- หน้าแรก
- ระบบเควสต์ปั่น ปั้นผมเป็นเทพที่นิวยอร์ก
- บทที่ 1 - ยินดีต้อนรับสู่อเมริกา
บทที่ 1 - ยินดีต้อนรับสู่อเมริกา
บทที่ 1 - ยินดีต้อนรับสู่อเมริกา
บทที่ 1 - ยินดีต้อนรับสู่อเมริกา
สหรัฐอเมริกา, นิวยอร์ก, สนามบินเคนเนดี
เมื่อ 'หลี่เหวย' แบกสัมภาระทั้งหมดที่มีเพื่อมาพึ่งใบบุญญาติห่างๆ อย่าง 'ดอนกิโฆเต้' ที่อเมริกา ภายในใจที่เคยมืดมนของเขาก็เริ่มมีความตื่นเต้นเจือปนอยู่บ้าง
พ่อแม่ของหลี่เหวยเคยพูดถึงญาติคนนี้ให้ฟังบ่อยครั้งตอนที่พวกท่านยังมีชีวิตอยู่ ว่ากันว่าพฤติกรรมในอดีตของเขาไม่ค่อยจะเรียบร้อยนัก คือเคยผลาญเงินทองไปบ้าง แต่ภายหลังก็คุยโวว่าหาเงินได้พอสมควร และเคยพยายามชวนครอบครัวของหลี่เหวยมาสังสรรค์กันที่อเมริกา แต่ก็ถูกพ่อของหลี่เหวยปฏิเสธไปทุกครั้ง
หลี่เหวยไม่เคยเจอหน้าอาคนนี้มาก่อน เพียงแค่เคยได้ยินวีรกรรมผ่านปากของพ่อเท่านั้น แต่ตอนนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์พลิกผันในครอบครัว เด็กหนุ่มวัย 17 ปีที่ต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปพร้อมกับหนี้สินก้อนโต หากยังขืนอยู่ที่จีนต่อไปคงหนีไม่พ้นต้องกลายเป็นบุคคลล้มละลายเพราะไม่มีปัญญาใช้หนี้ ซึ่งหลี่เหวยไม่อยากให้เป็นแบบนั้น
โชคยังดีที่ตามกฎหมายของทั้งสองประเทศ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสามารถติดต่อญาติห่างๆ ในอเมริกาคนนี้ให้เขาได้
'ดอนกิโฆเต้' หลี่เหวยทวนชื่อนี้ในใจขณะลากกระเป๋าเดินทางสองใบ เป็นชื่อที่ประหลาดชะมัด
จู่ๆ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น ซิมการ์ดนี้เป็นพี่สาวเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศที่จีนจัดการหามาให้
"ฉันคือ ดอนกิโฆเต้ เซร์บันเตส"
เสียงผู้ชายวัยกลางคนที่แหบพร่าและรัวเร็วตวาดมาตามสาย โดยมีเสียงไฟเลี้ยวรถยนต์ดัง ติ๊กๆ แทรกเป็นพื้นหลัง
"ฟังนะ ฉันจะไม่เข้าไปในลานจอดรถ พวกนั้นมันพวกผีดูดเลือด ค่าจอดตั้งชั่วโมงละ 4 ดอลลาร์ ตอนนี้แกอยู่ไหน?"
นับว่าโชคดีที่หลี่เหวยคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็กจนแทบจะเหมือนภาษาแม่ ไม่เช่นนั้นเขาคงฟังอาที่ชื่อ ดอนกิโฆเต้ เซร์บันเตส คนนี้ไม่รู้เรื่องแน่
เขาหาเงินได้จริงเหรอ? หลี่เหวยอดสงสัยไม่ได้ ไม่อย่างนั้นทำไมต้องหัวเสียกับค่าจอดรถชั่วโมงละ 4 ดอลลาร์ขนาดนั้นด้วย
"ผมหลี่เหวยครับ" เขาตอบ "ผมเพิ่งผ่านด่านศุลกากรออกมา"
"งั้นไปที่อาคารผู้โดยสาร T4 โซน B ประตู 2 แล้วโทรหาฉันตอนที่อีก 5 นาทีจะถึง"
เสียงของดอนกิโฆเต้รัวเร็วมาก
"อย่าโทรมาเร็วกว่านั้น เข้าใจไหม? ฉันจอดนานไม่ได้ ไอ้พวกตำรวจจราจรบ้านั่นกำลังจ้องฉันอยู่"
สายตัดไป หลี่เหวยยืนงงอยู่กับที่ ครุ่นคิดว่าควรรูดบัตรเครดิตซื้อตั๋วเครื่องบินกลับไปเลยดีไหม
10 นาทีต่อมา รถเก๋งบุบๆ บี้ๆ คันหนึ่งที่มีคราบโคลนเกรอะกรังตรงสเกิร์ตข้างก็แล่นมาจอดเทียบท่าริมถนน เกือบจะชนเข้ากับรถแท็กซี่สีเหลืองคันหนึ่ง
หลี่เหวยต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเพ่งมองผ่านชั้นฝุ่นหนาเตอะและคราบสนิม ถึงจะดูออกว่านี่คือรถโตโยต้าที่เดิมทีน่าจะเป็นสีขาว
กระจกรถลดลง เผยให้เห็นใบหน้าตอบซูบ โหนกแก้มสูง เคราเฟิ้ม และดวงตาที่มีถุงใต้ตาคล้ำลึกจากการอดนอนเป็นเวลานาน
"ขึ้นรถ!" สายตาของเขากลอกไปมาอย่างลุกลี้ลุกลน ราวกับกำลังมองหาตำรวจจราจรที่ไม่มีอยู่จริง "เร็วเข้า อย่ามัวโอ้เอ้"
หลี่เหวยทุลักทุเลโยนกระเป๋าเดินทางหนักอึ้งสองใบเข้าไปในกระโปรงหลังที่เต็มไปด้วยฝุ่นและถังสีเปล่าๆ ก่อนจะเปิดประตูฝั่งคนนั่งแล้วมุดเข้าไป
บนเบาะที่นั่งข้างคนขับมีเสื้อกั๊กสะท้อนแสงเปื้อนจุดสีน้ำมันกับขวดเครื่องดื่มเกลือแร่ที่ดื่มไปครึ่งหนึ่งวางทิ้งไว้ หลี่เหวยจำใจต้องหยิบพวกมันโยนไปไว้เบาะหลังด้วยความรังเกียจก่อนจะนั่งลงได้
"บรื๊น!"
ดอนกิโฆเต้กระทืบคันเร่งมิด รถโตโยต้าส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน แต่มันไม่ได้พุ่งทะยานเหมือนม้าศึกของอัศวิน กลับค่อยๆ สั่นกระตุกอย่างเชื่องช้าขณะแทรกตัวเข้าไปในกระแสจราจร
"คาดเข็มขัดด้วย" เขาหันมาบอก "ตัวล็อกประตูฝั่งคนนั่งมันเสีย เวลาเลี้ยวรถประตูอาจจะดีดเปิดออกได้"
หลี่เหวยรีบยกมือขึ้นจับราวจับเหนือศีรษะทันที
"หลี่เหวย ใช่ไหม?" ดอนกิโฆเต้เอ่ยขึ้น
"ฟังนะ เรื่องพ่อของแก... พี่ชายต่างแม่ของฉัน แล้วก็พี่สะใภ้... ฉันเสียใจด้วยจริงๆ เขาเป็นคนฉลาดแท้ๆ แต่ดันมาตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์งี่เง่า... ได้ข่าวว่าแกต้องชดใช้เงินก้อนโตด้วยใช่ไหม? นี่คงเพราะไม่มีปัญญาจ่ายเลยหนีมาอเมริกาสินะ?"
"ผมจะหาเงินมาใช้หนี้ครับ แล้วเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับคุณด้วย" หลี่เหวยขมวดคิ้ว "นี่เป็นเรื่องของผม พอผมบรรลุนิติภาวะผมจะไปทำงานหาเงินเอง"
นี่น่ะเหรออาที่พ่อบอกว่า 'หาเงินได้พอสมควร'?
"แต่ตอนที่เขาทิ้งแกมาให้ฉัน เขาไม่ได้แนบเช็คเงินสดหนึ่งล้านดอลลาร์มาด้วยนี่"
ดอนกิโฆเต้แค่นหัวเราะ
"นิวยอร์กไม่เหมือนเมืองจีนนะ ที่นี่เงินซื้อได้ทุกอย่าง แต่ก็หมายความว่าทุกอย่างต้องใช้เงินซื้อ เพราะงั้น ในกระเป๋าแกมีเงินเท่าไหร่?"
"น่าจะ... ในบัตรมีอยู่ 600 ดอลลาร์ครับ" หลี่เหวยตอบ "ที่เหลือก็มีแค่เสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัว"
ความจริงเขามีบัตรอีกใบที่มีเงินอยู่ถึง 6,000 ดอลลาร์ แต่เขาเลือกที่จะไม่บอก
เงินจำนวนนี้เอาไปใช้หนี้ก็เหมือนน้ำซึมบ่อทราย แต่สำหรับเขาในตอนนี้ มันคือเงินก้อนโตที่ช่วยชีวิตได้ในยามคับขัน
แต่ถึงจะเป็นแค่ 600 ดอลลาร์ ก็ดูเหมือนจะทำให้ผู้เป็นอาคนนี้ประหลาดใจพอสมควร
"600 เหรียญ? ฮ่า!" เขาตบพวงมาลัยฉาดใหญ่ "เอาเถอะ อย่างน้อยก็พอค่าน้ำมันอาทิตย์นี้กับค่าเสียเวลาของฉัน ยินดีต้อนรับสู่อเมริกา! ไอ้หนู"
ตลอดทางที่ดอนกิโฆเต้พร่ำบ่นไม่หยุด หลี่เหวยแทบไม่ต้องเอ่ยปากถาม อีกฝ่ายก็เล่าประวัติชีวิตตัวเองออกมาจนหมดเปลือกราวกับเทถั่วออกจากกระบอก
เริ่มจากตอนที่เขาทำธุรกิจได้เงินมาเป็นกอบเป็นกำ ไปจนถึงตอนรู้จักกับอดีตภรรยา
("นั่นมันนังแพศยาตัวแม่เลยรู้ไหม? ผู้หญิงก็แบบนี้แหละ จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อแกจนหมดตัว")
จากนั้นก็หย่าร้าง กระแสเงินสดมีปัญหาหมุนไม่ทัน เขาต้องไปกู้หนี้นอกระบบจากพวกแก๊งมาเฟีย แถมยังต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูให้อดีตภรรยาเดือนละ 2,000 ดอลลาร์
("กฎหมายอเมริกาเฮงซวย ให้หมูตัวนึงนอนอืดอยู่บ้านเฉยๆ ก็ได้เงินเดือนละ 2,000 แล้ว ถ้าย้อนเวลาไปสัก 10 ปีนะ ฉันยอมไปขายตูดหาเงินยังดีกว่า")
"เพราะงั้นตอนนี้ฉันเลยต้องทำงาน 2 กะถึงจะพอประทังชีวิต" เขาจุดบุหรี่สูบแล้วสรุปสั้นๆ "กลางวันแบกอิฐในไซต์ก่อสร้าง กลางคืนล้างจานในร้านอาหารสเปน นี่แหละอเมริกา ถ้าอยากรอดก็ต้องดิ้นรนให้สุดตัว... ถึงแล้ว"
"ที่นี่ที่ไหนครับ?"
หลี่เหวยมองผ่านกระจกหน้าต่างเปื้อนคราบน้ำมัน สำรวจตึกคอนกรีตสีเทาทึมๆ ที่ดูเหมือนขนมปังก้อนยักษ์ขึ้นรา
ดูยังไงก็ไม่น่าใช่บ้านของดอนกิโฆเต้
"นี่คือสำนักงานบริการเด็กแห่งนิวยอร์ก (ACS)" ดอนกิโฆเต้กล่าว "สำหรับพวกเรา... โดยเฉพาะสำหรับฉัน ที่นี่คือดินแดนแห่งความหวัง"
เขาหักพวงมาลัยรถโตโยต้าบุโรทั่งเข้าไปจอดในช่องที่เขียนว่า 'เฉพาะรถราชการ' อย่างรวดเร็ว แล้วคว้าบัตรจอดรถคนพิการออกมาโยนไว้ที่กระจกหน้ารถ
หลี่เหวยอดถามไม่ได้ "คุณเป็นคนพิการเหรอ?"
"หา?" ดอนกิโฆเต้หันมาตอบอย่างภาคภูมิใจ "ไม่ใช่แน่นอน"
"ฟังนะ หลี่เหวย" เขาปลดเข็มขัดนิรภัยพลางหันมามองหลี่เหวย "ที่ฉันรับเลี้ยงแก เป็นผู้ปกครองให้แก ก็เพราะกฎหมายอเมริกาเฮงซวยนี่แหละ ในฐานะผู้ปกครองเพียงคนเดียวที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้าอายุไม่ถึง 18 ปีอย่างแก รัฐบาลจะส่งเช็คให้พวกเรา... ให้ฉัน เดือนละ 1,000 ดอลลาร์ นี่แหละที่เขาเรียกว่า 'เงินอุดหนุนการเลี้ยงดูโดยเครือญาติ'"
"สรุปคือผมเป็นเช็คเงินสดเดินได้ที่ขึ้นเงินอัตโนมัติทุกเดือนสินะ?" หลี่เหวยยิ้มเยาะ "ผมนึกว่าเป็นเพราะสายใยครอบครัวซะอีก"
"ถ้าสายใยครอบครัวหรือความรักมันกินได้ ฉันคงไม่ต้องขายไข่ไปข้างนึงเพื่อหาเงินจ่ายค่าเช่าห้องหรอกไอ้หนู ฉันหวังยิ่งกว่าใครให้ไอ้ความรักความผูกพันอะไรนั่นมันมีอยู่จริง ถ้ามันตีราคาเป็นเงินได้ยิ่งดีใหญ่"
ดอนกิโฆเต้ตบไหล่หลี่เหวย
"เอาล่ะ ลงรถได้แล้ว"
พูดจบ เขาก็ถุยน้ำลายลงบนฝ่ามือสกปรกๆ ของตัวเอง แล้วพยายามลูบผมยุ่งเหยิงให้เรียบแปล้ พยายามจัดทรงให้เป็นผมหวีเสยที่ดูภูมิฐาน จากนั้นไม่รู้ไปควักแว่นตาเลนส์ใสกรอบทองมาจากไหนมาสวมดั้งจมูก
เนื่องจากขั้นตอนทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บวกกับหน้าตาอันหล่อเหลาของหลี่เหวยที่มีบทบาทสำคัญต่อคุณนายเด็บบี้ร่างท้วม เช็คเงินสด 1,000 ดอลลาร์จึงตกไปอยู่ในกระเป๋าของดอนกิโฆเต้อย่างรวดเร็ว
เรื่องนี้ทำให้เขาอารมณ์ดีมาก พอกลับขึ้นมาบนรถ ความตื่นเต้นก็ยังไม่จางหายไป
"ฟังนะไอ้หนู" เขาเก็บป้ายคนพิการปลอมเข้าที่แล้วสตาร์ทรถ "ตอนนี้พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้วใช่ไหม? พวกเจ้าหน้าที่ ACS วันๆ ไม่มีอะไรทำก็จะคอยมาหาเรื่องคนหาเช้ากินค่ำอย่างพวกเรา พวกนั้นจะมาดูแกทุกเดือนว่าแกยังมีชีวิตอยู่ไหม เป็นอยู่อย่างไร"
"เงินก้อนนี้เราแบ่งกันคนละครึ่ง" เขาเสนอ "500 เหรียญเป็นของฉัน ที่เหลือของแก ถ้าแกต้องจ่ายค่ากินอยู่ 500 เหรียญนี้ก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวของแก แล้วแกก็ช่วยรับหน้าพวกงี่เง่าจาก ACS ทุกเดือน ตกลงไหม?"
