เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 001: ต่างโลก

บทที่ 001: ต่างโลก

บทที่ 001: ต่างโลก


"โอ๊ย... เจ็บชะมัด..."

โรเจอร์รู้สึกราวกับว่าโครงกระดูกทั้งร่างกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ หรือพูดให้ถูกคือร่างกายท่อนบนแทบจะแหลกเหลว ในขณะที่ท่อนล่างชาจนไร้ความรู้สึก

เมื่อไม่กี่นาที... หรืออาจจะกี่ชั่วโมงก่อน เขาเพิ่งจะเดินทอดน่องอยู่บนถนน จู่ๆ แสงสีขาววาบก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า วินาทีถัดมา เขาก็มาโผล่กลางอากาศสูงจากพื้นดินหลายสิบเมตรราวกับเล่นกล

ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เขาก็ร่วงดิ่งพสุธาลงมากระแทกพื้นแข็งๆ อย่างจังจนหมดสติไป

สติสัมปชัญญะค่อยๆ ฟื้นคืน เขาแว่วเสียงใครบางคนพูดอยู่ใกล้ๆ

เขาพยายามฝืนลืมตาขึ้นมา ตาซ้ายพร่ามัวไปด้วยเลือดสีแดงฉาน ส่วนตาขวาพอมองเห็นเลือนรางว่าเป็นอีกาตัวหนึ่งกำลังส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว

"??" เขาเคยได้ยินมาว่าอีกาบางตัวเลียนเสียงมนุษย์ได้ แต่ไม่เคยเจอตัวไหนพูดมากขนาดนี้ แถมยังพูดภาษาต่างถิ่น ฟังไม่รู้เรื่องสักคำ

หลังจากส่งเสียงอยู่นาน อีกาดูเหมือนจะสังเกตเห็นความผิดปกติ ขณะที่มันพึมพำอะไรบางอย่าง แสงสีฟ้าจางๆ ก็แผ่ออกมาจากตัวมัน เมื่ออาบไล้ด้วยแสงนั้น โรเจอร์ก็รู้สึกมึนงงเล็กน้อย

"พ่อหนุ่ม ฟังฉันรู้เรื่องไหม?"

"!!" เขาฟังภาษาอีกาออกจริงๆ ด้วย!

ถ้าไม่ใช่เพราะความเจ็บปวดที่กระตุ้นประสาทอยู่ตลอดเวลา เขาคงคิดว่าตัวเองกำลังฝันไปแน่ๆ

"แกทำอะไรกับฉัน?" เขากระอักเลือดออกมาคำโตพลางถามอย่างยากลำบาก

อีกากระพือปีกสองสามที "ก็แค่เวทสื่อสารง่ายๆ"

"เวทมนตร์?" นี่คือโลกแห่งเวทมนตร์งั้นรึ?!

ไม่ว่าที่นี่จะเป็นที่ไหน เขารู้สึกเหมือนกำลังจะตาย "พี่ชายอีกา ช่วยไปตามคนมาช่วยหน่อยได้ไหม?"

"'อีกา'? หมายความว่ายังไง?" อีกาใช้ปีกข้างหนึ่งชี้มาที่ตัวเอง "ข้าคือท่านปราชญ์แฮร์ริส"

แม้จะเจ็บเจียนตาย แต่เขาก็อดค่อนขอดในใจไม่ได้ อีกาเรียกตัวเองว่าปราชญ์เนี่ยนะ? สมองเท่าเม็ดถั่วนั่นจะบรรจุภูมิปัญญาได้สักแค่ไหนเชียว

แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าอีกาตัวนี้ใช้เวทมนตร์ได้ บางทีมันอาจจะไม่ใช่อีกาธรรมดาแบบที่เขารู้จัก

"ท่านปราชญ์แฮร์ริส ได้โปรดช่วยฉันด้วย ท่านใช้เวทมนตร์ไม่เป็นหรือ?"

น้ำเสียงของแฮร์ริสดูเกร็งๆ เล็กน้อย "เสียใจด้วยนะ ถ้าช่วยได้ข้าก็คงช่วยไปแล้ว แต่ข้ารู้แค่เวทสื่อสาร เวทความทรงจำ แล้วก็เวทเขียน ข้าไม่รู้วิธีรักษาหรอก"

"งั้นก็ไปตามคนมาช่วยสิ!"

แฮร์ริสทำเสียงประหลาดใจ "เจ้าไม่รู้หรือไงว่าที่นี่คือทะเลทรายทานาส? รัศมีพันลี้ไม่มีต้นหญ้าสักต้น ข้าเองก็ไม่ได้กินอะไรมาสามวันแล้ว ไม่มีแรงบินไปไกลขนาดนั้นหรอก"

รัศมีพันลี้ไม่มีต้นหญ้าสักต้น?

วินาทีที่เขาร่วงลงมา เขาเห็นแต่ทะเลทรายเวิ้งว้างรอบด้านจริงๆ อย่าว่าแต่ต้นไม้เลย แม้แต่หญ้าสักหย่อมก็ไม่มี

เขาใช้ชีวิตมา 20 ปี ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองดวงซวยขนาดนี้มาก่อน ทำไมสวรรค์ถึงลิขิตวิธีตายที่พิสดารแบบนี้ให้เขากันนะ?

"งั้นแกก็จะตายที่นี่ด้วยเหมือนกันงั้นสิ?"

แฮร์ริสส่ายหัว "ก็ไม่แน่หรอก พอเจ้าตาย ข้าก็กินเนื้อเจ้า ประทังชีวิตด้วยเสบียงกรังอีกหน่อย ก็น่าจะบินพ้นที่นี่ได้"

"!!" โรเจอร์แทบจะกระอักเลือดออกมาอีกรอบ แต่แล้วเขาก็ปลงตก

เขาคิดว่าตัวเองคงไม่รอดแน่ๆ แล้ว และก็ไม่ได้ห่วงร่างกายนหลังความตาย ถ้านกตัวนี้อยากจะกินเขา ก็ตามใจเถอะ ถือว่าทำทานก็แล้วกัน

"พ่อหนุ่ม เจ้าชื่ออะไร? บ้านอยู่ที่ไหน? ไหนๆ เจ้าก็ช่วยชีวิตข้าไว้ เดี๋ยวข้าจะไปเยี่ยมบ้านเจ้าเพื่อขอบคุณและมอบเงินชดเชยให้พ่อแม่เจ้าสักหน่อย"

"ฉันชื่อโรเจอร์ ส่วนบ้าน... รู้จักโลกไหม?"

"โลก?" แฮร์ริสใช้ปีกเกาหัว ครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะส่ายหน้า "ไม่เคยได้ยินเลย เป็นบ้านนอกกันดารที่ไม่เป็นที่รู้จักหรือเปล่า? เดี๋ยวข้าต้องกลับไปถามท่านปราชญ์แอนนา นางต้องรู้แน่นอน ไม่ต้องห่วง ข้าขอสาบานต่อเทพีแห่งปัญญาว่าข้าจะตามหาบ้านเจ้าให้เจอ"

"แค่ก... แค่ก แค่ก..." โรเจอร์แทบสำลักน้ำลายตัวเอง

สาบานต่อเทพี? ให้ตายอีกกี่ชาติแกก็หาไม่เจอหรอก!

ขณะที่เขากำลังจะบอกว่าไม่ต้องจริงจังขนาดนั้น แฮร์ริสก็ถามขึ้นอีก "แล้วเจ้ามาอยู่ที่นี่คนเดียวได้ยังไง? ไม่ได้เดินทางมากับกองคาราวานพ่อค้าหรอกรึ?"

"กองคาราวานอะไร? ไม่รู้เรื่อง ฉันกำลังเดินอยู่บนถนน จู่ๆ ก็โดนแสงสีขาวห่อหุ้ม แล้วก็มาโผล่ที่นี่"

"แสงสีขาว?" แฮร์ริสทำท่าครุ่นคิด "รอบๆ แสงสีขาวนั่นมีอักขระรูนบ้างไหม?"

"อักขระรูน? ไม่ทันสังเกตแฮะ แกพอรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?"

แฮร์ริสพยักหน้า "เจ้าคงถูกเวทอัญเชิญของใครบางคนดึงตัวมา แต่ชัดเจนว่าเวทอัญเชิญนั้นผิดพลาด มันดันมาส่งผลกับเจ้า แถมจุดอัญเชิญก็ยังผิดตำแหน่งอีกต่างหาก"

"..." โรเจอร์ซาบซึ้งถึงคำว่าน้ำตาตกในอย่างแท้จริง

ไอ้สวะไม่เอาไหนที่ไหนกัน เล่นเวทอัญเชิญซี้ซั้ว

ต่อให้ตายกลายเป็นผีอาฆาต เขาก็คงตามหาคนทำไม่เจอ "เรื่องผิดพลาดแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยไหม?"

"ไม่บ่อยนักหรอก เจ้าก็น่าจะเคยได้ยินว่าเวทอัญเชิญกินพลังเวทมหาศาล แม้แต่เวทอัญเชิญที่ง่ายที่สุด บทร่ายและวงเวทก็ยังซับซ้อนมาก ดังนั้นทุกครั้งที่มีการร่ายเวทอัญเชิญ จะต้องทำด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด"

โรเจอร์ถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง รู้สึกว่าความเจ็บปวดในร่างกายทวีความรุนแรงขึ้น

ทุกคำที่พูด แสบร้อนไปทั่วทั้งทรวงอก

"ท่านปราชญ์แฮร์ริส คิดว่าฉันจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน?"

