เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 145 ใช้กลยุทธ์

ตอนที่ 145 ใช้กลยุทธ์

ตอนที่ 145 ใช้กลยุทธ์


เมืองเซียนเมฆา ภายในลานบ้านตระกูลเจิ้ง

เจิ้งจิ้งอันมาหาชายวัยกลางคนและพูดเสียงเบา “ท่านลุง เฉินเฟยไม่ยอมมอบโอสถแรกเริ่มให้ เขาไม่ดื่มสุราคารวะแต่ดื่มสุราจับกรอก![1]”

“พวกเรารู้เรื่องนี้ช้าเกินไป”

เจิ้งกวนเหวินส่ายหัว “ใครจะคิด ปรมาจารย์นักหลอมโอสถแบบนี้มาจากสำนัก”

“ข้าเพิ่งได้ข้อมูลจากคนรับใช้ว่าเฉินเฟยออกจากโรงเตี๊ยมไปที่สมาคมนักหลอมโอสถแล้ว หากเขาซ่อนตัวอยู่ในสมาคมไม่ยอมออกมา พวกเราเราคงลงมือกับเขาได้ยาก”

เจิ้งจิ้งอันเดินไปมาอย่างหงุดหงิด โอสถแรกเริ่มเป็นของล้ำค่าและมีจำนวนน้อยนิด ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหามัน คนที่ได้ไปยังเป็นศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอีก โอกาสที่จะได้มันมายิ่งน้อยลง

“ตอนนี้ไม่ได้มีแค่เราที่จับตามองเขา เขาอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูกเท่านั้น หากไม่มีคนอื่นมาช่วยคงเก็บโอสถแรกเริ่มนี้ไว้ได้ยาก” เจิ้งกวนเหวินพูดด้วยรอยยิ้ม

“ข้ากลัวว่าในเวลานั้นจะมีคนอื่นได้โอสถแรกเริ่มไปมากกว่า!” เจิ้งจิ้งอันขมวดคิ้ว

“ไม่ดีแล้ว ไม่ดีแล้ว เฉินเฟยออกภารกิจกับสมาคมนักหลอมโอสถให้ส่งข้อความถึงเฟิงซิวผู่”

ทันใดนั้นผู้คุ้มกันประตูก็วิ่งเข้ามาและพูดกับเจิ้งกวนเหวินทั้งสอง

สีหน้าเจิ้งกวนเหวินทั้งสองเปลี่ยนไป ตอนพวกเขารู้ว่าเฉินเฟยไปที่สมาคมนักหลอมโอสถเพียงคิดว่าเฉินเฟยต้องการลี้ภัย คิดไม่ถึงว่าจะไปออกภารกิจเช่นนี้

“เขาน่าจะรู้แล้วว่าข้อความถูกขัดขวางเลยขอให้สมาคมนักหลอมโอสถส่งข้อความแทน ช่างเป็นเด็กเจ้าเล่ห์นัก!”

เจิ้งกวนเหวินขมวดคิ้ว ตอนนี้เขายังสงบสติอารมณ์ได้เพราะโอสถแรกเริ่มยังไม่อยู่ในมือเฉินเฟย ส่วนข้อความที่เฉินเฟยส่งออกไปล้วนถูกทุกฝ่ายขัดขวางไว้จริง

เมื่อโอสถแรกเริ่มถูกส่งมอบในวันพรุ่งนี้ ทุกฝ่ายจะร่วมมือกันบังคับเฉินเฟยให้ตัดสินใจเลือก

การบ่มเพาะไม่สูงกว่าระดับขัดเกลาไขกระดูก เมืองเซียนเมฆาจึงไม่ปลอดอย่างแท้จริง เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดบางอย่างขึ้น

แต่หากเฟิงซิวผู่มาถึงเมืองเซียนเมฆา นั่นจะกลายเป็นปัญหาใหญ่

ครอบครองอาวุธวิญญาณกระบี่ทิวเขามรกต แม้ตอนนี้จะอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในแต่ก็ยังเหนือกว่าขัดเกลาอวัยวะภายในธรรมดาแน่นอน เกรงว่าแม้จะปิดล้อมด้วยระดับขัดเกลาอวัยวะภายในหลายคนก็ไม่พอให้เฟิงซิวผู่ฟันกระบี่สักครั้ง

“ท่านลุง ท่านจะส่งคนไปขัดขวางคนรับภารกิจหรือไม่?” เจิงจิ้งอันพูด

“ข้อความนี้ไม่อาจขัดขวาง สมาคมนักหลอมโอสถมีช่องทางส่งข้อความของตนเอง ไม่จำเป็นต้องส่งคนไป” เจิ้งกวนเหวินส่ายหัว

ต่อให้เข้าไปขัดขวางได้เจิ้งกวนเหวินก็ไม่ยอมรับเรื่องนี้อยู่ดี การกำหนดเป้าหมายเฉินเฟยกับการกำหนดเป้าหมายสมาคมนักหลอมโอสถเทียบกันไม่ติด

เกรงว่าคงไม่มีใครทำแบบนั้นเพื่อโอสถแรกเริ่มเช่นกัน

เมื่อร้อยปีก่อนสมาคมนักหลอมโอสถอาจเป็นเพียงกลุ่มผู้เชี่ยวชาญหลอมโอสถที่รวมตัวกันเพื่อรักษาความอบอุ่น แต่ตอนนี้ได้กลายเป็นสัตว์ร้ายที่มีส่วนร่วมกับสำนักนิกายโดยรอบอย่างมาก

ไม่อย่างนั้นหากเว่ยซิงซานจัดการยอดโอสถของสำนักกระบี่เซียนเมฆาได้ไม่ดี แล้วเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าสมาคมนักหลอมโอสถและพัฒนาสมาคมได้อย่างไร

“ภารกิจต่อไปของสำนักสามารถมอบหมายให้เฟิงซิวผู่ออกไปสักหลายวันได้หรือไม่?” เจิงจิ้งอันถาม

“หากเป็นเมื่อก่อนคงทำได้ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บของบิดาเจ้าอิทธิพลของตระกูลเจิ้งภายในสำนักจึงถดถอยลง หากไม่มีเหตุผลอันควรการขยับเฟิงซิวผู่คงเป็นไปไม่ได้”

เจิ้งกวนเหวินคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายก็ส่ายหัว ในเวลานี้ต่างจากเมื่อก่อน ตระกูลเจิ้งตกต่ำลงซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงต้องการโอสถแรกเริ่มเม็ดนี้นัก

เพราะโอสถแรกเริ่มมีโอกาสฟื้นฟูตระกูลเจิ้งกลับสู่ความรุ่งเรืองเหมือนก่อนหน้าแทนที่จะเป็นถดถอยลงอย่างเช่นตอนนี้

“แล้วต้องทำอย่างไร!”

เจิ่งจิ้งอันรู้จักเฟิงซิวผู่เช่นกัน หากเฟิงซิวผู่มาถึงเมืองเซียนเมฆา เกรงว่าคนที่จับตามองโอสถแรกเริ่มนี้คงได้แต่ยับยั้งตัวเอง

ไม่อย่างนั้นหากไม่มียอดฝีมือระดับขัดเกลาอวัยวะภายในจำนวนหนึ่งปิดล้อมก็คงชนะเฟิงซิวผู่ไม่ได้ และยังต้องเตรียมใจที่จะมีคนมากมายโดนเฟิงซิวผู่สังหาร

เจิ้งกวนเหวินขมวดคิ้วไม่ตอบ

“หากเฉินเฟยไม่ได้กินโอสถแรกเริ่มเองก็ต้องมอบให้เฟิงซิวผู่ไม่ใช่หรือ?” เจิ้งจิงอันพูดขึ้น

เจิ้งกวนเหวินสะดุ้งแล้วพยักหน้า ความเป็นไปได้นี้สูงมาก เฟิงซิวผู่ถดถอยเพราะอาการบาดเจ็บ หากกินโอสถแรกเริ่มจะมีโอกาสฟื้นฟูอาการบาดเจ็บและกลับสู่ระดับขัดเกลาทวาร

ระดับขัดเกลาทวารสามารถปกป้องความเจริญของตระกูลได้นับร้อยปี เฟิงซิวผู่นั้นอยู่ตัวคนเดียว หากเขากลับสู่ระดับขัดเกลาทวาร ลูกศิษย์ก็จะได้รับผลประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วน

เจิ้งกวนเหวินรู้สึกอิจฉาความโชคดีของเฟิงซิวผู่ขึ้นมาทันที ตามข้อมูลที่ได้มา เฉินเฟยเพิ่งเป็นลูกศิษย์เฟิงซิวผู่ได้ไม่กี่เดือนเท่านั้น

เพียงไม่กี่เดือนต่อมาเฉินเฟยก็เต็มใจมอบโอสถแรกเริ่มให้เฟิงซิวผู่แล้ว ต้องมีโชคแบบไหนกันถึงจะได้ลูกศิษย์เช่นนี้?

เจิ้งกวนเหวินมีลูกศิษย์หลายคนเช่นกัน แต่นอกจากรับรู้ว่าเขาประสบปัญหาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้

สถานการณ์เช่นนี้ช่างแตกต่าง

“ใช้นกอัสนีส่งข้อความถึงคนในตระกูล ให้พวกเขาตามหาเฟิงซิวผู่ บอกว่าข้าอยู่ที่ภูเขาหลู่หยาและขอความช่วยเหลือจากเขา หากทำสำเร็จข้าจะมอบลำนำหลอมเทพให้” เจิ้งกวนเหวินพูดอย่างเคร่งขรึม

“ลำนำหลอมเทพ? ฐานฝึกฝนของเฟิงซิวผู่เหมือนจะใช้วิชานี้ไม่ได้” เจิ้งจิ้งอันถามอย่างสงสัย

ลำนำหลอมเทพเป็นสิ่งที่สอนในตระกูลเจิ้งเท่านั้น แม้แต่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวก็ไม่มี

สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ได้บังคับให้ผู้ที่อยู่ภายใต้สำนักส่งวิชาของตนให้สำนัก แน่นอนว่าหากยินดีมอบให้ก็จะได้รับผลตอบแทนที่เพียงพอ

เมื่อฝึกลำนำหลอมเทพถึงระดับลึกซึ้งจะสามารถกระตุ้นพลังจิตใจบำรุงพลังภายในได้ เป็นการใช้พลังเทพเร่งความเร็วในการบ่มเพาะของนักยุทธ์ปรับแต่งร่างกาย

พลังเทพแข็งแกร่งความเร็วในการบ่มเพาะยิ่งเร็ว เนื่องจากเป็นการกระตุ้นพลังจิตใจมันจึงมีผลบรรเทาพลังจิตใจด้วย มันจึงถือได้ว่าเป็นวิชาลับที่ไม่เลว

แต่ลำนำหลอมเทพจะให้ผลน้อยลงสำหรับระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน และไม่ให้ผลใดเลยเมื่อเหนือกว่าระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ด้วยฐานฝึกฝนของเฟิงซิวผู่ในตอนนี้ลำนำหลอมเทพย่อมไม่ช่วยอะไร

“เอาไว้ให้ลูกศิษย์ของเขาไง”

เจิ้งกวนเหวินถอนหายใจ มองเจิงจิ้งอันและพูดเสียงทุ้มลึก “เมื่อข้าล่อเฟิงซิวผู่ออกไปแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเจ้าว่าจะเอาโอสถแรกเริ่มมาอย่างไร”

“โอสถแรกเริ่มไม่พ้นเงื้อมือข้าแน่!”

เจิ้งจิ้งอันพูดเสียงดังโดยมีประกายเย็นชาในดวงตา หากในเวลานั้นเฉินเฟยยังโง่เขลาอยู่ ก็อย่างตำหนิข้าที่ใช้อุบายบางอย่าง

หนึ่งชั่วยามต่อมา เฟิงซิวผู่มาที่ภูเขาหลู่หยาและเห็นเจิ้งกวนเหวิน

“เจ้าต้องการอะไร?” เฟิงซิวผู่ถามโดยตรง

“ข้าพบที่ซ่อนของสัตว์อสูร ในนั้นควรมีหญ้าขนนกอยู่ เมื่อถึงเวลาให้ร่วมมือกับข้าสังการสัตว์อสูรตัวนั้น หลังจบเรื่องนี้ข้าจะให้ลำนำหลอมเทพที่เจ้าต้องการ” เจิ้งกวนเหวินมองเฟิงซิวผู่และพูดด้วยรอยยิ้ม

“ข้าจะถ่ายทอดลำนำหลอมเทพให้ลูกศิษย์ พวกเจ้าตระกูลเจิ้งไม่สามารถจำกัดได้” เฟิงซิวผู่พูดเสียงทุ้ม

“นั่นเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นการเก็บเกี่ยวหญ้าขนนกและสัตว์อสูรจะแบ่งให้เจ้าเพียงสองส่วน”

เจิ้งกวนเหวินถอนหายใจ ในฐานะอาจารย์แล้วควรอุทิศตัวค้นหาวิชาที่เหมาะสมสำหรับลูกศิษย์ เมื่อลูกศิษย์มีโอกาสก็จะตอบแทนอาจารย์

พูดตามตรง เจิ้งกวนเหวินอิจฉาความรู้สึกแบบนี้เช่นกัน น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถอุทิศตัวแบบนี้ให้ลูกศิษย์ของตัวเอง

“ได้ นำทางไป” เฟิงซิวผู่รู้สึกว่าสายตาเจิ้งจิ้งอันดูแปลกล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ใส่ใจ

“รังสัตว์อสูรอยู่ด้านใน”

เจิ้งกวนเหวินชี้ทิศทาง ร่างเขาสั่นไหวหายไป

เจิ้งกวนเหวินไม่ได้เป็นคนเจอรังสัตว์อสูรตัวนี้แต่เป็นสมาชิกตระกูลเจิ้ง เดิมทีเขาจะหาโอกาสเป็นผู้นำปิดล้อม แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ทำ

ตอนนี้จึงนำมาใช้ประโยชน์ได้

ตั้งแต่การสำรวจไปจนถึงการสังหารสัตว์อสูรต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองวัน วันพรุ่งนี้ภารกิจของสมาคมจะสิ้นสุดลงหากไม่มีเรื่องไม่คาดฝันอื่น

เจิ้งกวนเหวินหวังว่าเจิ้งจิ้งอันจะทำตามความคาดหวังเขาได้โดยไม่สนว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม ตราบใดที่ไม่มีหลักฐานเหลืออยู่ ต่อให้เฉินเฟยโดนฆ่าตายก็ไม่ใช่ปัญหา

แม้สุดท้ายเขาจะโดนสงสัย แต่การได้โอสถแรกเริ่มและได้รับพลังระดับขัดเกลาทวารกลับคืนมาย่อมจบเรื่องทั้งหมดได้

เมืองเซียนเมฆา ที่พักอาศัยของสมาคมนักหลอมโอสถ

เฉินเฟยใช้ค่าผลงานหนึ่งร้อยคะแนนเพื่อให้สมาคมส่งข้อความ เฉินเฟยไม่ได้ไปที่อื่นและรออยู่ในสมาคม

เฉินเฟยเดินไปทั่วสมาคม ฟังนักหลอมโอสถคนอื่นพูดคุยถึงวิธีหลอมโอสถซึ่งเขาได้ประโยชน์มาเล็กน้อย ฉินจิ้งหลันเดินตามเฉินเฟยอย่างเงียบๆโดยมองแผ่นหลังเฉินเฟยพร้อมกับแสดงรอยยิ้มโง่เขลา

“ในเวลานี้เฟิงซิวผู่ไม่ได้อยู่ในสำนักจึงยังไม่ได้รับข้อความของเจ้า อาจใช้เวลาสักสองวัน”

หลังเดินไปรอบๆอยู่นานเฉินเฟยจึงเดินชมสมาคมนักหลอมโอสถจนครบ เมื่อกลับมาโต๊ะรับรองก็มีคนรายงานสถานะภารกิจของเฉินเฟย

“ไม่อยู่ในสำนัก?”

เฉินเฟยเปลี่ยนสีหน้า ปฏิกิริยาแรกของเขาคือเฟิงซิวผู่อาจถูกคนอื่นล่อลวงและจงใจป้องกันไม่ให้เฟิงซิวผู่มาที่เมืองเซียนเมฆา

“โลกนี้ไม่มีช่องทางสื่อสารแบบเรียลไทม์ การตามหาตัวคนยากเกินไป”

เฉินเฟยสาปแช่งอยู่ในใจและไม่รู้ว่าเฟิงซิวผู่หายไปไหน

“สมาคมมีที่พักให้หรือไม่?” เฉินเฟยเกิดความคิดหนึ่งและหันไปถามฉินจิ้งหลัน

“มีเจ้าค่ะ แต่ถ้าต้องการพักอยู่ในสมาคมต้องจ่ายค่าผลงานทุกวัน”

แม้ฉินจิ้งหลันจะแปลกใจกับคำถามของเฉินเฟย แต่นางยังคงพยักหน้า

สมาคมมีห้องพักจำนวนมาก บางครั้งนักหลอมโอสถหลายคนจะพักอยู่ในสมาคมเมื่อต้องการค้นคว้า

นอกจากนี้ยังมีนักหลอมโอสถสันโดษมากมายที่ไม่สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ พวกเขาพูดคุยหัวข้อร่วมกับนักหลอมโอสถคนอื่นได้เท่านั้น ดังนั้นจึงใช้ชีวิตอยู่แต่ในสมาคม

มีเพียงไม่กี่คนที่ซ่อนตัวจากศัตรู

สมาคมนักหลอมโอสถจัดหาที่พักพิงให้ได้ ทั้งหมดนี้อยู่ในความรับผิดชอบ นั่นคือเมื่อเจ้ามีปัญหาและถูกทิ้งให้อยู่ลำพัง สมาคมจะยืนหยัดช่วยเจ้าเอง มีนักหลอมโอสถบางคนที่ซ่อนตัวอยู่ในสมาคมและไม่ออกไปไหน

อย่างไรแล้วภายในสมาคม ตราบใดที่มีค่าผลงานเพียงพอสิ่งของส่วนใหญ่ล้วนจัดหาให้ได้ การใช้ชีวิตวัยเกษียณไม่มีปัญหาเลย

“พักหนึ่งวันต้องใช้ค่าผลงานเท่าไหร่?” เฉินเฟยถาม

“ห้องพักธรรมดาสิบคะแนนต่อวัน” ฉินจิ้งหลันตอบ

ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกาย ราคาแบบนี้เขาอยู่ได้แน่นอน สูตรโอสถที่ขายขาดครั้งก่อนยังเหลือค่าผลงานพันกว่าคะแนน ดังนั้นสามารถอยู่ที่นี่ได้อีกนาน

[1]ไม่ดื่มสุราคารวะแต่ดื่มสุราจับกรอก ไม่เต็มใจเริ่มทำบางสิ่งด้วยตนเอง ต้องถูกบังคับให้ทำจึงยอมทำ

จบบทที่ ตอนที่ 145 ใช้กลยุทธ์

คัดลอกลิงก์แล้ว