตอบของเฉินเฟย

ในสนามประลอง เพียงพริบตาเดียวเฉินเฟยก็ทำลายลูกธนูที่พุ่งเข้ามาอีกหลายสิบดอก เฉินเฟยหันไปมองหลัวเมิ่งซือ เมื่อกำลังจะพุ่งเข้าไปหาหลัวเมิ่งซือก็ยกมือยอมแพ้

“ข้ายอมแพ้!”

หลัวเมิ่งซือมองเฉินเฟยด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มของนางเป็นดั่งดอกบัวบานสะพรั่งอันงดงามซึ่งหาที่เปรียบไม่ได้

หลัวเมิ่งซือไม่เคยลังเลที่จะยิ้มให้ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าตน แม้เฉินเฟยจะไม่ใช่ศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาก็ตาม แต่ด้วยความสามารถและพรสวรรค์เช่นนี้ ความสำเร็จในอนาคตของเฉินเฟยย่อมดีแน่นอน

ตอนที่เฉินเฟยใช้วิธีนี้ทะลวงตาข่ายลูกธนูมาได้ หลัวเมิ่งซือก็รู้ทันทีว่าตัวเองพ่ายแพ้แล้ว หากยังสู้ต่อไปมันจะเป็นการสู้เป็นตายที่ไร้ความหมาย

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างมีความสุขย่อมดีกว่า

ในมุมมองของหลัวเมิ่งซือ การแพ้ให้ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าไม่ใช่เรื่องยอมรับไม่ได้

เฉินเฟยตกใจเมื่อได้ยินคำพูดของหลัวเมิ่งซือ เขาคิดว่านางจะสู้ไปจนจบ ท้ายที่สุดกระบอกธนูนางยังเหลือลูกธนูอีกหลายดอก

“ขอบคุณที่ออมมือ!” เฉินเฟยกุมมือพูด

หลัวเมิ่งซือโค้งคำนับเล็กน้อย ร่างล่องลอยกลับไปฝั่งสำนักกระบี่เซียนเมฆา

ศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาดูกระสับกระส่าย การยอมแพ้ของหลัวเมิ่งซือไม่เพียงสร้างความประหลาดใจให้เฉินเฟยแต่ยังรวมถึงพวกเขา และเรื่องนี้ยากจะยอมรับได้

แต่ต่อให้พวกเขาไม่ยอมรับผลลัพธ์ก็เป็นเช่นนี้แล้ว พวกเขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ สู้กับศิษย์แท้จริงที่แข็งแกร่งอย่างหลัวเหมิงซี พวกเขาย่อมไม่อาจต่อว่าอะไร

ศิษย์สำนักอื่นต่างรู้สึกทำอะไรไม่ถูกกับการยอมแพ้ของหลัวเมิ่งซือ แต่หลายคนกลับมามีสติอย่างรวดเร็ว พอคิดอย่างรอบคอบจึงตระหนักได้ว่าการยอมแพ้ของหลัวเมิ่วซือเป็นทางเลือกสุดท้าย

ตาข่ายลูกธนูขางนางเปรียบเสมือนใยแมงมุม หากดิ้นไม่หลุดจะต้องรอความตาย แต่ถ้าฉีกมันได้แมงมุมก็จะตายแทน

ศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวต่างตื่นเต้น ตอนนี้เฉินเฟยอยู่ในอันดับสี่ของศิษย์แท้จริงสำนักกระบี่เซียนเมฆา เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ต่อให้สำนักอื่นจะเข้าถึงสามอันดับแรกได้ แต่นั่นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

ดูสถานการณ์ปัจจุบันของเฉินเฟยแล้ว อันดับสี่ย่อมหยุดเฉินเฟยไม่ได้

ผู้อาวุโสสำนักต่างๆซึ่งอยู่ในระดับขัดเกลาทวารต่างมองเฉินเฟยด้วยแววตาครุ่นคิด อีกสามสำนักต่างอิจฉา ส่วนสีหน้าผู้อาวุโสสำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก

แน่นอนว่าในสำนักกระบี่เซียนเมฆามีศิษย์เช่นเฉินเฟยไม่มาก แต่ในไม่กี่ปีข้างหน้าอาจมีปรากฏตัวหนึ่งคนหรือมากกว่านั้น

“ปัง!”

จู่ๆร่างหนึ่งก็ลงมาบนสนามประลอง มองเฉินเฟยด้วยดวงตาเป็นประกาย สีหน้ายังเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“สำนักกระบี่เซียนเมฆา เสิ่นถูฉาง!”

เสิ่นถูฉางมองเฉินเฟยแล้วพูด “นานแล้วที่ไม่ได้พบคนเช่นเจ้าที่ให้ข้าสู้ซึ่งหน้าได้ หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ผิดหวัง!”

“สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เฉินเฟย!”

เฉินเฟยกุมมือ ในใจนึกถึงข้อมูลของเสิ่นถูฉางศิษย์แท้จริงอันดับสองของสำนักกระบี่เซียนเมฆา

“รับมือ!”

เสิ่นถูฉางแสดงรอยยิ้มโหดร้าย พอพูดจบก็พุ่งเข้าหาเฉินเฟยทันที

“ปังปังปัง!”

เช่นเดียวกับยักษ์กำลังเดิน ทุกย่างก้าวของเสิ่นถูฉางทำให้พื้นดินสั่นไหว แรงกดดันมหาศาลราวกับต้องการทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้ากระจายไปทั่วบริเวณ

วิชากระบี่เต่าดำ วิชามรดกสุดแกร่งสุดหนักหน่วงของสำนักเซียนเมฆา มันค่อนข้างคล้ายกับกระบี่จ้งหยวน ของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวซึ่งสามารถควบคุมแรงถ่วงกดข่มศัตรู

แต่สิ่งที่เหนือกว่ากระบี่จ้งหยวนคือวิชากระบี่เต่าดำสามารถให้พลังป้องกันสุดแข็งแกร่งแก่ผู้ฝึกฝน ซึ่งกระบี่จ้งหยวนไม่มีสิ่งนี้

เฉินเฟยรู้สึกถึงแรงกดดันจากเสิ่นถูฉาง สยบมังกรคชสารโคจรถึงขีดสุด

เลือดในร่างกายเดือดพล่าน หากอยู่ใกล้เฉินเฟยในขณะนี้จะได้ยินเสียงเลือดไหลเวียนจากตัวเขา

เสิ่นถูฉางเป็นระดับขัดเกลาอวัยวะภายในที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เฉินเฟยเคยเผชิญมา แม้เขาไม่ใช่ศิษย์แท้จริงอันดับหนึ่งของสำนักกระบี่เซียนเมฆาก็ตาม จากสิ่งที่เฉินเฟยสังเกตเห็น ท่าร่างของเขาเหนือว่าเสิ่นถูฉาง การทำให้เสิ่นถูฉางหมดแรงและต้องยอมแพ้ไปถือเป็นตัวเลือกที่ดี

พูดได้ว่าเสิ่นถูฉางเก่งในการสู้ซึ่งหน้ามากที่สุดในบรรดาศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆา หากเทียบกับเสิ่นถูฉาง เกรงว่าหวังกุ้ยหวู่จะป้องกันได้เพียงสองสามกระบี่

เฉินเฟยก้าวเท้าและมาปรากฏต่อหน้าเสิ่นถูฉาง ใช้กระบี่จ้งหยวนอย่างสุดกำลัง แสงดำเหมือนวูบไหวอยู่ในอากาศ

“ไม่เลว!”

เสิ่นถูฉางหัวเราะเสียงดังและฟันดาบใหญ่ใส่

ดาบใหญ่ตัดผ่านอากาศและเกิดเสียงคำรามของอสูรยักษ์ ในจุดนี้จะเห็นภาพอสูรยักษ์คำรามขึ้นฟ้าอย่างคลุมเครือ

“ตู้ม!”

กระบี่เฉียนหยวนสั่นเล็กน้อย เฉินเฟยรู้สึกถึงพลังมหาศาลที่กระแทกเข้าร่างกาย อวัยวะภายในของเขาเหมือนโดนกดทับหรือแม้กระทั่งถูกบดขยี้

แต่ทันใดนั้นสยบมังกรคชสารได้ขจัดพลังมหาศาลนี้ทันทีทำให้เฉินเฟยโจมตีเสิ่นถูฉางกลับได้โดยไม่หยุดชะงัก

“สนุกยิ่งนัก!”

ใบหน้าเสินถูฉางเต็มไปด้วยความตื่นเต้น พลังมหาศาลที่เกิดจากการปะทะของดาบกระบี่ไม่มีผลต่อเขาเช่นกัน เขายกดาบยักษ์ฟันใส่เฉินเฟยอีกครั้ง

“ตู้ม!”

พื้นใต้เท้าทั้งสองส่งเสียงร้าวแตก รอยแตกปรากฏจากใต้เท้าพวกเขา

เฉินเฟยขมวดคิ้ว พลังดาบเสิ่นถูฉางมากกว่าเดิมหนึ่งส่วน

ทันใดนั้นเฉินเฟยก็เห็นรูปแบบพละกำลังบนตัวเสิ่นถูฉางซึ่งมีสีดำแฝงอยู่ด้วย นั่นก็คือพลังของกระบี่จ้งหยวน

วิชากระบี่เต่าดำสามารถยืมพลังจากอีกฝ่าย หลังผสานเข้าด้วยกันก็ใช้โจมตีกลับไป

ยิ่งต่อสู้ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ตราบใดที่ร่างกายทนไหวการฟันกระบี่แต่ละครั้งจะรุนแรงขึ้น ในเวลานั้นขึ้นอยู่กับว่าศัตรูจะแหลกเป็นชิ้นหรือเป็นตัวเองที่โดนพละกำลังฉีกขาดก่อน

แต่ด้วยร่างกายอันแข็งแกร่งที่ได้รับจากการบ่มเพาะด้วยวิชากระบี่เต่าดำ เกรงว่าศัตรูคงโดนฉีกเป็นชิ้นก่อน

ในขณะนี้มีพลังกดข่มเฉินเฟยจากทุกทาง นี่คือพลังวิชากระบี่เต่าดำเช่นกัน มันจะทำให้ศัตรูไม่สามารถหลบหนี

ไม่มีทางหลบหนีเว้นแต่ท่าร่างจะไม่ธรรมดา

ท่าร่างเฉินเฟยไม่เลว แต่ต้องใช้เวลาสักพักถึงจะแยกจากพลังนี้ออก แต่ในเวลานั้นคงโดนดาบของเสิ่นถูฉางผ่าครึ่งไปแล้ว

แต่เฉินเฟยเคยคิดหนีที่ไหน? ในการสู้ซึ่งหน้ากับคนระดับเดียวกับ ต่อให้เป็นกระบี่เต่าดำเขาก็จะทำลายทิ้ง!

“ฟู่ม!”

เคล็ดพันต้นกำเนิดตรวนใจโคจรถึงขีดสุด สีดำบนกระบี่เฉียนหยวนเริ่มหดตัวเล็กลงจนในที่สุดก็รวมอยู่ที่ขอบกระบี่เฉียนหยวนจนหมด

ครู่ต่อมา เฉินเฟยยกกระบี่ขึ้น

“เคร้ง!”

เสียงกระบี่เสียดดังจนแสบแก้วหู สายตาเสิ่นถูฉางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ดาบยักษ์ในมือเขาถูกกระบี่เฉียนหยวนปัดออก เสิ่นถูฉางก้าวถอยหลังโดยรู้ตัว

นับตั้งแต่ที่ตัวเองฝึกวิชากระบี่เต่าดำสำเร็จ นี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นถูฉางแพ้ในการต่อสู้ซึ่งหน้า แม้แต่ศิษย์แท้จริงอันดับหนึ่งของสำนักกระบี่เซียนเมฆาก็ไม่อาจทำสิ่งนี้

ศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวคนนี้ทำได้อย่างไร?

“เข้ามา!”

เฉินเฟยตะโกนเสียงต่ำ เพียงก้าวเดียวก็มาถึงตัวเสิ่นถูฉาง ยกกระบี่เฉียนหยวนขึ้นแล้วฟันไปทางหัว

“เคร้ง!”

เสิ่นถูฉางเบี่ยงตัวหลบถอยไปอีกครึ่งก้าว แต่เพียงครึ่งก้าวเท่านั้น

วิชากระบี่เต่าดำ ยิ่งสู้ยิ่งแข็งแกร่ง ตราบใดที่ไม่ทำลายการป้องกันในกระบี่เดียวและโจมตีเช่นนี้ เสิ่นถูฉางจะยังคงยืมพลังจากอีกฝ่ายแล้วโต้กลับ

เฉินเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย วิชานี้ทรงพลังยิ่งนัก พูดได้ว่าเขาไม่เคยใช้กระบี่จ้งหยวนขั้นนี้กับใครมาก่อนเพราะผลของมันโหดร้ายเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึงอย่างนั้นขนาดใช้สยบมังกรคชสารร่วมด้วยก็ยังไม่อาจทำลายวิชากระบี่เต่าดำ

จะบอกว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้าหรือ?

แล้วยังไงเล่า ต่อให้เป็นเหนือฟ้าข้าก็จะทำลายมัน!

บนกระบี่เฉียนหยวน สีดำที่กระจายอยู่ขอบดาบหดตัวลงอีก ครางนี้สำดำทั้งหมดไปรวมที่ปลายกระบี่ พลังอันน่าหวาดหวั่นค่อยๆแผ่ออกมาจากร่างเฉินเฟย

เมื่อสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเฉินเฟย หัวใจเสิ่นถูฉางก็หดเกร็งอย่างรุนแรง

เฉินเฟยมองสีดำบนปลายกระบี่เฉียนหยวน เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกระจายสีดำกลับสู่ขอบดาบ

ไม่อย่างนั้นหากใช้กระบี่นี้ เกรงว่าเสิ่นถูฉางคงตาย!

จบบทที่ ตอนที่ 220 เขาคงตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว