เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 177 หาเรื่องกลับ

ตอนที่ 177 หาเรื่องกลับ

ตอนที่ 177 หาเรื่องกลับ


เฉินเฟยฝึกธนูเช่นกัน แต่ทิศทางการฝึกแตกต่างจากเมื่อครู่

ความแม่นยำเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดของทักษะธนู จากพื้นฐานนี้ยังสามารถแบ่งย่อยได้อีกหลายแขนง ธนูของเฉินเฟยนั้นทรงพลังและหนักหน่วง เน้นไปทางพลังอันแข็งแกร่งกดข่มผู้คน

ดังนั้นหากเฉินเฟยเป็นผู้ยิงลูกธนูเดียวกันนี้ พื้นตรงนั้นจะระเบิดเป็นหลุมและลูกธนูแตกกระจาย

เป็นเช่นเดียวกับปืนใหญ่ หากเป็นนักยุทธ์ระดับต่ำจะบาดเจ็บเมื่ออยู่ใกล้และตายเมื่อสัมผัส

ส่วนลูกธนูตรงหน้านี้ พลังทั้งหมดอยู่ที่หัวลูกธนูและไม่มีพลังใดสูญเปล่า สิ่งที่มีคือพลังเจาะทะลวงขั้นสูงสุด

ยากจะบอกได้ว่าใครแข็งแกร่งหรืออ่อนแอกว่า เช่นเดียวกับการใช้กระบี่ คนหนึ่งใช้กระบี่บางส่วนอีกคนใช้กระบี่กว้าง ทั้งสองเป็นกระบี่ที่มีทิศทางต่างกันโดยสิ้นเชิง

หลายร่างเข้ามาหาเฉินเฟย แต่คนส่วนใหญ่ได้หยุดเท้าลงเมื่อเห็นระดับของเฉินเฟยไม่สูงกว่าขัดเกลาไขกระดูก เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ไม่เห็นพลังของระดับขัดเกลาไขกระดูกอยู่ในสายตา

อย่างไรก็ตามยังมีคนหนึ่งมาหาเฉินเฟยด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เขามองเฉินเฟยขึ้นลงเช่นเดียวกับผานเป่าเสวีย

“ในเวลานี้ที่นี่ไม่ต้อนรับคนนอก โปรดออกไปเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด”

เล่ยหยิงเฉาไม่เห็นภัยคุกคามจากเฉินเฟยจึงออกคำสั่งไล่ออกไปทันที เพื่อดอกบัวฝันหวานแล้วผู้คนมากกว่าห้าสิบจึงรวมตัวกันปิดล้อมมัน

แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดคืออาวุธวิญญาณ ไม่อย่างนั้นมันคงไร้ประโยชน์แม้จะมีคนมากมาย

ในตอนนี้มากกว่าสี่สิบคนกำลังปิดล้อมดอกบัวฝันหวาน และมีอีกหลายสิบคนกระจายตัวอยู่รอบบริเวณเพื่อป้องกันคนที่ซ่อนอยู่ในความมืดรอออกมาปล้นเมื่อพวกเขากำลังจะชนะ

เฉินเฟยมองดอกบัวฝันหวานโดยไม่พูดอะไร ดูเหมือนดอกบัวฝันหวานใกล้ตายแล้ว เมื่อพลังจิตใจที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ส่งผลต่อนักยุทธ์ ผลลัพธ์สุดท้ายของวัตถุวิญญาณนี้ย่อมคาดเดาได้

เฉินเฟยเสียใจ เขาคิดว่าการปรุงน้ำสมุนไพรแช่แข็งจิตใจและร่วมมือกับปาข่าจะทำให้หาร่าจริงของดอกบัวฝันหวานได้ ไม่ต้องพูดถึงการโค่นดอกบัวฝันหวานทั้งต้น แค่ได้รับเมล็ดกับใบบัวสักหน่อยก็ดีแล้ว

แต่ตอนนี้อีกฝ่ายมีมากกว่าห้าสิบคน ไม่ว่าเฉินเฟยจะมั่นใจแค่ไหนก็ไม่มีทางพุ่งเข้าไป ต่อให้เพิ่มปาข่าเข้าไปด้วย สุดท้ายก็ทำได้เพียงทำลายการต่อสู้ของอีกฝ่าย

แต่การทำแบบนี้ไม่มีประโยชน์ต่อเฉินเฟยแต่อย่างใด

ห่างออกไปหลายสิบหมี่ ผานเป่าเสวียยืนอยู่ข้างหม่าเสวี่ยเฟยและพูดอย่างประจบประแจง “ศิษย์พี่หญิงหม่า เป็นเจ้านั่นแหละ ตอนที่ข้าเข้าดินแดนลับวันแรก ก่อนที่ข้าจะคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมคนคนนี้ก็เข้ามาพร้อมกับกลุ่มสัตว์อสูรและบอกให้ข้าช่วยต้านทาน”

“ถึงจะบอกให้ช่วย แต่แท้จริงแล้วอยากให้ช่วยเพื่อที่ตัวเองจะได้หนีเร็วขึ้น”

หม่าเสวี่ยเฟยขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของผานเป่าเสวีย

นางเป็นผู้ยิงธนูเมื่อครู่ซึ่งเป็นการยิงตักเตือน แต่ท่าร่างการถอยของเฉินเฟยยอดเยี่ยมมากเช่นกันและทำให้ดวงตาหม่าเสวียเฟยเป็นประกาย นอกจากนี้เฉินเฟยยังใช้ธนูซึ่งทำให้หม่าเสวี่ยเฟยพอใจเล็กน้อย

แต่พอได้ยินคำพูดของผานเป่าเสวีย ความประทับใจอันดีของหม่าเสวี่ยเฟนที่มีต่อเฉินเฟยก็หายวับไป ตัวเองเป็นคนล่อสัตว์อสูรแต่กลับไม่คิดหนีและยังให้คนอื่นมาช่วย น่าขยะแขยงนัก

“ศิษย์พี่หญิงหม่าพูดถูก ในตอนนั้นข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติจึงหลีกเลี่ยงและปฏิเสธทันที”

ผานเป่าเสวียพยักหน้าและพูดอย่างตื่นเต้น “แต่ท่านลองเดาดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น ชายคนนี้หน้าด้านยิ่งนัก เขาวิ่งตามข้ามาและกล้าตำหนิข้าเสียงดังว่าข้าเห็นคนตายแล้วไม่ช่วย!”

“เป็นพวกอันธพาลหรือ?” หม่าเสวี่ยเฟยหรี่ตาลง

“เป็นอันธพาลนั่นแหละ!”

ผานเป่าเสวียพูดต่อด้วยสีหน้าโกรธคือง “ถึงจะผ่านมานานแล้วแต่ข้ายังจำได้ดี ข้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องวิ่งหนี โชคดีที่ในเวลานั้นข้าอยู่ห่างจากเขาจึงมีเวลาหนีไป ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมาคงเป็นหายนะ!”

“คนไร้ยางอาย!” หม่าเสวี่ยเฟยส่งเสียงฮึเย็นชา มองเฉินเฟยด้วยความดูถูก

“ศิษย์พี่หญิงหม่า ข้ากังวลเรื่องนี้มาโดยตลอด ตอนนี้จู่ๆคนคนนี้ก็มาที่นี่ ข้าเกรงว่าเขาไม่ได้บังเอิญผ่านมาแต่มีจุดประสงค์อื่น”

ผานเป่าเสวียมองหน้าหม่าเสวี่ยเฟยแล้วกระซิบ “ตอนนี้เรากำลังจับดอกบัวฝันหวานอยู่ ไม่อาจให้เรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นได้ ข้าคิดว่าเราควรจับตัวเขาไว้ก่อนและรอจนกว่าเราจะจับดอกบัวฝันหวานเสร็จ หากไม่พบปัญหาใดค่อยปล่อยตัวไป”

หม่าเสวี่ยเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้นางจะดูถูกสิ่งที่เฉินเฟยทำ แต่การลงมือด้วยกำลังเป็นเรื่องที่มากเกินไป โดยพื้นฐานแล้วการทำแบบนี้ไม่ส่งผลดีต่อนาง

“ศิษย์พี่หญิงหม่า เขามีป้ายเหล็กอยู่กับตัวด้วย” ผานเป่าเสวียพูดขึ้นทันใด

สีหน้าหม่าเสวี่ยเฟยเปลี่ยนไป ตอนนี้นางมีป้ายเหล็กเพียงสองอัน การอยู่ร่วมทำงานเป็นกลุ่มในดินแดนลับปลอดภัยกว่า แต่โอกาสได้รับป้ายเหล็กนั้นยากขึ้นมาก

ตอนนี้เวลาในดินแดนลับผ่านมาครึ่งหนึ่งแล้ว หม่าเสวี่ยเฟยยังขาดป้ายเหล็กอีกสามอัน คงจะโกหกหากนางบอกว่าไม่รีบร้อน

หม่าเสวี่ยเฟยเหลือบมองเฉินเฟย อยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูกแต่กล้าเดินทางคนเดียวในดินแดนลับ หากไม่มีความสามารถบางอย่างย่อมไม่กล้าทำแบบนี้แน่

ถ้าพบกับเฉินเฟยเพียงลำพังนางคงลังเลที่จะลงมือ แต่ตอนนี้อยู่กับคนมากมาย สิ่งสำคัญคือเล่ยหยิงเฉาช่วยป้องกันและสนใจในตัวนาง

เล่ยหยิงเฉามีวิธีอื่นในการหาป้ายเหล็กห้าอันก่อนสองวันสุดท้ายที่ดินแดนลับปิดตัวลง ดังนั้นหลังจับเฉินเฟยได้แล้วมีความเป็นไปได้มากที่หม่าเสวี่ยเฟยจะได้ป้ายเหล็กนี้

“ศิษย์พี่หญิงหม่า ดูเหมือนว่าเขากำลังจะจากไปแล้ว”

ผานเป่าเสวียเห็นหม่าเสวี่ยเฟยลังเลอยู่จึงพูดประโยคนี้ในเวลาที่เหมาะสม

ในขณะนี้เฉินเฟยกำลังพูดคุยกับเล่ยหยิงเฉา ส่วนใหญ่เป็นเพราะเขาค่อนข้างสงสัยเรื่องอาวุธวิญญาณ

น่าเสียดายที่เล่นหยิงเฉาไม่บอกสิ่งใด เฉินเฟยเพิ่งถามไปสองคำเล่นหยิงเฉาก็เปลี่ยนสีหน้า ทัศนคติไล่คนของเขาชัดเจนแล้ว

“ขอตัว!” เฉินเฟยส่ายหัวและกำลังหันหลังจากไป ไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อแล้ว เรียกปาข่าไปหาเป้าหมายอื่นดีกว่า

“ฟิ้ว!”

เสียงลูกธนูแหลมคมพุ่งผ่านอากาศดังเข้าหูเฉินเฟย เวลาต่อมาลูกธนูทะลุเข้าไปในร่างกายของเฉินเฟยแต่กลับไม่มีภาพเลือดเนื้อสาดกระเด็น ร่างกายเฉินเฟยแตกสลายไปราวกับฟองสบู่

ท่องหนีสุญญตา ร่างนั้นคือร่างเงาที่เฉินเฟยทิ้งไว้

“ศิษย์พี่เล่ย คนนี้มาคนเดียว เกรงว่าจะมาหาข้อมูล จับตัวเขามาสอบปากคำก่อน!”

เสียงหม่าเสวี่ยเฟยดังขึ้น เล่ยหยิงเฉาขมวดคิ้ว อย่างนี้เกิดปัญหาแล้วไม่ใช่หรือ! อย่างไรก็ตามเล่ยหยิงเฉารู้สึกถึงความผันผวนของป้ายเหล็กมาจากร่างกายเฉินเฟย เขาจึงเข้าใจความต้องการของหม่าเสวี่ยเฟยทันที

“ฟิ้วฟิ้วฟิ้ว!”

ลูกธนูหลายดอกพุ่งเข้ามาอีกครั้ง มันปิดกั้นเส้นทางด้านหน้าเฉินเฟย ความตั้งใจนี้ชัดเจนมาก อีกฝ่ายไม่ตั้งใจจะปล่อยเฉินเฟยออกไปจากที่นี่

“ทำไมเจ้าไม่อยู่ที่นี่ต่ออีกสักหน่อยเล่า แล้วพวกเรามาคุยกันสักสองสามคำล่ะ”

เนื่องจากโจมตีไปแล้วจึงเป็นธรรมดาที่เล่ยหยิงเฉาจะเข้าช่วย ร่างกายวูบไหวมาถึงหน้าเฉินเฟย ฝ่ามือหนึ่งพุ่งเข้าคว้าคอ

มือจับเหล็ก จับเหล็กทลายหินง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ! การจับคนนั้นง่ายไม่ไกลเกินเอื้อม

เล่ยหยิงเฉาอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงและห่างจากขั้นสูงสุดเพียงก้าวเดียว แม้เขาจะไม่ใช่คนที่มีระดับบ่มเพาะสูงสุด แต่พลังต่อสู้ไม่ได้ด้อยกว่าคนอื่นที่อยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงสุด

ด้วยเหตุนี้เล่ยหยิงเฉาจึงได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่โดยรอบ เพราะทุกคนเชื่อในพลังของเล่ยหยิงเฉา

ในเวลานี้ที่มือจับเหล็กพุ่งมา มันเหมือนกับว่าทุกทิศทางถูกกดข่มไว้และแรงพลักดันที่ไม่มีที่ใดให้หลบหนีพวยพุ่งออกมา เมื่อนักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกต้องเผชิญกับการโจมตีนี้ ย่อมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากโดนจับ

ต่อให้อยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในก็จำเป็นต้องจัดการกับมันให้ดี ไม่เช่นนั้นคงใช้เวลาเพียงไม่กี่กระบวนท่าก่อนถูกจับ

“ปัง!”

มือจับเหล็กไม่อาจจับเฉินเฟยและกระแทกอากาศจนเกิดเสียงทื่อ

เล่ยหยิงเฉามองเฉินเฟยที่อยู่ห่างไม่กี่หมี่ด้วยความประหลาดใจ การเคลื่อนไหวเมื่อครู่ช่างมหัศจรรย์นัก

ไม่ได้มีแค่มือจับเหล็กของเล่ยหยิงเฉา เฉินเฟยยังสามารถหลบลูกธนูหลายดอกที่หม่าเสวี่ยเฟยยิงออกมาและบังคับให้หม่าเสวี่ยเฟยต้องเข้าใกล้กว่าเดิมเพื่อเพิ่มการหยุดยั้ง

“ข้ากำลังถอยแล้ว เจ้าทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?”

เฉินเฟยขมวดคิ้ว หากไม่ใช่เพราะเคล็ดพันต้นเนิด ในเวลานี้เฉินเฟยคงถูกจับตัว

อีกฝ่ายมีคนมากมายและจองดอกบัวฝันหวานไว้ เฉินเฟยเข้าใจเรื่องนี้ได้ ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจะแบ่งปันให้ผู้อื่นได้อย่างไร

แต่การบังคับให้ตัวเองอยู่ต่อหมายความว่าอย่างไร?

เพราะป้ายเหล็กหรือ?

เฉินเฟยเงยหน้ามองและเห็นผานเป่าเสวียด้านหลัง เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยและเข้าใจได้อย่างชัดเจน อาจเป็นคนนี้ที่เข้ามาขัดขวาง

แต่ป้ายเหล็กอาจเป็นเหตุด้วยเช่นกัน เฉินเฟยได้ป้ายเหล็กนี้มาจากปาข่าและยังไม่ได้เก็บเข้าช่องมิติ

ผานเป่าเสวียมองเฉินเฟยด้วยใบหน้าภาคภูมิใจ ลูกธนูที่เฉินเฟยยิงยังคงสลักอยู่ในความทรงจำ ส่วนเรื่องใครถูกใครผิดนั้นผานเป่านเสวียไม่เคยสนใจ

ผานเป่าเสวียต้องการกำจัดความข้องใจตอนนี้ และตำแหน่งที่เขาอยู่ในตอนนี้สามารถทำมันได้

“การมาที่นี่คนเดียวไม่ค่อยมีเหตุผล หรือเจ้าเอาชนะดอกบัวฝันหวานด้วยตัวคนเดียวได้? เจ้าต้องอธิบายให้ชัดเจนก่อนถึงจากไป หากรีบออกไปตอนนี้ย่อมเป็นเรื่องผิดปกติ จงอยู่ต่อเสียเถอะ อย่าได้ทำผิดพลาด!”

เล่ยหยิงเฉาตะโกนเสียงดังและรีบเข้าไปหาเฉินเฟย ในเวลานี้เฉินเฟยถูกกำหนดเป็นเป้าหมายแล้ว

คำพูดเหล่านี้ทำให้คนอื่นที่กำลังระวังรู้แล้วว่าเฉินเฟยอาจเป็นแมวมองจากกลุ่มอื่นที่ถูกส่งมาตรวจสอบสถานการณ์ก่อน

การจับกุมเฉินเฟยในเวลานี้พูดได้ว่าไม่ค่อยมีเหตุผล แต่อย่างน้อยได้บอกไปแล้ว

เฉินเฟยมองเล่ยหยิงเฉา ง้างคันธนูและยิงออกไป ลูกธนูกลายเป็นลำแสงพุ่งเข้าหาเล่ยหยิงเฉา

เล่ยหยิงเฉารู้สึกถึงพลังของลูกธนูและตกใจเล็กน้อย พลังของลูกธนูนี้ไม่เหมือนสิ่งที่ระดับขัดเกลาไขกระดูกจะยิงออกมาได้

แม้จะรู้ว่าเฉินเฟยมาคนเดียวและพึ่งพาบางอย่าง แต่ลูกธนูยังทำให้เล่ยหยิงเฉาประหลาดใจ

เล่ยหยิงเหยาโบกมือต้องการหยุดลูกธนู แต่ทันใดนั้นพบว่าลูกธนูไม่ได้ยิงใส่เขาแต่พุ่งผ่านไปด้านหลัง

“ระวัง!”

เล่ยหยิงเฉาตะโกนเสียงดัง ธนูของเฉินเฟยไม่ได้โจมตีคนตรงหน้าแต่โจมตีด้านหลังแทน สิ่งนี้เกินความคาดหมายเล่ยหยิงเฉาโดยสิ้นเชิง

“ปัง!”

“อ๊าก!”

ผานเป่าเสวียร้องอย่างเจ็บปวดและกุมแขนตัวเองไว้ เขาไม่รู้ว่าด้วยซ้ำแขนหักไปตั้งแต่เมื่อไร

จบบทที่ ตอนที่ 177 หาเรื่องกลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว