เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 178 เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

ตอนที่ 178 เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

ตอนที่ 178 เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน


บาดเจ็บเมื่ออยู่ใกล้ ตายเมื่อสัมผัส นี่คือพลังลูกธนูของเฉินเฟยในเวลานี้ที่ส่งผลต่อระดับขัดเกลาไขกระดูก

หากผานเป่าเสวียไม่รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติในตอนท้ายและขยับร่างหลบ ลูกธนูดอกนั้นจะทะลวงผ่านร่างกายและระเบิดตัวเขา

“ช่างกล้านัก!”

เล่ยหยิงเฉาเห็นสภาพอันน่าเศร้าของผานเป่าเสวี่ย ขณะที่เผชิญหน้ากับเขา อีกฝ่ายไม่ได้คิดหาวิธีจัดการกับเขาแต่กลับมุ่งเป้าไปยังคนอื่น แบบนี้เป็นการดูถูกกันชัดๆ

เล่ยหยิงเฉาตะโกนด้วยความโกรธ ร่างกายวูบไหว ปล่อยหมัดออกไปหมายจะสังหารเฉินเฟยทันที หากไม่ทำอย่างนี้คนอื่นจะมองเล่ยหยิงเฉาว่าอย่างไร

เพียงระดับขัดเกลาไขกระดูกแต่ไม่อาจชนะได้ แถมยังทำร้ายผู้คนต่อหน้าต่อตาอีก ข้าเล่ยหยิงเฉาไม่ต้องการเสียหน้าแล้ว

“ปัง!”

หมัดกระแทกอากาศอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง เสียงนี้ทำให้รู้ถึงความน่าหวาดกลัวของหมัดได้

แต่ไม่ว่าจะน่ากลัวแค่ไหน หากไม่โดนคนก็ไร้ความหมาย

เฉินเฟยเป็นดั่งปลาว่ายในน้ำซึ่งไม่ได้รับผลอันใด แรงกระแทกอันน่าทึ่งของเล่ยหยิงเฉาไม่อาจโดนตัวเฉินเฟยได้ แม้จะไม่โดนตัว แต่เฉินเฟยยังคงหลบมันเมื่อการโจมตีเกิดขึ้น

ท่องหนีสุญญตาเป็นท่าร่างชั้นหนึ่งของท่องหนีสวรรค์ พูดได้ว่าเฉินเฟยแสดงแก่นแท้ทั้งหมดของท่าร่างนี้ได้อย่างหมดจด

เพียงแค่หลบหลีกธรรมดาก็ทำให้เล่ยหยิงเฉาสับสนเล็กว่าต้องทำอย่างไรต่อ เมื่อยอดฝีมือต่อสู้กัน บางครั้งอาจจะได้มองเสือดาวจากท่อไม้ไผ่[1] รู้จักใบไม้ร่วงหล่นยามฤดูใบไม้ร่วง[2]

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะท่าร่างซับซ้อนแค่ไหนเล่ยหยิงเฉาก็ไม่อาจยอมแพ้ เขายังไม่ยอมเชื่อ นักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกจะฝึกท่าร่างได้ไกลสักแค่ไหนเชียว

แค่บังคับเฉินเฟยสองสามครั้งและมองการเคลื่อนไหวหลบหลีกมากขึ้นก็จะหาวิธีแก้ทางได้เอง

เล่ยหยิงเฉาพุ่งไปหาเฉินเฟยอีกครั้ง เมื่อคนอื่นที่ตื่นตัวได้ยินเสียงร้องไห้อันเจ็บปวดของผานเป่าเสวีย พวกเขาก็โกรธมากและรีบวิ่งตามไป

เฉินเฟยกล้าทำร้ายผู้คนต่อหน้าพวกเขาจำนวนมาก เรื่องนี้ไม่อาจให้อภัย หากวันนี้เฉินเฟยจากไปอย่างง่ายดาย แล้วพวกเขาจะเหลือศักดิ์ศรีอะไรอีก

ใบหน้าหม่าเสวี่ยเฟยกลายเป็นเยือกเย็น ลูกธนูในมือนางพุ่งไปหาเฉินเฟยอย่างบ้าคลั่ง

แม่นยำ เจาะทะลวง รวดเร็ว!

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นการใช้ธนูของหม่าเสวี่ยเฟยอย่างสมบูรณ์ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีลูกธนูสักดอกโดนเฉินเฟย

ลูกธนูเหล่านั้นเป็นเหมือนกับแสงพุ่งลงพื้นจนทำหใเกิดรู นอกเหนือจากนั้นไม่มีสิ่งใดอีก

เฉินเฟยวูบไหว หันไปมองผานเป่าเสวี่ยที่กำลังล่าถอยและรู้สึกเสียดาย อีกฝ่ายมีคนมากเกินไป

ผานเป่าเสวียหวาดกลัวลูกธนูของเฉินเฟย ไม่ต้องพูดถึงการแก้แค้นเลย ตอนนี้ยังไม่มีเวลาซ่อนตัวด้วยซ้ำ เขาไม่กล้าปรากฏตัวต่อหน้าเฉินเฟยแล้ว

ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณ!

เฉินเฟยหมุนตัว หลบการโจมตีของเล่ยหยิงเฉาแล้ววิ่งออกไป

“อย่าคิดจะหนี!”

เล่ยหยิงเฉาตะโกนเสียงดังไล่ตามไปหลายก้าว เขาพยายามบังคับให้เฉินเฟยหยุดและทำได้เพียงโจมตีอากาศด้านหลังเฉินเฟย เล่ยหยิงเฉาลังเลที่จะใช้ท่าร่าง แต่แล้วก็พบว่าตัวเองห่างจากเฉินเฟยมากขึ้นเรื่อยๆ

เล่ยหยิงเฉาหันไปมองหม่าเสวี่ยเฟย หม่าเสวี่ยเฟยเพิ่งยิงธนูไปอีกสองสามดอก แต่ในขณะที่เฉินเฟยวิ่งไปข้างหน้าเขาก็หลบลูกธนูจากด้านหลังอย่างง่ายดายและยังไม่ส่งผลต่อความเร็วแม้แต่น้อย

“เร็วยิ่งนัก ข้าตามไม่ทันเลย!”

หม่าเสวี่ยเฟยกัดฟันแน่น หม่าเสวี่ยเฟยชำนาญทักษะธนูและท่าร่าง แต่ตอนนี้เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของเฉินเฟย หม่าเสวี่ยเฟยต้องยอมรับเลยว่านางตามไม่ทันจริงๆ

และต่อให้ตามทัน หม่าเสวี่ยเฟยก็อาจลังเล

ท้ายที่สุดแล้วธนูของหม่าเสวี่ยเฟยไม่สามารถทำอะไรกับเฉินเฟยได้ในระยะใกล้ หากไล่ตามทัน นางควรใช้วิธีใดจับตัวเฉินเฟย?

หากสิ่งต่างๆไม่เป็นไปตามนั้น นางจะถูกโต้กลับหรือไม่?

ท้ายที่สุดแล้วหม่าเสวี่ยเฟยเห็นลูกธนูที่เฉินเฟยยิงใส่ผานเป่าเสวี่ยอย่างชัดเจน พลังของมันรุนแรงกว่านางมาก

ไม่มีใครรู้ว่าเฉินเฟยซึ่งเป็นนักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกมีกลอุบายใดอยู่อีก หม่าเสวี่ยเฟยไม่ต้องการเอาชีวิตของตัวเองเข้าไปเสี่ยง

อย่างไรก็ตามนางไม่ได้ขาดทุนมากนัก มากสุดแค่เสียดายที่ไม่ได้รับป้ายเหล็ก

“ศิษย์พี่เล่ย เราควรทำอย่างไรต่อ?”

คนอื่นๆมาหาเล่ยหยิงเฉา เห็นเฉินเฟยหายไปในยอดไม้จากระยะไกลจึงหันไปมองเล่ยหยิงเฉา ท้ายที่สุดแล้วตอนนี้เล่ยหยิงเฉามีหน้าที่รับผิดชอบรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบ

“คอยสอดส่องในตำแหน่งของตัวเองให้ดี แยกย้ายได้”

เล่ยหยิงเฉาหายใจเข้าลึก ระงับความโกรธในใจ โบกมือให้ผู้คนรอบตัวกลับสู่ตำแหน่งเดิม

แค่แสร้งทำเป็นว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่เคยเกิดขึ้น เท่านี้ก็ไม่มีใครรู้แล้ว

คนอื่นแยกย้ายกันไป มีเพียงเสียงร้องอันเจ็บปวดของผานเป่าเสวี่ยที่ได้ยินเป็นครั้งคราว ความเจ็บปวดจากการแขนหักไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทนได้จริง นักยุทธ์ก็เช่นกัน

เฉินเฟยหยุดอยู่บนยอดไม้ห่างจากสระน้ำประมาณหนึ่งลี้ เมื่อยืนอยู่จุดนี้เฉินเฟยสามารถเห็นตำแหน่งของสระน้ำได้ไม่ชัดนัก จึงเป็นธรรมดาที่จะมองสิ่งอื่นได้ไม่ชัด

“เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น?” ปาข่าปรากฎตัวข้างเฉินเฟยและถามด้วยความสับสน

เมื่อครู่ปาข่าเห็นเฉินเฟยพูดคุยกับใครบางคนจากนั้นก็เริ่มสู้กัน ปาข่าค่อนข้างสับสนและไม่เข้าใจว่ามนุษย์เหล่านี้ทำอะไรกัน

“เจอเด็กน้อยน่ะ ไม่มีอะไรแล้ว”

เฉินเฟยส่ายหัวคิดถึงภาพตรงนั้น

การฝ่าเข้าไปไม่คุ้มค่ากัน แม้จะรวมปาข่าไปด้วยก็ตาม นอกจากนี้เฉินเฟยยังไม่รู้ว่าอาวุธวิญญาณอันนั้นมีความสามารถอย่างอื่นอีกหรือไม่

หากสุดท้ายแล้วไปติดกับดักอาวุธวิญญาณ ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นคงทำให้เฉินเฟยได้นอนตัวตรง

ในเวลานั้นไม่ว่าท่าร่างจะซับซ้อนแค่ไหนก็ไร้ความหมาย อาวุธวิญญาณเป็นอาวุธทรงพลังที่สามารถลดช่องว่างการโจมตี เฉินเฟยรู้สึกอยู่เสมอว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นมันในดินแดนลับ

ตอนนี้เขาได้เรียนรู้บทเรียนแล้ว

“อ๋อ”

ปาข่าพยักหน้าและพูดต่อ “ถ้าอย่างนั้นพวกเรากลับไปเถอะ อยู่ให้ห่างๆเข้าไว้จะได้ไม่โดนเจอตัว”

“กลับไปหรือ? หลังจากคนเหล่านั้นทำสำเร็จ ดอกบัวฝันหวานจะถูกเอาไปนะ?”

เฉินเฟยตกใจ นี่ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้แต่ค่อนข้างอันตราย อาวุธวิญญาณคือตัวการสำคัญ มันอันตรายเพราะไม่รู้ความสามารถของอาวุธวิญญาณและระยะเวลาที่คนอื่นใช้งานมันได้

“คนพวกนั้นทำไม่สำเร็จแน่ ดอกบัวฝันหวานไม่มีทางถูกฆ่า” ปาข่าส่ายหน้าพูด

“ทำไมถึงฆ่ามันไม่ได้?”

เฉินเฟยเลิกคิ้วเพราะคิดไม่ถึงว่าปาข่าจะตอบแบบนี้ หรือว่าดอกบัวฝันหวานที่เขาเห็นไม่ใช่ร่างจริงแต่เป็นภาพลวงตา?

มันยังซ่อนตัวอยู่ใต้อาวุธวิญญาณได้อีกหรือ ดอกบัวฝันหวานแข็งแกร่งเกินไปไหม?

ถ้ามันแข็งแกร่งขนาดนั้นจริง สิ่งที่เฉินเฟยคิดก่อนหน้านี้โดยใช้น้ำสมุนไพรแช่แข็งจิตใจเพื่อค้นหาร่างจริงของดอกบัวฝันหวานจะกลายเป็นว่าเขาประเมินตัวเองสูงไป

“ดอกบัวฝันหวานเป็นหนึ่งในแหล่งอาหารของหนูปฐพี มันกินไม่มากนักแต่จะกินเป็นครั้งคราว หากดอกบัวฝันหวานตกอยู่ในอันตรายที่จะถูกฆ่า หนูปฐพีจะปรากฏตัว” ปาข่าอธิบายเสียงเบา

ตอนที่ปาข่ามาที่นี่กับเฉินเฟย เขาเพียงอยากได้เมล็ดกับใบบัว ไม่คิดตะโค่นดอกบัวฝันหวาน

ไม่ต้องพูดถึงว่าจะทำได้ไหม ถึงทำได้ปาข่าก็ไม่ทำเพราะหนูปฐพีจะบ้าคลั่ง

หนูปฐพีไม่สนใจว่ากินเมล็ดหรือใบบัวเจากดอกบัวฝันหวานท่าไหร่ อย่างไรแล้วดอกบัวฝันหวานจะงอกมันขึ้นมาใหม่เอง แต่ถ้าต้องการทำลายดอกบัวฝันหวาน หนูปฐพีจะปรากฎตัว

“หนูปฐพีคืออะไร?”

เฉินเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อสัตว์อสูรชนิดใหม่ ดูจากชื่อแล้วมันควรเป็นหนู เมื่อพิจารณาจากความกลัวของปาข่าที่มีต่อหนูปฐพี มันคงเหนือว่าดอกบัวฝันหวานมาก

หนูปฐพีสามารถใช้ดอกบัวฝันหวานเป็นแหล่งอาหาร จุดนี้อธิบายปัญหาบางอย่าง พูดคือหนูปฐพีควรแข็งแกร่งอย่างยิ่ง

“หนูปฐพีคือหนูปฐพี  เมื่อถึงเวลาเจ้าจะเห็นเอง พวกเรากลับไปกันเถอะ แค่ไปอยู่ในระยะที่ปลอดภัยเป็นพอ”

ปาข่าเกาหัวไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เขาแค่บอกให้เฉินเฟยกลับไปและดูด้วยตัวเอง

เฉินเฟยพยักหน้าไม่ถามต่อ ถ้าดอกบัวฝันหวานถูกถอนรากถอนโคนจริง หนูปฐพีจะปรากฏตัว ในเวลานั้นเขาจะได้เห็นเอง

เมื่อพิจารณาจากความกลัวของปาข่าที่มีต่อหนูปฐพี เกรงว่านักยุทธ์หลายสิบใกล้สระน้ำนั่นคงได้เจอปัญหาใหญ่แล้ว

แต่พอถึงเวลานั้นเฉินเฟยก็จะได้เห็นว่าพลังของอาวุธวิญญาณนั้นคืออะไร เขาจะได้ระวังตัวเมื่อเผชิญกับมัน

หยิบเกาลัดจากกองไฟ[3] ในความวุ่นวายนี้อาจมีโอกาสได้เมล็ดบัวกับใบบัวบ้าง

ไม่ต้องคิดเรื่องทั้งต้น แค่เมล็ดบัวสักเม็ดหนึ่งก็พอแล้ว

เฉินเฟยเดินตามปาข่าเข้าใกล้สระน้ำอย่างเงียบๆ เสียงการต่อสู้จากด้านหน้าเริ่มชัดเจน ปาข่าพบตำแหน่งดีซึ่งสามารถมองเห็นสระน้ำโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง

จี้หยกในอ้อมแขนของเฉินเฟยส่องแสง ดวงตาเฉินเฟยเริ่มปรับภาพมองไปที่ห่างไกล

ดอกบัวฝันหวานกำลังจะตาย รากใหญ่โตหกส่วนล้วนเสียหาย ตามจริงแล้วในเวลานี้นักยุทธ์มากมายสามารถโจมตีตัวดอกบัวฝันหวานได้

แต่ไม่มีใครทำแบบนั้น ทุกคนต่างพยายามเบี่ยงการโจมตีไปยังรากของดอกบัวฝันหวาน

ท้ายที่สุดแล้วเมล็ดบัว ใบบัว และรากบัวล้วนเป็นสิ่งที่เสริมพลังจิตใจได้ หากทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งพังจะต้องรู้สึกลำบากใจอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่จะไม่ทำแบบนั้น

แม้แต่รากยังถูกคนเหล่านั้นรวบรวมเก็บไว้

เมื่อเทียบกับส่วนอื่น แม้รากของดอกบัวฝันหวานจะเพิ่มพลังจิตใจได้น้อยกว่า แต่ไม่ว่าจะน้อยแค่ไหนมันก็ยังมีผล

เฉินเฟยเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าผู้คนมากมาย อย่างมากสุดภายในสองสามเค่อนี้ดอกบัวฝันหวานคงถูกเอาตัวไป นั่นคือเวลาที่พวกเขาต้องควบคุมจังหวะพยายามไม่ทำร้ายตัวดอกบัวฝันหวาน

ดวงตาเฉินเฟยสังเกตสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะความผันผวนของโล่แสงที่ปล่อยมาจากอาวุธวิญญาณซึ่งทำให้เฉินเฟยคิดหนัก

“มาแล้วมาแล้ว!”

ปาข่าพูดออกมาทันใด เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกลัวอย่างยิ่ง เฉินเฟยเงยหน้ามองสระน้ำ เส้นสีดำวิ่งเจ้ามาด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า

นักยุทธ์สองสามคนที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างนอกเหมือนจะสังเกตเห็นบางสิ่งแปลกๆ แต่ก่อนที่พวกเขาจะเคลื่อนไหว ร่างกายพวกเขาแข็งค้างและกลายเป็นลิ่มเลือดกระจัดกระจายอยู่บนพื้น

[1]มองเสือดาวจากท่อไม้ไผ่ เห็นเพียงส่วนหนึ่ง

[2]รู้จักใบไม้ร่วงหล่นยามฤดูใบไม้ร่วง ผลลัพธ์ของสถานการณ์ทั้งหมด

[3]หยิบเกาลัดจากกองไฟ เสี่ยงตายเพื่อคนอื่น

จบบทที่ ตอนที่ 178 เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

คัดลอกลิงก์แล้ว