เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 110 ให้คำอธิบาย

ตอนที่ 110 ให้คำอธิบาย

ตอนที่ 110 ให้คำอธิบาย


เมืองเซียนเมฆา สมาคมนักหลอมโอสถ

“ปรมาจารย์เว่ย มีนักหลอมโอสถระดับแปดขอความช่วยเหลือจากสมาคม”

วันนี้เว่ยซิงซานบังเอิญอยู่ในพันธมิตรพอดี ผู้ดูแลพูดด้วยความเคารพ

“มีคนรังแกนักหลอมโอสถของเรา?”

เว่ยซิงซานประหลาดใจเล็กน้อย เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนักเนื่องจากเขาเป็นเจ้าสมาคม ดังนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงการรายงานให้เขารู้เลย

“ขอรับ”

ผู้ดูแลพยักหน้า มองใบหน้าของเว่ยซิงซานแล้วพูด “นักหลอมโอสถคนนี้บอกว่าหงหยวนเฟิงแห่งสำนักกระบี่เซียนเมฆากล่าวหาว่าเขาฆ่าศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆา เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสำนักกระบี่เซียนเมฆา”

ผู้ดูแลไม่อยากรายงานเรื่องนี้เลย แต่เนื่องจากมันเกี่ยวข้องกับสำนักกระบี่เซียนเมฆาสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและสมาคมนักหลอมโอสถของพวกเขา หากเขาไม่รายงานเรื่องนี้อย่างชัดเจนและมีปัญหาเกิดขึ้นในภายหลัง สิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบจะลำบากยิ่งกว่านี้

เว่ยซิงซานขมวดคิ้ว โดยเฉพาะเมื่อได้ยินชื่อหงหยวนเฟิงก็ยิ่งขมวดคิ้วหนักขึ้น

“เกิดอะไรขึ้น ชตรวจสอบเรื่องนี้หรือยัง?” เว่ยซิงซานพูดเสียงทุ้ม

“ตรวจสอบแล้วขอรับ”

ผู้ดูแลไม่กล้าประมาทและเล่าทุกอย่างที่ได้รู้มา

ความจริงแล้วเรื่องนี้นั้นเรียบง่ายและชัดเจน แต่เพราะมีกองกำลังเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมันจึงซับซ้อน

“หงหยวนเฟิงคิดว่าศิษย์ขัดเกลาไขกระดูกของนิกายกระบี่เซียนเมฆาถูกฆ่าโดยศิษย์หลอมกระดูกของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เพราะศิษย์หลอมกระดูกคนนั้นยังมีชีวิตอยู่?”

เว่ยซิงซานตะคอกเย็นชาอย่างไม่พอใจหลังได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้น เรื่องนี้เผยแพร่สู่ภายนอกแล้ว สำนักกระบี่เซียนเมฆายังไม่จัดการอีกหรือ?

“ได้ยินมาว่ามีสัญลักษณ์ของสำนักเพลิงเทพในที่เกิดเหตุด้วย” ผู้ดูแลกระซิบ

“เพื่อสร้างความลำบากให้นักหลอมโอสถระดับหลอมกระดูกถึงกับทำเพียงนี้ สมควรแล้วที่เสินติ่งหยานเคารพหงหยวนเฟิงเป็นอาจารย์ เหมือนกันไม่มีผิด!”

เว่ยซิงซานแสดงสีหน้าไม่พอใจ ในฐานะผู้ปกครองที่ใช้ความสามารถชนะรอบทิศ การรังแกผู้คนถือเป็นเรื่องปกติ แต่การรังแกคนอื่นจนสุดท้ายเป็นตัวเองที่หายไป มันเรื่องที่น่าอัปยศนัก

“กระจายข้อความนี้ออกไป บอกให้สำนักอย่าทำให้นักหลอมโอสถคนนี้ต้องลำบาก หากมีความสามารถจงไปหาคนร้ายตัวจริง!” เว่ยซิงซานพูดเสียงทุ้ม

“ขอรับ!” ผู้ดูแลพยักหน้าและถอยกลับไป

เว่ยซิงซานอ่านตำราในมือ ยิ่งอ่านมันก็ยิ่งจืดชืด เขาตบโต๊ะอย่างแรงด้วยสีหน้าไม่พอใจ

สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

เวลานี้เฉินเฟยอยู่ที่ห้องรับแขกในบ้านเฟิงซิวผู่ เฟิงซิวผู่กังวลว่าหอคุมกฎหมายจะกลับมาอีกจึงให้เฉินเฟยอาศัยอยู่ที่นี่ไปก่อน

เฉินเฟยหมุนเวียนพลังเข้าใจต้นกำเนิดตลอดเวลาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บในร่างกาย

“หืม?”

ทันใดนั้นความแข็งแกร่งที่หมุนเวียนช้าๆเกิดสั่นสะท้าน จากนั้นเริ่มไหลผ่านเส้นลมปราณด้วยความผันผวน อาการบาดเจ็บในร่างเฉินเฟยเริ่มดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ความเร็วในการฟื้นตัวเพิ่มขึ้นมาก

เฉินเฟยไม่หยุดหมุนเวียนพลังภายใน เฉินเฟยหมุนเวียนไปอีกหนึ่งชั่วยามก่อนจะหยุดลง

เมื่อลืมตาขึ้น เฉินเฟยรู้สึกถึงความอบอุ่นในร่างกาย สีหน้าเขาประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อมองแผงควบคุมอีกครั้งสีหน้าเฉินเฟยก็เปลี่ยนไปทันที พลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่สมบูรณ์แล้ว

“นี่คือพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่ มันเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ร่างกายเหมือนจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยด้วย”

เฉินเฟยพึมพำกับตัวเอง มันยากที่จะพูดให้ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นอย่างไร เฉินเฟยแค่รู้สึกว่าร่างกายผ่อนคลายมากขึ้นราวกับภาระถูกปลดเปลื้อง

เฉินเฟยยังคงดูระบบ นอกจากการสำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่ สิ่งอื่นเหมือนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ไม่ใช่!

ดวงตาเฉินเฟยเบิกกว้างดูระดับตัวเอง

[ระดับ: หลอมกระดูก(47310/99336)]

เดิมทีหากต้องการทะลวงระดับขัดเกลาไขกระดูกจำเป็นต้องมีความชำนาญหนึ่งแสน แต่ในเวลานี้จำนวนนั้นได้ลดลงไปหลายร้อย

“พลังเข้าใจต้นกำเนิดช่วยทะลวงระดับได้จริงหรือ?”

เฉินเฟยทั้งประหลาดใจและดีใจ ความยากลดลงจริงๆ หากเป็นไปตามทิศทางนี้คาดว่าขีดจำกัดจะลดลงทุกครั้งที่หมุนเวียนพลังเข้าใจต้นกำเนิด

เฉินเฟยยังสามารถกินโอสถได้ทุกวันตามปกติและดูดซับปราณหยวน เมื่อเพิ่มลดทั้งสองอย่างแล้ว ระยะเวลาการก้าวหน้าจะสั้นลงอย่างมาก

“นี่แค่พลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่ พลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่ขั้นห้าต้องมีส่วนช่วยในระดับดเกลาไขกระดูกด้วยแน่!”

เฉินเฟยกำหมัดแน่น การที่ตัวเองมีระดับบ่มเพาะต่ำมันน่าอึดอัดนัก เวลาเผชิญหน้ากับผู้ที่มีระดับสูงกว่า หากเป็นผู้ฝึกตนทั่วไปคงไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นศิษย์จากสำนักใหญ่เช่นสำนักกระบี่เซียนเมฆา แค่สูงกว่าระดับเดียวก็สูงกว่าอย่างไร้ขอบเขตแล้ว

การสู้ข้ามระดับนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้

“รักษาอาการบาดเจ็บก่อน พอหายดีแล้วค่อยเริ่มฝึกหนัก!”

เฉินเฟยคิดกับตัวเองแล้วนั่งสมาธิอีกครั้ง เฉินเฟยอดใจรอไม่ไหวแล้วที่จะบ่มเพาะ

เช้าตรู่วันต่อมา โจวหานจงนำผู้คนจากหอคุมกฏมาหาที่ประตูอีกครั้ง

“พวกเจ้ามาทำอะไรกัน!” เฟิงซิวผู่ขมวดคิ้วมองโจวหานจง

“ขอให้เฉินเฟยร่วมมือในเรื่องหนึ่ง ไม่ต้องกังวล เจ้าไม่จำเป็นต้องที่อื่น เพียงอยู่ที่นี่” โจวหานจงมองเฉินเฟยและพูดด้วยรอยยิ้ม

“ต้องให้ความร่วมมืออย่างไร?” เฉินเฟยก้าวไปข้างหน้าและมองที่โจวหานจง

“ศิษย์น้องเฉินไม่ต้องกังวล”

โจวหานจงหยิบกิ่งไม้ยาวเท่านิ้วก้อยออกมาจากอกด้วยรอยยิ้ม เมื่อเฟิงซิวผู่เห็นกิ่งไม้ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้หยุดมัน

เฉินเฟยรู้สึกคุ้นเคยเล็กน้อยเมื่อเห็นกิ่งไม้ ก่อนที่เขาจะเข้าใจว่าความคุ้นเคยนั้นมาจากไหน ทันใดนั้นเขารู้สึกว่า ลูกปัดเก็บปราณหยวนในอ้อมแขนสั่นเทาและลอยออกไป

เฉินเฟยคว้าลูกปัดเก็บปราณหยวนที่ลอยออกมาโดยไม่รู้ตัวและรับรู้ได้ว่าแรงดึงดูดนั้นมาจากกิ่งไม้ในมือโจวหานจง

“กิ่งของต้นไม้วิญญาณ?”

ในเวลานี้เฉินเฟยเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกคุ้นเคยมาจากไหน เห็นได้ชัดว่ามันมาจากแหล่งที่มาเดียวกันกับลูกปัดเก็บปราณหยวน สิ่งเดียวที่เฉินเฟยคิดไม่ถึงคือลูกปัดเก็บปราณหยวนจะมีประตูหลัง[1]และถูกดึงดูดด้วยกิ่งก้านของร่างหลัก

“ลูกปัดเก็บปราณหยวน! ศิษย์น้องเฉิน เจ้าต้องการอธิบายที่มาของลูกปัดนี้หรือไม่!”

สีหน้าโจวหานจงเปลี่ยนเป็นตื่นเต้นทันที เขามองเฉินเฟยอย่างแน่วแน่ สมาชิกคนอื่นของหอคุมกฎถึงกับชักกระบี่ออกมาชี้เฉินเฟย

“ข้าเป็นผู้ให้ลูกปัดนี้เอง มีปัญหาอะไรหรือไม่?” เสียงไม่แยแสของเฟิงซิวผู่ดังขึ้น เขามองโจวหานจงอย่างนิ่งเฉย

“อาจารย์อาเฟิง ท่านมอบลูกปัดเก็บปราณให้กัวหลินซานไปนานแล้ว ท่านจะให้เฉินเฟยด้วยได้อย่างไร?” โจวหานจงยิ้มเยาะ

“ก่อนจะมาที่นี่เจ้าไม่ได้ไปขอคำชี้แจงจากสำนักกระบี่เซียนเมฆาหรือ?”

เฟิงซิวผู่มองโจวหานตงแล้วส่ายหน้า “ข้าเพิ่งได้รับมันมาเมื่อไม่นานนี้ หากไม่เชื่อ เจ้าจะไปถามสำนักกระบี่เซียนเมฆาก็ได้”

โจวหานจงอ้าปากเล็กน้อยโดยไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร

หากสิ่งที่เฟิงซิวผู่พูดเป็นเท็จ การโกหกแบบนี้จะทำให้ตัวเองถูกทำลายซึ่งมันไม่สมเหตผลนัก พูดอีกนัยหนึ่งคือเฟิงซิวผู่เป็นผู้มอบลูกปัดเก็บปราณหยวนเม็ดนี้ให้เฉินเฟย มันไม่ใช่ของเสินติ่งหยาน

โจวหานจงไม่เต็มใจและเทพลังจิตใจลงบนกิ่งไม้ สัมผัสถึงการเคลื่อนไหวโดยรอบ

เพราะมีแหล่งที่มาเดียวกันความเชื่อมโยงลึกลับนี้จึงยากจะแยกออก โดยเฉพาะในระยะใกล้เช่นนี้ หากมีลูกปัดเก็บปราณหยวนอีกเม็ดอยู่ใกล้ๆ ไม่ว่ามันจะซ่อนอยู่ลึกแค่ไหนโจวหานจงก็จะสัมผัสถึงมันได้

โชคไม่ดีที่นอกจากลูกปัดที่ขยับอยู่ในมือเฉินเฟยตลอดเวลาก็ไม่มีลูกปัดเก็บปรารหยวนเม็ดที่สอง

“กลับ!”

โจวหานจงกุมมือให้เฟิงซิวผู่ เขาไม่มีใบหน้าอยู่ที่นี่ต่อ ในเวลานี้เขารู้สึกปวดแก้มไปหมดแล้ว

“เข้าไปเถอะ อีกสองวันค่อยดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อ”

เฟิงซิวผู่ถอนหายใจ ความสิ้นหวังในใจเขาแทบจะเขียนอยู่บนใบหน้า เฉินเฟยพยักหน้าและเดินตามหลังเฟิงซิวผู่

“อาจารย์ ข้าสำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่แล้ว”

เมื่อเดินเข้าไปในบ้าน เฉินเฟยพูดเสียงเบา

“หืม? สำเร็จขั้นสี่แล้ว?”

เฟิงซิวผู่มองเฉินเฟยอย่างประหลาดใจ เพิ่งผ่านมาไม่กี่วันเองไม่ใช่หรือ? ครั้งก่อนใช้เวลาเพียงไม่กี่วันในการสำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสาม เหตุใดขั้นสี่ถึงใช้เวลาไม่กี่วันเช่นกัน แถมยังฝึกได้เร็วขึ้นอีก?

“วันนั้นในร้านอาหาร ข้าเกิดอาการเลือนรางเกือบและพบว่าใกล้จะสำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่” เฉินเฟยพูดถึงเหตุการณ์ในวันนั้น

“ค่อนข้างคล้ายกับการตระหนักรู้ หากไม่มีใครไปรบกวนเจ้าคงได้รับประโยชน์มากกว่านี้!”

เฟิงซิวผู่นึกถึงเสินติ่งหยานแล้วรู้สึกโกรธขึ้นมา ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ล้วนเป็นเพราะศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาทั้งสิ้น ที่มันหายตัวไปเป็นเรื่องที่ดีแล้ว!

“ข้าจะสอนพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นห้าให้เจ้า เจ้าควรฝึกหนักและไม่ถูกรบกวนจากโลกภายนอก ทุกอย่างล้วนเป็นเท็จ มีเพียงความแข็งแกร่งของตัวเองเท่านั้นที่ไม่หลอกลวงหรือละทิ้งเจ้า!” เฟิงซิวผู่พูดอย่างจริงจัง

“ศิษย์เข้าใจแล้ว!” เฉินเฟยพยักหน้า

สองชั่วยามต่อมา เฟิงซิวผู่อธิบายพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นห้าเสร็จ ไม่เพียงแต่อธิบายการฝึกเท่านั้นแต่ยังรวมถึงเคล็ดลับบางอย่าง

“ขอบคุณอาจารย์ที่สอนวิชายุทธ์!”

เฉินเฟยลุกขึ้นและคำนับอย่างจริงจัง

“ฝึกฝนให้ดี หากมีข้อสงสัยก็มาถามข้าได้” เฟิงซิวผู่พูดเสียงทุ้มลึก

ทั้งสองพูดอีกสองสามคำจากนั้นเฉินเฟยกลับไปที่ห้อง

สิ่งที่เฉินเฟยต้องทำมากที่สุดในเวลานี้คือรักษาอาการบาดเจ็บในร่างกายตัวเอง ด้วยพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่ คาดว่าอาการบาดเจ็บที่ควรใช้เวลาหลายวันถึงดีขึ้นจะสามารถฟื้นฟูได้ภายในสองวัน

สิ่งเดียวที่ทำให้เฉินเฟยกังวลในเวลานี้คือเมื่อไหร่เรื่องเสินติ่งหยานจะสิ้นสุด

วันต่อมา ทุกอย่างสงบ ในตอนเที่ยงของวันที่สาม อู๋กวงอินมาที่บ้านเฟิงซิวผู่

“ผู้อาวุโสอู๋มีอะไรหรือ?” เฟิงซิวผู่มองดูอู๋กวงอินด้วยความประหลาดใจ

“ผู้อาวุโสอู๋!” เฉินเฟยกุมมือ

“เจ้าไม่จำเป็นต้องไปสำนักกระบี่เซียนเมฆาแล้ว แต่คงอยู่ในสำนักไม่ได้สักพัก”

อู๋กวงอินมองเฉินเฟยและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

เฉินเฟยตกตะลึงไปครู่หนึ่ง เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้มันเหมือนกับว่าไล่เขาออกจากสำนักเลย

“สำนักตั้งใจจะทำอะไร?” เฟิงซิวผู่ขมวดคิ้วถาม

“ให้เฉินเฟยไปที่ดินแดนลมประหลาด บังเอิญว่ามีกำลังคนไม่พอ ให้เฉินเฟยไปหลบภัยที่นั่นก่อน” อู๋กวงอินพูดเสียงต่ำ

“สำนักจะส่งนักยุทธ์หลอมกระดูกไปที่ดินแดนลมประหลาด? พยายามจะฆ่าเขาหรือไง!” เฟิงซิวผู่เกิดอารมณ์ปั่นป่วน

“ให้พูดคือเป็นการให้คำอธิบายแก่สำนักกระบี่เซียนเมฆา”

อู๋กวงอินถอนหายใจ “นี่เป็นผลลัพธ์ที่ดีสุดแล้ว หากต้องการตำหนิคงได้แต่ตำหนิพวกเราที่อ่อนแอเกินไป เราต้องคำนึกถึงอารมณ์สำนักกระบี่เซียนเมฆาด้วย”

อารมณ์ไม่สงบของเฟิงซิวผู่หายไปทันใด ใช่แล้ว ผู้อ่อนแอต้องเข้าใจอารมณ์ของผู้แข็งแกร่ง

“ต้องไปภายในกี่วัน?” เฉินเฟยถาม

“สิบวัน!”

อู๋กวงอินมองเฉินเฟยและพบว่าเฉินเฟยยังคงสงบมาก ดวงตาเขาแสดงความชื่นชมและพูดว่า “เจ้าต้องไปภายในสิบวัน เจ้าสามารถใช้ช่วงเวลานี้เตรียมตัวได้อีกเล็กน้อย”

จบบทที่ ตอนที่ 110 ให้คำอธิบาย

คัดลอกลิงก์แล้ว