เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 146 เสียทั้งภรรยาและกองทหาร

ตอนที่ 146 เสียทั้งภรรยาและกองทหาร

ตอนที่ 146 เสียทั้งภรรยาและกองทหาร


ตามจริงแล้วเฉินเฟยไม่ได้อยู่ที่นี่หลายวัน

จากการคำนวณเวลาที่ร้ายแรงสุด เฟิงซิวผู่จะออกไปนานสุดสิบวัน เพราะด้วยดินแดนลับของสี่สำนักกำลังจะเปิดเฟิงซิวผู่จึงต้องกลับมา

แม้จะไม่เห็นข้อความจากสมาคมนักหลอมโอสถ แต่ถ้าใกล้ถึงเวลาแล้วไม่เจอเฉินเฟย เฟิงซิวผู่จะมาตามหาเขาที่เมืองเซียนเมฆา

เฉินเฟยไม่รู้ว่าด้านนอกมีคนจับตามองโอสถแรกเริ่มอยู่เท่าไหร่ แต่ทำได้เพียงรังแกเขาที่ฐานฝึกฝนต่ำกว่าและมีมือเท้าไม่สะอาด[1] หรือบางทีอาจมาสังหารโดยไม่มีใครเห็น

เด็กถือเงินเดินผ่านกลางตลาดที่พลุกพล่าน ความคิดแปลกๆทุกอย่างวิ่งเข้ามาในหัวทุกคน

แต่เฉินเฟยไม่คิดจะสู้กับพวกเขาแบบเผชิญหน้า หากสู้จริงเฉินเฟยจะไม่ได้อะไรเลย มันไม่ใช่ว่าชนะการต่อสู้แล้วเฉินเฟยจะได้โอสถแรกเริ่มเพิ่มอีกเม็ด

ในเมื่อเป็นแบบนั้นเฉินเฟยจึงเลือกอยู่ในสมาคมดีกว่า

“ในสมาคมมีบ่อน้ำพุร้อนหรือไม่?”

เฉินเฟยถามขึ้นทันใด ที่นี่สะดวกต่อการหลอมโอสถและฝึกฝนวิชา สิ่งเดียวคือสยบมังกรคชรสารต้องใช้น้ำเดือดเพื่อเพิ่มความชำนาญ

“มีเจ้าค่ะ แต่ห้องแบบนั้นต้องใช้ค่าผลงานห้าสิบคะแนนต่อวัน” ฉินจิ้งหลันพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่

เฉินเฟยมองฉินจิ้งหลานอย่างแปลกๆ แค่ถามว่ามีน้ำพุร้อนไหม ทำไมเจ้าต้องทำหน้าแบบนั้นด้วย?

ห้าสิบคะแนนต่อวันแพงไปหน่อย ด้วยค่าผลงานที่เฉินเฟยมีในตอนนี้คงอยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน พอรวมกับค่าน้ำค่าอาหารแล้วเวลาพักคงน้อยลงไปอีก

แต่อย่างที่พูดไป เฉินเฟยไม่จำเป็นต้องอยู่นานขนาดนั้น ตราบใดที่มันไม่ส่งผลต่อการฝึกวิชาและรับประกันความปลอดภัยได้ เฉินเฟยยินดีที่จะจ่าย

เงินมีไว้ให้ใช้ไม่ใช่หรือ!

ดวงอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออกตกทางตะวันตก ตกกลางคืน

“เจ้าแน่ใจหรือว่าเฉินเฟยยังไม่ออกมา?”

ห่างจากสมาคมนักหลอมโอสถไม่กี่ร้อยหมี่ เจิ้งจิ้งอันมองลูกน้อง เสียงเขาเต็มไปด้วยความสงสัย อีกครู่หนึ่งสมาคมนักหลอมโอสถจะปิดประตูแล้ว

“นายน้อย พวกเราคอยจับตามองอยู่แต่ไม่เห็นเฉินเฟยออกมาเลย” ลูกน้องตอบอย่างรวดเร็ว

เจิ้งจิ้งอันขมวดคิ้วสงสัยว่าเฉินเฟยใช้วิชาปลอมตัวแอบเดินออกไปหรือไม่ แต่ในสมาคมมีคนจับตามองเฉินตลอดเวลาเช่นกัน หากเขาเดินออกไปจะมีคนมารายงานทันที แต่ตอนนี้ยังไม่มีข่าวคราวกลับมา

“นายน้อย เกิดเรื่องขี้นแล้ว!”

ร่างหนึ่งมาจากระยะไกลอย่างกังวลใจ เข้ามาหาเจิ้งจิ้งอันแล้วกระซิบ “เพิ่งได้รับการยืนยันว่าเฉินเฟยจะพักอยู่ในสมาคมนักหลอมโอสถ คืนนี้คงไม่ออกมาอีก”

เจิ้งจิ้งอันเบิกตากว้าง สมาคมนักหลอมโอสถจัดหาที่พักให้จริงหรือ?

เจิ้งจิ้งอันไม่ใช่นักหลอมโอสถจึงไม่ใส่ใจสถานการณ์เฉพาะในสมาคมนักหลอมโอสถ เขารู้เพียงข้อมูลทั่วไปบางส่วนเท่านั้น

เจิ้งจิ้งอันคิดไม่ถึงว่าสมาคมนักหลอมโอสถมีที่พักและเฉินเฟยจะย้ายเข้าไปอยู่ในนั้น

ระวังตัวเกินไปไหม? ก่อนจะเกิดเรื่องขึ้นเฉินเฟยก็พาตัวเองไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว

เจิ้งจิ้งอันสับสน ในที่สุดเจิ้งกวนเหวินก็ล่อเฟิงซิวผู่ออกไป แต่เหยื่อแบบนี้ไม่อาจชะลอได้หลายวัน

คาดว่าหลังจากเฉินเฟยได้รับโอสถแรกเริ่มในวันพรุ่งนี้ แต่ละตระกูลคงใช้วิธีของตัวเอง นั่นเป็นผลให้เฉินเฟยลงมือซ่อนตัวอยู่ในสมาคมนักหลอมโอสถทันที

“แล้วฉือเต๋อเฟิงล่ะ ตอนนี้เขาอยู่ไหน?”

เจิ้งจิ้งอันนึกถึงฉือเต๋อเฟิง ในด้านความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับเฉินเฟย นอกจากไม่กี่คนในสำนักแล้วฉือเต๋อเฟิง อาจเป็นเพียงคนเดียวที่มีอยู่ ถ้าต้องการดึงเฉินเฟยออกมาก็ต้องใช้ฉือเต๋อเฟิงเป็นตัวล่อ

“ในตอนกลางวันฉือเต๋อเฟิงกับภรรยาและคนรับใช้เข้าไปในสมาคมนักหลอมโอสถเช่นกัน จนถึงตอนนี้พวกเขายังไม่ออกมา” ลูกน้องก้มหน้าพูด

“สมาคมนักหลอมโอสถให้คนที่ไม่ใช่นักหลอมโอสถเข้าพักด้วยหรือ?” ดวงตาเจิ้งจิ้งอันเบิกกว้าง

“นักหลอมโอสถธรรมดาไม่มีสิทธิ์นี้ แต่เฉินเฟยเป็นนักหลอมโอสถระดับเจ็ดจึงมีคุณสมบัติพาสมาชิกในครอบครัวเข้าไป” ลูกน้องพูดอย่างอ่อนแรง

“ปัง!”

เจิ้งจิ้งอันตะโกนด้วยความโกรธและตบหินฟ้าด้านข้างจนแตกกระจาย ผู้คนที่รอบข้างมองเขาอย่างหวาดกลัว

“นายน้อย ตอนนี้เราจะทำอย่างไรต่อ?” เหล่าลูกน้องกลืนน้ำลายและถามอย่างกังวลโดยกลัวว่าเจิ้งจิ้งอันจะระบายความโกรธใส่พวกเขา

เจิ้งจิงอันขมวดคิ้วคิดหนักแต่ก็หาทางออกไม่ได้ สถานการณ์นี้ต่างจากที่กำหนดไว้ก่อนหน้า แม้แต่ความคิดทรมานเฉินเฟยหลังจับกุมตัวล้วนกลายเป็นเปล่าประโยชน์

เฉินเฟยไม่ได้หายไป ยังหาตัวเขาเจอแต่ตอนนี้ไม่อาจสัมผัสได้

หากกล้าใช้กำลังในสมาคมนักหลอมโอสถ สมาคมนักหลอมโอสถจะทำให้รู้ว่าสมาคมตั้งอยู่ในเมืองเซียนเมฆามานับร้อยปีได้อย่างไร

“กลับไปก่อน!” เจิงจิ้งอันระงับความโกรธ ออกคำสั่งแล้วหันหลังจากไป

เหล่าลูกน้องมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อ พวกเขาไม่กล้าพูดอะไรและตามเจิ้งจิ้งอันไปอย่างหดหู่

ในเวลานี้ไม่ได้มีแค่เจิ้งจิ้งอันเท่านั้นที่ตกตะลึง คนที่ต้องการโอสถแรกเริ่มก็สับสนและถูกปล่อยให้พูดไม่ออกเพราะการกระทำของเฉินเฟยเช่นกัน

คิดถึงสถานการณ์ไว้มากมายแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะย้ายเข้าไปอยู่ในสมาคมนักหลอมโอสถอย่างเรียบร้อยแบบนี้

ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้เคลื่อนไหวยั่วยุเฉินเฟยมากนักเพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้น สิ่งที่คิดไว้คือพวกเขาจะใช้วิธีอื่นหลังจากเฉินเฟยได้รับโอสถแรกเริ่มแล้ว

แต่เฉินเฟยซึ่งตระหนักถึงอันตรายได้หลีกเลี่ยงโอกาสเผชิญหน้ากับพวกเขาโดยตรง

พอเป็นแบบนี้พวกเขาเลยไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร

ภายในสมาคมนักหลอมโอสถ

“ไม่คิดเลยว่าสมาคมนักหลอมโอสถจะมีที่พักหรูหราเช่นนี้” ฉือเต๋อเฟิงมองลานบ้านเฉินเฟยอย่างประหลาดใจ ที่แห่งนี้ยังมีบ่อน้ำพุร้อนด้วย ช่างหรูหรายิ่งนัก

“แต่ราคาแพงไป” หลังมาเยี่ยมเยียนฉือเต๋อเฟิงก็ลำบากใจ

ฉือเต๋อเฟิงมาที่สมาคมนักหลอมโอสถอยู่บ่อยครั้งจึงเข้าใจคุณค่าของค่าผลงานเป็นอย่างดี ลานบ้านที่มีบ่อน้ำพุร้อนแบบนี้ต้องจ่ายห้าสิบคะแนนต่อวันซึ่งแพงกว่าห้องเทียนจื่อด้านนอกเสียอีก

“อยู่แค่ไม่กี่วันเท่านั้น”

เฉินเฟยหัวเราะเบา เรื่องเดียวคือความเร็วในการทำเงินหยุดชะงักชั่วคราว แต่มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่เพราะยังสามารถหลอมโอสถและนำไปขายในครั้งเดียวได้

ทั้งสองคุยกันสักพักก่อนฉือเต๋อเฟิงจะย้ายเข้าไปห้องพักด้านข้าง ในลานบ้านห้าสิบคะแนนแห่งนี้มีสามห้องนอน ดังนั้นเฉินเฟยจึงไม่ต้องใช้ค่าผลงานเพิ่มอีกสิบคะแนนในการเช่าที่พักเพิ่ม

เฉินเฟยกลับมาที่ลานบ้าน นั่งสมาธิและจมสู่ห้วงแห่งการบ่มเพาะ สำหรับสิ่งรบกวนภายนอกเฉินเฟยไม่ได้สนใจเลย

บ่ายวันรุ่งขึ้น ภารกิจปรับปรุงโอสถทะยานเนินเขาสิ้นสุดลง เฉินเฟยเป็นผู้ชนะคนสุดท้าย เว่ยซิงซานมอบโอสถแรกเริ่มให้แก่เฉินเฟย

เฉินเฟยเปิดจุกขวดดูโอสแรกเริ่มในขวดด้วยความอยากรู้ กลิ่นหอมจางลอยโชยเข้ามาในจมูก ดวงตาเริ่มเหม่อลอย ทันใดนั้นเฉินเฟยรู้สึกว่าร่างกายตัวเองเบาขึ้นและเลือดลมเต็มไปด้วยพลัง

“กลิ่นของโอสถแรกเริ่มมีผลรักษาต่อระดับปรับแต่งร่างกาย หากสูดดมเป็นเวลานานจะมีผลดีต่อร่างกายเช่นกัน”

เว่ยซิงซานเห็นสีหน้าเฉินเฟยแล้วอดยิ้มไม่ได้ ส่วนผสมหลักของโอสถแรกเริ่มคือผลไม้วิญญาณจากต้นไม้วิญญาณของสำนักกระบี่เซียนเมฆา มันมีพลังชีวิตแข็งแกร่งตามธรรมชาติซึ่งสมุนไพรธรรมดาเทียบไม่ติด

“ขอบคุณเจ้าสมาคม!”

เฉินเฟยลืมตาขึ้น ปิดจุกขวดแล้วกุมมือให้เว่ยซิงซาน

“ในเวลานี้โอสถแรกเริ่มล้ำค่าเกินไปสำหรับเจ้า เจ้าควรวางแผนล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายตัวเอง” เว่ยซิงซานพูดเตือน

“ผู้เยาว์ทราบแล้ว”

เฉินเฟยพยักหน้า เว่ยซิงซานไม่ได้พูดมากมาย หลังให้กำลังใจไม่กี่คำเฉินเฟยก็ขอตัวลาออกมา

นอกประตู ถูจี้หลินกำลังรออยู่ด้านข้าง เมื่อเขาเห็นเฉินเฟยออกมาถูจี้หลินก็เดินเข้ามาหา

“ผู้อาวุโสถูมีอะไรหรือ?” เฉินเฟยอดถามไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าถูจี้หลิน

“ข้ามาส่งข้อความให้ใครบางคน เสร็จแล้วจะจากไป”

ถูจี้หลินมองเฉินเฟยและพูดด้วยรอยยิ้ม “มีคนขอให้ข้าบอกเจ้าว่าหากเจ้าต้องการขายโอสถแรกเริ่ม เจ้าสามารถเสนอเงิน วิชายุทธ์ วัตถุวิญญาณ ทุกอย่างล้วนต่อรองได้หากเจ้ามีความตั้งใจนี้”

เฉินเฟยยังไม่พูด เขารู้ว่าถูจี้หลินยังพูดไม่จบ

“คนอื่นคาดเดาว่าเจ้าต้องการมอบโอสถแรกเริ่มนี้ให้เฟิงซิวผู่ แต่ของขวัญชิ้นนี้ใหญ่เกินไป ดังนั้นไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้” ถูจี้หลินพูดด้วยรอยยิ้ม

“ถ้อยคำหว่านความขัดแย้งเหล่านี้น่ารังเกียจเล็กน้อย” เฉินเฟยส่ายหัว

“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าคิดแบบนั้นเช่นกัน คำพูดเดิมของอีกฝ่ายแทบจะเป็นแบบนี้แหละ”

ถูจี้หลินหัวเราะเสียงดังและพูดต่อ “ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่ข้าปฎิเสธไม่ได้ เมื่อได้ยินสิ่งนี้ข้าก็รู้สึกไม่ดีเช่นกัน ข้าถ่ายทอดคำพูดแล้ว ที่เหลือเจ้าตัดสินใจเองเถอะ”

ถูจี้หลินพูดจบก็ตบไหล่เฉินเฟยแล้วหันหลังเดินจากไป

เฉินเฟยมองดูขวดโอสถในมือ โอสถแรกเริ่มหนึ่งเม็ดดึงดูดภูติผีปีศาจได้มากมายจริงๆ หากในอนาคตมีของล้ำค่าอย่างอื่นมันคงดึงดูดคนมากขึ้น

หากอ่อนแอจะถูกข่มเหง หากไม่ต้องการถูกข่มเหงก็ต้องฝึกหนักปรับปรุงความแข็งแกร่งของตัวเองเท่านั้น

หากขัดเกลาอวัยวะภายในยังไม่เพียงพอ ให้ฝึกฝนถึงขัดเกลาทวาร หากขัดเกลาทวารยังไม่เพียงพอ ให้ฝึกฝนจนเหนือกว่าขัดเกลาทวาร!

สองวันต่อมา เจิ้งกวนเหวินกลับมาที่เมืองเซียนเมฆาอย่างเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ เขายังไม่ทันได้พักผ่อนก็เรียกเจิ้งจิ้งอันให้มาหา

“โอสถแรกเริ่มล่ะ เป็นอย่างไร?”

เจิ้งกวนเหวินเอนตัวลงเก้าอี้ ความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรนั้นอยู่เหนือความคิดเจิ้งกวนเหวิน แต่สิ่งที่เหนือความคิดยิ่งกว่าคือความแข็งแกร่งของเฟิงซิวผู่

อยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในเหมือนกัน แต่ความแข็งแกร่งที่เฟิงซิวผู่แสดงให้เห็นทำให้เจิ้งกวนเหวินต้องอับอาย โดยเฉพาะตอนชักกระบี่ทิวเขามรกตออกจากฝัก เจิ้งกวนเหวินถึงกับเกิดภาพหลอนว่ากำลังเผชิญหน้ากับระดับขัดเกลาทวาร

สัตว์อสูรสร้างปัญหามากมายให้กับพวกเขาทั้งสอง แต่สุดท้ายมันก็ถูกกระบี่ของเฟิงซิวผู่ฆ่า

เมื่อครู่เจิ้งกวนเหวินรีบกลับเมืองเซียนเมฆาโดยหวังว่าจะได้รับโอสถแรกเริ่มแล้ว เมื่อกลับมาถึงจะได้นำโอสถไปให้น้องชายเพื่อให้เขากลับสู่ระดับขัดเกลาทวาร

ไม่อย่างนั้นพวกเขาอาจไม่มีกำลังพอที่จะรับผลตามมาของเฟิงซิวผู่

เจิ้งจิ้งอันได้ยินคำถามเจิ้งกวนเหวินจึงก้มหน้าลงด้วยสีหน้าน่าเกลียดและพูดเสียงต่ำ “โอสถแรกเริ่มอยู่ในมือเฉินเฟย ข้ายังไม่ได้มันมา”

“ข้าให้เวลาเจ้าตั้งมากมาย แต่เจ้ากลับยังไม่ได้โอสถแรกเริ่มมาอีกหรือ!” เจิ้งจิ้งอันลุกขึ้นอย่างโกรธเคืองและถามอย่างไม่พอใจ

“เฉินเฟยย้ายเข้าไปอยู่ในสมาคมนักหลอมโอสถและไม่ออกมาอีกเลย แล้วแบบนี้จะให้ข้าทำอย่างไร”

เจิ้งจิ้งอันตะคอกเสียงดังราวกับเขากำลังระบายความคับข้องใจที่ได้รับในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ตอนนี้เฉินเฟยอาศัยอยู่ในสมาคมนักหลอมโอสถ เขาทำอะไรมันไม่ได้จริงๆ

เจิ้งกวนเหวินตกใจ เห็นได้ชัดว่าเขาคิดไม่ถึงเช่นกันว่าจะเป็นแบบนี้ เขาค่อยๆนั่งลงและถอนหายใจหนัก

ครั้งนี้เสียทั้งภรรยาและกองทหาร[2] ยังต้องมอบลำนำหลอมเทพให้ด้วย ผลที่ได้คือไม่มีโอกาสได้เห็นโอสแรกเริ่มด้วยซ้ำ

ตอนนี้เฟิงซิวผู่คงกลับไปถึงสำนักแล้ว เขาจะเห็นข้อความและมาเมืองเซียนเมฆาในไม่ช้า พวกเขาตระกูลเจิ้งไม่อาจยุ่งเกี่ยวกับโอสถแรกเริ่มได้อีก

[1]มือเท้าไม่สะอาด ขโมย

[2]เสียทั้งภรรยาและกองทหาร เสียซ้ำสองในครั้งเดียว

จบบทที่ ตอนที่ 146 เสียทั้งภรรยาและกองทหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว