เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 148 ผู้เหมาะสมจะอยู่รอด

ตอนที่ 148 ผู้เหมาะสมจะอยู่รอด

ตอนที่ 148 ผู้เหมาะสมจะอยู่รอด


ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีศิษย์รับการทดสอบศิษย์แท้จริงทั้งหมดสี่สิบหกคน รวมกับผู้ติดตามเหมือนเฉินเฟยแล้วจะมีทั้งหมดเก้าสิบสองคน

ในฝูงชน เฉินเฟยเห็นเจิ้งจิ้งอัน เจิ้งจิ้งอันเห็นเฉินเฟยเช่นกัน และสายตาที่มองมาก็เต็มไปด้วยความเย็นชา

เฉินเฟยขมวดคิ้ว เลิกสนใจแล้วหันไปมองคนอื่น เมล็ดพันธุ์แท้จริงหลายคนอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดและชะลอความก้าวหน้าลงเพื่อการสืบทอดมรดกแท้จริง

สำหรับกัวหลินซาน เขาถือเป็นคนที่มีฐานฝึกฝนต่ำสุดในบรรดาเมล็ดพันธุ์แท้จริง

ครึ่งชั่วยามต่อมา ทุกคนได้มาถึง อู๋กวงอินปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน เพียงคนคนเดียวได้ทำให้ทุกคนเงียบลง

“บททดสอบแท้จริงคือการแข่งขันกับผู้อื่นและตัวเอง”

อู๋กวงอินมองทุกคนด้วยสีหน้าจริงจัง “ก่อนจะเข้าดินแดนลับ เมล็ดพันธุ์แท้จริงจะได้รับป้ายเหล็กไร้ชื่อ หากต้องการมีคุณสมบัติสำหรับสืบทอดมรดกแท้จริง หลังออกมาแล้วต้องมีป้ายเหล็กห้าแผ่น เพียงเท่านี้จะได้การยอมรับจากสำนัก”

ไม่มีใครคัดค้าน ทุกคนล้วนอ่านกฎนี้มาแล้ว

หากศิษย์ในสำนักแข่งขันกันเองโดยมีสี่สิบหกคน ในตอนท้ายจะมีผู้สืบทอดมรดกแท้จริงได้มากสุดเก้าคนเพราะผู้ติดตามไม่มีแผ่นเหล็ก แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การการทดสอบแท้จริงของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเท่านั้น แต่ยังมีสามสำนักร่วมด้วย

ป้ายเหล็กเป็นแบบไร้ชื่อ สำนักอื่นมีเมล็ดพันธุ์แท้จริงเช่นกัน ในเวลานั้นย่อมรับป้ายเหล็กจากศิษย์สำนักอื่นได้

แน่นอนว่าเนื่องจากเป็นป้ายไร้ชื่อ หากปล้นจากคนสำนักเดียวกันจึงไม่มีใครพูดอะไรได้ การแข่งขันในดินแดนลับมีความยุ่งเหยิงเป็นธรรมดา ผู้เหมาะสมจะอยู่รอด ผู้อ่อนแอจะถูกผู้แข็งแกร่งกิน

“สภาพแวดล้อมในดินแดนลับจะเปลี่ยนไปมา จงอย่ายึดติดกับประสบการณ์ของคนรุ่นก่อนและประเมินสถานการณ์ด้วยตัวเอง สิ่งของจากดินแดนลับต้องมอบค่าผลงานในการแลกเปลี่ยน การเข้าดินแดนลับจะใช้เวลาหนึ่งเดือน เอาล่ะ เรื่องที่ต้องพูดมีเพียงเท่านี้ ไปได้!”

อู๋กวงอินเตือนอีกครั้งก่อนจะโบกมือแล้วหายตัวไป เมื่อเห็นแบบนั้นศิษย์คนอื่นจึงเริ่มเดินตามหลังไป

“หากทำอะไรไม่ได้จงอย่ายึดติดกับป้ายเหล็ก”

เฟิงซิวผู่เดินตามกัวหลินชานคนอื่นและเตือนพวกเขา

ระดับขัดเกลาทวารไม่สามารถเข้าดินแดนลับของสี่สำนักเพราะจะถูกปฏิเสธ ดังนั้นระดับที่สูงสุดคือขัดเกลาอวัยวะภายใน

และเมื่ออยู่ในดินแดนลับจะไม่มีใครถูกควบคุม การต่อสู้จึงเป็นเรื่องธรรมดา ผู้มีระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดจะเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดอย่างแท้จริง และยากจะคาดเดาว่าพวกเขาจะทำอะไร

“ศิษย์เข้าใจ”

กัวหลินซานกับเฉินเฟยมองหน้ากันและพยักหน้า

ตลอดทางไม่มีคำพูดใด ทุกคนล้วนเงียบสนิท หนึ่งชั่วยามต่อมา หุบเขาหนึ่งปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ได้มาถึงเป็นคนแรก ในที่แห่งนี้มีศิษย์สำนักอื่นมารอก่อนแล้ว

“เฒ่าอู๋ ปรากฏว่าครั้งนี้เป็นเจ้าที่มา”

เสียงหยาบกร้านดังขึ้น ผู่หยุนตงเดินออกมาจากฝูงชน เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็มาถึงอู๋กวงอิน ลมปราณอันทรงพลังเข้ากระทบหน้า

ศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวถึงกับกลั้นหายใจ เพียงคนคนเดียวก็ทำให้รู้สึกเหมือนมีกองทัพมาอยู่ตรงหน้า สาเหตุหลักคือผู่หยุนตงสูงเกินไป ดูแล้วน่าจะสูงกว่าสองหมี่

“เกิดอะไรขึ้นกับผมของเจ้า?”

อู๋กวงอินเดินไปปิดกั้นลมปราณผู่หยุนตงและมองหน้าผากผู่หยุนตงที่ว่างเปล่าอย่างสงสัย

“เฮ้อ ทำไมเจ้าถามแบบนี้ นอกจากฝึกยุทธ์แล้วจะเป็นอะไรได้อีก?”

ผู่หยุนตงเกาหน้าผากและยิ้มอย่างเชื่องช้า ผู่หยุนตงเหลือบมองศิษย์ด้านหลังอู๋กวงอินและสัมผัสได้ว่าลมปราณนั้นธรรมดา มันไม่ดีเท่ากับศิษย์ของตัวเองจึงทำให้เขาอดยิ้มไม่ได้

ทันใดนั้นผู่หยุนตงเห็นเฟิงซิวผู่อยู่ในฝูงชน ดวงตาเขาก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

“เจ้าฟื้นฟูแล้วหรือ?”

ร่างผู่หยุนตงสั่นไหวมาหาเฟิงซิวผู่ ศิษย์รอบตัวเฟิงซิวผู่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทันใดนั้นรู้สึกถึงคลื่นพลังมหาศาลสายหนึ่งพุ่งออกไปอย่างไม่เต็มใจ

“เพียงแค่บังเอิญ”

เฟิงซิวผู่เป็นเหมือนกระบี่ เมื่อคลื่นพลังผู่หยุนตงพุ่งสูงขึ้นเฟิงซิวผู่ก็ตัดมันออกเป็นสองทาง

“ดีดีดี กระบี่ของเจ้าในตอนนั้นข้ายังจำไม่ลืม หากมีโอกาสไว้มาแข่งกันอีกสักรอบดีหรือไม่?”

ผู่หยุนตงรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงปราณไหลเวียนของเฟิงซิวผู่จึงอดหัวเราะไม่ได้

ในเวลานั้นกระบี่ทิวเขามรกตของเฟิงซิวผู่เป็นที่รู้จักกันดีในสี่สำนัก แต่ต่อมาเขาได้รับบาดเจ็บจนระดับถดถอย ไม่คิดเลยว่าคราวนี้จะได้มาพบเขาที่กลับสู่ระดับขัดเกลาทวารอีกครั้ง

เฟิงซิวผู่พยักหน้าไม่ปฏิเสธผู่หยุนตง เมื่อฐานฝึกฝนฟื้นฟูกลับมา ความคิดของเฟิงซิวผู่จึงเปลี่ยนไปมากเช่นกัน

“นั่นคือลูกศิษย์เจ้าหรือ? เขาอ่อนแอไปหน่อย เข้าไปอย่างนี้จะไม่เสียเปรียบหรือ? ต้องการให้ข้าส่งคนไปดูแลสักหน่อยหรือไม่?”

ผู่หยุนตงมองกัวหลินชานกับเฉินเฟย คนหนึ่งเพิ่งเข้าระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ส่วนอีกคนเพิ่งเข้าระดับขัดเกลาไขกระดูก พวกเขาอ่อนแอเกินไปหรือไม่? ถ้าเข้าไปแบบนี้คงโดนรังแกเอาง่ายๆแน่

“พวกเจ้าหอเป๋ย์โต่วอารมณ์ไม่ดีนัก มีแต่สร้างปัญหาไปเรื่อย พอเข้าไปแล้วยังต้องการดูแลคนอื่นอีกหรือ?” อู๋กวงอินเข้ามาหาผู่หยุนตงและโจมตี

“นั่นเป็นเพราะวิชายุทธ์ต่างหาก จะตำหนิเราได้อย่างไร?” ผู่หยุนตงตอบกลับเสียงดังอย่างไม่พอใจ

เฉินเฟยด้านข้างมองผู่หยุนตงโดยเฉพาะยิ่งศีรษะแวววาวอันนั้น เขารู้สึกโชคดีเล็กน้อยที่ไม่ได้ไปหออึดรในตอนแรก

วิชายุทธ์ของหอเป๋ย์โต่วทำให้คนส่วนใหญ่ทนรับไม่ไหวจริงๆ นอกจากจะต้องงดทำเรื่องอย่างว่าแล้ว เส้นผมยังร่วงอีกต่างหาก

ขณะที่ผู่หยุนตงพูดเสียงดัง ทันใดนั้นมีลมปราณเฉียบแหลมมาจากระยะไกล ลมปราณนั้นควบแน่นเป็นหนึ่งเดียวราวกับว่ากองทหารนับพันกำลังพุ่งเข้ามา

“สำนักฉางหงมาแล้ว” กัวหลินซานกระซิบจากด้านข้าง

เฉินเฟยเงยหน้ามอง เห็นผู้คนหลายร้อยในระยะไกลเหมือนดั่งหอกกวาดไปทั่วทุกทิศทุกทาง

สำหรับสำนักฉางหง เฉินเฟยจำได้เพียงกวงติ้งป๋อที่มายั่วยุในระหว่างภารกิจเก็บสมุนไพร เฉินเฟยค้นหาฝูงชนฝั่งตรงข้ามและเห็นกวงติ้งป๋อจริงๆ

เฉินเฟยอยู่ไกลเกินกว่าจะตัดสินฐานฝึกฝนของกวงติ้งป๋อในเวลานี้

ตอนกลับจากภูเขาในเวลานั้นกวงติ้งป๋ออยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูกสูงสุด ในเวลานี้อาจเป็นเหมือนกัวหลินซานที่เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน

“ข้าเห็นจ้าวชูหลงแล้วอยากจะทุบตีเขายิ่งนัก!”

ผู่หยุนตงขึ้นเสียง อู๋กวงอินมองอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าอยากสู้นักก็พูดให้ดังกว่านี้สิ อีกฝ่ายจะได้ยินสิ่งที่เจ้าพูดด้วย

แน่นอนว่าจ้าวชูหลงจากสำนักฉางหงจ้องมองเฟิงซิวผู่ทันที หรี่ตาลงเล็กน้อยและไม่เดินเข้ามา เขายืนอยู่อีกฟากหนึ่งของหุบเขาพร้อมกับศิษย์สำนักฉางหง

“ศิษย์น้อง เมื่อคนจากศาลาเฉินสุ่ยมาถึงเจ้าควรจับตามองให้ดี พวกนางล้วนเป็นคนงามทั้งนั้น”

กัวหลินชานชนไหล่เฉินเฟย กระซิบจากด้านข้างแล้วกระดิกคิ้วใส่

“เจ้าหนูนี่พูดถูก สตรีในศาลาเฉินสุ่ยงดงามจริงๆ” ผู่หยุนตงพยักหน้าเห็นด้วย

กัวหลินชานมองผู่หยุนตงอย่างเขินอาย ท่านแอบฟังเหล่าศิษย์พูดคุยกันแบบนี้ได้อย่างไร และหากท่านแอบฟังอยู่ ทำไมต้องแสดงความเห็นด้วย?

ในตอนนั้นเองศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวก็หันมามองจนทำให้กัวหลินซานขนลุกไปทั้งตัว

“ปรากฎว่าทุกคนมาถึงแล้ว เป็นพวกเราเองที่มาสาย ต้องขออภัยด้วย”

เสียงแผ่วเบาดังขึ้น กลุ่มสตรีสวมเสื้อผ้าสีสันสดใสปรากฏขึ้นในระยะไกล

เสื้อผ้าหลากสีแบบนี้ค่อนข้างไร้ค่า แต่เมื่อหญิงงามเหล่านี้นำมาสวมใส่จึงทำให้มันมีสีสันขึ้นมา พูดได้ว่าสตรีหน้าตาและรูปร่างดี ไม่ว่าจะสวมอะไรล้วนงดงามทั้งนั้น

ซุนหยินหยิงโค้งคำนับเล็กน้อยให้อู๋กวงอินคนอื่น อู๋กวงอินคนอื่นทักทายกลับเช่นกัน

ความแข็งแกร่งของศาลาเฉินสุ่ยใกล้เคียงกับสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว แต่ในด้านความสัมพันธ์ส่วนตัว ศาลาเฉินสุ่ยสามารถชนะอีกสามสำนักได้

นั่นเป็นเพราะศิษย์หลายคนของศาลาเฉินสุ่ยแต่งงานกับศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆา นอกจากสำนักกระบี่เซียนเมฆา ศิษย์หลายคนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและสำนักฉางหงยังเป็นสหายกับศิษย์ศาลาเฉินสุ่ยด้วย

ดังนั้นแม้ศาลาเฉินสุ่ยจะเต็มไปด้วยศิษย์สตรี แต่ก็ไม่มีใครกล้าดูถูกพวกนาง

“ในเมื่ออยู่กันครบแล้ว เช่นนั้นรีบเข้าไปเถอะ” จ้าวชูหลงพูดเสียงทุ้มลึก

“อืม เข้าเร็วกลับเร็ว เปิดดินแดนลับเถอะ” เสียงผู่หยุนตงดังก้องไปทั่วหุบเขา

“ตกลง” อู๋กวงอินพยักหน้า

ซุนหยินหยิงยิ้มเล็กน้อยและไม่แสดงความคิดเห็นใด

ครู่ต่อมา ทั้งสี่คนสั่นไหวมาอยู่ที่ใจกลางหุบเขา แต่ละคนถือป้ายหยกอยู่ในมือ

แผ่นหยกปล่อยแสงเจิดจ้า ทั้งหุบเขาเริ่มสั่นสะเทือน ในตอนแรกสั่นเพียงเล็กน้อยแต่ต่อมาพื้นดินเริ่มสั่นไหว

“เปิด!”

ทั้งสี่คนตะโกน ระลอกคลื่นเหมือนประตูเคลื่อนย้ายปรากฏขึ้นที่ใจกลางหุบเขา

“หืม?”

ประตูเปิดออก อู๋กวงอินขมวดคิ้ว ลมปราณที่ไหลผ่านออกมาเหมือนจะต่างไปจากครั้งก่อน

อู๋กวงอินมองอีกสามคน ผู่หยุนตงสีหน้าไม่เปลี่ยน จ้าวชูหลงและซุนหยินหยิงสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลง

“ดินแดนลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย” อู๋กวงอินเปิดดินแดนลับหลายครั้งจนคุ้นเคยกับลมปราณของดินแดนลับ

แม้จะผ่านไปในพริบตาและบอกรายละเอียดไม่ได้ แต่มันยังต่างจากปกติเล็กน้อย

“แค่ต่างออกไปเล็กน้อย แต่ไม่ควรเป็นปัญหาใหญ่ ดำเนินการทดสอบต่อไปได้” จ้าวชูหลงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดเสียงทุ้ม

“ดำเนินการทดสอบต่อไป ตามที่บันทึกไว้ ดินแดนลับนี้มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยทุกสองสามปีนับ ไม่ใช่เรื่องน่าแปลก” ซุนหยินหยิงคิดอยู่ครู่หนึ่งและไม่หยุดการทดสอบ

“เป็นเรื่องดีหากมีการเปลี่ยนแปลง ไม่อย่างนั้นภายในจะเป็นเหมือนเดิม หากทุกคนจะรู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างในแล้วจะทดสอบไปเพื่ออะไร” ผู่หยุนตงหัวเราะเสียงดัง

“ได้ ดำเนินต่อ!” อีกสามคนตกลงดำเนินการต่อ สุดท้ายอู๋กวงอินก็พยักหน้าเช่นกัน

ห่างออกไปหลายสิบหมี่

เฟิงซิวผู่ขมวดคิ้ว ด้วยระดับขัดเกลาทวาร เฟิงซิวผู่จึงสัมผัสได้ถึงลมปราณที่ปล่อยมาจากดินแดนลับ มันต่างจากตอนที่เขาเข้าไปเล็กน้อย

“พอเข้าไปแล้วจงระวังให้ดี ครั้งนี้ดินแดนลับมีการเปลี่ยนแปลงไม่น้อย” เฟิงซิวผู่มองเฉินเฟยทั้งสองแล้วบอกพวกเขา

เฉินเฟยทั้งสองพยักหน้า จิตใจพวกเขาเริ่มตึงเครียด เฟิงซิวผู่เตือนว่าดินแดนลับมีการเปลี่ยนแปลง คาดว่าดินแดนลับคงเปลี่ยนไปจริงๆ

“ศิษย์ทุกคนรับคำสั่ง เข้าไป!”

อู๋กวงอินทั้งสี่คนตะโกนเสียงต่ำ ประตูเข้าดินแดนลับถูกขยายออกไป ศิษย์จากสี่สำนักแยกตัวกัน เพียงครู่เดียวศิษย์ที่เข้าร่วมการทดสอบก็หายตัวไป หุบเขากลับไปสู่ความเงียบสงบ

ประตูเข้าดินแดนลับจะไม่เปิดอีกจนกว่าจะผ่านไปหนึ่งเดือน

จบบทที่ ตอนที่ 148 ผู้เหมาะสมจะอยู่รอด

คัดลอกลิงก์แล้ว