เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 152 หยิบเกาลัดออกจากกองไฟ

ตอนที่ 152 หยิบเกาลัดออกจากกองไฟ

ตอนที่ 152 หยิบเกาลัดออกจากกองไฟ


อาศัยเคล็ดถ้อยคำลวงตา แม้แต่นักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดหาตัวเขาได้ยาก ฉวีจินไทคิดว่ามันมากเกินพอที่จะซ่อนตัวจากระดับขัดเกลาไขกระดูก ด้วยเหตุนี้เองฉวีจินไทจึงเชื่อว่าตัวเองไร้พ่าย

คาดไม่ถึงว่าพูดข่มขู่ได้ไม่กี่คำเฉินเฟยก็เกือบระเบิดท้องเขาด้วยลูกธนูดอกเดียว หากไม่ใช่เพราะท่าร่างอันยอดเยี่ยมเขาคงตายไปแล้ว

ลูกธนูดอกนั้นทำลายภาพลวงตาฉวีจินไท่ทั้งหมดจนเขาได้แต่หวังว่าเฉินเฟยจะจากไปอย่างรวดเร็ว

หนึ่งเค่อต่อมา ฉวีจินไทเห็นเฉินเฟยอยู่บนกิ่งก้านต้นอื่นและมองลงมาจากที่สูง ในขณะที่ฉวีจินไทแอบมองเฉินเฟยวูบวาบไปมา เขาก็ใช้เคล็ดถ้อยคำลวงตาซ่อนตัวเองให้ลึกกว่าเดิม

ฉวีจิตไทตัดสินใจซ่อนแบบนี้จนถึงกลางคืนเพื่อป้องกันไม่ให้เฉินเฟยโผล่มาอย่างกะทันหัน

ฉวีจินไทหวาดกลัวเฉินเฟยจนขึ้นสมอง!

เฉินเฟยไม่พบฉวีจินไทจึงเลิกสนใจ อีกฝ่ายเป็นนักยุทธ์เก่งด้านปกปิดตัวตน หากอีกฝ่ายไม่ขยับก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าขยับเมื่อไหร่เฉินเฟยจะพบตัวทันที

คนประเภทนี้เป็นภัยต่อเฉินเฟยน้อยมากและโอกาสยอมรับความผิดพลาดก็ต่ำ หากทำพลาดจะต้องจ่ายด้วยชีวิต

เฉินเฟยมองป้ายเหล็กสองอันในมือ จากนี้เฉินเฟยต้องได้รับป้ายเหล็กอีกสามอัน หากหลังจากนี้ไม่ไล่ตามหา เขาสามารถซ่อนตัวรอให้ถึงกำหนดหนึ่งเดือนแล้วค่อยทำภารกิจให้สำเร็จก็ได้

พลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นห้าถึงระดับสมบูรณ์และทำภารกิจศิษย์แท้จริงสำเร็จ เมื่อเฉินเฟยกลับไปยังสำนักและผ่านการทดสอบจิตใจ เขาที่อยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูกสามารถรับมรดกศิษย์แท้จริงได้ทันที

วิชายุทธ์ยิ่งทรงพลังยิ่งดี เฉินเฟยไม่รังเกียจที่จะลบพลังเข้าใจต้นกำเนิดและแทนที่ด้วยวิชาทรงพลังกว่า

หากมีโอกาสจะต้องเก็บป้ายเหล็กเอาไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่รู้ว่าฝั่งกัวหลินซานเป็นอย่างไรบ้าง

“หืม?”

เฉินเฟยกำลังจะไปดูต้นผลแดงชาดแต่หยุดเท้าลงทันใด

เฉินเฟยมองร่างตัวเองอย่างสงสัยเพราะรู้สึกเหมือนมีความผันผวนบางอย่างออกมาจากในตัว

เฉินเฟยมองแหล่งที่มาของมันและหยิบป้ายเหล็กสองอันออกมาอย่างประหลาดใจ แท้จริงแล้วความผันผวนนั้นมาจากป้ายเหล็ก

“หากมีป้ายเหล็กจำนวนมากมันจะส่งข้อมูลบอกโลกภายนอกหรือ?”

