เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 79 โล่กระบี่ดาวประดับราตรี

ตอนที่ 79 โล่กระบี่ดาวประดับราตรี

ตอนที่ 79 โล่กระบี่ดาวประดับราตรี


“สำนักเพลิงเทพ? พวกมันตั้งเป้าสำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ใช่หรือ แล้วทำไมถึงโจมตีพวกเรา?” ทุกคนตกอยู่ในความโกลาหล

เฉินเฟยขมวดคิ้วเมื่อได้ยินชื่อสำนักเพลิงเทพ

สำนักนิกายที่อยู่ใกล้เมืองเซียนเมฆาล้วนถูกสำนักชั่วร้ายนี้โจมตี ปกติพวกเขาจะมุ่งเป้าที่สำนักกระบี่เซียนเมฆา พูดได้ว่าขัดแย้งกับสำนักกระบี่เซียนเมฆา

สำนักนี้ไม่มีถิ่นฐานที่แน่นอนและลึกลับมาโดยตลอด แต่ทุกครั้งสามารถนำปัญหามาให้สำนักกระบี่เซียนเมฆาได้ สำนักกระบี่เซียนเมฆาเข้าปิดล้อมอยู่หลายครั้ง แต่หลังจากนั้นไม่นานสำนักเพลิงเทพก็ฟื้นตัวกลับมาใหม่

ราวกับว่าคนสำนักเพลิงเทพไม่มีวันตาย

“สำนักเพลิงเทพมีอารมณ์แปรปรวนเสมอ” กัวหลินซานส่ายหน้าพูด

บางทีสำนักเพลิงเทพอาจถือว่าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเป็นสาขาย่อยของสำนักกระบี่เซียนเมฆา การฆ่าพวกเขาบางคนจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ หากทุกสำนักนิกายไม่ปิดล้อมปราบปรามสำนักเพลิงเทพ เกรงว่าสำนักนิกายอื่นคงอยู่อย่างสงบสุขไม่ได้

ครู่ต่อมา ศิษย์ขัดเกลาไขกระดูกอีกหลายคนตามกลับมาโดยนำร่างศิษย์ทั้งสองที่ตายไปมาด้วย

“ศิษย์พี่กัวสงสัยสำนักฉางหงด้วยหรือไม่?”

ในที่พัก เฉินเฟยนั่งถัดจากกัวหลินซานแล้วถาม หลังขบวนเกวียนถูกโจมตีไม่นาน คนจากสำนักฉางหงก็มาสร้างปัญหาถึงที่ มันจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะคิดแบบนี้

“ไม่รู้”

กัวหลินซานส่ายหัว “อาจจะใช่หรือไม่ก็ได้ ในทุกภารกิจสำนักฉางหงชอบส่งคนมาเอาเปรียบ ในสายตาของพวกเขา สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวของเราง่ายต่อการกลั่นแกล้ง”

หลังจากพูดแบบนี้กัวหลินซานก็ยิ้มแห้ง

สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ได้อ่อนแอ แต่เมื่อเทียบกับสามสำนักอื่นยังแย่กว่ามาก

คนมีความสามารถโดดเด่นที่อยู่ใกล้เมืองเซียนเมฆาจะได้รับคัดเลือกจากสำนักกระบี่เซียนเมฆาตั้งแต่แรก จากนั้นสำนักนิกายอื่นถึงจะมีโอกาส ผู้ที่ไม่ได้รับเลือกย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดต่อไป

สำนักฉางหงรับเฉพาะผู้ที่มีอายุต่ำกว่าสิบสามปีและทรงพลังกว่าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว แน่นอนว่าคนอื่นย่อมไปที่สำนักฉางหง

หลังผ่านการเลือกทีละขั้น การมาที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวยังไม่ต้องพูดถึง ความจริงคือพรสวรรค์ของศิษย์ด้อยกว่าสำนักนิกายอื่น

แม้เมื่อครู่กวงติ้งป๋อจะหยิ่งยโส แต่เขาพูดถูกเรื่องหนึ่ง นั่นคือศิษย์สำนักฉางหงที่มีอายุถึงเกณฑ์จะออกไปด้านนอกได้ และมีเพียงคนส่วนน้อยที่อยู่ในระดับหลอมกระดูก

แต่ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว บรรดาศิษย์ภายในมีระดับหลอมกระดูกค่อนข้างมาก เฉินเฟยเป็นเยาวชนที่มีอายุมาก ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมีคนเยาวชนอายุมากไม่เยอะนัก

“ศิษย์พี่กัว ท่านสำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นห้าแล้วหรือยัง?” เฉินเฟยเปลี่ยนเรื่อง

“ใช่ เพิ่งสำเร็จวันนี้โดยบังเอิญ”

กัวหลินซานมองเฉินเฟยและพูดด้วยรอยยิ้ม “เรื่องนี้ต้องขอบคุณเจ้าด้วย เจ้าสำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นแรกในไม่กี่วัน หากข้าช้ากว่าคงถูกเจ้าไล่ตามทันพอดี”

เฉินเฟยตกตะลึงเพราะตัวเองเป็นเหตุที่กระตุ้นอีกฝ่าย

“เมื่อกลับไปหลังจากจบภารกิจนี้ ข้าคงพร้อมทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน พอถึงตอนนั้นขะมีโอกาสแย่งชิงมรดกของศิษย์แท้จริง!”

กัวหลินซานพูดเสียงต่ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคาดหวัง ในฐานะนักยุทธ์ ทุกคนต้องการฝึกวิชายุทธ์ขั้นสูงและพัฒนาระดับของตน กัวหลินซานไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน

“อาจารย์อาเฉียน!”

“อาจารย์อาเฉียนมาแล้ว!”

ทันใดนั้นศิษย์คนหนึ่งตะโกนเสียงดัง เฉินเฟยทั้งสองลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วและเห็นชายวัยกลางคนยืนอยู่ตรงที่พัก เขาดูเหมือนนักวิชาการ แต่เมื่อมองใบหน้าเขามันกลับทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความสง่างามโดยปราศจากความโกรธ

“อาจารย์อาเฉียน!” กัวหลินซานรีบไปข้างหน้า

“บอกเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นมา ห้ามตกหล่นแม้แต่จุดเดียว!” เฉียนหลินตู้พูดเสียงทุ้ม

“ขอรับอาจารย์อาเฉียน!”

กัวหลินซานเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นรวมถึงรายละเอียดบางอย่างที่กัวหลินซานพบในจุดที่ขบวนถูกลอบโจมตีและกวงติ้งป๋อจากสำนักฉางหงที่มาสร้างปัญหา

ครู่ต่อมา เมื่อกัวหลินซานพูดจบ เฉียนหลินตู้ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“เก็บสมุนไพรต่อไป ข้าจะเป็นคนคุ้มกันการขนส่งสมุนไพรเอง!” เฉียนหลินตู้พูดเสียงทุ้ม

หากตกเป็นเป้าหมายของสำนักเพลิงเทพจริง ศิษย์ที่มีในตอนนี้ไม่อาจปกป้องได้แน่นอน หากสำนักเพลิงเทพลงมือเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ศิษย์เหล่านี้อาจตกอยู่ในอันตราย

อย่างไรก็ตามความเป็นไปได้นี้ต่ำมาก สำนักเพลิงเทพไม่ค่อยจัดการกับสำนักอื่นรุนแรงนักเว้นแต่จะเผชิญหน้ากับสำนักกระบี่เซียนเมฆา

กัวหลินซานพยักหน้าตอบรับ เฉียนหลินตู้หายตัวไปจากที่พัก เขาไปที่สำนักอื่นเพื่อดูว่าพวกเขาเป็นคนเดียวที่ถูกโจมตีหรือโดนกันหมดทุกสำนัก

ตกกลางคืน คนเก็บสมุนไพรกลับมา ในตอนกลางคืนทัศนวิสัยจะต่ำลงจึงไม่อาจเก็บสมุนไพรต่อได้ นอกจากนี้ยังมีอันตรายบางอย่างอยู่

กองไฟถูกจุดขึ้น ทุกคนเริ่มพูดคุยด้วยเสียงเบา ขณะที่เฉินเฟยกำลังฝึกท่าร่างในป่าใกล้ๆ กระบี่ในมือเขาก็แกว่งไปมาอย่างต่อเนื่อง

กัวหลินซานนั่งอยู่บนพื้น มองร่างเฉินเฟยที่ฝึกซ้อมอยู่ระยะไกลและอดไม่ได้ที่จะพยักหน้า

การทำงานหนักเช่นนี้ทำให้กัวหลินซานรู้สึกละอายใจ

กัวหลินซานเคยได้ยินมาว่าเฉินเฟยมักจะเก็บตัวฝึกฝนอยู่ในห้องและไม่ออกไปหาความบันเทิง ตอนแรกกัวหลินซานคิดว่าข่าวลือนั้นเกินจริง แต่พอได้เห็นตอนนี้กลับกลายเป็นว่าข่าวลือพวกนั้นด้อยกว่ามาก

“เพียงแค่ฐานกระดูกแย่เท่านั้น ไม่ยุติธรรมเลย!” กัวหลินซานพึมพำกับตัวเอง

บางคนมีพรสวรรค์มากและสามารถเหนือกว่าคนอื่นได้โดยไม่ต้องพยายาม แต่บางคนแม้จะขยันจนหมดแรงแต่ผลลัพธ์ยังเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก

แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะทุกสิ่งในโลกล้วนเป็นอย่างนี้ นั่นจึงเป็นผลให้บางคนยอมแพ้และใช้ชีวิตอย่างยุ่งเหยิง

บางคนไม่ยอมรับความพ่ายแพ้และยังพยายามหนักต่อไป แม้ผลลัพธ์จะน้อยนิดแต่พวกเขาไม่เคยคิดยอมแพ้ ส่วนผลลัพธ์นั้นคงขึ้นอยู่กับเทพที่จะตัดสิน

“โชคดีที่ศิษย์น้องเข้ากันได้ดีกับพลังเข้าใจต้นกำเนิด การเข้าระดับขัดเกลาอวัยวะภายในจึงไม่ใช่ปัญหา และความเข้าใจยังไม่เลว ยังมีโอกาสที่จะก้าวหน้าต่อไปได้”

กัวหลินซานพูดเสียงต่ำจากนั้นหลับตาลงเริ่มหมุนเวียนพลังเข้าใจต้นกำเนิด หลังสำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นห้า การทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในจึงกลายเป็นเรื่องแน่นอนและไม่มีอุปสรรคอีก

ในคืนที่มืดลง ร่างฉินเฟยยังคงเคลื่อนไหว ครู่ต่อมาร่างเฉินเฟยหายไปจากจุดเดิมและปรากฏบนยอดต้นไม้ที่ห่างไกล

[วิชายุทธ์: ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณ(รู้แจ้ง)]

เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้ ในที่สุดท่าร่างนี้ก็ถึงจุดสูงสุด ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณระดับรู้แจ้งไม่ทำให้เฉินเฟยผิดหวังเช่นกัน

เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ความเร็วเฉินเฟยเพิ่มขึ้นหลายส่วน วิชานี้สมกับชื่อฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณแล้ว

เฉินเฟยมองกระบี่ในมือ ทันใดนั้นแสงกระบี่ได้กระจายไปทั่วร่างเฉินเฟย หากมองจากระยะไกลจะเห็นว่าเหมือนมีโล่นับไม่ถ้วนล้อมรอบเฉินเฟย

เฉินเฟยขยับเท้าเคลื่อนไหว ร่างบนยอดไม้สั่นไหวอย่างต่อเนื่อง ใบไม้และกิ่งก้านที่อยู่ใกล้ร่างเฉินเฟยถูกบดขยี้ทันที

“ชิ้ง!”

ทันใดนั้นแสงกระบี่สว่างวาบจากโล่กระบี่ ยอดต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่หมี่ล้วนแบนราบ

[วิชายุทธ์: กระบี่ดาวประดับราตรี(รู้แจ้ง)]

จบบทที่ ตอนที่ 79 โล่กระบี่ดาวประดับราตรี

คัดลอกลิงก์แล้ว