- หน้าแรก
- ระบบพลิกฟ้าซ่อมศัสตราเทวะ!
- บทที่ 23 สังหารลู่เฉินเฟิง!
บทที่ 23 สังหารลู่เฉินเฟิง!
บทที่ 23 สังหารลู่เฉินเฟิง!
บทที่ 23 สังหารลู่เฉินเฟิง!
เมื่อเห็นว่าที่ซ่อนถูกเปิดเผย หลินโม่รู้ดีว่าการหลบซ่อนต่อไปหามีประโยชน์ไม่
เขาก้าวเท้าออกมาจากเงามืดของชะง่อนผาอย่างช้าๆ ชุดสีครามสะบัดตามแรงลม ใบหน้าสงบนิ่ง สายตากวาดมองคนทั้งสองที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่เบื้องล่าง
“ที่แท้ก็คือศิษย์น้องหลินนี่เอง”
เมื่อลู่เฉินเฟิงเห็นใบหน้าของหลินโม่ชัดเจน เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แววตาจะฉายประกายบางอย่างที่ยากจะสังเกตเห็น เขาพยายามปั้นยิ้มออกมาแล้วเอ่ยเสียงกังวานว่า: “ศิษย์น้องหลินมาได้จังหวะดียิ่งนัก! ไอ้เดียรัจฉานผู้นี้คือคนทรยศของสำนักหวงเฟิงกู่ มันลอบขโมยของล้ำค่าไป ข้ากำลังปฏิบัติหน้าที่ตามล่ามันอยู่! ศิษย์น้องมาจากตระกูลหลิน ทั้งหลินเทาพี่ชายเจ้าก็สนิทสนมกับข้าดียิ่ง ขอศิษย์น้องโปรดรีบลงมือ ร่วมแรงกับข้าสังหารคนทรยศผู้นี้เสีย! เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ สำนักย่อมมีรางวัลให้อย่างงาม และข้าเองก็จะตบแทนเจ้าอย่างหนักแน่นอน!”
เขาเอ่ยอย่างรวดเร็ว คำพูดนี้ไม่เพียงระบุฐานะของหลินโม่ ทว่ายังยกความสัมพันธ์กับหลินเทาขึ้นมาอ้าง ทั้งยังเสนอผลประโยชน์มหาศาลเพื่อดึงหลินโม่มาเป็นพวก
เมื่อหานลี่ได้ยินดังนั้น แววตาของเขาก็เย็นเยียบดุจใบมีด สายตาคมกริบล็อคเป้าหมายที่หลินโม่ในทันที ในใจร้องเตือนภัยอย่างหนัก!
แม้เขาจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของ “ศิษย์น้องหลิน” ผู้นี้ ทว่าในเมื่อลู่เฉินเฟิงรู้จักและเอ่ยปากชักชวน เช่นนั้นคนผู้นี้ต้องมีความเกี่ยวข้องกับศัตรูเป็นแน่
ยามนี้เขาก็สู้กับลู่เฉินเฟิงได้อย่างสูสีอยู่แล้ว หากมีศัตรูเพิ่มมาอีกคน...
หานลี่เป็นคนเด็ดขาดและเลือดเย็นเกือบเท่าเครื่องจักร ทันทีที่สิ้นเสียงของลู่เฉินเฟิง เขาก็ตัดสินใจได้ทันที—ต้องกำจัดตัวแปรนี้ทิ้งเป็นอันดับแรก!
ใบมีดลูกทองคำทั้งสามที่ลอยอยู่สั่นสะเทือนเบาๆ เตรียมจะเปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้าหาหลินโม่ในพริบตา!
“เดี๋ยวก่อน!”
ในวินาทีที่วิกฤติที่สุด หลินโม่พลันยกมือขึ้น ส่งเสียงกังวานใส ขัดจังหวะการลงมือของหานลี่ และทำให้รอยยิ้มบนหน้าลู่เฉินเฟิงแข็งค้าง
หลินโม่มิได้มองหานลี่ ทว่าเขากลับหันไปทางลู่เฉินเฟิง รอยยิ้มที่เคยประดับหน้าหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความเหยียดหยามและเย็นชาอย่างมิปิดบัง
“ลู่เฉินเฟิง!”
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ทว่าทุกถ้อยคำกลับแจ่มชัดและทรงพลัง: “เก็บเล่ห์เหลี่ยมจอมปลอมของเจ้าไปเสียเถิด เรื่องระหว่างเจ้ากับศิษย์พี่เฉิน เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้จริงๆ หรือ? เริ่มต้นด้วยตัณหา สุดท้ายกลับทอดทิ้งและทรยศหักหลัง ทั้งยังกล้าลงมือฆ่าปิดปากอย่างโสมม... ช่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก!”
เขาก้าวเท้าไปข้างหน้า จ้องมองใบหน้าของลู่เฉินเฟิงที่กลายเป็นสีเหล็กด้วยความโกรธแค้นพลางหัวเราะหยัน: “การได้ร่วมสำนักกับคนสารเลวไร้ยางอายเช่นเจ้า นับเป็นความอัปยศของหลินม่อผู้นี้แล้ว เจ้ายั่งหวังให้ข้าร่วมมือกับเจ้าอีกหรือ? เหอะ ข้าละอายใจแทนจริงๆ ที่ต้องถูกเรียกว่าพวกเดียวกับเจ้า!”
สิ้นคำกล่าว หุบเขาก็เงียบสงัดลงครู่หนึ่ง
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของลู่เฉินเฟิงกระตุกอย่างรุนแรง แววตาพวยพุ่งด้วยไอสังหารและความอับอายที่รุนแรงถึงขีดสุด
ความลับดำมืดของเขา กลับถูก “ขยะ” ที่เขามองข้ามมาโดยตลอดเปิดโปงต่อหน้าสาธารณชน!
“เจ้าหาที่ตายเองนะ!”
เขามิอาจรักษาหน้ากากแห่งความสุขุมไว้ได้อีกต่อไป เขาส่งเสียงตวาดลั่น พร้อมกับกวัดแกว่งธงมังกรเขียวพุ่งเป้าไปที่หลินโม่ในทันที!
โฮก!
ผืนธงระเบิดแสงสีเขียวเจิดจ้า มังกรวายุสีเขียวที่เพิ่งสลายไปได้ไม่นานพลันคำรามกึกก้องพุ่งออกมาอีกครั้ง คราวนี้อานุภาพรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า กรงเล็บแหลมคมมาพร้อมกับพายุที่ฉีกกระชากทุกสรรพสิ่ง พุ่งตรงเข้าหาหลินโม่!
เขาสั่งใจจะบดขยี้เจ้าเด็กปากดีผู้นี้พร้อมกับชะง่อนผานั่นให้กลายเป็นผุยผง!
เมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีจากสมบัติระดับท็อปที่ทำให้นักบำเพ็ญขั้นลมปราณช่วงปลายทั่วไปต้องขวัญกระเจิง หลินโม่กลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มิได้มีท่าทีจะหลบเลี่ยง
ทว่าในวินาทีต่อมา กลิ่นอายรอบกายของเขาพลันเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน!
ไอพลังวิญญาณที่เดิมจงใจรักษาไว้ที่ระดับหกดูเลื่อนลอย บัดนี้ราวกับสัตว์ร้ายที่สลัดการพรางตัวทิ้ง แล้วระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรง!
พลังเวทที่หนาแน่นของขั้นรวบรวมลมปราณระดับสิบพุ่งทะยานออกมา กลายเป็นคลื่นพลังที่มองมิเห็นซัดสาดไปทั่ว จนฝุ่นควันบนพื้นม้วนตัวขึ้น
ในเวลาเดียวกัน ชุดคลุมสีครามของเขาก็สะบัดไหวทั้งที่ไร้ลม ปรากฏเงาร่างของเกราะอ่อนสีหยกนิลที่แผ่แสงวิญญาณที่มั่นคงวูบผ่านผิวหนังของเขา—นั่นคือเกราะเกล็ดนิลที่ผ่านการเสริมแกร่งมาแล้วถึงสองครั้ง!
ถัดมา เขาพลิกฝ่ามือขวา มุกวิญญาณที่มีสีแดงเข้มสลับน้ำเงินเข้มและมีเงามังกรว่ายวนอยู่ภายในปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ มันคือมุกมังกรนิลที่ผ่านการเสริมแกร่งสองครั้งจนอานุภาพเทียบเท่าระดับสูงสุด!
แสงมุกไหลเวียน แผ่ไอข่มขวัญธาตุไฟที่น่าสะพรึงกลัว ซึ่งมิได้ด้อยไปกว่าธงมังกรเขียวเลยแม้แต่น้อย!
“อันใดกัน?!”
รูม่านตาของลู่เฉินเฟิงหดเล็กลงจนเหลือเท่ารูเข็ม ใบหน้าที่ถมึงทึงพลันถูกแทนที่ด้วยความตระหนกที่ไม่อยากจะเชื่อสายตา!
ระดับสิบ?!
ทั้งยังมีเกราะอ่อนป้องกันและมุกโจมตีระดับสูงเช่นนี้อีกหรือ?!
หลินโม่คนนี้... เป็นไปได้อย่างไร?!
มิใช่ว่ามันเป็นเพียงขยะที่เอาแต่หลอมศัสตราไปวันๆ หรอกหรือ?!
ความเปลี่ยนแปลงที่กะทันหันนี้ทำให้ลู่เฉินเฟิงขวัญเสีย พลังเวทที่ใช้ควบคุมธงมังกรเขียวถึงกับเกิดความปั่นป่วนไปชั่วขณะ
ส่วนทางด้านหานลี่ แววตาของเขาก็ฉายประกายความตกตะลึงอย่างถึงที่สุด ทว่ากลับถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวังและการคำนวณอย่างรวดเร็ว
เขารีบเรียกใบมีดลูกทองคำกลับมาจากการเล็งเป้าหมายที่หลินโม่ แล้วถอยร่ายออกมาเล็กน้อย ใช้โล่บินเหล็กดำป้องกันตัวไว้แน่น เปลี่ยนท่าทีเป็นการตั้งรับและดูสถานการณ์อย่างสมบูรณ์
“ศิษย์น้องหลิน” ที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันผู้นี้ ซ่อนระดับพลังไว้ลึกซึ้งนัก ทั้งทรัพย์สมบัติยังหนาแน่นเกินกว่าที่คาดไว้มาก และดูเหมือน... จะมีความแค้นกับลู่เฉินเฟิงเสียด้วย?
“ศิษย์พี่ลู่ ประหลาดใจหรือไม่?”
มุมปากของหลินโม่หยักยกเป็นโค้งที่เย็นเยียบ มุกมังกรนิลในมือระเบิดแสงสีแดงจ้า
“ศิษย์พี่ท่านนี้ ไอ้สารเลวผู้นี้มันชั่วช้าอำมหิต มิสู้ท่านกับข้าร่วมมือกัน กำจัดกากเดนของแผ่นดินชิ้นนี้ทิ้งไปเสีย ท่านเห็นเป็นอย่างไร?”
ประโยคหลังนี้ เขาหันไปเอ่ยกับหานลี่
สายตาของหานลี่หยุดนิ่งอยู่ที่แสงวิญญาณของเกราะอ่อนที่ดูไม่ธรรมดา และมุกวิญญาณที่มีไอพลังน่าสะพึงกลัวบนร่างหลินโม่ ก่อนจะเหลือบมองลู่เฉินเฟิงที่ใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธแค้น ในใจของเขาก็ตัดสินใจได้ในพริบตา
มิว่าหลินโม่จะมีที่มาอย่างไร ทว่าในยามนี้เขาคือศัตรูของลู่เฉินเฟิง
ศัตรูของศัตรู ก็คือมิตรชั่วคราว!
“ตกลง!”
หานลี่ตอบรับอย่างสั้นกระชับ
สิ้นคำกล่าว มือทั้งสองของเขาก็ประสานเคล็ดวิชา ใบมีดแม่ลูกทองคำทั้งเก้าเล่มพลันระเบิดแสงสีทองเจิดจ้า ส่งเสียงหวีดหวิวเสียดแทงอากาศ ทว่ามิได้พุ่งหาหลินโม่ แต่มันกลับกลายเป็นสายรุ้งสีทองเก้าสาย พุ่งเข้าโจมตีจุดตายรอบกายของลู่เฉินเฟิงจากด้านข้างอย่างโหดเหี้ยม!
ในขณะเดียวกัน เท้าของเขาก็แตะพื้นเบาๆ ร่างพุ่งถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาระยะห่างและเน้นการใช้ศัสตราจู่โจมจากระยะไกลเป็นหลัก
“พวกเจ้า... หาที่ตาย!”
ลู่เฉินเฟิงโกรธแค้นจนแทบคลั่ง ทว่าก็รู้ดีว่าตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากที่ถูกขนาบหน้าหลัง
เขาส่งเสียงคำรามลั่น จำต้องแบ่งสมาธิออกเป็นสองทาง เรียกพลังส่วนหนึ่งของธงมังกรเขียวกลับมาสร้างเป็นโล่วายุเพื่อป้องกันใบมีดทองคำของหานลี่ ส่วนมังกรวายุอีกครึ่งสายยังคงพุ่งเข้าใส่หลินโม่ต่อไป
ทว่า หลินโม่กลับลงมือก่อนไปก้าวหนึ่งแล้ว!
“ไป!”
เขาส่งเสียงต่ำ มุกมังกรนิลในมือพุ่งทะยานออกไป และขยายใหญ่ขึ้นกลางอากาศอย่างรวดเร็ว!
โฮก—!
เสียงมังกรคำรามที่เปี่ยมไปด้วยบารมีดังกึกก้องไปทั่วหุบเขา!
มังกรอัคคีขนาดยักษ์ยาวเกือบสิบจั้ง ทั่วทั้งร่างเป็นสีแดงทอง เกล็ดมังกรแจ่มชัด นัยน์ตาพ่นเพลิงแดงทอง พุ่งทะยานออกจากมุก มาพร้อมกับอุณหภูมิที่สูงจนสามารถแผดเผาภูเขาและสูบน้ำในทะเลให้เหือดแห้งได้ พุ่งเข้าปะทะกับมังกรวายุสีเขียวอย่างดุดัน!
ตูมมมมม!!!
มังกรอัคคีแดงทองและมังกรวายุสีเขียวเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง พลังธาตุลมและไฟที่ขัดแย้งกันเกิดการหักล้าง ระเบิด และแผดเผาอย่างบ้าคลั่ง!
แสงเจิดจ้าบาดตาฉายส่องไปทั่วหุบเขา เสียงระเบิดดังสนั่นหูแทบดับ คลื่นความร้อนและใบมีดวายุที่คมกริบสาดกระจายไปทั่วทิศทาง จนพื้นดินแตกระแหงเป็นทางยาว หินและต้นไม้รอบข้างแตกกระจายและลุกไหม้เป็นไฟ!
ลู่เฉินเฟิงร่างสั่นสะท้าน ใบหน้าซีดเผือดลงทันควัน
เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า ธงมังกรเขียวของเขาในการปะทะครั้งนี้ กลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทีละน้อย!
อานุภาพของมังกรอัคคีตัวนั้น เหนือกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้ไกลลิบ!
ที่ทำให้เขาใจหายยิ่งกว่าเดิมคือ ในขณะที่หลินโม่กำลังควบคุมศัสตราที่มีอานุภาพร้ายแรงเช่นนั้น เขากลับยังมีกำลังเหลือเฟือ!
หลินโม่ขยับร่างวูบหนึ่ง ร่างของเขาพุ่งออกจากจุดระเบิดทางด้านข้างประดุจภูตผี ความเร็วของเขาสูงมากจนทิ้งเงาร่างจางๆ ไว้ที่เดิม—เห็นได้ชัดว่าเขาต้องมีวิชาตัวเบาชั้นยอดหรือศัสตราเพิ่มความเร็วชั้นเลิศ!
ม่านพลังที่มองมิเห็นจากเกราะเกล็ดนิลช่วยปัดเป่าเศษใบมีดวายุที่พุ่งเข้ามาได้อย่างง่ายดาย ปลายนิ้วของหลินโม่ทอแสงวิญญาณ กระบี่บินระดับสูง “เหยียนหยัง” สีแดงสดที่มีลายทองไหลเวียนพุ่งทะยานออกมา กลายเป็นสายแสงที่ร้อนแรง พุ่งเข้าแทงสีข้างของลู่เฉินเฟิงที่เปิดช่องว่างเพราะมัวแต่ควบคุมธงมังกรเขียวอยู่!
ลู่เฉินเฟิงขวัญหนีดีฝ่อ เขารีบตบถุงเก็บของเรียกโล่เงินขนาดเล็กออกมาป้องกันกระบี่เหยียนหยังไว้ได้ทันท่วงที ทว่าเขากลับถูกปราณกระบี่ที่ร้อนแรงกระแทกจนเลือดลมปั่นป่วน โล่เงินแผ่นนั้นแสงวิญญาณมัวหมองลงทันตา
และอีกด้านหนึ่ง มีหรือที่หานลี่จะยอมปล่อยโอกาสทองนี้ไป?
ประสบการณ์การต่อสู้ของเขาสูงส่งเพียงใด เมื่อเห็นลู่เฉินเฟิงถูกหลินโม่กดดันจนลนลานเสียขวัญ เขาก็เร่งอานุภาพของใบมีดแม่ลูกทองคำขึ้นถึงขีดสุดในทันที!
ใบมีดลูกทั้งแปดมิได้มุ่งหวังจะสังหารในดาบเดียวอีกต่อไป ทว่าพวกมันกลับประดุจหนอนที่เกาะกินกระดูก คอยจู่โจมจุดเชื่อมต่อของพลังเวทและจุดอ่อนของศัสตราที่ลู่เฉินเฟิงใช้งาน รวมถึงเส้นทางหลบหนีของเขา
ส่วนใบมีดแม่ขนาดใหญ่ลอยเด่นอยู่เหนือหัว พร้อมจะส่งการโจมตีปลิดชีพลงมาได้ทุกเมื่อ
ลู่เฉินเฟิงเดิมทีก็เสียขวัญจากการพ่ายแพ้ของธงมังกรเขียวอยู่แล้ว ยามนี้ยังต้องรับมือกับการบุกอย่างหนักของหลินโม่ทางด้านหน้า และการลอบจู่โจมที่อำมหิตของหานลี่จากด้านข้าง เขาจึงเริ่มสับสนจนป้องกันมิติด!
ฉึก!
ใบมีดทองคำเล่มหนึ่งทะลวงผ่านม่านป้องกันที่อ่อนแรงลง กรีดเข้าที่ไหล่ซ้ายของเขาจนเกิดแผลลึกเห็นกระดูก!
“อ๊าก!” ลู่เฉินเฟิงร้องด้วยความเจ็บปวด ท่วงท่าพลันชะงักไป
แววตาของหลินโม่ทอประกายเย็นเยียบ เขาคว้าโอกาสเพียงชั่วพริบตานั้น สั่งการให้มังกรอัคคีแดงทองที่กำลังฟัดเหวี่ยงกับมังกรวายุเพิ่มกำลังขึ้นทันควัน มันอ้าปากงับร่างมังกรวายุจนแหลกไปเกือบครึ่งตัว ก่อนจะสะบัดหางมังกรอย่างรุนแรง ฟาดเข้าใส่ลู่เฉินเฟิงด้วยพละกำลังมหาศาล!
ลู่เฉินเฟิงตระหนกสุดขีด ทำได้เพียงยกธงมังกรเขียวขึ้นขวางหน้า
ตูม!
ด้ามธงโค้งงอ แสงวิญญาณระเบิดวาบ ลู่เฉินเฟิงประดุจถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าอย่างจัง เขากระอักเลือดคำโต ร่างปลิวละลิ่วไปกระแทกกับหน้าผาหินอย่างแรง!
ยังไม่ทันที่เขาจะตกลงมาถึงพื้น สายแสงสีทองเก้าสายก็พุ่งตามมาติดๆ ปิดตายทางรอยนวลทุกทิศทาง!
แววตาของลู่เฉินเฟิงปรากฏความสิ้นหวังและความบ้าคลั่งออกมา เขาบีบหยกพกที่แขนเสื้อจนแตกละเอียด ม่านแสงสีเลือดพลันปรากฏขึ้นปกคลุมกาย ต้านรับการระดมแทงของใบมีดทองคำไว้ได้หวุดหวิด พร้อมกับส่งเสียงตวาดลั่นอย่างคนเสียสติ: “ข้าคือลูกหลานสายตรงของตระกูลลู่! พวกเจ้ากล้าฆ่าข้า...”
ทว่าเขายังเอ่ยวาจามิทันจบ ประกายแสงสีแดงทองที่เข้มข้นถึงขีดสุดจุดหนึ่ง ก็ทะลวงผ่านม่านแสงสีเลือดที่สั่นคลอนนั้นอย่างเงียบเชียบ แล้วปักเข้าที่กลางหน้าผากของเขาในทันที
มันคือกระบี่เหยียนหยังที่ควบคุมโดยหลินโม่ ที่ใช้พลังเจาะทะลวงเพียงจุดเดียวสังหารในดาบเดียว!
ร่างของลู่เฉินเฟิงแข็งค้าง แววตาค่อยๆ เลือนหายไป ใบหน้ายังคงแฝงไปด้วยความแค้นอาฆาตและความไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะค่อยๆ ล้มฟุบลงกับพื้น
ธงมังกรเขียวสูญสิ้นไอวิญญาณ ร่วงหล่นลงสู่พื้นเสียงดังเคร้ง