เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 78 สำนักเพลิงเทพ

ตอนที่ 78 สำนักเพลิงเทพ

ตอนที่ 78 สำนักเพลิงเทพ


ศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมองหน้ากันด้วยความตกใจ ในครั้งนี้มีหลายสำนักที่ได้รับภารกิจจากสำนักกระบี่เซียนเมฆา เป็นธรรมดาที่จะขาดสำนักฉางหงไปไม่ได้

พื้นที่เก็บสมุนไพรถูกแบ่งไว้ล่วงหน้า แต่เป็นเพียงการประมาณเท่านั้น หากต้องการบอกว่าคนเก็บสมุนไพรข้ามพื้นที่ก็สมเหตุสมผลในทางทฤษฎี แต่ในความเป็นจริงการแบ่งพื้นที่นั้นคลุมเครือ คนเก็บสมุนไพรก็ไม่ได้โง่ ดังนั้นทำไมต้องไปเก็บสมุนไพรในพื้นที่อื่นด้วย

เพื่อให้ได้เงินเพิ่มเล็กน้อย? แล้วไม่ถามกันก่อนหรือ สิ่งนี้มีความเป็นไปได้ต่ำมาก

“ศิษย์พี่ ข้าคิดว่าอาจมีการเข้าใจผิดกัน” ใครบางคนพูดด้วยสีหน้าพอใจ

“หากเจ้าบอกเข้าใจผิดก็ต้องเข้าใจผิดหรือ? ข้าเห็นเขาขโมยสมุนไพรข้ามพื้นที่กับตา นี่คือสิ่งที่ข้าเห็น สิ่งที่ข้าไม่เห็นอาจมีอีกมาก” กวงติ้งป๋อหัวเราะเยาะ

“ข้า...ข้าไม่ได้ทำ!” คนเก็บสมุนไพรตกใจกลัวและรีบพูดปกป้องตัวเอง หากเรื่องนี้ถูกตัดสิน หลังจากนี้ข้าต้องโดนซ้อมปางตายแน่

“ข้าถามเจ้าหรือ?”

ทันใดนั้นกวงติ้งป๋อมาปรากฏตัวต่อหน้าคนเก็บสมุนไพรและเตะหน้าอกเขา คนเก็บสมุนไพรกระอักเลือดลอยกระเด็นไปด้านหลัง

“ปัง!”

เฉินเฟยรับร่างคนเก็บสมุนไพรและขจัดพลังมหาศาลที่อยู่ภายในซึ่งถือว่าช่วยชีวิตคนเก็บสมุนไพรไว้

แต่ถึงกระนั้นคนเก็บสมุนไพรยังมีเลือดออกจากปากและจมูก ถ้าไม่เริ่มรักษาเขาอาจคงตายในไม่ช้า

เฉินเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อยและตีร่างกายคนเก็บสมุนไพรสองสามครั้ง จากนั้นยัดโอสถรักษาเข้าปากคนเก็บสมุนไพรและใช้พลังช่วยเขาดูดซับโอสถ

เฉินเฟยฉวยโอกาสนี้วางคนเก็บสมุนไพรลง นี่คือทั้งหมดที่เขาทำได้ คนเก็บสมุนไพรจะมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าทนต่อไปได้หรือไม่

“ยังไม่ทันพูดให้ชัดเจนเจ้ากลับพยายามฆ่าคนปิดปาก!”

คำพูดและการกระทำของกวงติ้งป๋อจุดประกายความโกรธศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เดิมทีขบวนขนส่งสมุนไพรก็ถูกโจมตีอยู่แล้ว ตอนนี้เหล่าศิษย์จึงเกิดไฟโกรธในใจ

การปรากฏตัวของกวงติ้งป๋อซึ่งทำวางตัวมีอำนาจเหนือกว่าและพยายามไล่คนออกไปทำให้ศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวทนไม่ไหว

“อะไร อยากสู้หรือ?”

เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาของฝูงชน กวงติ้งป๋อไม่ได้หลบซ่อน ในทางกลับกันดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความต้องการสู้ “เรื่องของนักยุทธ์ หากแก้ไขปัญหาไม่ได้เพียงแค่สู้กันรอบหนึ่ง จะได้ชัดเจนว่าใครแพ้ใครชนะ แน่นอนว่าคนชนะย่อมเป็นฝ่ายถูก”

“เจ้าต้องการอะไร!”

เหวินจื่อเฉียนเดินออกมาโดยจ้องมองกวงติ้งป๋อ กัวหลินซานและศิษย์พี่ขัดเกลาไขกระดูกไม่ได้อยู่ที่นี่ ในเวลสนี้เหวินจื่อเฉียนเป็นศิษย์ที่อาวุโสที่สุด

กวงติ้งป๋อเหมือนจะมาที่นี่เพื่อหาเรื่องและยังสร้างเหตุผลขึ้นมา หากเป็นสถานการณ์ปกติเพียงแค่สู้กันก็จบ แต่ปัญหาคือตอนนี้พวกเขาเอาชนะอีกฝ่ายไม่ได้

ไม่ต้องพูดถึงท่าทางกวงติ้งป๋อเลย การบ่มเพาะอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูก แม้ว่าพวกเขาจะมีคนมกากว่า การเอาชนะพวกเขาที่อยู่ในระดับหลอมกระดูกก็ไม่ใช่ปัญหา

ระดับเพียงสูงกว่าหนึ่งระดับก็ถือว่าสูงมากแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเป็นคนของสำนักนิกาย วิชายุทธ์ที่ใช้ฝึกฝนล้วนเป็นสิ่งยอดเยี่ยม

“ข้าไม่ได้ต้องการอะไร เพียงมาทวงความยุติธรรม”

กวงติ้งป๋อยิ้ม มองคนรอบด้านและพูด “ไม่อย่างนั้นเจ้ากับข้าส่งคนออกมาสู้หนึ่งคน แล้วเราค่อยคุยกันเรื่องนี้หลังการต่อสู้! การต่อสู้ธรรมดาคงน่าเบื่อไปหน่อย เอาสมุนไพรสองสามเล่มเกวียนมาพนันดีกว่า ว่าอย่างไร?”

เฉินเฟยขมวดคิ้ว พูดกันอยู่ตั้งนานจุดประสงค์คือสมุนไพรเหล่านี้ต่างหาก

แต่พอคิดว่าหลายสำนักนิกายได้รับภารกิจในครั้งนี้ หากรวบรวมสมุนไพรไม่เพียงพอก็ต้องอยู่บนภูเขาต่อไป ภารกิจแบบนี้ไม่ได้ซับซ้อนแต่มันน่าเบื่อ ใครๆต่างอยากกลับก่อนทั้งนั้น

เป็นเรื่องปกติที่สำนักฉางหงจะนำความคิดของพวกเขามาใช้กับสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ใครให้สำนักฉางหงทรงพลังกว่าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเล่า

“เจ้าอยู่ระดับขัดเกลาไขกระดูก คิดจะรังแกพวกเราระดับหลอมกระดูกหรือ?” เหวินจื่อเฉียนขมวดคิ้ว

“ข้าลดระดับให้ได้”

กวงติ้งป๋อมองเหวินจื่อฉืออย่างดูถูกและพูด “แต่ถ้าหากยังไม่พอ ข้าจะกลับไปหาศิษย์น้องที่อยู่ระดับหลอมกระดูก ในสำนักมีระดับหลอมกระดูกค่อนข้างน้อย แต่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น”

“หาระดับหลอมกระดูกอะไร การต่อสู้ไม่ใช่เรื่องง่าย ข้าจะสู้กับเจ้าเอง!”

มีเสียงตะโกนดังขึ้น ร่างกัวหลินซานเคลื่อนจากไกลมาใกล้และมาถึงที่พักในเวลาไม่นาน

กัวหลินซานไม่ได้พูดอะไรมาก กระบี่ปรากฏขึ้นในเมือ เขาฟันกวงติ้งป๋อหนึ่งกระบวนท่า

“ทำได้ดี!”

กวงติ้งป๋อหัวเราะเสียงดัง หอกในมือเขาเหมือนมังกรพลิกทะเล หอกฟาดไปที่กระบี่กัวหลินซานทันที แต่ทันใดนั้นสีหน้ากวงติ้งป๋อเปลี่ยนไป ปลายหอกในมือเขาโค้งงอภายใต้แรงปะทะนี้

“ปัง!”

กวงติ้งป๋อถอยร่นกลับ กัวหลินซานไม่ยอมหยุดมือ กระบี่ในมือเขากระจายเป็นกระบวนท่ากระบี่ห่อหุ้มกวงติ้งป๋ออย่างสมบูรณ์

ว่ากันว่าหอกนั้นอยู่ยงคงกระพันเมื่ออยู่ในที่กว้าง แต่ในขณะนี้กวงติ้งป๋อกลับถูกกดดันจนต้องถอยหลัง

ท่ากระบี่กัวหลินซานไร้ข้อจำกัดยิ่งกว่ากวงติ้งป๋อ หนึ่งกระบี่หนึ่งท่า ทุบตีกวงติ้งป๋อโดยไร้ซึ่งอารมณ์

“ปัง!”

กวงติ้งป๋อถอยไปหลายก้าวถึงจะหยุดลง กัวหลินซานถอยไปหนึ่งก้าว รอยแผลปรากฏขึ้นบนแก้มเขา

เมื่อดูจากสถานแล้วทั้งสองสูสีกันมาก หากจะตัดสินผู้ชนะคงต้องทุ่มสุดกำลัง ในเวลานั้นอาจเป็นการต่อสู้แบบชีวิตและความตาย หากไม่ตายจะไม่มีวันจบ

“กำลังมหาศาล กระดูกเหล็ก! อีกไม่กี่วันเจ้าคงทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในได้ ยินดีด้วย!”

กวงติ้งป๋อหรี่ตามองกัวหลินซานและกุมมือ

“อย่าพูดเรื่องไร้ประโยชน์เหล่านี้ หากต้องการสู้ต่อก็เข้ามา!” กัวหลินซานโบกมือไม่ยอมรับการแสดงความยินดีของกวงติ้งป๋ออย่างสิ้นเชิง

“วันนี้พอแค่นี้ก่อน ครั้งหน้าข้าจะมาสู้กับเจ้าใหม่”

กวงติ้งป๋อลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หลังทิ้งท้ายไว้หนึ่งประโยค ร่างกายเขาสั่นไหวหายไปจากจุดนั้น

“ในที่สุดศิษย์พี่ก็กลับมา เป็นอย่างไรบ้าง?” ศิษย์ทุกคนเดินออกมาและมององกัวหลินซานอย่างมีความสุข

หากกัวหลินซานกลับมาไม่ทัน สถานการณ์ที่นี่จะรับมือได้ยาก

ระดับไม่ดีเท่าคนอื่น การเปรียบเทียบความแข็งแกร่งระหว่างสำนักนิกายจึงเสียเปรียบเช่นกัน หากสู้ไม่ได้ครั้งแล้วครั้งเล่าคนอื่นจะไม่ฟังที่พูด น่าผิดหวังจริงๆ

“ไปไม่ทัน ศิษย์น้องตายสองคน!” เสียงกัวหลินซานลดลงอย่างกะทันหัน

แม้จะไม่ได้สนิทกับศิษย์น้องเหล่านั้นแต่พวกเขามาจากสำนักเดียวกัน ตอนนี้พวกเขาจากไปแล้ว ในทางกลับกันการสูญเสียสมุนไพรเหล่านั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย

เหล่าศิษย์ที่ยิ้มอยู่ตัวแข็งทื่อ แม้จะคาดเดาเรื่องนี้ไว้แล้ว แต่พอได้ยินเข้าจริงก็ยังยอมรับไม่ได้

ภารกิจนี้ไม่อันตราย เป็นเพียงการคุ้มกันสมุนไพรและยังอยู่ใกล้เมืองเซียนเมฆา แต่นั่นแหล่ะ ศิษย์น้องสองคนตายตั้งแต่วันแรก การสูญเสียแบบนี้ไม่สามารถยอมรับได้

“ศิษย์พี่กัว ท่านเห็นหรือไม่ว่าเป็นฝีมือใคร?” เหวินจื่อเฉียนกัดฟันถาม

“ดูจากร่องรอยอาจเป็นฝีมือของสำนักเพลิงเทพ” กัวหลินซานพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม

จบบทที่ ตอนที่ 78 สำนักเพลิงเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว