เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 111 ทรมานด้วยน้ำเดือด

ตอนที่ 111 ทรมานด้วยน้ำเดือด

ตอนที่ 111 ทรมานด้วยน้ำเดือด


“อาจารย์ ดินแดนลมประหลาดคืออะไร?”

หลังอูกวนอิ้นจากไป เฉินเฟยถามด้วยความสงสัย เมื่อดูจากท่าทางของเฟิงซิวผู่เมื่อครู่ สถานที่แห่งนี้คงอันตรายอย่างยิ่ง

“มันเป็นดินแดนประหลาดที่สำนักค้นพบ แม้สิ่งแปลกประหลาดด้านในจะถูกกำจัดไปมาก แต่มันยังเหลืออีกไม่น้อย ภารกิจของศิษย์ที่ถูกส่งไปคือกำจัดสิ่งแปลกประหลาดที่เหลือ”

เฟิงซิวผู่มองไปเฉินเฟยแล้วรู้สึกละอายใจ ในฐานะอาจารย์ การที่ไม่อาจปกป้องศิษย์ตัวเองได้ทำให้เฟิงซิวผู่เสียใจนัก

เฉินเฟยขมวดคิ้ว กลายเป็นว่าดินแดนลมประหลาดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่สิ่งแปลกประหลาดอยู่รวมกัน? ทำไมต้องไปที่แบบนี้ด้วย มันควรอยู่ให้ห่างไม่ใช่หรือ?

“ดินแดนลมประหลาดเป็นสถานที่ประหลาด สภาพแวดล้อมภายในแตกต่างจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะปราณหยวนที่เข้มข้นกว่า ที่แห่งนี้ถือกำเนิดสมบัติมากมายซึ่งเป็นประโยชน์ต่อนักยุทธ์อย่างเรา โดยเฉพาะระดับขัดเกลาทวารที่มักจะใช้วิธีนี้”

เมื่อเห็นสีหน้าสับสนของเฉินเฟย เฟิงซิวผู่จึงอธิบายว่า “หากเจ้าต้องการไปฝึกฝน อย่างน้อยต้องอยู่ในระดับปรับแต่งจิตก่อน พลังจิตใจคือสิ่งพื้นฐาน ภายในดินแดนประหลาดก็เป็นเช่นนี้ ดังนั้นดินแดนประหลาดของทุกสำนักจึงเป็นดั่งสมบัติ”

“ไม่กลัวว่าสำนักอื่นจะมาแย่งไปหรือ?”

พอได้ยินเกี่ยวกับสมบัติ ความคิดแรกของเฉินเฟยคือต้องขโมยจากสำนักอื่น

“เมื่อนานมาแล้วเคยเกิดเรื่องเช่นนี้เหมือนกัน แต่ตอนนี้เกิดขึ้นยากแล้ว ในเวลานั้นพวกเราได้ทำข้อตกลงร่วมกัน ไม่เช่นนั้นพวกเราคงไม่ได้อยู่อย่างสงบมาหลายปี แน่นอนว่าสถานที่นี้ไม่ได้ใหญ่โตนัก สมบัติที่กำเนิดในนั้นย่อมมีจำกัด สำนักอื่นคงไม่ยอมเสียหน้าเพื่อสิ่งนี้” เฟิงซิวผู่ส่ายหน้าพูด

เฉินเฟยพยักหน้า กล่าวคือหากมันมีค่ามากพอ ข้อตกลงเลห่านี้ล้วนเป็นสิ่งไร้ความหมาย

“แม้ดินแดนลมประหลาดจะมีขนาดเล็ก แต่มันมีไว้สำหรับสำนักเท่านั้น สำหรับเจ้าแล้วที่นั่นอันตรายเกินไปเพราะระดับของเจ้าต่ำนัก”

เฟิงซิวผู่ถอนหายใจ หยิบตำราออกมาจากชั้นและวางไว้ด้านหน้าเฉินเฟย เฉินเฟยมองหน้าปก กระบี่หนาม

เฉินเฟยมองเฟิงซิวผู่อย่างประหลาดใจ เฉินเฟยรู้จักวิชากระบี่ชุดนี้ เขาเคยเห็นในหอตำรามาก่อน มันต้องใช้ค่าผลงานถึงสามพันคะแนน

“ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าผลงาน ข้าจะไปจ่ายให้หอตำราสำหรับวิชากระบี่นี้ในภายหลัง”

เฟิงซิวผู่ยิ้มเล็กน้อยและพูดต่อ “ด้วยความเข้าใจของเจ้าเกี่ยวกับกระบี่ดาวประดับราตรี เจ้าน่าจะเรียนรู้วิชากระบี่นี้ได้เช่นเดียวกัน กระบี่หนามชุดนี้อยู่ในเป็นแบบเดียวกับกระบี่ดาวประดับราตรี แม้ว่ามันจะเป็นกระบี่ป้องกัน แต่ทุกครั้งที่ป้องกันการโจมตีได้สำเร็จมันจะโต้กลับไปส่วนหนึ่ง”

“ขอบคุณท่านอาจารย์!” เฉินเฟยรับตำราวิชาอย่างมีความสุข เฉินเฟยรู้สึกประทับใจวิชานี้มากตอนที่ได้เห็นคำแนะนำของมัน

การป้องกันของกระบี่ดาวประดับราตรีนั้นแข็งแกร่งกว่า แต่การป้องกันมีมากพอแล้วและการบุกโจมตียังมีไม่เพียงพอ ซึ่งกระบี่หนามลบจุดบกพร่องนี้ได้อย่างสมบูรณ์

มันยังคงเป็นการป้องกัน แต่ทุกครั้งที่ป้องกันสำเร็จจะเป็นการโต้กลับที่เฉียบแหลม

สิ่งเดียวคือกระบี่หนามนี้ฝึกได้ยากและไม่เป็นที่รักสำหรับศิษย์หลายคน หากต้องการเรียนรู้กระบี่หนามนี้ได้ดีก็จำเป็นต้องเรียนรู้กระบี่ดาวประดับราตรีด้วย นั่นทำให้ศิษย์หลายคนยอมแพ้

ในความคิดเฉินเฟย มูลค่าแท้จริงของกระบี่หนามนี้มีอย่างน้อยสี่พันหรือแม้แต่ห้าพันค่าผลงาน

“อาจารย์ ศิษย์ขอเข้าพบ!” เสียงกัวหลินซานดังมาจากข้างนอก

“เข้ามา”

“อาจารย์ ศิษย์น้องเล็ก!”

กัวหลินซานวิ่งเข้ามา พอเห็นเฉินเฟยทั้งสองก็พูดอย่างกระวนกระวาย “อาจารย์ เมื่อครู่นี้ข้าเห็นประกาศคนที่ต้องไปดินแดนลมประหลาดครั้งนี้แล้ว ในนั้นมีชื่อศิษย์น้องเล็กอยู่ด้วย”

“เพิ่งประกาศเมื่อครู่!”

เฟิงซิวผู่ตะคอกอย่างเย็นชา การประกาศนี้ทำขึ้นเพื่อให้สำนักกระบี่เซียนเมฆาเห็น หรือก็คือให้หงหยวนเฟิงเห็น

ดูสิ ข้าโยนเฉินเฟยที่อยู่ในเข้าไปในดินแดนประหลาดแล้ว ระดับหลอมกระดูกเช่นนี้ยากที่จะกลับมาได้

“อาจารย์ ระดับของศิษย์น้องเล็กต่ำเกินไป ข้าจะไปดินแดนลมประหลาดกับเขาด้วย”

กัวหลินซานเห็นประกาศและเข้าใจความตั้งใจของสำนัก ดังนั้นเขาจึงไม่พูดอะไรอีก คิดเพียงจะไปดินแดนลมประหลาดด้วยเพื่อจะได้ดูแลเฉินเฟยในระหว่างทาง

“สำนักไม่ปล่อยให้เจ้าไปแน่ เจ้าคือเมล็ดพันธุ์แท้จริง” เฟิงซิวผู่ส่ายหัว

กัวหลินซานเปิดปากค้างแล้วถอนหายใจออกมา

“ไม่เป็นไรศิษย์พี่กัว”

กัวหลินซานตบไหล่กัวหลินซาน พอกัวหลินซานรู้เรื่องนี้เขาก็วิ่งมาบอกว่าจะตามเข้าไปด้วย สิ่งนี้ทำให้เฉินเฟยซาบซึ้งนัก นี่เป็นสิ่งที่พี่น้องทำกัน

“เฉินเฟย หากต้องการอะไรก็บอกมากเลย จุดประสงค์หลักของการเดินทางครั้งนี้คือช่วยชีวิต เจ้าต้องจำไว้ให้ดี!” เฟิงซิวผู่หันไปพูดกับเฉินเฟยด้วยเสียงทุ้ม

“ขอรับ ท่านอาจารย์พอมีเงินหรือไม่?” เฉินเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามอย่างเขินอาย

ตามแผนเดิมของเฉินเฟย ความชำนาญโอสถทะยานเนินเขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายได้จากโอสถเหนือสามัญไม่ได้ช้าลง ตามจริงแล้วการเก็บสะสมเงินทำได้เร็วขึ้นมาก

แม้ว่าช่วงนี้เขาจะใช้เงินเป็นจำนวนมาก แต่อีกหนึ่งเดือนกว่าเขาก็จะเก็บเงินได้ถึงห้าหมื่นตำลึงและทำให้สยบมังกรคชสารเป็นแบบง่ายได้

แต่ในเวลานี้กลับเกิดเรื่องขึ้น และสิบวันต่อจากนี้เขาต้องเข้าไปที่ดินแดนลมประหลาด นั่นทำให้เฉินเฟยไม่มีเวลาค่อยๆเงินอีกต่อไป

แม้สิ่งแปลกประหลาดส่วนใหญ่ในดินแดนประหลาดจะถูกกำจัดไปแล้ว แต่ที่แห่งนั้นยังคงอันตรายมากอยู่ดี ไม่เช่นนั้นสำนักคงไม่ใช้สิ่งนี้สร้างคำอธิบายที่น่าพอใจให้กับสำนักกระบี่เซียนเมฆา

เมื่อเป็นแบบนั้น หากเฉินต้องการความปลอดภัย สยบมังกรคชสารย่อมเป็นตัวรับประกันได้เป็นอย่างดี

“เจ้าต้องการเท่าไหร่?” เฟิงซิวผู่ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง เขาคิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะขอยืมเงิน

“ห้าหมื่นตำลึง!” เฉินเฟยเกาหัวแล้วพูดเสียงต่ำ

“รอสักครู่”

เฟิงซิวผู่พยักหน้าหันหลังเดินกลับเข้าไป

กัวหลินซานมองเฉินเฟย เมื่อครู่ที่เฉินเฟยบอกจะยืมเงิน กัวหลินซานต้องการจะพูดว่าเขามีเงินและสามารถให้เฉินเฟยยืมก่อนได้ แต่พอได้ยินจำนวนที่เฉินเฟยพูดออกมา กัวหลินซานจึงตัดสินใจว่าไม่เข้าไปขัดจังหวะดีกว่า

เยี่ยมจริงๆ พูดทีเดียวตั้งห้าหมื่นตำลึง กัวหลินซานมักใช้เงินทั้งหมดไปกับโอสถ เขามีเงินสำรองเพียงเล็กน้อยซึ่งไม่ถึงห้าหมื่นตำลึงด้วยซ้ำ

เฟิงซิวผู่กลับมาอย่างรวดเร็ว วางตั๋วเงินปึกหนึ่งไว้ตรงหน้าเฉินเฟย

“นี่คือหนึ่งแสนตำลึง เจ้าเอาใช้ไปก่อน หากไม่พอให้มาบอกข้า” เฟิงซิวผู่พูดด้วยรอยยิ้ม

“ไม่จำเป็นต้องมากขนาดนี้ ห้าหมื่นตำลึงเพียงพอแล้ว”

เฉินเฟยตะลึงกับความกล้าของเฟิงซิวผู่ สมแล้วที่ในเวลานั้นเขาเป็นผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวาร แค่การจ่ายเงินก็แตกต่างกันแล้ว

เฉินเฟยหยิบตั๋วเงินส่วนหนึ่งออกมาอย่างระมัดระวัง

ตั๋วเงินเหล่านี้เป็นเงินที่หอการค้าเมืองเซียนเมฆาออกให้ และผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังคือสำนักกระบี่เซียนเมฆา ดังนั้นชื่อเสียงของพวกเขาจึงรับประกันได้อย่างดี ตั๋วเงินส่วนใหญ่ที่เฉินเฟยใช้แลกเปลี่ยนในขณะนี้ก็เป็นตั๋วเงินประเภทนี้เข่นกัน

เมื่อเห็นว่าเฉินเฟยไม่ต้องการ เฟิงซิวผู่จึงพยักหน้าเก็บตั๋วเงินคืน

“ศิษย์น้องเล็ก ข้ามีคนรู้จักที่จะไปดินแดนลมประหลาดในครั้งนี้ ข้าจะไปทักทายให้พวกเขาพาเจ้าเข้าร่วมกลุ่มพวกเขาด้วย” กัวหลินซานตบหน้าอกแล้วพูด

“ขอบคุณศิษย์พี่! ขอบคุณท่านอาจารย์!”

เฉินเฟยมองกัวหลินซานกับเฟิงซิวผู่แล้วโค้งคำนับ สองคนนี้เป็นคนที่ดีต่อเขาจริงๆ

หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยซึ่งเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกทั้งหมดปรากฏตัวในเมืองเซียนเมฆา

แลกเงินห้าหมื่นตำลึงที่หอการค้าและนั่งรถม้ากลับบ้านเช่า

เฉินเฟยเป็นผู้เช่าลานบ้านนี้ไว้เอง สุดท้ายแล้วเฉินเฟยยังเชื่อฟังหัวใจตัวเองและเช่าบ้านเล็กๆไว้ด้านนอก ซึ่งตอนนี้ได้ใช้มันแล้ว

ตกกลางคืน

หลายร่างปรากฏขึ้นนอกลานบ้านนี้ กำลังจ้องมองลานอย่างเงียบเฉียบ

“วันนี้ไม่มีใครออกมาเลยหรือ?”

“เฝ้ามาทั้งวันแล้วแต่ยังไม่เห็นใครออกมา นั่นคือเงินห้าหมื่นตำลึง มันคุ้มค่ากับเวลาของเรา”

“รู้ตัวตนของอีกฝ่ายหรือไม่?”

“มีเวลาน้อยเกินไปจึงไม่ได้หาข้อมูล”

“ได้เวลาแล้ว ลงมือเถอะ”

คนกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้าไปในลานบ้าน เตะเปิดประตูและเห็นกล่องเงินตรงกลางอย่างรวดเร็ว แต่ไม่พบใครอยู่ในห้อง

คนเหล่านี้มองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง ไม่เห็นกับดักสักอัน ทุกอย่างล้วนปกติดี หลังสำรวจไปครึ่งชั่วยาม คนเหล่านี้จึงมาเปิดกล่องอย่างระวัง

ไม่มีแสงสีเงินพุ่งออกมาอย่างที่คิดไว้ ในกล่องล้วนว่างเปล่า

ทุกคนผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นรีบไปเปิดกล่องอื่นอีกหลายกล่อง แต่ก็ไม่พบอะไรอยู่ด้านใน

“เงินอยู่ไหน?”

“คนไม่ได้ออกมาทั้งวัน แล้วเงินหายไปไหน?”

“ที่แห่งนี้มีทางลับหรือไม่ หรือส่งเงินออกไปยังทางลับแล้ว?”

“พลิกพื้นค้นหาให้ข้า!”

ดวงตาคนกลุ่มหนึ่งแดงก่ำด้วยความกังวล พวกเขาเริ่มคุ้ยไปทั่วลานบ้าน หลังผ่านไปหนึ่งชั่วยามก็ยังไม่พบอะไร

“ข้ารู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย”

“ข้าด้วย”

“ไม่ดีแล้ว ในห้องมีพิษ!”

“เราอยู่ที่นี่นานเกินไป รีบออกไปเร็ว!”

คนกลุ่มหนึ่งเวียนหัวและอยากจะวิ่งหนี แต่เดินไปเพียงไม่กี่ก้าวก็ล้มลงพื้น

ห่างออกไปไม่กี่ลี้ เฉินเฟยกำลังนั่งอยู่ในลานบ้านอีกหลังหนึ่ง ในเวลานี้เขาค่อยๆลืมตาขึ้น ในที่สุดอาการบาดเจ็บก็หายเป็นปกติ เขาสามารถฝึกหนักได้แล้ว

การทะลวงระดับขัดเกลาไขกระดูกภายในสิบวันเป็นเรื่องยากเกินไป สิ่งที่เฉินเฟยทำได้คือฝึกกระบี่หนามให้มากสุดเพื่อให้ถึงระดับเชี่ยวชาญ และสิ่งสำคัญที่สุดคือสยบมังกรคชสาร!

คิดได้ดังนั้นเฉินเฟยจึงหันมาดูระบบ

“ค้นพบวิชายุทธ์ ต้องการใช้เงินห้าหมื่นตำลึงทำให้สยบมังกรคชสารเป็นแบบง่ายหรือไม่?”

“สยบมังกรคชสารแบบง่าย...ทำให้เป็นแบบง่ายสำเร็จ...สยบมังกรคชสาร → แช่ทั้งตัวในน้ำเดือด!”

“หืม?”

เฉินเฟยกระพริบตาปริบ แช่ตัวในน้ำเดือด แถมยังต้องแช่ทั้งตัวด้วย? นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินเฟยทำให้เป็นแบบง่ายแล้วได้รับคำขอเช่นนี้

โดยทั่วไปแล้วน้ำเดือดหมายถึงน้ำที่เดือดจัด ในชีวิตก่อนจำเป็นต้องให้อุณหภูมิสูงถึงหนึ่งร้อยองศาเซลเซียส หากเป็นในโลกนี้ จากสิ่งที่เฉินเฟยได้เห็นมาอุณหภูมิคงไม่ต่ำเช่นกัน

ตอนนี้เฉินเฟยเป็นนักยุทธ์แล้ว เมื่อเทียบกับคนธรรมดาสมรรถภาพทางกายของเขาดีขึ้นมากในทุกด้านอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เขาคงอยู่ได้ไม่นานอยู่ดีหากต้องแช่ลงไปทั้งตัว

เฉินเฟยจำได้ว่ามีการทรมานแบบหนึ่งซึ่งจะต้มคนในน้ำเดือด ไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ทนการทรมานแบบนี้ไม่ได้เพราะมันโหดร้ายยิ่งนัก

“ข้าต้องทรมาณตัวเองหรือ?” เฉินเฟยค่อนข้างสับสน หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามา

ดูเหมือนว่าน้ำพุร้อนที่พุ่งขึ้นมาจะสามารถตีความได้ว่าเป็นน้ำเดือดในระดับหนึ่ง

เฉินเฟยไม่อยากต้มน้ำเองและจำได้ว่าในเมืองเซียนเมฆามีน้ำพุร้อนเช่นกัน

จบบทที่ ตอนที่ 111 ทรมานด้วยน้ำเดือด

คัดลอกลิงก์แล้ว