เฉินเฟยตะลึง ไม่มีใครเคยบอกเขาเรื่องนี้ ในบันทึกการทดสอบแท้จริงก็ไม่มีการพูดถึง

เว้นแต่มันถูกเพิ่มเข้ามาสำหรับการทดสอบครั้งนี้

เฉินเฟยนึกถึงคำพูดอู๋กวงอิ้นก่อนออกเดินทาง: อย่ายึดติดกับประสบการณ์ของคนรุ่นก่อนและประเมินสถานการณ์ด้วยตัวเอง เฉินเฟยคิดว่าเขากำลังพูดถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในดินแดนลับ

เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ เกรงว่าป้ายเหล็กคงเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลง

หากมีป้ายเหล็กมากมันจะส่งข้อมูลไปยังโลกภายนอก ผู้รับอาจเป็นผู้ถือป้ายเหล็กรายอื่น สิ่งนี้จะกระตุ้นให้ผู้อ่อนแอและผู้แข็งแกร่งสู้กันเอง

ในเวลานั้นต่อให้ต้องการหาที่ซ่อน เกรงว่าต้องแยกป้ายเหล็กออกจากกัน

ไม่สิ หากการเปลี่ยแปลงนี้คือการทำให้การทดสอบแท้จริงรุนแรงขึ้น เกรงว่าเมื่อเวลาผ่านไป ตราบใดที่มีป้ายเหล็กทุกคนจะสัมผัสได้ถึงกันในระยะที่กำหนด

หากเอาไปซ่อนจริง คาดว่าคนอื่นคงมาตามการเหนี่ยวนำมาและเอาป้ายเหล็กไป

เฉินเฟยมองไปรอบตัว ไม่แน่ใจว่าในขณะนี้มีใครแอบมองอยู่หรือไม่ เก็บป้ายเหล็กไว้ในอ้อมแขนเอาไว้จัดการทีหลัง ตอนนี้เฉินเฟยต้องการเด็ดผลแดงชาดก่อน

ต้นผลแดงชาดอันตรายอย่างยิ่ง งูยักษ์ก็เช่นกัน แต่ผลแดงชาดทำให้เฉินเฟยวางมือได้ยาก

ตอนนี้นักยุทธ์ที่นั่นต่างหวาดกลัวหมดแล้ว เฉินเฟยจึงมีเวลาคิดหาวิธีรับผลแดงชามสามผล

ผลแดงชาดสามารถเพิ่มพลังภายในและฐานฝึกฝนได้ สิ่งที่เฉินเฟยขาดมากที่สุดในเวลานี้คือฐานฝึกฝน

เฉินเฟยถอยห่างจากต้นผลแดงชาดอย่างระวัง ห่างออกไปหนึ่งร้อยหมี่ไม่มีรอยเลือดบนพื้นดิน ไม่รู้ว่ามันถูกดินดูดซับหรือต้นผลแดงชาดดูดกลืนกันแน่

งูยักษ์ยังไม่ขยับราวกับตายวมันไม่ขยับเลยและไม่มีการกระเพื่อมขึ้นลงแม้แต่น้อย

เฉินเฟยมองผลแดงชาดทั้งสามแล้วขมวดคิ้ว เขาคิดจะใช้วิธีเดิมนั่นคือใช้ธนูสอยมันมา

แต่ผลไม้ไม่ใช่ป้ายเหล็ก ป้ายเหล็กทนการกระแทกได้แต่ผลไม้อาจแตกทันทีเมื่อโดนลูกธนูยิงใส่

เฉินเฟยต้องการกินผลแดงชาดจึงไม่อาจทำลายมัน

การทำลายมันมีแต่ทำให้งูยักษ์โกรธ

แน่นอนว่าหากเฉินเฟยได้รับผลแดงชาดงูยักษ์ก็จะโกรธเช่นกัน แต่อย่างน้อยเฉินเฟยยังได้รับบางอย่าง ความโกรธของงูยักษ์จึงเป็นเรื่องปกติ

และแม้ว่าผลแดงชาดจะแข็งเหมือนป้ายเหล็ก ลูกธนูเฉินเฟยก็จาะได้เข้ายาก และต่อให้งูยักษ์จะหยุดลูกธนูไม่ได้ แต่กิ่งก้านต้นผลแดงชาดสามารถทำได้ง่ายดายแน่นอน

ด้วยพลังและความเฉียบแหลมที่กิ่งก้านแสดงเมื่อครู่ การทำเป็นตาข่ายจึงไม่ใช่เรื่องยาก แม้ลูกธนูจะเร็วแต่มันพุ่งผ่านไปเงียบๆไม่ได้

“เงียบ?”

เฉินเฟยหยุดชะงักกับคำนี้และมีความคิดต่างๆแวบเข้ามาในหัว

หากลูกธนูเล็กมากพอทำให้ต้นผลแดงชาดตรวจจับภัยคุกคามไม่ได้ บางทีมันอาจหลุดรอดจากการรับรู้ของต้นผลแดงชาดได้จริงๆ

แต่ยิ่งลูกธนูเร็วการเคลื่อนไหวยิ่งดัง เสียงที่เกิดจากลูกธนูเสียดสีในอากาศนั้นดังมาก

ทักษะการใช้ธนูของเฉินเฟยนั้นดี แต่เขาไม่ได้ฝึกฝนจนถึงขั้นยิงด้วยความเร็วสูงโดยไม่ส่งเสียง

จำเป็นต้องมีทักษะยิงธนูเช่นนี้ แต่เฉินเฟยยังไม่มีโอกาสฝึกฝนถึงขั้นนั้น

เฉินเฟยหยิบจี้หยกออกมาจากแขน เฉินเฟยไม่ได้เรียนรู้วิธีซ่อนธนู แต่จี้หยกช่วยเฉินเฟยซ่อนมันได้ เฉินเฟยมองจี้หยกในมือ ดูแล้วอาวุธกึ่งวิญญาณอันนี้คงได้ทำประโยชน์อีกครั้ง

“ซ่อนจิตสังหาร ซ่อนการเคลื่อนไหว ลดความแรงพื้นผิวสัมผัส!”

เฉินเฟยพูดอยู่ในใจ ครู่ต่อมาจี้หยกเปล่งแสงปกคลุมลูกธนูสามดอกในมือเฉินเฟย

ครู่ต่อมา เฉินเฟยลืมตาขึ้นอีกครั้ง เคล็ดพันต้นกำเนิดหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลานิรันดร์ส่งผลต่อร่างกายทำให้ทุกสิ่งรอบตัวช้าลง

เฉินเฟยมองกิ่งก้านที่พลิ้วไหวของต้นผลแดงชาด ใบไม้สั่นไหวบนกิ่งหรือแม้แต่กระแสลม

กำลังมหาศาล กระดูกเหล็ก!

พละกำลังมากมายเติมเต็มร่างกายเฉินเฟยซึ่งช่วยให้เขาควบคุมธนูและลูกธนูง่ายขึ้น

“ตึง!”

สายธนูสั่น ลูกธนูสามดอกพุ่งไปอย่างไร้เสียงจนมาถึงหน้ากิ่งก้านต้นผลแดงชาดอย่างเงียบงัน

ต้นผลแดงชาดสั่นราวกับสัมผัสได้ถึงบางอย่าง กิ่งก้านเริ่มสะบัดโจมตีศัตรู แต่ต้นผลแดงชาดไม่พบศัตรู กิ่งก้านของมันจึงแกว่งไปมาทั่วทิศ

“ปัง!”

ตำแหน่งผลแดงชาดสามลูกนั้นต่างกัน ลำดับลูกธนูจึงต่างกันเล็ก ลูกธนูดอกแรกโดนผลแดงชาดทางซ้ายสุด ผลแดงชาดไม่ระเบิด ลูกธนูทะลุเข้าไปในเนื้อผลไม้เบาๆแล้วดึงผลแดงชาดขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที

“ตึง!”

ราวกับยักษ์โกรธจัด พลังอันน่าสะพรึงกลัวกวาดไปทั่ว ก่อนลูกธนูดอกสองและสามจะโดนผลแดงชาดพวกมันก็หยุดนิ่งในอากาศครู่หนึ่ง

จากนั้นกิ่งก้านต้นผลแดงชาดบังลูกธนูเอาไว้ทันที เพียงพริบตาเดียวลูกธนูสองดอกนั้นก็แตกหัก

เฉินเฟยเกิดอาการเวียนหัว แต่ฟื้นฟูกลับมาทันทีด้วยเคล็ดพันต้นกำเนิด

เฉินเฟยยันเท้าขวาแล้วพุ่งไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง

กิ่งก้านต้นผลแดงชาดขยายออกไปหาลูกธนูดอกแรกแต่จับได้เพียงอากาศเท่านั้น แม้ลูกธนูจะหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายมันก็ลอยออกไประยะหนึ่งจนทำให้กิ่งก้านเอื้อมไปไม่ถึง

เฉินเฟยหายไปจากจุดเดิมไล่ตามลูกธนูไปอย่างรวดเร็ว

ลูกธนูยังมีพลังจี้หยกเหลืออยู่เฉินเฟยจึงสัมผัสถึงตำแหน่งลูกธนูได้

“ตู้ม!”

เฉินเฟยวิ่งไปหลายสิบหมี่ เสียงงูยักษ์ดังมาจากด้านหลัง ในขณะเดียวกันยังมีเสียงอันน่ากลัวของกิ่งก้านหลายสิบกิ่งโบกสะบัดตีอากาศและพื้นดิน

แต่เฉินเฟยไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้ ในเวลานี้เฉินเฟยกำลังรีบวิ่งไปยังตำแหน่งของลูกธนูอย่างเดียว

ยังไม่ถึงหนึ่งเค่อ เฉินเฟยเห็นลูกธนูของเขาอยู่บนยอดไม้

เฉินเฟยเผยรอยยิ้มออกมา ร่างกายสั่นไหวกระโดดขึ้นไปบนยอดไม้ หยิบลูกธนูออกมา เห็นผลแดงชาดบนลูกธนูแล้วตาเป็นประกาย

ขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือดึงผลแดงชาดออก เฉินเฟยมองไปข้างหลังและเห็นการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่มาจากด้านนั้น เฉินเฟยคุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวนี้ดี เพราะนั่นเป็นผลจากการวิ่งอาละวาดของงูยักษ์

“มันไล่ตามมาได้จริงด้วย มันมีความเชื่อโยงกับผลไม้หรือ?”

เฉินเฟยสับสนแต่ไม่กล้ารอช้า เขาใช้ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณเต็มกำลัง ร่างกายเขากลายเป็นเงาวิ่งไปไกล

ไม่ว่าจะเป็นการเหนี่ยวนำแบบใด ตราบใดที่ระยะห่างเพียงพอย่อมปิดกั้นการเหนี่ยวนำได้

หนึ่งเค่อผ่านไปสองเค่อผ่านไป เฉินเฟยยังไม่หยุดวิ่ง การเคลื่อนไหวด้านหลังค่อยๆหายไป ไม่รู้ว่ามันเสียสติหรือยอมแพ้แล้ว

เฉินเฟยกระโดดขึ้นยอดไม้ มองท้องฟ้าและพื้นที่โดยรอบ

ในดินแดนลับมีทั้งกลางวันและกลางคือเหมือนเวลาโลกภายนอกทุกประการ เฉินเฟยไม่ได้วางแผนค้างคืนในป่าทึบเพราะป่าทึบทำให้เฉินเฟยรู้สึกเหมือนโดนสอดแนมอยู่ตลอดเวลา

การสอดแนมแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ไม่ว่าเฉินเฟยจะไปที่ไหนก็เหมือนโดนจ้องมองตลอดเวลา

เฉินเฟยพยายามค้นหาแต่ไม่พบแหล่งที่มา

ดังนั้นควรออกไปหาที่ปลอดภัยค้างคืนดีกว่า จะได้ไม่ต้องหวาดกลัวตลอดทั้งคืน

ก่อนจะตกค่ำอย่างสมบูรณ์ เฉินเฟยพบถ้ำแห่งหนึ่ง

ถ้ำแห่งนี้น่าจะเคยมีสัตว์อสูรอาศัยอยู่ ด้านในมีอุจจาระมากมายแต่มันแห้งราวกับหิน บางทีอาจเป็นกลิ่นนี้ที่ทำให้ถ้ำแห่งนี้ถูกทิ้งร้างมาจนถึงทุกวันนี้

เฉินเฟยตรวจสอบอย่างรอบคอบทั้งภายในและภายนอก หลังจากแน่ใจว่าปลอดภัยจึงนำตู้ไม้ในช่องมิติออกมา หยิบอาหารมาบางส่วนและเก็บป้ายเหล็กสองอันลงตู้

ป้ายเหล็กสามารถสัมผัสได้ถึงกัน เนื่องจากเฉินเฟยไม่ต้องการให้ผู้อื่นรู้ ดังนั้นการเก็บป้ายเหล็กไว้ในช่องมิติจึงปลอดภัยอย่างไม่ต้องสงสัย

สำหรับการรับรู้ถึงคนอื่นไม่ได้ สิ่งที่เฉินเฟยต้องทำมากสุดในเวลานี้คือปรับแต่งผลสีแดงชาด โดยปกติแล้วการไม่หาเรื่องใครในเวลานี้เป็นการดีที่สุด

จบบทที่ ตอนที่ 152 หยิบเกาลัดออกจากกองไฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว