เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 219 ธนูกวาดล้างปีศาจ

ตอนที่ 219 ธนูกวาดล้างปีศาจ

ตอนที่ 219 ธนูกวาดล้างปีศาจ


เนี่ยไห่ชุนลุกขึ้นอย่างสั่นเทาแล้วจ้องมองเฉินเฟย จนถึงตอนนี้เนี่ยไห่ชุนยังไม่รู้ว่าตัวเองเปิดช่องโหว่ตอนไหน เฉินเฟยถึงได้ค้นพบตัวเองเร็วเช่นนี้

ตอนเฉินเฟยพบร่างจริง เนี่ยไห่ชุนยังไม่ทันเตรียมตัว เมื่อถูกเฉินเฟยฟันกระบี่ใส่มันจึงนำมาซึ่งผลลัพธ์ในเวลานี้

ก่อนเริ่มสู้ เนี่ยไห่ชุนยังสาบานน้ำใส[1]และดูถูกเฉินเฟยอยู่ในใจ ตอนนี้รู้แล้วว่าเรื่องน่าตลกที่สุดคือตัวเขาเองต่างหาก

“เป็นพลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ยิ่งนัก!”

ฝั่งสำนักกระบี่เซียนเมฆา ผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารประหลาดใจ

ในฐานะนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายใน การเพิ่มพลังจิตวิญญาณเป็นเรื่องยากที่จะทำได้ แต่นั่นยังพอมีวิธีอยู่บ้าง

วิธีที่ง่ายและหยาบกระด้านที่สุดคือการใช้วัตถุวิญญาณเช่นดอกบัวฝันหวานหรือโอสถที่หลอมจากวัตถุวิญญาณคล้ายกัน

แม้ผลกระทบหลักของผลไม้ที่ได้จากต้นไม้จิตวิญญาณของสำนักกระบี่เซียนเมฆาจะไม่ได้เป็นการเพิ่มพลังจิตวิญญาณ แต่การกินมันสามารถเพิ่มพลังจิตวิญญาณได้เช่นกัน

หรืออีกอย่างคือฝึกวิชาจิตใจ แต่วิชาจิตใจเป็นเรื่องยากสำหรับระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน แม้แต่ศิษย์แท้จริงซึ่งเป็นอัจฉริยะก็ยังฝึกฝนได้ยาก

และวิชาแบบนั้นไม่เพียงเพิ่มพลังจิตวิญญาณ แต่ยังช่วยชำละล้างพลังจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์ขึ้น แต่มันฝึกฝนได้ยากเช่นกัน นั้นจึงทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายใน

กระบี่ข่มจิตเป็นวิชาโดดเด่นในการใช้พลังจิตวิญญาณ เป็นไปไม่ได้ที่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในธรรมดาจะมองออก สำหรับระดับพลังเท่ากัน ถึงพูดไม่ได้ว่าไร้เทียมทาน แต่ตราบใดที่ฝึกจนลึกซึ้งมันก็ยากจะหาใครสู้ด้วย

เช่นเดียวกับเฉินเฟยทำลายกระบี่ข่มจิตได้อย่างง่ายดาย มีเพียงจิตวิญญาณแข็งแกร่งและบริสุทธิ์เท่านั้นที่ทำได้ พลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยมีลักษณะของผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารบ้างแล้วแล้ว ด้วยเหตุนี้เนี่ยไห่ชุนจึงพบกับความพ่ายแพ้

เฉินเฟยส่งเขาออกไปโดยไม่ให้เกิดบาดแผลอีก

ในกลุ่มคนดู คนที่รู้เกี่ยวกับกระบี่ข่มจิตต่างประหลาดใจกับสิ่งที่เฉินเฟยแสดงให้เห็น

เจ้าฝึกพลังจิตวิญญาณมาถึงขั้นนี้ได้อย่างไร?

ผู้คนจากสำนักอื่นคิดว่าศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ได้สนใจอะไรมากนัก พวกเขาเห็นเพียงเฉินเฟยกวาดเนี่ยไห่ชุนออกจากสนามประลองเท่านั้น

นั่นหมายความว่าเฉินเฟยได้มาถึงศิษย์แท้จริงอันดับหกของสำนกระบี่เซียนเมฆา

อันดับนี้เป็นความสำเร็จโดดเด่นที่สุดในช่วงหลายปี หากต้องการเดิมตามรอยเท้า เกรงว่าต้องย้อนกลับไปหลายสิบปี

เพียงจุดนี้อย่างเดียวก็เพียงพอให้คนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวภูมิใจในตัวเฉินเฟยแล้ว

ไม่เพียงเหล่าศิษย์ที่ภูมิใจ แต่ผู้อาวุโสสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวก็อดยิ้มไม่ได้ แม้ระดับศิษย์ของตนเองจะไม่สามารถเป็นตัวแทนทั้งสำนัก แต่เมื่อศิษย์แข็งแกร่ง ในอนาคตสำนักก็จะแข็งแกร่งขึ้นด้วย

โจวฉุนซานผู้นำห้องโถงสืบทอดมองเฉินเฟย ตอนที่เฉินเฟยมารับมรดกแท้จริง เขาพบว่าพลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยนั้นไม่ธรรมดา

ตอนนี้ดูเหมือนมันจะเหนือกว่าธรรมดาเสียอีก นักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในเก้าจุดเก้าส่วนล้วนถูกทิ้งไว้ด้านหลัง ตัวตนแบบนี้ไม่ได้ปรากฏในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมาหลายสิบปีแล้ว

กลุ่มคนดูเริ่มส่งเสียงเอะอะ เฉินเฟยเดินถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยสีหน้าสงบ เงยมองศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆา

เฉินเฟยไม่พูด แต่ความเงียบนี้ดังกว่าสิ่งใด ทุกคนในที่นี้เข้าใจว่าเฉินเฟยหมายถึงอะไร นั่นคือการท้าทายโดยไม่พักหายใจสักครู่

ในเวลานี้ฝั่งศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาเงียบลง

พวกเขาคาดไม่ถึงว่าเนี่ยไห่ชุนจะพ่ายแพ้ง่ายดายเช่นนี้ เนี่ยไห่ชุนเป็นศิษยแท้จริงอันดับหกได้เพราะพลังอันแข็งแกร่งของตัวเอง อันดับนี้ได้มาจากการฟันกระบี่ครั้งแล้วครั้งเล่า

แต่ถึงอย่างนั้นเนี่ยไห่ชุนกลับถูกส่งลอยออกไปจากสนามประลองด้วยกระบี่เดียว สิ่งนี้ทำให้ศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่อาจยอมรับได้

“เกรงว่ากระบี่ลวงตาของข้าจะไม่ได้เปรียบเขานัก!” เทียนชือกระซิบ

กระบี่ลวงตา อีกหนึ่งวิชามรดกชั้นยอดของสำนักระบี่เซียนเมฆา เงากระบี่ตามไปยังทุกที่ ทุกเงาอาจเป็นจริงและปลอม

หลักการของวรยุทธ์นี้เกี่ยวข้องกับวิชาของหลายสำนักนิกาย วิชาเงาลวงตาทำให้หลักการนี้ลึกซึ้งขึ้น เมื่อบรรลุจะเปิดหนึ่งร้อยจุดทวาร

วิชากระบี่นี้ทรงพลังเพราะการใช้พลังภายในและพลังจิตวิญญาณ ไม่อย่างนั้นเทียนชือคงไม่อาจมาถึงอันดับห้าของศิษย์แท้จริง

แต่ด้วยการใช้พลังจิตวิญญาณนี้ หากเผชิญหน้ากับศัตรูคนอื่นย่อมไร้พ่ายแน่นอน แต่น่าเสียดายที่เฉินเฟยแสดงให้เห็นรากฐานพลังจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของเขาแล้ว

หากกระบี่ลวงตาเกี่ยวข้องกับการใช้พลังจิตวิญญาณ เฉินเฟยจะมองออกย่างรวดเร็ว กระบี่ลวงตาแทบจะไร้ประโยชน์แล้วครึ่งหนึ่ง แม้มันจะเกินจริงกว่ากระบี่ข่มจิตแต่ก็ชนะเฉินเฟยไม่ได้อยู่ดี

การสู้กับศัตรูที่ตัวเองมีแต่ต้องแพ้ทำให้ผู้คนรู้สึกหมดหนทาง เหมือนกับว่าตัวเองมีท่าร่างดีแต่ได้เจอกับคนที่มีท่าร่างเหนือว่า

ไม่มีใครคิดมาก่อนว่านักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในมีพลังจิตวิญญาณระดับนี้จะอยู่ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

“ข้าไปเอง นึกว่าจะไม่ถึงมือเสียอีก ตอนนี้ได้โอกาสพอดี” หลัวเมิ่งซือยืนขึ้นด้วยสีหน้าสงบ ใบหน้าโดดเด่นของนางทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนอยู่คนละโลก

“ระวังตัวด้วยศิษย์น้องหลัว เฉินเฟยคนนี้ไม่ธรรมดา!”

มีคนเตือนเสียงแผ่วเบา แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่การต่อสู้สองครั้งของเฉินเฟยได้ทำลายอคติของผู้คนจำนวนมาก ด้วยความแข็งแกร่งของเฉินเฟย ต่อให้มาอยู่ในสำนักกระบี่เซียนเมฆาก็ยังโดดเด่น

หลัวเมิ่งซือพยักหน้า ร่างกายลอยไปร่อนลงบนสนามประลองดุจนางเซียน

เสื้อผ้าสีขาวโบกสะบัด เมื่อศิษย์สำนักอื่นเห็นหลัวเมิ่งซือดวงตาพวกเขาก็เป็นประกาย

ในบรรดานักยุทธ์ นอกจากศาลาเฉินสุ่ยที่มีนักยุทธ์สตรีหน้าตางดงาม สำนักอื่นก็มีไม่มากนัก ท้ายที่สุดการฝึกวรยุทธ์โดยเฉพาะการฝึกช่วงแรกต้องใช้พละกำลังอย่างมาก

ส่วนใหญ่แล้วนักยุทธ์สตรีต้องฝึกห้าใหญ่สามหนา[2] เว้นแต่จะฝึกวิชาขั้นสูงตั้งแต่ต้นจึงสามารถหลีกเลี่ยงผลลัพธ์นี้

หลัวเมิ่งซือไม่เพียงแต่งดงามอย่างยิ่ง แต่การร่อนลงมาเช่นนั้นยังทำให้นางน่าจดจำขึ้นอีก

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นหลัวเมิ่งซือ นอกจากรูปลักษณ์และอารมณ์ของหลัวเมิ่งซือ สิ่งสำคัญกว่านั้นคือนางใช้ธนู

สำนักกระบี่เซียนเมฆาเป็นสำนักที่มีพื้นฐานจากกระบี่ สิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดย่อมเป็นวิชากระบี่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาจะไม่มีวิชามรดกอย่างอื่น

ธนูกวาดล้างปีศาจเป็นวิชามรดกชั้นยอดของการใช้ธนู

“เชิญ!” เฉินเฟยกุมกระบี่เฉียนหยวนและพูดด้วยเสียงทุ้ม

“เชิญ!”

หลัวเมิ่งซือพูดเสียงแผ่วเบา ครู่ต่อมา คันธนูและลูกธนูด้านหลังนางได้มาอยู่บนมือ คันธนูสั่นไหว ลูกธนูปรากฏต่อหน้าเฉินเฟย

เฉินเฟยโยกหัวหลบเล็กน้อย ลูกธนูพุ่งผ่านไปด้านหลัง ผมเฉินเฟยหลายเส้นขาดสะบั้นและปลิวไปตามสายลม เฉินเฟยรับรู้ถึงพลังลูกธนูได้อย่างชัดเจน

“ปัง!”

ค่ายกลของสนามประลองสั่นสะเทือน ลูกธนูของหลัวเมิ่งซือแหลกเป็นเศษซากด้วยพลังของมันเอง

ศิษย์บางคนที่เฝ้ามองอยู่โดยเฉพาะคนที่นั่งอยู่ด้านหลังเฉินเฟยถึงกับกลืนน้ำลาย ด้วยพลังของลูกธนูดอกนั้น หากไม่มีค่ายกลป้องกันเกรงว่าพวกเขาคงป้องกันไม่ได้

เฉินเฟยหลบลูกธนูดอกแรก แต่สีหน้าหลัวเมิ่งซือไม่เปลี่ยนแปลง

การประลองครั้งก่อนได้เปิดเผยความบริสุทธิ์และความแข็งแกร่งของพลังจิตวิญญาณเฉินเฟย ด้วยพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งเช่นนี้ เขาย่อมสังเกตภายนอกและใช้พละกำลังของตัวเองได้อย่างละเอียดอ่อน

หลัวเมิ่งซือไม่เคยคิดจะฆ่าเฉินเฟยด้วยลูกธนูดอกเดียวอยู่แล้ว นางต้องการสร้างตาข่ายขนาดใหญ่ดักจับเฉินเฟย ลูกศรเมื่อครู่ไม่ใช่การทดสอบด้วยซ้ำ อย่างมากก็เป็นเพียงคำทักทาย

“ฟิ้วฟิ้วฟิ้ว...”

เมื่อเฉินเฟยก้าวไปด้านหน้าลูกธนูก็พุ่งเข้ามา เสียงแผดร้องดังไปทั่ว เฉินเฟยเห็นลูกธนูมากกว่าสิบกำลังพุ่งเข้ามา

เมื่อเทียบกับทักษะธนูของเฉินเฟย หลัวเมิ่งซือเก่งกว่าเฉินเฟยมาก ท้ายที่สุดทักษะธนูของเฉินเฟยล้วนมาจากวิชาพื้นฐาน

เฉินเฟยก้าวข้ามผู้คนมากมายด้วยการผสานวิชาพื้นฐานเหล่านั้นจนเป็นทักษะธนูในปัจจุบัน แต่เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ฝึกวิชามรดกธนู เขาย่อมด้อยกว่าอีกฝ่าย

แต่การประลองครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ธนู เฉินเฟยยังไม่ได้หยิบธนูออกมาใช้ด้วยซ้ำ

วิชาธนูพื้นฐานของเฉินเฟยเน้นพลังมหาศาล บ่อยครั้งที่เขาใช้มันรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า

แต่เฉินเฟยจะไม่ใช้ธนูเมื่อเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่มีพลังใกล้เคียงกัน

เฉินเฟยมองลูกธนูหลายสิบดอกที่ยิงเข้ามา และด้วยทักษะธนูของตัวเฉินเฟยเองเขาจึงเห็นสิ่งต่างๆมากมาย

หลัวเมิ่งซือแข็งแกร่งมาก แต่ยังอยู่ในระดับที่เฉินเฟยสู้ได้

กระบี่เฉียนหยวนเปลี่ยนเป็นสีดำ เฉินเฟยก้าวไปข้างหน้าชนเข้ากับตาข่ายลูกธนูของหลัวเมิ่งซือ หากเป็นนักยุทธ์คนอื่นเผชิญหน้ากับลูกธนูของหลัวเมิ่งซือ พวกเขาอาจต้องการหลบมันก่อน

แต่เฉินเฟยไม่ทำเช่นนั้น ไม่เพียงเพราะเขามั่นใจพลังของตัวเอง แต่ยังเป็นเพราะเฉินเฟยรู้วิธีการใช้ธนูเช่นกัน แม้จะไม่ดีเท่าอีกฝ่ายแต่หลักการใช้ธนูพื้นฐานก็เพียงพอแล้วสำหรับแก้ปัญหาบางอย่างแล้ว

กระบี่เฉียนหยวนดำสนิทปะทะกับลูกธนู เขาใช้ความพยายามเล็กน้อยในการปัดลูกธนูทิ้ง เฉินเฟยยุ่งกับทำลายตาข่ายลูกธนูสามสิบดอกที่หลัวเมิ่งซือสร้างขึ้น

เฉินเฟยเป็นดั่งปลายแหวกว่ายในน้ำ เขาเจาะตาข่ายลูกธนูแล้วพุ่งเข้าหาหลัวเมิ่งซือ

หลัวเมิ่งซือมองเฉินเฟยที่กำลังวิ่งเข้ามา สีหน้านางเปลี่ยนไปเล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากัน แต่ไม่นานหลัวเมิ่งซือก็สงบสติลง

แม้ตาข่ายธนูจะถูกทำลายเร็วไปหน่อยซึ่งขัดขวางความคิดบางอย่างของนาง แต่ธนูกวาดล้างปีศาจซึ่งเป็นมรดกชั้นยอดของสำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ได้ง่ายเช่นนั้น

เฉินเฟยใกล้จะเข้าถึงตัวหลัวเมิ่งซือ แต่ทันใดนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เสียงแผดร้องดังขึ้นมาจากด้านหลัง

[1]สาบานน้ำใส คำสาบานน่าเชื่อถือ

[2]ห้าใหญ่สามหนา ห้าใหญ่หมายถึงสองมือ สองเท้า หนึ่งศรีษะมีขนาดใหญ่ สามหนาหมายถึงขา เอว คอที่หนา

จบบทที่ ตอนที่ 219 ธนูกวาดล้างปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว