- หน้าแรก
- ยอดคนทวงหนี้แห่งต้าหมิง
- บทที่ 18 เปิดขาย
บทที่ 18 เปิดขาย
บทที่ 18 เปิดขาย
บทที่ 18 เปิดขาย
“ครบกำหนดสามวันแล้ว ขอน้อมรับราชันมังกรกลับสู่บัลลังก์!”
ชายฉกรรจ์สวมเสื้อคลุมยาวแถวหนึ่งคุกเข่าลงตะโกนอย่างพร้อมเพรียง
“ดี!”
ราชันมังกรยิ้มอย่างชั่วร้ายและทรงเสน่ห์ มุมปากยกขึ้นสี่สิบห้าองศา
“เฮือก...”
ถังติ่งลืมตาโพลงและพลัดตกลงมาจากเปลทันที
“สามี...”
“สามี เป็นอะไรไหมเจ้าคะ?”
“ที่แท้ก็แค่ฝัน นึกว่าปากข้าเบี้ยวไปแล้วจริงๆ เสียอีก!”
ถังติ่งลูบปากตัวเอง ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
“ข้าไม่เป็นไร!”
“ครบสามวันแล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวันนี้!”
“สามี ทาน... ทาน...!”
เสียงของต้ายู่ตะกุกตะกัก
“ทานทน?”
“ไม่ใช่นะเจ้าคะ ทาน... ทานอาหารเช้า... เสร็จแล้วเจ้าค่ะ!”
“ลำบากเจ้าแล้ว!”
ถังติ่งยิ้มกว้าง รับผ้าเช็ดหน้าที่เอ้อฮวายื่นให้มาเช็ดหน้า
“ไม่... ไม่ลำบากเลยเจ้าค่ะ!”
ต้ายู่ก้มหน้าลงแล้วยกอาหารเช้าเข้ามา
“นี่คืออาหารเช้า?”
“พี่สาวต้ายู่ สามีเพิ่งหายป่วยหนัก ต้องการการบำรุงนะเจ้าคะ ท่านให้สามีกินสิ่งนี้ได้อย่างไร?”
“ใช่แล้ว มันเกินไปหน่อยนะ!”
เอ้อฮวาและซานชุนมองดูข้าวต้มใสแจ๋วที่เหลวเป๋วเสียจนสะท้อนเงาหน้าคนได้ด้วยความโกรธเคืองเล็กน้อย
“ข้า... ข้าขอโทษ เป็นความผิดข้าเอง...”
ต้ายู่ขบฟันขาวราวไข่มุกเบาๆ “ข้า... ข้าจะไปทำมาให้ใหม่!”
“ไม่ต้องหรอก!”
ถังติ่งยกชามข้าวต้มใสขึ้นดื่มรวดเดียวหมด
“อื้ม หอมดี รสชาติใช้ได้!”
ขอบตาของต้ายู่แดงระเรื่อ “สามี ข้า...”
“ต้ายู่ กำไลข้อมือของเจ้าไปไหน?”
“เอ๊ะ? หาย... ทำหายเจ้าค่ะ!”
“เจ้าเอามันไปจำนำแล้วใช่ไหม!”
ถังติ่งกุมมือที่ค่อนข้างหยาบกร้านของต้ายู่อย่างแผ่วเบา
“สองสามวันมานี้เจ้าต้องลำบากมาก ข้าถังติ่งขอสัญญา นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าต้องน้อยเนื้อต่ำใจแม้แต่นิดเดียว!”
“สามี...”
ต้ายู่กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ โผเข้าสู่อ้อมกอดของถังติ่ง
“แม่เจ้า... นี่มัน... ใหญ่เกินไปแล้ว!”
แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ถังติ่ง ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะจินตนาการเตลิดเปิดเปิง
“อะแฮ่ม จริงสิ ตาเฒ่าไปไหน? ทำไมสองวันมานี้ข้าไม่เห็นหน้าเลย?”
“ข้าก็ไม่รู้เจ้าค่ะ นายท่านบอกแค่ว่าจะไปยืมเงินเพื่อน ช่วงนี้ก็ออกแต่เช้ากลับดึกทุกวัน!”
“ช่างเถอะ ตอนนี้ข้ายังไม่สนใจเรื่องนั้น รอให้เงินมาถึงมือก่อน ข้าค่อยไปเคลียร์บัญชีกับตาเฒ่านั่น!”
ถังติ่งส่ายหน้าแล้วเดินออกจากบ้าน
หอเซียงฟาง (หอบุปผาหอม)
ร้านทั้งร้านถูกคลุมด้วยม่านสีดำมิดชิด จนมองไม่เห็นภายใน
“เถ้าแก่แย่แล้ว เถ้าแก่...”
“อาฝู มีเรื่องอะไร?”
“เถ้าแก่... เช้านี้มีคนมารอข้างนอกเต็มไปหมด เต็มถนนเลยขอรับ!”
“อะไรนะ?”
ดวงตาที่สงบนิ่งของเถ้าแก่เนี้ยเฉินไหววูบเล็กน้อย
“ออกไปดูกับข้า!”
บนถนนสายเก่า ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนมาชุมนุมกัน ชี้ชวนกันดูและกระซิบกระซาบด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“นี่ไม่ใช่หอเซียงฟางหรอกรึ? ทำไมถึงกลายเป็นสภาพนี้ไปได้?”
“ข้าก็ไม่รู้ ปิดร้านมาสามวันแล้ว ทำตัวลึกลับเชียว ไม่รู้ว่าข้างในทำอะไรกันอยู่!”
“ข้าจะบอกให้นะ ข้าได้ยินมาว่าหอเซียงฟางมีของวิเศษตัวใหม่ชื่อว่า ‘สบู่’ ใช้แล้วตัวหอมฟุ้ง แถมยังดูเด็กลงไปสิบปีเลยนะ!”
“จริงเหรอ? พูดเป็นเล่น!”
“จริงแน่นอน ข้าเห็นมากับตา!”
“ของวิเศษแบบนั้น ราคาคงไม่ถูกแน่ๆ ใช่ไหม!”
“ข้ายังได้ยินมาอีกว่า สบู่นี้จะเริ่มขายวันนี้ แต่มีแค่ห้าร้อยก้อนเท่านั้น...”
“นี่มัน...”
เถ้าแก่เนี้ยเฉินแอบมองผ่านรอยแยกประตู เห็นฝูงคนมืดฟ้ามัวดินแล้วก็ซ่อนความตกใจไว้ไม่อยู่
ฝูงชนไม่เพียงแต่เต็มถนน แต่คนที่มายืนมุงดูยังต่อแถวยาวเหยียดไปถึงสามลี้
“เป็นไปได้อย่างไร? ไม่มีการตีฆ้องร้องป่าว ไม่มีการเชิดสิงโต ไม่มีประทัด และไม่มีการปิดประกาศ แล้วถังติ่งดึงดูดลูกค้ามากมายขนาดนี้มาได้อย่างไร?”
“เพราะความอยากรู้อยากเห็น... เป็นเหตุให้แมวตายยังไงล่ะ!”
เสียงหยอกเย้าดังขึ้น
“คุณชายถัง!”
“หึๆ เถ้าแก่เนี้ยเฉิน ผ่านไปสามวันแล้ว สบายดีไหมขอรับ!”
ถังติ่งยิ้มบางๆ
คิ้วงามของเถ้าแก่เนี้ยเฉินขยับเล็กน้อย
“คุณชายถัง ที่ว่า ‘ความอยากรู้อยากเห็นทำให้แมวตาย’ หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ?”
“ง่ายมาก!”
ถังติ่งร่ายยาวอย่างมั่นใจ
“มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วยกิเลส และทุกคนล้วนมีความอยากรู้อยากเห็น ข้าปิดหอเซียงฟางไว้ก็เพื่อสร้างความลึกลับและกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของผู้บริโภค!”
“เมื่อเทียบกับการโฆษณาป่าวประกาศ ผู้คนมักจะเชื่อข่าวลือปากต่อปากมากกว่า ดังนั้นข้าจึงจ้างคนจรจัดเกือบร้อยคนไปปล่อยข่าวลือเรื่องสบู่วิเศษในเมือง เพื่อกระตุ้นความอยากรู้ในเชิงลึก ผ่านการบ่มเพาะมาสามวัน มันจึงเกิดผลลัพธ์การแพร่กระจายแบบปากต่อปากจนลุกลามไปทั่ว นำมาซึ่งคลื่นมหาชนในวันนี้!”
“น่าสนใจ!”
เถ้าแก่เนี้ยเฉินครุ่นคิด “ใช้เงินแค่ห้าสิบตำลึงแต่กลับได้ผลลัพธ์ขนาดนี้ ถังติ่ง ท่านช่างไม่ธรรมดาจริงๆ!”
“ท่านชมเกินไปแล้ว!”
“เหอะ คนเยอะแล้วไง? ก้อนละตั้งห้าตำลึง มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะซื้อ!”
อาฝูทำหน้าไม่เชื่อถือ
เถ้าแก่เนี้ยเฉินส่ายหน้าเบาๆ “คุณชายถัง หากท่านยอมตั้งราคาที่หนึ่งตำลึง หรือต่ำกว่านั้น ด้วยกระแสลูกค้าในวันนี้ รับรองว่าต้องสร้างความฮือฮาไปทั่วเมืองแน่!”
“จะรีบไปทำไม? นี่มันเพิ่งเริ่มต้น!”
รอยยิ้มของถังติ่งยังคงเดิม “ปล่อยให้อารมณ์ของผู้คนพุ่งพล่านไปอีกสักพักเถอะ!”
ตึกตัก... ตึกตัก...
ทันใดนั้นเอง ม้าศึกตัวสูงใหญ่หลายตัวก็ควบทะยานเข้ามาในถนนสายยาว
สร้างความแตกตื่นให้กับฝูงชน
“หลบไป หลบไปให้หมด...”
ถังติ่งหรี่ตาลง “ในที่สุดก็มา!”