เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 153 ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

ตอนที่ 153 ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

ตอนที่ 153 ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว


ยังเหลืออีกยี่สิบเก้าวัน หากเฉินเฟยต้องการป้ายเหล็กก็ค่อยๆวางแผนไปก็ได้

แม้ดินแดนลับจะอันตรายมากกว่าที่บันทึกไว้ แต่มันมีสิ่งดีมากมายเช่นกัน อย่างน้อยในบันทึกก่อนหน้านี้ หากต้องการวัตถุวิญญาณจำเป็นต้องไปสถานที่สุดอันตรายอย่างเขาป้านผิง

ด้วยเหตุนี้เมื่อครู่จึงพบกับผลแดงชาดในป่าทึบ

เฉินเฟยเปิดห่อด้านหลังแล้วดูผลแดงชาดด้วยรอยยิ้ม

จะให้ดีที่สุดคือต้องได้ผลแดงชาดสามผล แต่พลังของต้นผลแดงชาดทำให้เฉินเฟยได้รับความเข้าใจใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ก่อนหน้านี้ที่ต้นผลแดงชาดฆ่าผู้คนมันไม่ได้ใช้พลังมากมาย อาจเป็นเรื่องตลกสำหรับมันเลยก็ว่าได้ จนกระทั่งเฉินเฟยพยายามเด็ดผลแดงชาด ต้นผลแดงชาดจึงถูกบังคับให้ใช้พลังถึงขีดสุด

สลัดความคิดกวนใจออกไป เฉินเฟยสังเกตผลแดงชาดอย่างรอบคอบ

ผลแดงชาดน่าอัศจรรย์เช่นกัน หลังเฉินเฟยดึงลูกธนูออก ผลแดงชาดก็ฟื้นฟูจุดที่เสียหายจนกลับสู่สภาพเดิม

“ผลแดงชาดนี้น่าจะเป็นเหมือนผลไม้กลายพันธ์”

เฉินเฟยหยิบผลแดงชาดขึ้นมาแล้วพูดพึมพำ

ตามที่เฉินเฟยรู้มา หลังจากผลแดงชาดสุกงอมแล้วควรรีบเก็บทันที ไม่อย่างนั้นพลังงานของผลแดงชาดจะถูกต้นไม้ดูดซับ สุดท้ายมันอาจเหลือเพียงเปลือกที่เหี่ยวย่น

หลังเก็บแดงชาดแล้วควรรีบกินทันที ไม่อย่างนั้นฤทธิ์ยาของผลแดงชาดจะลดลงหนึ่งส่วนทุกหนึ่งชั่วยาม จนท้ายที่สุดจะเหลือฤทธิ์ยาเพียงสามส่วน ซึ่งแบบนี้เป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรอย่างยิ่ง

เมื่อเทียบเวลาที่เก็บผลแดงชาด ผลแดงชาดในมือเฉินเฟยยังไม่สูญเสียฤทธิ์ยาและยังเป็นสีแดงมากขึ้น ฤทธิ์ยาของมันยังมีมากอยู่เสมอ

เฉินเฟยมองผลแดงชาดแล้วนึกถึงต้นผลแดงชาด สีหน้าเขาลังเลเล็กน้อย หลังผลแดงชาดกลายพันธ์แบบนี้มันยังสามารถกินโดยตรงได้อยู่หรือไม่?

เฉินเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปอกมัน น้ำผลไม้สดไหลออกมา เฉินเฟยใช้มือเปล่ารองเอาไว้

เขาไม่กินมันเช่นกัน แค่มองมันแบบนี้

น้ำผลไม้บนนิ้วเฉินเฟยเริ่มซึมเข้าผิวหนังทีละน้อย

วัตถุวิญญาณไม่เพียงกินได้อย่างเดียว ยังสามารถดูดซับผ่านผิวหนังได้ด้วย

เฉินเฟยกังวลว่าจะมีสิ่งผิดปกติในผลแดงชาด ด้วยวิธีดูดซับช้าๆแบบนี้ หากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นจะหยุดได้ทันที

ร่างกายที่อยู่ในการควบคุมของสยบมังกรคชสารสามารถทำแบบนั้นได้

น้ำซึมเข้าไปเรื่อยๆ เฉินเฟยรู้สึกได้ถึงความร้อนในนิ้ว ตอนแรกมันค่อนข้างปกติ แต่ต่อมามันเหมือนกับการเอามือไปโดนไฟ

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไป ความร้อนแบบนี้อยู่นอกเหนือระดับของวัตถุวิญญาณ เฉินเฟยยังเห็นผิวหนังของนิ้วมือมีแนวโน้มจะละลาย

พลังภายในในเส้นลมปราณเฉินเฟยเพิ่มขึ้นและพยายามปรับแต่งความร้อนที่แผดเผาตรงนิ้ว แต่มันทำช้ามาก โชคดีที่พลังของสยบมังกรจคชสารเข้ามาฉีกความร้อนออกเป็นชิ้นทันทีแล้วรวมเข้ากับร่างกาย

“ฟู่ว!”

แม้พลังงานร้อนแรงนี้จะถูกฉีกแยกแล้ว แต่เฉินเฟยยังคงรู้สึกเจ็บในขณะที่มันผสานเข้ากับร่างกาย

ความเจ็บปวดนี้ต่างจากความเจ็บปวดใดในอดีต มันเหมือนกับว่าเซลล์ที่เล็กที่สุดกำลังโดนอบอยู่

โชคดีที่ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นและหายไปเร็ว เพียงพริบตาเดียวอาการปวดแสบปวดร้อนก็หายไป ในขณะเดียวกัน ร่างกายเฉินเฟยผ่อนคลายลงราวกับชั้นความกดดันถูกนำออกไป

ในเวลาเดียวกันความอบอุ่นแผ่ซ่านจากภายในสู่ภายนอก พลังภายในเริ่มหมุนเวียน เฉินเฟยรู้สึกได้ว่ามันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

เฉินเฟยดูนิ้วตัวเองซึ่งกลับมาเป็นปกติแล้ว

เฉินเฟยมองดูผลแดงชาดอีกครั้ง บริเวณที่มีรอยขีดข่วนฟื้นฟู หากไม่มีสิ่งใดรบกวนมันจะกลับคืนสู่สภาพเดิมในไม่ช้า

“ถ้าไม่มีสยบมังกรคชสาสร นักยุทธ์ธรรมดาจำเป็นต้องปรับแต่งมันก่อนกิน ไม่อย่างนั้นหากกินเข้าไปโดยตรงร่างกายจะละลาย” เฉินเฟยพึมพำ

การละลายนี้ไม่ได้เกิดจากอุณหภูมิสูง ตามความเข้าใจของเฉินเฟยในชาติก่อน มันเหมือนกับว่าเซลล์ในร่างกายไม่สามารถทนต่อฤทธิ์ยากลายพันธุ์ได้ ดังนั้นเซลล์จึงพังทลายลงทำให้ร่างกายสลายตัว

โชคดีที่เฉินเฟยมีสยบมังกรคชสาร แม้เขาจะยังกินมันทั้งหมดไม่ได้ แต่การกินทีละน้อยไม่ใช่ปัญหา

เฉินเฟยดูระดับกับพลังภายในบนระบบ  หลังฝึกฝนวิชายุทธ์ต่างๆนานกว่าหนึ่งเดือน เฉินเฟยบรรลุความก้าวหน้าระดับขัดเกลาไขกระดูกมากกว่าหนึ่งส่วน

ตอนนี้ไม่รู้ว่าการกินผลแดงชาดจะปรับปรุงพลังภายในได้เท่าไหร่

เฉินเฟยจมสู่การบ่มเพาะโดยสมบูรณ์และไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอก เฉินเฟยสัมผัสถึงการเติบโตของพลังภายในตลอดเวลา และการบ่มเพาะยังก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ

ห่างออกไปหลายสิบลี้

กัวหลินซานวิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง แม้ว่าจะไม่มีเสียงอยู่ข้างหลังแต่กัวหลินซานก็ไม่กล้าหยุด หลังวิ่งไปอีกครึ่งชั่วยาม กัวหลินซานนั่งพักตรงก้อนหิน

กัวหลินชานหลั่งเหงื่อราวกับสายฝน สูดหายใจเข้าลึกสองสามครั้งก่อนจะปรับลมหายใจให้มั่นคง

กัวหลินซานยังรู้สึกหวาดกลัวเมื่อนึกถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

มีระดับขัดเกลาอวัยวะภายในทั้งหมดห้าคน และหนึ่งในนั้นยังเป็นนักยุทธ์ขัดเกลาวอวัยวะภายในสูงสุดของหอเป๋ย์โต่ว

ผลคือด้วยคนดังกล่าว หลังฆ่าสัตว์อสูรปกป้องและกำลังจะเก็บหญ้าวิญญาณ ไส้เดือนตัวหนึ่งก็ทะลุออกมาจากพื้นแล้วกลืนนักยุทธ์สามคนในคำเดียวโดยไม่อาจต่อต้าน

ในเวลานั้นกัวหลินซานมองปากอันใหญ่โตของไส้เดือน คิดว่าตัวเองติดอยู่ในภาพลวงตาและไม่สามารถหลุดพ้นจออกมา

ไม่อย่างนั้นมันจะมีไส้เดือนที่ใหญ่และเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร นักยุทธ์อีกคนหนึ่งที่อยู่ใกล้กว่าก็ถูกไส้เดือนกินหลังจากวิ่งได้ไม่กี่ก้าว

สิ่งที่กัวหลินซานตอบสนองเร็วสุดคือหันหลังวิ่งทันที

โชคดีที่ไม่นานนี้ท่าร่างถูกเฉินเฟยกระตุ้น หลังจากทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน กัวหลินซานก็ไปหาท่าร่างมาฝึกฝน

มันไม่ดีเท่ากับฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณ แต่เต็มไปด้วยการระเบิดพลังซึ่งค่อนข้างสอดคล้องกับคุณลักษณะกัวหลินซาน หลังจากนั้นไม่กี่เดือนเขาก็ฝึกได้สำเร็จ

บางทีไส้เดือนขี้เกียจไล่ตามหรืออาจเป็นเพราะเหตุผลอื่น แต่มันช่วยกัวหลินซานเอาไว้จริงๆ

กัวหลินซานไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่เขาค่อนข้างหวาดกลัว ไม่ว่าสภาพจิตใจจะแข็งแกร่งแค่ไหนเขาก็ยังรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับดินแดนลับนี้

กัวหลินซานเคยเห็นสัตว์อสูรมาก่อน การมีสัตว์อสูรในดินแดนลับเป็นเรื่องปกติ แต่นั่นมันไส้เดือน สิ่งแบบนี้กลายเป็นสัตว์อสูรได้อย่างไร แถมขนาดของมันยังเกินจริงขนาดนี้

เมื่อเทียบกับมันแล้ว สัตว์อสูรธรรมดาตัวเล็กไปเลย

“อันตรายยิ่งนัก ไม่รู้ศิษย์น้องจะเป็ฯอย่างไรบ้าง หวังว่าศิษย์น้องจะวิ่งหนีทันทีเมื่อเห็นสิ่งผิดปกติ!”

กัวหลินชานถอนหายใจ นึกถึกนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในทั้งสี่ที่ร่วมเดินทางด้วยกันแล้วส่ายหัว

ภายในถ้ำ

กวงติ้งป๋อกำลังเอนหลังพิงกำแพงด้วยลมหายใจอ่อนแรง ตอนโดนสัตว์อสูรงูกระแทกใส่ หากกวงติ้งป๋อไม่พลิกตัวเกรงว่าคงโดนกิน

แม้สุดท้ายแล้วเขาจะไม่ถูกกินเข้าไปในท้องงู แต่การชนครั้งนั้นทำให้กวงติ้งป๋อบาดเจ็บสาหัส หากไม่มีใช่เพราะเกราะอ่อนที่สวมอยู่เขาคงตายแล้ว

“ศิษญ์พี่ เนื้อพร้อมแล้ว ท่านมากินเถอะ”

หยูโต้วซานกำลังพลิกกระต่ายบนกองไฟ กระต่ายตัวใหญ่มาก ตัวมันยาวเกือบหนึ่งหมี่ ไม่รู้ว่ามันโตมาใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร

“ดี!”

กวงติ้งป๋อมองน้ำมันหยดลงในเปลวไฟส่งเสียงช่าช่า กลิ่นหอมเนื้อเหมือนจะบรรเทาความเจ็บปวดบนร่างกายได้ กวงติ้งป๋อจึงยิ้มออกมา

โชคดีที่เขาพาหยูโต้วซานมาด้วย ไม่อย่างนั้นคงบอกไม่ได้จริงๆว่าในเวลานั้นเขาจะมีแรงวิ่งหนีอยู่ไหม

“ศิษย์พี่ รับไป!” หยูโต้วซานหั่นเนื้อกระต่ายชิ้นใหญ่แล้วเดินไปหากวงติ้งป๋อ

“ขอบคุณ”

กวงติ้งป๋อผ่อนคลายและเงยหน้ามองหยูโต้วซาน ทันใดนั้นเขาเห็นดวงตาหยูติ้งป๋อดำสนิทเหมือนสระน้ำไร้ก้น

กวงติ้งป๋อสะดุ้งโหยง ในขณะเขากำลังจะบังคับตัวเองให้ละสายตา ความเจ็บปวดเฉียบพลันเกิดขึ้นที่อกซ้ายและรู้สึกเหมือนหัวใจแตกสลาย

“ปัง!”

หอกในมือกวงิต้งป๋ฮพุ่งไปข้างหน้าทันใด แต่มันโจมตีไม่โนอะไร หยูโต้วซานถอยห่างไปหลายหมี่ก่อนแล้ว

“ทำไม…”

กวงติ้งป๋อพ่นเลือดออกมาเต็มปาก ใบหน้าซีดลงราวกับกระดาษ หัวใจเขาแหลกสลายแล้ว กวงติ้งป๋อไร้ซึ่งโอกาสในการมีชีวิตอยู่ต่อ

“เจ้ากินเนื้อข้า ข้าก็อยากกินเนื้อของเจ้าเช่นกัน ไม่ยุติธรรมหรือ?”

หยูโต้วซานเอียงหัว ม่านตาเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง หากมองใกล้ๆจะเหมือนกับดวงตากระต่าย

กวงติ้งป๋อที่ได้ยินคำพูดนี้ถึงกับตกใจ เมื่อมองตาหยูโต้วซานอีกครั้งก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง กวงติ้งป๋อหันไปมองเนื้อกระต่ายซึ่งความยาวเกือบหนึ่ง เงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วหัวเราะ เขาไอและอาเจียนเป็นเลือดขณะหัวเราะจนกระทั่งหมดลมหายใจ

เมื่อเห็นกวงติ้งป๋อตาย หยูโต้วซานก็ยิ้มอย่างแปลกๆและเดินไปหากวงติ้งป๋อ

ภายใต้แสงไฟจากกองไฟ เงาหยูโต้วซานบนกำแพงภูเขากลายเป็นกระต่ายและกำลังแทะบางอย่างอยู่

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อบ่มเพาะ ผ่านไปห้าวันในพริบตา ในที่สุดเฉินเฟยได้ปรับแต่งผลแดงชาดจนหมด พลังภายในของระดับขัดเกลาไขกระดูกเพิ่มขึ้นจากหนึ่งส่วนเป็นสี่ส่วนห้า

ใบหน้าเฉินเฟยเต็มไปด้วยความสุข เขารู้สึกได้ว่าสภาพร่างกายดีขึ้นกว่าเดิม

ผลแดงชาดกลายพันธุ์ไม่เพียงช่วยเพิ่มพลังภายในอย่างน่าอัศจรรย์ แม้แต่ร่างกายยังถูกปรับปรุงขึ้น สิ่งที่เห็นชัดสุดคือความชำนาญของสยบมังกรคชสารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ก่อหน้านี้การเพิ่มความชำนาญญสยบมังกรคชสารทำได้เพียงใช้การปราณหยวนเท่านั้น ตรงนี้จึงเห็นความมหัศจรรย์ของผลแดงชาดได้

เฉินเฟยยืนขึ้น ยืดเส้นยืดสายจนกระดูกดังลั่น

ความก้าวหน้าของระดับขัดเกลาไขกระดูกเกือบถึงครึ่งซึ่งช่วยเฉินเฟยประหยัดเวลาไปหลายเดือน หากเขากินผลแดงชาดที่เหลืออีกสองผลได้ ต่อให้พิจารณาถึงผลการต้านยา เฉินเฟยยังใกล้เข้าสู่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน

หากช่วงนี้เจอวัตถุวิญญาณอย่างอื่นที่กินได้อีก บางทีเฉินเฟยอาจทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในในดินแดนลับแห่งนี้

คิดได้ดังนั้นเฉินเฟยจึงจัดระเบียบตัวเองและตัดสินใจไปดูต้นผลแดงชาดอีกรอบ

ไม่จำเป็นต้องได้มันมาก็ได้ ขอแค่ไปดูจากไกลๆ

หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยเข้าใกล้ต้นผลแดงชาดตามแบบเดิม

ก่อนที่เขาจะเห็นต้นแดงชาด ทันใดนั้นมีเสียงบดขยี้จากสิ่งขนาดใหญ่ดังขึ้น ความรู้สึกถูกจับตามองส่งผลต่อหัวใจเฉินเฟยทันที

จบบทที่ ตอนที่ 153 ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

คัดลอกลิงก์แล้ว