"850 ดอลลาร์" หลี่เหวยต่อรอง "ไม่งั้นก็ไม่ต้องคุยกัน"
ก่อนมาเขาเคยศึกษาค่าครองชีพในอเมริกามาบ้าง 500 ดอลลาร์ในนิวยอร์ก ต่อให้ไปแย่งผักลดราคามาทำกินเองทุกวัน โดยไม่ซื้อของอย่างอื่นเลย ก็แค่พอจะประทังชีวิตรอดไปวันๆ เท่านั้น
ค่าครองชีพในอเมริกาสูงลิ่ว แค่ค่าเดินทางกับค่าโทรศัพท์ก็ปาเข้าไปเดือนละ 200 ดอลลาร์แล้ว ยิ่งดูจากกลิ่นตุๆ ที่โชยมาจากเสื้อเชิ้ตสกปรกของดอนกิโฆเต้ เดาได้เลยว่าที่บ้านเขาต้องไม่มีเครื่องซักผ้าแน่ๆ หลี่เหวยคงต้องเสียเงินไปซักผ้าที่ร้านซักรีดหยอดเหรียญทุกเดือนอีก
"แกจะปล้นกันรึไง! ไอ้เด็กบ้า!" ดอนกิโฆเต้โวยวาย "ฉันยังไม่ได้คิดค่าน้ำค่าไฟแกเลยนะ!"
"แต่ถ้าไม่มีผม คุณก็จะไม่ได้เงินแม้แต่แดงเดียวจาก 1,000 ดอลลาร์นั่น อย่าลืมว่าถ้าไม่มีผม คุณก็อด 150 เหรียญนั่นด้วย" หลี่เหวยพูดเรียบๆ "ผมเพิ่มให้คุณอีก 50 ก็ได้ คุณเอาไป 2 ส่วน ผมเอา 8 ส่วน ไม่งั้นเดือนหน้าผมจะฟ้อง ACS ว่าคุณทารุณกรรมผม"
ดอนกิโฆเต้หันขวับมามองหลี่เหวย ถามเสียงเข้ม "เราไม่ใช่ญาติกันรึไง? ฉันเป็นผู้ปกครองของแกนะ เป็นผู้ใหญ่กว่าแกด้วย!"
"คุณเป็นคนพูดเองนี่ครับ" หลี่เหวยยักไหล่ "ที่นี่คืออเมริกา และผมไม่อยากขายไข่ข้างนึงเพื่อหาข้าวกิน"
"ดีมาก เรียนรู้ได้เร็วดีนี่" ดอนกิโฆเต้ยิงฟันเหลืองอ๋อย ยิ้มกว้าง "ต้องอย่างนี้สิ ยินดีต้อนรับสู่อเมริกา!"
ตลอดเวลาหลังจากนั้น หลี่เหวยมองดูรถโตโยต้าบุโรทั่งค่อยๆ คืบคลานไปบนทางด่วนระหว่างบรูคลินและควีนส์ราวกับหอยทาก จนกระทั่งท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมเทาหม่นหมอง ดอนกิโฆเต้ถึงได้หักพวงมาลัยวูบ ลงจากทางด่วน มุดเข้าสู่ถนนอันแออัดยัดเยียดของย่านซันเซ็ตพาร์ก
ป้ายร้านภาษาจีนเริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้น ลูกชิ้นปลาฝูโจว, ร้านทำผมเวินโจว, ตลาดสดจี๋ฮุ่ย, รับทำเรื่องย้ายถิ่นฐาน และร้านรวงอื่นๆ อีกมากมาย เบียดเสียดกันอยู่ระหว่างตึกอิฐแดงเก่าคร่ำคร่า
ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนงานชาวเม็กซิกันเดินผ่านไปมาและเห็นภาพเงาตึกระฟ้าของแมนฮัตตันอยู่ลิบๆ เหมือนภาพลวงตา หลี่เหวยคงนึกว่าตัวเองย้อนกลับไปอยู่ในย่านเมืองเก่าของอำเภอห่างไกลความเจริญที่จีนเมื่อ 30 ปีก่อน
"ถึงแล้ว" ดอนกิโฆเต้จอดรถเทียบข้างหัวดับเพลิงที่มีป้ายห้ามจอดอย่างชำนาญ "ตรอกเล็กๆ ข้างถนนหมายเลข 8"
หลี่เหวยลงจากรถ ลากกระเป๋าสองใบเดินตามดอนกิโฆเต้ไปยังด้านข้างของตึกอิฐแดงสามชั้นที่ดูเหมือนเศษปูนจะร่วงลงมาได้ทุกเมื่อ ตรงนั้นมีประตูรั้วเหล็กสนิมเขรอะสูงแค่เอว บานหนึ่งนำทางลงสู่ใต้ดิน
"ระวังหัว" ดอนกิโฆเต้พึมพำ "แล้วก็เดินเบาๆ หน่อย เดี๋ยวหมาข้างบนได้ยินมันจะเห่าตอนดึกๆ ดื่นๆ"
เมื่อประตูเหล็กเปิดออก กลิ่นอับชื้นก็พุ่งเข้าปะทะหน้า หลี่เหวยย่นจมูกเดินตามลงไป จนมาถึงอพาร์ตเมนต์ใต้ดินที่ดัดแปลงมาจากห้องเก็บของใต้ดินที่เต็มไปด้วยของระเกะระกะ
มีเพียงหน้าต่างบานยาวแบนๆ ติดเพดานเท่านั้นที่พอมองเห็นข้อเท้าของคนเดินผ่านไปมาและหนูที่วิ่งผ่านเป็นครั้งคราว
ห้องมีลักษณะเป็นท่อแคบยาว นอกจากห้องน้ำที่แยกเป็นสัดส่วนแล้ว ห้องรับแขก ห้องนอน ห้องกินข้าว ล้วนรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน มีเพียงผ้าม่านกันแสงราคาถูกๆ กั้นแบ่งโซนไว้
"ฉันกั้น 'ห้องเล็ก' ไว้ให้แกแล้ว" ดอนกิโฆเต้ชี้ไปที่มุมหนึ่งที่มีฟูกนอนสกปรกๆ ที่ไม่รู้ไปเก็บมาจากไหนวางอยู่ พูดอย่างภูมิใจว่า "เป็นไง? ฉันอุตส่าห์หาฟูกมาให้แกด้วยนะ"
ต่อให้เป็นคนมองโลกในแง่ดีแค่ไหน มาเจอสภาพแบบนี้ก็คงต้องถอนหายใจ
หลี่เหวยไม่ได้พูดอะไร เขาเข็นกระเป๋าเข้าไปใน 'ห้อง' ของตัวเอง
"ถ้าแกจะช่วยตัวเองก็ไปทำในห้องน้ำนะ ไม่งั้นฉันจะได้กลิ่น" ดอนกิโฆเต้มองโทรศัพท์หน้าจอแตกยับของตัวเอง "อีกครึ่งชั่วโมงฉันต้องไปล้างจานที่ร้านอาหารแล้ว แกออกมานี่ก่อน เรามาคุยกันว่าแกต้องทำอะไรต่อไป"
หลี่เหวยแหวกม่านเดินออกมา นั่งลงบนโซฟาหนังเทียมที่ลอกล่อนอย่างระมัดระวัง
รู้สึกเหมือนมีอะไรแข็งๆ ทิ่มก้น เขาจึงล้วงมือเข้าไปในซอกโซฟา แล้วดึงหนังสือเล่มหนึ่งออกมา... นิยายอัศวิน?
"อ้อ นั่นของฉันเอง" ดอนกิโฆเต้คว้านิยายอัศวินไปจากมือเขา "นี่เป็นของไม่กี่อย่างที่ฉันเอาติดตัวมาจากบ้าน ฉันฝันอยากเป็นอัศวินมาตั้งแต่เด็กแล้ว... ในห้องฉันยังมีชุดเกราะที่ซื้อมาเมื่อก่อนด้วยนะ"
"ฉันรู้ว่าแกอยากรีบหาเงิน" ดอนกิโฆเต้วางหนังสือกลับที่เดิม กระแอมสองทีแล้วตีหน้าขรึม "แต่ทำไม่ได้ อย่างน้อยก็ก่อนแกอายุ 18 ก่อนหน้านั้นแกทำได้แค่พาร์ตไทม์ ค่าแรงขั้นต่ำชั่วโมงละ 15.5 ดอลลาร์"
"อีกปีเดียวผมก็จะบรรลุนิติภาวะแล้ว" หลี่เหวยขมวดคิ้ว "แล้วระหว่างนี้ผมต้องทำอะไร?"
"แกต้องไปโรงเรียน" ดอนกิโฆเต้หยิบซองบุหรี่ยับยู่ยี่ออกมา ดึงบุหรี่ออกมามวนหนึ่งอย่างทะนุถนอม "ต่อให้เป็นโรงเรียนมัธยมที่ห่วยที่สุด แกก็ต้องเรียนให้จบ ถ้าแกแอบหนีเข้าเมืองมาก็ว่าไปอย่าง แต่แกถือวีซ่า B-2 เข้ามาอย่างถูกต้อง แกจะแอบทำงานมืดก็ไม่ได้ กฎหมายนิวยอร์กระบุว่าถ้าแกอยากอยู่ที่นี่ แกต้องเปลี่ยนเป็นวีซ่านักเรียน F-1 แล้วรอ 2 ปี ฉันในฐานะผู้ปกครองถึงจะทำเรื่องขอ กรีนการ์ด ให้แกได้"
"พวกที่คิดจะใช้วีซ่านักเรียนมาแอบทำงานมืดแบบแกมีเยอะแยะ คนรุ่นก่อนเขาทำทางตันไว้หมดแล้ว" พูดไปพูดมาเขาก็เริ่มมีน้ำเสียงสมน้ำหน้าปนอยู่ "ต่อให้รีบแค่ไหน แกก็ต้องรอ 2 ปีให้ได้กรีนการ์ดก่อน"
หลี่เหวยไม่คิดว่าจะมีขั้นตอนยุ่งยากขนาดนี้ เขาเคยคิดว่าเหมือนในละครหรือในเน็ตที่แค่โดดวีซ่ามาล้างจานก็ได้เงินเดือนหลายพันดอลลาร์แล้ว
"ตอนนี้แกอยู่เมืองนอกแล้ว หนี้สินที่จีนแกไม่ต้องกังวลมากนักในระยะสั้น" ดอนกิโฆเต้สูบบุหรี่ต่อหน้าเยาวชนโดยไม่สนใจมารยาทสังคม "ในฐานะอา ฉันขอแนะนำแกอย่างหนึ่ง ถ้าฉันเป็นแก สิ่งที่ต้องกังวลตอนนี้คือชีวิตในโรงเรียน และชีวิตที่แกอยากจะเป็น"
"ชีวิตในโรงเรียน?" หลี่เหวยย้อนถาม "โรงเรียนมัธยมในนิวยอร์กมีกราดยิงกันทุกวันเหรอครับ?"
"กราดยิง? อ๋อ นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่โดยรวมอัตราการตายยังถือว่าต่ำ" ดอนกิโฆเต้พูดเสียงอู้อี้ "ที่ฉันหมายถึงคือไอ้หน้าสวยๆ ของแกนั่นแหละ"
"ถ้าฉันเป็นแก ฉันจะใช้เวลาหนึ่งเดือนต่อจากนี้ฟิตร่างกายให้ดี" เขาเดินกลับเข้าไปในห้องกั้น เปลี่ยนชุดออกมา "หรือไม่ก็พกมีดพกติดตัวไว้ หน้าตาหวานหยดย้อยแถมเป็นลูกครึ่ง เป็นคนนอก ร่างกายก็ไม่ได้บึกบึน... ฉันว่าแกรู้ดีว่าฉันหมายถึงอะไร... ฉันไปล่ะ มื้อเย็นหาทารกกินเอง ถ้าตี 3 ยังไม่กลับแปลว่าฉันตายข้างนอก ฝากโทรแจ้งตำรวจด้วย"
ดอนกิโฆเต้คว้าพวงกุญแจเดินออกจากห้องไป หลี่เหวยถอนหายใจยาวเหยียด มองออกไปนอกหน้าต่างสลัวๆ
ท้องฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว ชั้นบนมีเสียงคนตะโกนด่าทอกันด้วยภาษาที่ฟังไม่ออก พร้อมกับเสียงฝีเท้าเดินตึงตังไปมา
แต่ทั้งหมดนี้ไม่อาจรบกวนความง่วงงุนของหลี่เหวยได้ อาการเจ็ตแล็ก ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง และสภาพจิตใจที่ตกต่ำถาโถมเข้าใส่ ทำให้เขาผล็อยหลับไปทั้งชุดเดิมโดยไม่สนใจอะไรอีก
โชคดีที่ตอนนี้เป็นเดือนสิงหาคมของนิวยอร์ก แม้ห้องใต้ดินจะอับชื้นแต่ก็ไม่หนาวจนนอนไม่ได้
ในภวังค์กึ่งหลับกึ่งตื่น เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของเขา:
【ยินดีต้อนรับสู่ยุคกลาง นักผจญภัยหลี่เหวย】
【ระบบนักผจญภัยยุคกลาง โหลดเสร็จสมบูรณ์】
【นี่คือโลกที่เต็มไปด้วยวิกฤตและโอกาส ขอให้คุณโชคดี】
แต่หลี่เหวยไม่ได้สนใจเสียงนั้นเลย เขาหลับสนิทไปแล้ว
ในห้วงภวังค์ เขาได้ยินเสียงกุกกักดังขึ้น
ตอนแรกเขานึกว่าเป็นหนู แต่เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ แถมยังมีเสียงโลหะกระทบกันดังเคร้งคร้าง จนเขาทนหนวกหูไม่ไหวต้องตื่นขึ้น
เขาลืมตา แหวกม่านออกไปดู
แสงไฟถนนส่องผ่านหน้าต่างบานยาวเข้ามาอย่างบิดเบี้ยว เผยให้เห็นเงาร่างของคนคนหนึ่งกำลังสวมชุดเกราะ
"อา... ดอนกิโฆเต้?" หลี่เหวยเรียกอย่างงัวเงีย "คุณทำอะไรน่ะ? นี่มันเพิ่งจะ... โอ้ ตี 3 ครึ่ง?"
"ใคร!" ดอนกิโฆเต้ที่หลับตาปี๋หันขวับมาทางเขา "ใครพูด!"
"ผมเอง" อาศัยแสงไฟสลัว หลี่เหวยสังเกตเห็นว่าดอนกิโฆเต้ดูเหมือนกำลังละเมอ "ผมหลานคุณไง หลี่เหวย"
"หลานอะไรกัน!" ดอนกิโฆเต้ทำท่าเหมือนนึกขึ้นได้ "ข้ารู้แล้ว!"
ถึงแม้เขาจะหลับตาอยู่ แต่เขาก็ยังตบไหล่หลี่เหวยได้อย่างแม่นยำ
"เจ้าต้องเป็นผู้ติดตามของข้า เจ้าหลี่เหวย"
เขาชี้ไปที่รองเท้าบูทตรงเท้า "ผู้ติดตามหลี่เหวย ช่วยข้าใส่รองเท้าบูทหน่อย!"
หลี่เหวยยังไม่ผลีผลามทำอะไร เขายืนสังเกตอาการดอนกิโฆเต้อยู่ครู่หนึ่ง อีกฝ่ายก็ก้มลงใส่รองเท้าเอง
จากนั้นดอนกิโฆเต้ก็ผลักประตูห้องใต้ดินเปิดออก
"คุณจะไปไหน?" หลี่เหวยจำต้องคว้าเสื้อมาคลุมแล้วเดินตามออกไป "เราจะไปทำอะไรกันครับ?"
อัศวินดอนกิโฆเต้แค่นเสียงฮึมฮัม ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง "เจ้าลืมไปแล้วรึ? วันนี้ท่านอัศวินได้รับการว่าจ้างจากหัวหน้าหมู่บ้าน ให้ไปกวาดล้างพวกก๊อบลินที่มารังควานหมู่บ้าน!"
ทันใดนั้น เสียงในหัวของหลี่เหวยก็ดังขึ้นอีกครั้ง:
【ผู้กล้าหลี่เหวย คุณได้พบกับอัศวินดอนกิโฆเต้ เซร์บันเตส】
【คุณได้รับภารกิจ: ช่วยเหลืออัศวินกำจัดก๊อบลิน】
【รางวัล: เปิดใช้งานหน้าต่างสถานะระบบ, แต้มสถานะ +0.1, สกิลสุ่ม *1】
???
(จบแล้ว)