- หน้าแรก
- ระบบเควสต์ปั่น ปั้นผมเป็นเทพที่นิวยอร์ก
- บทที่ 4 - เป้าหมายอันเรียบง่ายของหลี่เหวย
บทที่ 4 - เป้าหมายอันเรียบง่ายของหลี่เหวย
บทที่ 4 - เป้าหมายอันเรียบง่ายของหลี่เหวย
บทที่ 4 - เป้าหมายอันเรียบง่ายของหลี่เหวย
"1,000 ดอลลาร์?" เขาตะโกนหยั่งเชิง "ผมว่ามูลค่าของมันมีมากกว่าแค่ค่าแรงช่างทำทองนะครับ"
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือ พอได้ยินประโยคนี้ ลีออนถึงกับกระโดดตัวลอย
"อะไรนะ!" เขาตะโกนลั่น "นี่แกกำลังขู่กรรโชกกันเรอะ!"
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มมีอาการจะหลุดจากการควบคุมของสกิล หลี่เหวยจึงรีบพูดจาหว่านล้อมดีๆ สองสามประโยคเพื่อปลอบประโลมลีออน
ในที่สุดเขาก็ขายเหรียญทองที่มีมูลค่าการรับซื้อจริงแค่ประมาณ 400 ดอลลาร์ ออกไปได้สำเร็จในราคา 500 ดอลลาร์ และรีบชิ่งหนีออกมาก่อนที่ลีออนจะได้สติ
"ดูเหมือนขีดจำกัดของสกิลนี้จะยังเกินขอบเขตการรับรู้ของมนุษย์ไปมากไม่ได้" หลี่เหวยคิดในใจขณะเดินออกมา "ต่อให้เป็นสกิล ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานความรู้ความเข้าใจของอีกฝ่ายด้วย การจะให้คนขี้งกควักเงิน 1,000 ดอลลาร์มาซื้อเหรียญทองที่ไม่รู้ที่มาที่ไป อาจจะยากกว่าฆ่าเขาให้ตายซะอีก"
อย่างไรก็ตาม เงิน 500 ดอลลาร์ที่ได้มานี้ก็ช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าของเขาไปได้เปราะหนึ่ง
【ภารกิจสำเร็จ: คุณประสบความสำเร็จในการใช้จุดอ่อนของคนโลภ】
【มอบรางวัล: แต้มสถานะอิสระ 0.1, เหรียญทอง +1】
เมื่อรู้สึกถึงน้ำหนักที่คุ้นเคยถ่วงลงในกระเป๋าเสื้อ หลี่เหวยก็รู้ทันทีว่าเขามีรายรับเพิ่มมาอีก 500 ดอลลาร์แล้ว
แต่เขาไม่คิดจะวนกลับไปแลกเงินอีกรอบ เขาอยากเก็บไว้ลองดูว่าสกิลนี้จะอัปเกรดได้ไหม
ถ้าอัปเกรดได้จริง ในอนาคตเขาจะสามารถเปลี่ยนผิดเป็นถูก พูดดำให้เป็นขาวได้เลยหรือเปล่านะ?
...
ช่วงเที่ยง หลี่เหวยกะเวลาเดินทางมาถึงย่านควีนส์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบรูคลินนัก เขามาหาดอนกิโฆเต้ที่บริเวณใกล้ไซต์งานก่อสร้าง หน้าร้านอาหารจีนแบบซื้อกลับบ้านที่ส่งกลิ่นน้ำมันทอดราคาถูกโชยหึ่ง
ตอนนี้ดอนกิโฆเต้กำลังนั่งยองๆ อยู่ริมฟุตบาท ในมือประคองกล่องโฟมใส่ผัดหมี่สีเข้มมันเยิ้ม กินอย่างเอร็ดอร่อย
"เอาหน่อยไหม? นี่ของบ้านเกิดแกเลยนะ รู้สึกจะเรียกว่าผัดหมี่ฝูโจวมั้ง? ถ้าฉันจำไม่ผิด" พอเห็นหลี่เหวยเดินมา เขาก็เช็ดคราบน้ำมันที่ปาก "แค่ 12 ดอลลาร์เอง แถมไม่ต้องให้ทิปด้วย"
ไชน่าทาวน์ในนิวยอร์กส่วนใหญ่จะเป็นผู้อพยพจากกวางตุ้งและกวางสี ส่วนชาวฝูเจี้ยนมักจะรวมตัวกันอยู่ที่ถนนหมายเลข 8 แถวที่พักของหลี่เหวยนั่นเอง
"ผมกินมาแล้วครับ" หลี่เหวยตอบส่งๆ "เดี๋ยวเราจะทำอะไรกันต่อ?"
ดอนกิโฆเต้ลุกขึ้นยืน โยนกล่องข้าวเปล่าลงถังขยะ ปัดฝุ่นที่กางเกง "ในเมื่อวันนี้แกขายของได้เงินมา งั้นค่าน้ำมันวันนี้แกจ่าย ขึ้นรถ เราไปทำธุระสำคัญกัน"
ตลอดหลายชั่วโมงต่อมา ดอนกิโฆเต้ขับรถโตโยต้าที่พร้อมจะพังแหล่มิพังแหล่พาหลี่เหวยตระเวนไปตามสำนักงานต่างๆ ในเขตบรูคลิน ทั้งทำบัตรประชาชน บัตรโดยสารรถไฟใต้ดิน หรือแม้กระทั่งไปขอรับขนมปังใกล้หมดอายุฟรีจากมูลนิธิการกุศลบางแห่ง
"ฟังนะไอ้หนู เรื่องพวกนี้ฉันจะสอนแค่ครั้งเดียว เข้าใจไหม?" ดอนกิโฆเต้พูดพลางหมุนพวงมาลัยมือเดียว อีกมือใช้นิ้วสกปรกแคะฟัน "ในนิวยอร์ก ความจนคือบาปดั้งเดิม แต่ความโง่คือบาปยิ่งกว่า เห็นพวกคนใส่เครื่องแบบท่าทางเพี้ยนๆ นั่นไหม? พวกนั้นไม่เหมือนตำรวจที่จีนนะ เดินเลี่ยงได้ก็เลี่ยง ในรถไฟใต้ดินถ้าเห็นตู้ไหนว่างโล่ง อย่าเข้าไปเด็ดขาด ไม่แน่ว่าอาจมีคนขี้ทิ้งไว้ หรือมีพวกขี้ยาเมายาหลอนประสาทอยู่ในนั้น"
หลี่เหวยพยักหน้ารับคำพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง ตึกรามบ้านช่องเริ่มดูหรูหราขึ้น รถตำรวจเริ่มเยอะขึ้น และใกล้เซ็นทรัลพาร์กเข้าไปทุกที เขาจึงรู้ว่าตัวเองกำลังห่างไกลจากบรูคลินออกไปเรื่อยๆ
"แล้วตอนนี้เราจะไปไหนกันครับ?" เขาหันไปถามดอนกิโฆเต้ "นี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่"
"เราจะไปอัปเปอร์อีสต์ไซด์ในแมนฮัตตัน วันนี้มีแรงงานเพิ่มมาอีกคนทั้งที" ดอนกิโฆเต้พูดอย่างภูมิใจ "ฉันจะพาแกไปเปิดหูเปิดตาดูชีวิตของชนชั้นสูงตัวจริงในนิวยอร์ก แล้วถือโอกาสไป 'เติมของ' ด้วย"
"เติมของ?"
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถก็มาจอดสนิทบนถนนอันเงียบสงบสายหนึ่งในย่านอัปเปอร์อีสต์ไซด์
ที่นี่เปรียบเสมือนคนละโลกกับบรูคลิน ถนนหนทางสะอาดสะอ้านราวกับมีคนมาเลียพื้น ทุกอาคารเป็นคฤหาสน์เดี่ยวหรูหรา แม้แต่ความสูงของหญ้าในสนามหน้าบ้านทุกหลังยังเท่ากันเป๊ะ หลี่เหวยลดกระจกลง พบว่าอากาศที่นี่ไม่มีกลิ่นฉุนของปัสสาวะและกัญชาเหมือนในบรูคลิน แต่กลับมีกลิ่นที่แปลกประหลาดและน่าหลงใหลอีกแบบหนึ่ง
กลิ่นของเงิน
【คุณได้มาถึง 'สวนขุนนาง'】
【เหล่าขุนนางและผู้มีอำนาจของจักรวรรดิอาศัยอยู่ที่นี่ มีทหารยามเดินตรวจตราทั้งวันทั้งคืน】
【ยังไม่ตรวจพบภารกิจที่สามารถรับได้ในขณะนี้】
"ผมไม่ยักรู้ว่าคุณมีธุรกิจแถวนี้ด้วย" หลี่เหวยมองรถหรูอย่างเบนซ์ เบนท์ลีย์ ปอร์เช่ ที่จอดเรียงรายอยู่ริมถนน "หรือว่าไอ้เติมของที่คุณว่า คือการสุ่มบ้านคนรวยสักหลังแล้วเข้าไปขโมยของ"
"อะไรนะ? ขโมยของ... ไม่ๆๆ" ดอนกิโฆเต้จอดรถเทียบข้างหัวดับเพลิงอย่างชำนาญ แล้วแปะป้ายคนพิการปลอมอันเดิมลงไป "เรามาช่วยพวกเขาเก็บกวาดขยะต่างหาก"
"ในนิวยอร์กการทิ้งของชิ้นใหญ่มันยุ่งยากมาก แถมการขายของมือสองสำหรับพวกเขาก็ถือว่ามีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย" ดอนกิโฆเต้พาหลี่เหวยเดินไปที่ถังขยะใบหนึ่ง สาธิตให้ดูสดๆ "แล้วพวกคนรวยพวกนี้หน้าบางจะตาย แกเชื่อไหมว่าแค่จะปลูกต้นอะไรในสนามหญ้ายังต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการหมู่บ้านเลย?"
เขาพูดพลางมุดครึ่งตัวลงไปรื้อค้นในถังขยะ ไม่นานเขาก็คว้าเครื่องดูดฝุ่น Dyson ที่ดูสภาพยังใช้งานได้ดีออกมา
"แกอย่ายืนบื้อสิ" เขาหิ้วเครื่องดูดฝุ่นเดินกลับมาที่รถอย่างหน้าบาน "เจ้านี่ถ้ายังใช้ได้ อย่างน้อยก็ขายได้ 150 ดอลลาร์..."
หลี่เหวยมองแผ่นหลังของดอนกิโฆเต้ กำลังจะเอ่ยปากพูด ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงแหบพร่าสำเนียงยุโรปตะวันออกดังขึ้นจากด้านหน้า:
"เธอเป็นนายแบบของสังกัดไหน? ทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน?"
หลี่เหวยหันไปมอง รถเบนซ์ G-Class สีดำคันหนึ่งจอดเทียบข้างพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
กระจกฝั่งคนขับลดลง เผยให้เห็นหญิงวัยกลางคนสวมแว่นกันแดด ท่าทางดูผู้ดีมีสกุล กำลังมองสำรวจหลี่เหวยตั้งแต่หัวจรดเท้า
"เข้ามาใกล้ๆ หน่อยซิ" เธอกวักมือเรียกหลี่เหวย "มาให้ฉันดูชัดๆ หน่อย"
หลี่เหวยมองดอนกิโฆเต้ที่อยู่ไม่ไกล กำลังง่วนอยู่กับการงัดฝากระโปรงท้ายที่ปิดตาย คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเดินเข้าไปหา แต่ยังคงเว้นระยะห่างจากรถของหญิงคนนั้นประมาณหนึ่งช่วงแขน
"เธอสูงเท่าไหร่?" จู่ๆ เธอก็ถามขึ้น "185? 187?"
"188 ครับ" หลี่เหวยตอบ "แล้วผมก็ไม่ใช่นายแบบ ผมมาเรียนต่อที่นิวยอร์ก"
"สัดส่วน 9 ต่อ 1 ไหล่กว้างเอวสอบ หน้าตาลูกครึ่งสวยแบบนี้" คุณนายไฮโซพูดต่อ "สนใจอยากเป็นนายแบบไหม?"
"ได้เงินเยอะไหมครับ?" หลี่เหวยถาม "ถ้าเยอะผมก็สนใจ"
"ลำพังแค่นายแบบไม่ได้ทำเงินเยอะหรอกนะ" คุณนายหัวเราะคิกคักกับคำถามตรงไปตรงมาของหลี่เหวย "แต่มันโก้หรูไม่ใช่เหรอ?"
"งั้นผมคงไม่สนใจเท่าไหร่" หลี่เหวยส่ายหน้า ชี้ไปที่ดอนกิโฆเต้ที่กำลังเดินมา "ผมต้องไปช่วยงานอาของผมครับ"
ได้ยินคำตอบของหลี่เหวย คุณนายดูจะแปลกใจเล็กน้อย ก่อนแววตาจะเปลี่ยนเป็นความเสียดาย เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วหยิบธนบัตรใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า Hermes ที่เบาะข้างคนขับ ยื่นให้หลี่เหวยผ่านหน้าต่างรถ
"อากาศร้อนขนาดนี้ เอาไปซื้อกาแฟกินกับอาของเธอเถอะ ถือว่าฉันขอบคุณที่พวกเธอช่วยมาขนเฟอร์นิเจอร์เก่าไป" เธอคิดนิดหนึ่ง "อีกอย่าง ถ้าเธออยากหางานพาร์ตไทม์ทำเงิน ลองไปที่ร้าน 'เดโลเรส' ในอัปเปอร์อีสต์ไซด์ดูสิ ที่นั่นน่าจะกำลังขาดพนักงานขายหนุ่มหล่อแบบเธออยู่"
เขาไม่ปฏิเสธ ยื่นมือไปรับเงิน "ขอบคุณครับ"
คุณนายมองสำรวจเขาอีกครั้ง ก่อนจะขับเบนซ์ G-Class ออกไปช้าๆ
ดอนกิโฆเต้ที่แอบดูอยู่ข้างๆ รีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามาถามทันทีที่รถขับออกไป "หล่อนคุยอะไรกับแกน่ะ?"
"ไม่มีอะไรครับ" หลี่เหวยมองธนบัตรในมือ ตอบเรียบๆ "ให้ทิปมา 100 ดอลลาร์ เลี้ยงกาแฟเราสองคน แล้วก็แนะนำงานให้ผมด้วย"
"100 ดอลลาร์?!"
ดอนกิโฆเต้ร้องเสียงหลงเหมือนแมวโดนเหยียบหาง เขาคว้าธนบัตรใบนั้นไปจากมือหลี่เหวย ยกส่องกับแสงแดด แล้วใช้นิ้วหยาบกร้านถูไปมา พอแน่ใจว่าไม่ใช่แบงก์ปลอม ก็เริ่มด่าทอสาปแช่งพวกคนรวยและโลกที่ตัดสินกันที่หน้าตาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวทันที
"บ้าเอ๊ย! บ้าเอ๊ย! บ้าที่สุด! ฉันแบกอิฐทั้งวัน ล้างจานทั้งวัน ยังได้เงินแค่พอๆ กับไอ้นี่" เขาบ่นกระปอดกระแปดพลางยัดเงินใส่มือคืนหลี่เหวย แต่สายตายังละห้อยมองแบงก์ 100 ดอลลาร์ไม่วางตา "แค่เพราะแกหล่อเนี่ยนะ? โลกเฮงซวยเอ๊ย ฉันเองก็มีเสน่ห์จะตาย ทำไมไม่เห็นมีแม่ยกคนไหนให้ทิปฉันตั้ง 100 เหรียญบ้างวะ"
หลี่เหวยมองเงินที่ดอนกิโฆเต้ยัดกลับมาให้อย่างแปลกใจ
เขามองดอนกิโฆเต้ที่เนื้อตัวมอมแมม กางเกงเปื้อนโคลน แล้วเก็บเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ยักไหล่ "ผมไม่ได้แค่หล่อครับ ผมตัวสูงด้วย"
"ฟัค!"
ดอนกิโฆเต้ชูนิ้วกลางใส่หลี่เหวย บ่นงึมงำอย่างไม่สบอารมณ์ พลางกวักมือเรียก "วันนี้ได้เครื่องดูดฝุ่นมาตัวเดียวก็พอแล้ว... ขึ้นรถ! ตอนบ่ายฉันต้องไปล้างจาน เดี๋ยวแกเอาไอ้นี่ไปขาย... ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันไปเองดีกว่า แกไปคงโดนกดราคาแน่"
ระหว่างทางกลับบรูคลิน หลี่เหวยนั่งเงียบๆ ที่เบาะข้างคนขับ มองทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่เปลี่ยนจากถนนเมดิสันอันสะอาดหรูหรา ค่อยๆ กลายเป็นย่านซันเซ็ตพาร์กที่เต็มไปด้วยลายกราฟิตี้ ขยะ และรั้วกั้นเขตก่อสร้าง
ตอนที่พ่อแม่ยังอยู่ บ้านเขาอาจไม่ถึงกับร่ำรวยล้นฟ้า แต่ก็ถือว่ามีฐานะพอสมควร
แต่หลังจากพ่อแม่ทำธุรกิจล้มละลายและเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ชีวิตเขาก็ดิ่งลงเหว
จากยากจนไปร่ำรวยนั้นง่าย จากเคยรวยมาจนนั้นยาก ยิ่งได้มาสัมผัสชีวิตที่เหลื่อมล้ำกันขนาดนี้ด้วยตัวเองยิ่งแล้วใหญ่
"ในอเมริกา ทำยังไงถึงจะรวยเร็วๆ ครับ?" เขาหันไปถามดอนกิโฆเต้ที่กำลังขับรถ "ทำยังไงถึงจะซื้อบ้านแถวเมื่อกี้ได้?"
"ที่นั่นน่ะเหรอ? ฝันไปเถอะ" ดอนกิโฆเต้โบกมืออย่างเกียจคร้าน "เว้นแต่แกจะสอบเข้าฮาร์วาร์ดหรือเยล แล้วไปเป็นหมอใหญ่ หรือทนายความชื่อดัง ถึงตอนนั้นแกก็จะเก็บค่าปรึกษาได้ชั่วโมงละ 5,000 ดอลลาร์ แล้วแกถึงจะซื้อบ้านที่นั่นได้"
"งั้นผมจะเข้าเยลครับ" หลี่เหวยพยักหน้า ตัดสินใจแน่วแน่ "ผมไม่อยากอยู่รูหนูกับคุณในบรูคลินไปตลอดชีวิตหรอกนะ"
ดอนกิโฆเต้หลุดขำพรืด "ฮ่า! แกนึกว่าใครๆ ก็สอบเข้าเยลได้รึไง? แกมีจดหมายแนะนำตัวไหม? แกมีเงินไหม? แกเข้าคลาส AP ได้รึเปล่า? แล้วต่อให้มีครบ แกก็ใช่ว่าจะได้เข้าเรียนที่เยลหรือฮาร์วาร์ดนะ"
"เรื่องเงินเดี๋ยวผมหาทางเอง" หลี่เหวยไม่บอกหรอกว่าเขามีระบบ "แต่จดหมายแนะนำตัวกับคลาส AP คืออะไรครับ?"
"คลาส AP ก็คล้ายๆ ห้องคิงของพวกแกที่จีนนั่นแหละ เรียนเนื้อหามหาวิทยาลัยล่วงหน้า เดี๋ยวนี้ถ้าจะสมัครมหาลัยดังๆ ยังไงก็ต้องเรียน AP" ดอนกิโฆเต้แค่นหัวเราะ "มหาวิทยาลัยไอวีลีกระดับท็อปเป็นเอกชนทั้งนั้น แกคิดว่าพื้นเพอย่างแกจะเอาอะไรไปสู้เขา"
"แล้วผมต้องทำยังไงถึงจะเข้าได้?" หลี่เหวยไม่โกรธ ถามกลับ "อย่างเช่นเยลเนี่ย ต้องทำยังไงถึงจะเข้าได้?"
"เว้นแต่แกจะได้แชมป์กีฬาถ้วยระดับประเทศสักอย่าง แล้วแกก็ต้องได้เกรด A ในวิชา AP สักเจ็ดแปดตัว จากนั้นก็ไปหาจดหมายแนะนำตัวจากคนใหญ่คนโตมา" ดอนกิโฆเต้พูดไปเรื่อย "ถ้าทำได้แบบนั้นก็อาจจะมีลุ้น"
หลี่เหวยพิจารณาคำพูดของดอนกิโฆเต้อย่างละเอียด แล้วจู่ๆ ก็ถามขึ้น "คุณว่าบาสเกตบอลเป็นไง? ถ้าได้แชมป์ระดับประเทศแล้วจะทำเงินได้เยอะไหม?"
ระบบยังเหลือแต้มสถานะให้เขาอัปเกรดอีก 0.1 แต้ม
การจากไปกะทันหันของพ่อแม่สอนให้เขารู้สัจธรรมข้อหนึ่ง นั่นคือไม่มีอะไรจะอยู่กับเราไปตลอดกาล
แม้เขายังไม่รู้ว่าระบบนี้จะอยู่กับเขาไปนานแค่ไหน แต่ดูจากความถี่ในการเกิดภารกิจและความเร็วในการพัฒนา สมรรถภาพร่างกายของเขาน่าจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาสั้นๆ บวกกับตอนอยู่จีนเขาถนัดบาสเกตบอลที่สุด เขาเลยนึกถึงเส้นทางนักบาสขึ้นมาเป็นอันดับแรก
"บาสเกตบอล? บาสเกตบอลจะไปสู้อเมริกันฟุตบอลได้ยังไง" ดอนกิโฆเต้จอดรถสนิท แล้วพูดเยาะ "ถ้าแกใช้หน้าตาตี๋ๆ แบบเอเชียไปคว้าแชมป์อเมริกันฟุตบอลมัธยมระดับประเทศได้ แกจะโคตรเจ๋ง ดังระเบิดเถิดเทิง ตบหน้าพวกคนดำกับคนขาวให้หน้าหงายไปเลยรู้ไหม? แล้วถ้าเข้าคลาส AP ได้ด้วย แกได้เข้าเยลชัวร์"
"ถึงตอนนั้นนอกจากจะได้ทุนเรียนฟรีเต็มจำนวนแล้ว พวกเชียร์ลีดเดอร์สาวๆ จะมาอ้อนวอนให้แกเซ็นชื่อบนก้นงอนๆ ของพวกหล่อน แล้วพวกสมาคมภราดรภาพก็จะมาอ้อนวอนให้แกเข้าร่วม... เลิกฝันเถอะน่า อเมริกันฟุตบอลมีมาตั้งกี่ปี คนผิวเหลืองที่ได้เข้าไปเล่นใน NCAA มีน้อยยิ่งกว่าน้อย... เย็นนี้ฉันไปล้างจาน แกหาอะไรกินเองนะ"
...
เมื่อหลี่เหวยกลับจากย่านอัปเปอร์อีสต์ไซด์อันหรูหรา ลงมาสู่ห้องใต้ดินอีกครั้ง ในหัวเขายังคงคิดทบทวนคำพูดของดอนกิโฆเต้
เขาประเมินตัวเองว่าไม่มีหัวการค้า หยั่งรู้อนาคตไม่ได้ ทำนายตลาดหุ้นไม่เป็น ถ้าอยากพลิกชีวิตรวยทางลัดในอเมริกา เส้นทางนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลก็ดูจะเป็นทางเลือกที่สดใสไม่เลว
ขอแค่ได้ทุนเรียนฟรีเต็มจำนวน ได้เข้ามหาวิทยาลัยดัง ปัญหาหนี้สินและความกลัวในอนาคตที่รออยู่ตรงหน้าก็น่าจะคลี่คลายไปได้
ทันใดนั้น เขาก็ได้รับภารกิจใหม่
เพียงแต่ครั้งนี้ ภารกิจดูจะพิเศษกว่าปกติเล็กน้อย
มันเป็น 【ภารกิจเปลี่ยนอาชีพ】 ที่มีรางวัลหลายระดับ
"เส้นทางแห่งอัศวิน?" หลี่เหวยกัดขนมปังฟรีที่ไปรับมาเมื่อเช้าพลางพึมพำ "ฟังดูเข้าท่าดีแฮะ"
(จบแล้ว)