เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นซาแซงแฟน

บทที่ 7 มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นซาแซงแฟน

บทที่ 7 มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นซาแซงแฟน


บทที่ 7 มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นซาแซงแฟน

คังจีฮวานไม่ได้คาดหวังเลยว่าอีกฝ่ายจะยอมเซ็นลายเซ็นแบบระบุชื่อ ให้ หลังจากรับเคสโทรศัพท์คืนมา เขาก็ไม่ลืมที่จะกล่าว "คัมซาฮัมนิดะ" ขอบคุณพวกเธอตามมารยาท

เขากลับมานั่งที่เดิม ถลึงตาใสเกาจื่อเสียงที่กำลังยิ้มหน้าบานอย่างดุเดือด แล้วกระซิบเสียงเบา

"เดี๋ยวเอาเคสโทรศัพท์ของนายมาให้ฉัน แกล้งทำเป็นว่าเป็นของฉันไปก่อน"

"ได้สิ แต่นายโอเคไหม? ถ้ารู้สึกอึดอัด ให้ฉันไปอธิบายแทนไหม?"

เกาจื่อเสียงยังคงกังวลว่าคังจีฮวานจะเข้าใจผิดในตัวเขาเพราะเรื่องนี้ เขาไม่ต้องการให้ลายเซ็นเพียงอันเดียวมาทำลายมิตรภาพระหว่างเพื่อนอย่างแน่นอน

คังจีฮวานรู้อยู่แล้วว่าเกาจื่อเสียงไม่ได้มีเจตนาไม่ดี มิฉะนั้นหมอนี่คงซื้ออสังหาริมทรัพย์ในโซลแล้วย้ายออกจากหอพักมหาวิทยาลัยไปนานแล้ว

เขาปรายตามองลายเซ็นทั้งสามบนเคสโทรศัพท์ที่ดูราวกับลายเส้นยึกยืออย่างเย็นชา ก่อนจะส่ายหน้า

"ฉันไม่เป็นไร เมื่อกี้แค่ตื่นเต้นนิดหน่อย... นายอย่าไปรบกวนพวกเธออีกก็พอ"

"ขอโทษจริงๆ นะเพื่อน! เดี๋ยวค่าใช้จ่ายอาทิตย์นี้ฉันเลี้ยงเอง!"

เมื่อเกาจื่อเสียงเห็นคังจีฮวานยอมบากหน้าไปขอลายเซ็นให้ จู่ๆ เขาก็นึกถึงเรื่องสำคัญบางอย่างขึ้นมาได้

นั่นคือ... วงการบันเทิงในคาบสมุทรเกาหลีนั้นแคบจะตายไป ในอนาคตพวกเขาจะมีโอกาสได้เจอกันอีกไหมนะ?

เพียงแค่จินตนาการถึงฉากที่จะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง นิ้วเท้าของเขาก็จิกเกร็งด้วยความอับอายจนแทบจะขุดพื้นสร้างอพาร์ตเมนต์สามห้องนอนได้อยู่แล้ว

คังจีฮวานเติมน้ำแข็งลงในแก้วอย่างใจเย็น เมื่อสังเกตเห็นทั้งสามคนรีบออกไปทางประตูหลังพร้อมกับไก่ทอดห่อกลับบ้าน เขาก็ไม่ลดระดับเสียงลงอีกต่อไป

เขาโยนเคสโทรศัพท์พร้อมลายเซ็นใส่เกาจื่อเสียง พร้อมแฉความลับอย่างไร้ความปรานี

"ค่าครองชีพเดือนนี้ของนายเอาไปเปย์เกม League of Legends หมดแล้วไม่ใช่หรือไง อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ"

"ฮ่าฮ่าฮ่า งั้น... เดือนหน้าไหม?"

"ไม่จำเป็น วันหลังอย่าทำเรื่องแบบนี้อีก นิสัยคนเราไม่ใช่เรื่องที่แค่พูดว่าจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้ทันที" คังจีฮวานหวนนึกถึงชีวิตตอนอยู่อังกฤษ นอกจากช่วยเพื่อนร่วมชั้นแสดงละครเวทีแล้ว ดูเหมือนเขาจะไม่มีเพื่อนที่ติดต่อกันจริงจังเลยสักคน "ฉันรู้ว่านายกลัวคนจะเข้าใจผิดว่าฉันเข้าถึงยากหลังจากเข้าวงการ แต่นักแสดง... คงไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนเยอะเท่าไอดอลหรอกมั้ง"

"ชิ นายมันไม่เข้าใจวงการบันเทิงเอาซะเลย! ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงโนเนมหรือดาราตัวท็อป ทางบริษัทก็ต้องจัดให้ศิลปินไปออกรายการวาไรตี้ทั้งนั้นแหละ อีกอย่างรอบการถ่ายทำละครมันยาวนาน การออกรายการวาไรตี้ไม่เพียงแต่ช่วยโปรโมตผลงาน แต่ยังรักษาพื้นที่สื่อและความนิยมได้ด้วย เฮ้อ... โดฮวาน นิสัยเครื่องร้อนช้าแบบนาย ถ้าถูกจับไปปล่อยในรายการวาไรตี้ ไม่กลายเป็นคนใบ้ไปเลยหรือไงถ้าไม่มีคนคอยชงมุกให้?"

คังจีฮวานเม้มริมฝีปาก เขาคาดไม่ถึงจริงๆ ว่านักแสดงจะต้องไปออกรายการวาไรตี้ด้วย ก่อนหน้านี้เขาเคยดู 'รันนิ่งแมน' กับเกาจื่อเสียงไม่กี่ตอน พอนึกถึงการปฏิสัมพันธ์ระหว่างศิลปินเหล่านั้น กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขาก็เกร็งขึ้นมาทันที

เกาจื่อเสียงไม่ได้ตั้งใจจะกดดันเพื่อนรัก จึงพูดติดตลกขึ้นว่า

"เพราะงั้นฉันถึงคิดว่านายต้องการฉันไง ให้ฉันไปสมัครงานที่ JYP แล้วเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้นาย คอยกันลมกันฝนให้ ดีไหม!"

คังจีฮวานแค่นยิ้มมุมปาก เขาใช้แรงฉีกน่องไก่ออกจากไก่ทอดทั้งตัวที่พนักงานเพิ่งยกมาเสิร์ฟ แล้วกล่าวสวนกลับอย่างเจ็บแสบ

"โชคดีที่นายยังเป็นแค่นักศึกษา ไม่อย่างนั้นฉันคงได้รับเกียรติเป็นศิลปินคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ต้องคอยตามเช็ดล้างเรื่องวุ่นวายที่ผู้จัดการก่อไว้แน่ๆ"

"อย่าพูดแบบนั้นสิ~ มันอาจจะเกิดขึ้นจริงก็ได้นะ ขอบใจที่ชม!"

"...ฉันไม่ได้ชมนาย"

ทั้งสองพูดคุยถึงเรื่องราวสนุกสนานในช่วงปิดเทอมพลางลิ้มรสไก่ทอดแสนอร่อย โดยไม่รู้เลยว่าสมาชิกวง Red Velvet ที่เพิ่งเดินออกจากร้านไก่ทอดไปกำลังพูดถึงพวกเขาอยู่ และเป็นการพูดถึงด้วยความเข้าใจผิดอย่างมหันต์เสียด้วย

ทันทีที่คังซึลกิเดินพ้นร้านไก่ทอด เธอก็เอ่ยถามพี่สาวคนโตว่าทำไมถึงยอมเซ็นแบบระบุชื่อให้แฟนคลับคนนั้น คงไม่ใช่เพราะเห็นว่าหน้าตาหล่อเหลาหรอกนะ? พวกเธอรู้ดีว่าบริษัทมีกฎห้ามเซ็นชื่อแบบระบุชื่อนอกงานแฟนไซน์อย่างเด็ดขาด

เบจูฮยอนเหลือบมองเงาสะท้อนในประตูกระจกด้านข้าง คิ้วสวยขมวดมุ่น ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เธอลังเลว่าจะพูดข้อสันนิษฐานของตนเองดีหรือไม่ แต่เมื่อคิดว่าน้องสาวทั้งสองก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงแล้ว จะปล่อยให้พวกเธอใสซื่อไม่รู้เรื่องรู้ราวต่อไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นวันหน้าอาจถูกผู้ไม่หวังดีหลอกเอาได้

คิดได้ดังนั้น เบจูฮยอนยืนยันว่าบนถนนไม่มีคนเดินผ่านไปมามากนัก ก่อนจะดึงหน้ากากลงและกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"พวกเราแต่งตัวมิดชิดขนาดนี้แต่ยังถูกจำได้ มีความเป็นไปได้สูงมากที่คนคนนั้นจะเป็นซาแซงแฟน"

"อะไรนะ? คนนั้นเป็นสตอล์กเกอร์เหรอ?!" คังซึลกิเผลอขึ้นเสียงด้วยความตกใจ พอรู้ตัวว่าคนเดินผ่านไปมาเริ่มหันมามอง เธอก็รีบเอามือปิดปากแล้วกระซิบเสียงเบา "จริงเหรอ? พี่คะ พวกเราเพิ่งเดบิวต์ก็มีสตอล์กเกอร์ตามแล้วเหรอเนี่ย?"

ในความคิดของคังซึลกิ พวกเธอเป็นเพียงรุกกี้ที่เพิ่งเดบิวต์ได้ครึ่งปี แฟนคลับก็ยังมีไม่มาก จะไปมีซาแซงแฟนได้อย่างไร?

ในฐานะหัวหน้าวง เบจูฮยอนเคยปิดบังเรื่องที่มีซาแซงแฟนตามติดเธอมาก่อนเพราะไม่อยากให้น้องๆ กังวล

เบจูฮยอนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า

"ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ต้องไปเช็กกับพี่ผู้จัดการก่อน"

เธอไม่คุ้นชื่อ "เกาจื่อเสียง" และหน้าตาของคนคนนั้นเลย เขาไม่น่าใช่แฟนคลับที่เธอเคยเห็นตามงานแฟนไซน์

ลำพังแค่จุดนี้ยังยืนยันไม่ได้ว่าเขาเป็นซาแซงหรือไม่ เพราะซาแซงบางประเภทก็สนใจแค่เรื่องส่วนตัวของศิลปิน โดยไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะเลย

ซนซึงวานที่เงียบฟังอยู่แสดงสีหน้าเหมือนเพิ่งบรรลุธรรม เธอเบิกตากว้างและร้องอุทาน

"มิน่าล่ะพี่ถึงยอมเซ็นแบบระบุชื่อให้! พี่อยากตรวจสอบว่าชื่อนี้มีอยู่ในรายชื่อซาแซงแฟน ของบริษัทหรือเปล่าใช่ไหม? พี่นี่สุดยอดไปเลย ฉลาดเป็นกรดจริงๆ!"

ซนซึงวาน แฟนคลับเบอร์หนึ่งผู้ภักดีของพี่ไอรีน ไม่ประหยัดคำชมเลยแม้แต่น้อย พอรู้ตัวว่าคลังคำศัพท์เกาหลีเริ่มไม่พอใช้ในช่วงท้าย เธอก็สลับไปใช้ภาษาอังกฤษที่ถนัดกว่าทันที

นั่นทำให้คังซึลกิที่ยืนอยู่ข้างๆ ปรบมือเปาะแปะด้วยความมึนงง แววตาเต็มไปด้วยความอิจฉาและชื่นชมในตัว "ผู้เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ"

เมื่อเห็นว่าน้องสาวทั้งสองไม่ได้ตื่นตระหนกกับเรื่องนี้ เบจูฮยอนก็รู้สึกโล่งใจ เธอยิ้มและกล่าวว่า

"เอาล่ะ ซึงวานอา ไม่ต้องอวยพี่ขนาดนั้นหรอก หวังว่าพี่จะแค่คิดมากไปเองนะ"

"ใช่ค่ะ หวังว่าพี่จะแค่คิดมากไป~ ไม่งั้นเสียดายแย่เลย แฟนคลับหล่อขนาดนั้นดันเป็นสตอล์กเกอร์ซะได้!"

คังซึลกิยกถุงพลาสติกในมือขึ้น ยื่นจมูกเข้าไปสูดกลิ่นหอมของไก่ทอด แล้วเลือกที่จะลืมภาพอันน่าสยดสยองของรุ่นพี่ไอดอลที่ถูกสตอล์กเกอร์ไล่ล่าไปจนหมดสิ้น

ซนซึงวานพยักหน้าเห็นด้วยกับครึ่งประโยคแรก แต่พอได้ยินครึ่งหลัง เธอก็หรี่ตาลงและเอ่ยเตือน

"ย่าห์! คังซึลกิ! ทำไมเธอถึงกลายเป็นคนบ้าผู้ชายเหมือนจอยไปได้? ห้ามมีความคิดแปลกๆ เด็ดขาดนะ!"

"ไม่ใช่นะ พูดอะไรของเธอ? ฉันแค่หวังว่าเขาจะเป็นแฟนคลับที่คอยสนับสนุนพวกเราเฉยๆ! การมีสตอล์กเกอร์ลดลงไปคนหนึ่งย่อมเป็นเรื่องดีที่สุดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ!"

คังซึลกิร้องประท้วงความบริสุทธิ์ใจ ตอนนี้เธอไม่สนเรื่องสตอล์กเกอร์อะไรทั้งนั้น เธอแค่อยากจะย่อส่วนตัวเองแล้วมุดเข้าไปในกล่องไก่ทอดเพื่อสวาปามให้หนำใจ

ฮือ ทำไมยังไม่ถึงหอพักสักทีนะ? เธอหิวจนไส้จะขาดแล้ว

สีหน้ากังวลของเบจูฮยอนผ่อนคลายลง เธอมองดูน้องสาวทั้งสองทะเลาะกันเล่นๆ แล้วยิ้มออกมาจนตาหยี

เธอหวังว่าจะเป็นอย่างที่ซึลกิพูด... หวังว่าเขาจะไม่ใช่สตอล์กเกอร์

ทางด้านคังจีฮวานที่กำลังเอาไก่ทอดรสต้นตำรับไปจุ่มซอสหวานเผ็ด จู่ๆ ก็จามออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาเงยหน้ามองเครื่องปรับอากาศที่กำลังเป่าลมร้อนออกมา เมื่อแน่ใจว่าไม่ได้เป็นหวัด เขาก็มองเกาจื่อเสียงที่ปากเลอะซอสด้วยสายตาหวาดระแวง

"เกาจื่อเสียง นายไม่ได้แอบด่าฉันในใจใช่ไหม?"

"หะ? ฉันจะไปด่านายทำไม! ฉันบริสุทธิ์ใจนะ!"

"จริงเหรอ?"

"จริงสิ!"

เกาจื่อเสียงดูดนิ้วที่เปื้อนซอส ขณะที่เอื้อมมือไปหยิบไก่ทอดชิ้นที่สอง เขาก็ฉุกคิดถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมา

เดี๋ยวนะ หรือว่าจะเป็นสมาชิกวง Red Velvet ที่กำลัง "บ่นถึง" จีฮวานอยู่?

ช่างเถอะ อย่าพูดถึงความเป็นไปได้นั้นดีกว่า เขาไม่อยากโดนคังจีฮวานลอบสังหารตอนหลับคืนนี้

จบบทที่ บทที่ 7 มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นซาแซงแฟน

คัดลอกลิงก์แล้ว