- หน้าแรก
- ระบบเควสต์ปั่น ปั้นผมเป็นเทพที่นิวยอร์ก
- บทที่ 11 - พลังที่ยกระดับ
บทที่ 11 - พลังที่ยกระดับ
บทที่ 11 - พลังที่ยกระดับ
บทที่ 11 - พลังที่ยกระดับ
กว่าเขาจะมาถึงร้านเดโลเรส ก็ปาเข้าไป 9 โมงเช้าแล้ว
มาดามเดโลเรสผู้ลึกลับไม่อยู่ที่ร้าน หลี่เหวยเปลี่ยนไปใส่ชุดสูท Dior ราคาแพงภายใต้การแนะนำของพนักงานขายหญิงอีกคน ฉีดน้ำหอมยี่ห้ออะไรไม่รู้ที่แพงระยับจนเขาไม่อยากรู้ราคา แล้วเริ่มงานพาร์ตไทม์ช่วงเช้า
มาดามเดโลเรสดูเหมือนจะเป็นคนลึกลับมาก ร้านแบรนด์เนมที่ตั้งอยู่ในทำเลทองบนถนนเมดิสันร้านนี้ดูเหมือนจะไม่ได้หากินกับการขายเสื้อผ้า อย่างน้อยหลี่เหวยก็คิดแบบนั้น
เพราะนี่เป็นวันที่สองที่เขามาทำงาน แต่จนกระทั่งเกือบจะเลิกงานตอนเที่ยง เขาเพิ่งจะเจอลูกค้าคนที่สองนับตั้งแต่ทำงานมา
แต่พอเห็นลูกค้าคนนี้ซื้อกระเป๋าใบละ 4,000 ดอลลาร์เหมือนซื้อโค้กขวดละเหรียญ หลี่เหวยก็ตัดสินใจเลิกสงสัยใคร่รู้ แล้วก้มหน้าก้มตาอู้งานกินแรงในร้านนี้ต่อไป
ค่าแรงชั่วโมงละ 20 ดอลลาร์ คอมมิชชัน 2% แถมทิป ทำงานแค่วันละ 3 ชั่วโมง บริการลูกค้าแค่คนเดียวก็ได้ค่าจ้างหลังหักภาษีตั้ง 102 ดอลลาร์ จะไปหางานดีๆ แบบนี้ได้ที่ไหนอีก
ขืนเขาไปทักท้วงมาดามเดโลเรส แล้วหล่อนเกิดคำนวณบัญชีแล้วพบว่า "เออจริง จ้างแกมาไม่คุ้มเลย" แล้วไล่เขาออก เขาคงไม่มีที่ไปร้องเรียนแน่
หลังจากเปลี่ยนชุด หลี่เหวยรู้ตัวดีว่าไม่ควรเดินเข้าไปในร้านอาหารหรูๆ แถวนั้น—เขาเห็นป้ายราคาหน้าร้านแล้ว แซนด์วิชหรือสลัดจานหนึ่งล่อไป 70 ดอลลาร์อัป
เขานั่งรถไฟใต้ดินไปเปลี่ยนขบวนที่ไทม์สแควร์ แล้วซื้อฮอทด็อกไซส์ใหญ่ราดซอสเทาซันด์ไอส์แลนด์และซอสบาร์บีคิวชุ่มๆ จากรถเข็นข้างทางกินในราคา 13 ดอลลาร์ ถือว่าจัดการมื้อเที่ยงไป
บ่าย 2 โมง หลี่เหวยกลับมาถึงห้องใต้ดิน เห็นว่าดอนกิโฆเต้ไม่มีวี่แววจะกลับมา เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจไปฟิตเนส เผื่อจะทริกเกอร์ภารกิจใหม่ๆ ได้บ้าง
ฟิตเนสช่วงบ่ายคนน้อยกว่าครั้งก่อนมาก มีคนออกกำลังกายอยู่ประปรายแค่สองสามคน
หลี่เหวยปฏิเสธการขายคอร์สเทรนเนอร์ส่วนตัวของชายผิวขาวร่างยักษ์ที่เคาน์เตอร์อีกครั้ง เปลี่ยนชุดแล้วขึ้นลู่วิ่ง ตั้งใจจะทดสอบว่าค่าร่างกายที่เพิ่มขึ้นมาช่วยอะไรได้บ้าง
เมื่อสองวันก่อนตอนน้ำท่วมห้องใต้ดิน เขาอัปค่าร่างกายไป 0.1 แต้ม ตอนนี้ยังไม่ได้ทดสอบเลยว่าร่างกายระดับ 1.0 มีสมรรถภาพแค่ไหน
"800 เมตร... 900 เมตร... 1,000 เมตร!"
หลังจากวิ่ง 1,000 เมตรด้วยเพซ 5 นาทีครึ่ง สิ่งที่ทำให้หลี่เหวยประหลาดใจคือพลังงานของเขายังเหลือเฟือ ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจและความรู้สึกปวดเมื่อยดีกว่าตอนค่าร่างกาย 0.9 มาก
ค่าร่างกาย 1.0 คือมาตรฐานชายหนุ่มวัย 20 ปีที่สุขภาพแข็งแรง และนั่นทำให้เขาวิ่งต่อเนื่องด้วยความเร็วเท่าเดิมไปได้ถึง 3 กิโลเมตร กว่าจะเริ่มหอบและเดินลงจากลู่วิ่ง
"เฮ้ เพื่อน" เสียงหนึ่งทักขึ้น "นายกำลังจะเข้าเรียนที่ไฮสกูลแฟรงกลิน เค. เลน ใช่ไหม?"
หลี่เหวยที่กำลังกดน้ำฟรีใส่ขวดอยู่หันขวับไปมองอย่างระแวดระวัง พบว่าคนพูดเป็นเด็กหนุ่มผิวดำรุ่นราวคราวเดียวกับเขา
"ฉันชื่อไมเคิล" เด็กหนุ่มผิวดำยื่นมือมาอย่างสุภาพ ท่าทางตื่นเต้นดีใจ "วันนั้นฉันเห็นนายที่โรงเรียน ฉันเรียนอยู่เกรด 12 (เทียบเท่า ม.6) ที่แฟรงกลิน"
หลี่เหวยมองสำรวจไมเคิลแวบหนึ่ง แล้วยื่นมือไปจับเบาๆ
"นายมากับพ่อเหรอ?" ไมเคิลถาม "ทำไมถึงมาเรียนที่แฟรงกลิน ฉันไม่ค่อยเห็นคนเอเชียมาเรียนที่นี่เลย"
"ดอนกิโฆเต้เป็นอาห่างๆ ของฉัน" หลี่เหวยยักไหล่ "ฉันมาพึ่งใบบุญเขาที่อเมริกา"
"อ้อ อย่างนี้นี่เอง" ไมเคิลดูตื่นเต้นมากที่ได้เพื่อนใหม่เป็นคนเอเชีย "วันนี้เล่นส่วนไหน? มาเล่นด้วยกันสิ"
หลี่เหวยมองไมเคิลที่เมื่อ 5 นาทีที่แล้วยังเป็นคนแปลกหน้า แต่ตอนนี้ทำตัวสนิทสนมกลมเกลียว ก็อดระแวงไม่ได้
เขาฟังวีรกรรมพวกวัยรุ่นขายยามาจากดอนกิโฆเต้เยอะ
พูดง่ายๆ คือในโรงเรียนรัฐบาลของอเมริกา มักจะมีนักเรียนที่เกี่ยวข้องกับแก๊งอันธพาลไม่มากก็น้อย เป็นสมาชิกปลายแถวที่คอยขายยาให้นักเรียนในโรงเรียน
คนตรงหน้าทั้งสีผิวและพฤติกรรมดูน่าสงสัยสุดๆ
ขณะที่เขากำลังจะปฏิเสธ เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น:
【ภารกิจ: จิตวิญญาณแห่งอัศวิน】
【นักผจญภัยหลี่เหวย คุณได้พบกับอัศวินฝึกหัดที่มีจิตใจสูงส่งเช่นเดียวกับคุณในสนามฝึกซ้อม จงฝึกซ้อมร่วมกับเขาให้สำเร็จเพื่อรับรางวัล】
【รางวัลภารกิจ: พละกำลัง +0.1】
ไม่ธรรมดาแฮะ หลี่เหวยคิดในใจ ถึงขั้นระบบการันตีว่าจิตใจสูงส่งเหมือนเรา
หรือว่านี่จะเป็นโอริโอ้? (ผิวสีดำ แต่ข้างในขาวสะอาดบริสุทธิ์)
เมื่อมีระบบรับรอง หลี่เหวยก็พยักหน้า
"งั้นเล่นด้วยกันก็ได้" เขาตอบ "วันนี้ฉันกะจะเล่นอกกับไหล่"
ตามหลักแล้วพละกำลัง 0.9 ของหลี่เหวย น่าจะแข็งแรงกว่าวัยรุ่นที่ยังโตไม่เต็มที่อย่างไมเคิลนิดหน่อย
แต่พอฝึกจริง เขาพบว่าไมเคิลที่มีประสบการณ์เล่นเวทมาประมาณ 1 ปี มีพละกำลังสูสีกับเขาเลยทีเดียว
การดันอก 60 กิโลกรัมสำหรับเด็กมัธยมปลายทั่วไปที่กำลังโตถือว่าเป็นตัวเลขที่ยอดเยี่ยมมาก ถ้าหลี่เหวยไม่ได้อัปค่าพละกำลังมา 0.1 ตั้งแต่มาถึงนิวยอร์ก เขาอาจจะตามไมเคิลไม่ทันด้วยซ้ำ
ช่วงพักระหว่างเซต หลี่เหวยคุยกับไมเคิลและพบว่าเขาเป็นเด็กดีในหมู่คนผิวดำจริงๆ
ไม่ยุ่งยาเสพติด ไม่เข้าแก๊ง แถมยังเป็นเด็กหัวกะทิห้อง AP ของโรงเรียนแฟรงกลิน ซึ่งหมายความว่าเขาจะเป็นว่าที่เพื่อนร่วมชั้นของหลี่เหวย
แม้จะมีน้องชายที่ติดยาและเข้าแก๊ง แต่เขาหวังเสมอว่าจะเก็บเงินก้อนหนึ่งเพื่อส่งน้องไปบำบัด และช่วยน้องให้หลุดพ้นจากแก๊ง
ไมเคิลเล่าว่าเขามาจากย่านบรองซ์ ซึ่งเป็นย่านที่เละเทะและรุนแรงที่สุดในนิวยอร์ก (ยิ่งกว่าบรูคลินเสียอีก)
โตมาขนาดนี้ เพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนๆ รอบตัวเขาอย่างน้อยครึ่งหนึ่งถ้าไม่ติดคุกก็โดนยิงตายไปแล้ว
"ฉันไม่อยากให้น้องชายฉันจบแบบนั้น" เขาพูดเสียงจริงจังหลังจากช่วยหลี่เหวยเก็บคานบาร์เบล "ฉันอยากเป็นหมอ อยากเปลี่ยนชนชั้นของครอบครัวเริ่มที่รุ่นฉัน ฉันจะซื้อบ้านหลังใหญ่ให้พ่อแม่กับน้องชาย"
เมื่อทำท่าเบนช์เพรสครบ 3 เซต เสียงในหัวหลี่เหวยก็ดังขึ้น:
【ภารกิจ: จิตวิญญาณแห่งอัศวิน เสร็จสมบูรณ์】
【คุณและไมเคิลร่วมกันฝึกซ้อมตามมาตรฐานได้อย่างยอดเยี่ยม】
【รางวัลภารกิจ: พละกำลัง +0.1】
【พละกำลัง 0.9】——>【พละกำลัง 1.0】
ค่าพละกำลังแตะมาตรฐานแล้ว
กระแสความอบอุ่นที่คุ้นเคยระเบิดขึ้นตามแนวสันหลังอีกครั้ง คราวนี้มันรุนแรงและดุดันยิ่งกว่าตอนเพิ่มค่าร่างกาย
ถ้าการเพิ่มค่าร่างกายเปรียบเสมือนสายน้ำไหลเอื่อยที่ชุบเลี้ยงแม่น้ำที่แห้งขอด การเพิ่มค่าพละกำลังก็เหมือนการฉีดน้ำเหล็กหลอมละลายเข้าไปในเส้นใยกล้ามเนื้อ
หลี่เหวยรู้สึกว่าความปวดเมื่อยที่กล้ามเนื้อหน้าอกและไหล่หน้าถูกชะล้างหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยพลังที่แน่นเปรี๊ยะและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
"เฮ้ หลี่เหวย ไหวไหม?" ไมเคิลเห็นหลี่เหวยนั่งเหม่ออยู่บนม้านั่ง นึกว่าเขาหมดแรง "เมื่อกี้ทีท้ายๆ ฉันก็แทบไม่ไหวเหมือนกัน วันนี้พอแค่นี้ไหม?"
หลี่เหวยเงยหน้า ลูบร่างกายที่ดูบึกบึนขึ้นอีกเล็กน้อย มองไมเคิลด้วยสายตามุ่งมั่น "ไมเคิล ช่วยฉันอีกรอบ"
เขาลุกขึ้นเดินไปที่ขาตั้งบาร์เบล "เพิ่มน้ำหนักให้อีก 20 กิโล"
"80 กิโล?" ไมเคิลปฏิเสธทันควัน "เพื่อน การเล่นกล้ามต้องค่อยเป็นค่อยไปนะ อย่าใจร้อน"
(จบแล้ว)