"ดูจากบาดแผลแล้ว อย่างมากก็อยู่ได้ถึงพรุ่งนี้ค่ำ"

หมายความว่าเขายังต้องทนทรมานไปอีกกว่ายี่สิบชั่วโมงเชียวรึ?

"ทำไมไม่ฆ่าฉันให้ตายๆ ไปเลยล่ะ?" แทนที่จะต้องนอนรอความตายอย่างทรมานอีกยี่สิบกว่าชั่วโมง สู้ชิงตายไปก่อนเลยยังจะดีเสียกว่า ถือว่าพ้นทุกข์ไวขึ้น

แต่แฮร์ริสกลับส่ายหน้าอย่างหนักแน่น "พูดจาเหลวไหล ข้าไม่เคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนะ"

โรเจอร์ไม่มีแรงจะต่อปากต่อคำอีก เขาค่อยๆ หมดสติไป

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่เมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง พระจันทร์ดวงโตก็ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้า

และเจ้าอีกาตัวนั้นกำลังขะมักเขม้นใช้ปีกกวาดทรายมากลบตัวเขา

"!!" ไอ้เจ้านี่ไม่ได้รอกินเนื้อเขาหรอกเรอะ? ทำไมรีบฝังเขานักล่ะ? "เฮ้ย ฉันยังไม่ตายนะโว้ย?!"

แฮร์ริสรีบทำท่าจุ๊ปาก "ชู่ว... อย่าส่งเสียงดังสิ มี 'อมนุษย์' อยู่แถวนี้"

อมนุษย์?

เขาจำได้ว่านี่คือโลกแห่งเวทมนตร์ หรือจะเป็นสัตว์ประหลาดอะไรสักอย่าง?

แต่ตอนนี้เขายอมถูกสัตว์ประหลาดจับกินเสียยังดีกว่าต้องทนทรมานต่อไป

เขาแว่วเสียงคนฮัมเพลงเพี้ยนๆ มาแต่ไกล ฟังดูเหมือนเสียงของเด็กผู้หญิง นั่นมนุษย์ไม่ใช่เหรอ?!

ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัวโรเจอร์ทันที แฮร์ริสไม่อยากให้ใครมาเจอเขา เพราะจะได้เก็บไว้กินเองคนเดียวตอนเขาตายใช่ไหม?!

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายตะโกนออกไป "ช่วยด้วย!"

แฮร์ริสสะดุ้งโหยง "อย่าส่งเสียงสิ ช่วยอะไรกัน? พวกนั้นคือ..."

ยังพูดไม่ทันจบ เสียงเพลงแว่วไกลนั้นก็หยุดลง

แฮร์ริสร้อง "ซวยแล้ว" ก่อนจะกระพือปีกบินหนีขึ้นฟ้าหายลับไป

ทิ้งโรเจอร์ให้นอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ขยับก็ไม่ได้ จะร้องเรียกฟ้าดินก็ไม่มีใครได้ยิน

ไม่นานนัก ร่างหนึ่งก็เดินเข้ามาหยุดข้างกายเขา เป็นเด็กสาวที่ดูอายุราวสิบสองสิบสามปี

เธอสวมชุดกระโปรงยาวสีดำแบบทางการ แม้ผิวพรรณจะดูซีดกว่าคนปกติไปบ้าง แต่เธอก็ดูเป็นเด็กสาวมนุษย์ชัดๆ

โรเจอร์รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก รีบอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ "น้องสาว ผู้ปกครองหนูอยู่ไหน? ช่วยไปตามผู้ใหญ่มาช่วยพี่หน่อยได้ไหม?"

ในเมื่อแถวนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นในรัศมีพันลี้ เด็กคนนี้คงไม่ได้มาเดินเล่นคนเดียวแน่ๆ ต้องมีผู้ใหญ่อยู่ด้วยแน่

"น้อง... สาว?" เด็กสาวก้มลงมอง สีหน้าประหลาดปรากฏขึ้นบนใบหน้า และโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอก็เตะเปรี้ยงเข้าให้ "ใครเป็นน้องสาวแกไม่ทราบ?!"

กร๊อบ!

โรเจอร์ได้ยินเสียงกระดูกขาหักดังลั่นชัดเจน แม้จะไม่รู้สึกเจ็บ แต่ความหวาดกลัวก็แล่นพล่านไปทั่วหัวใจ

บ้าเอ๊ย นี่ใช่มนุษย์แน่เรอะ?! อมนุษย์ชัดๆ!!

แต่ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นตัวอะไร เธอก็ยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว จะไล่ไปก็คงไม่ได้ มีแต่ต้องกัดฟันเปลี่ยนคำเรียกขานใหม่ "แม่นางผู้เลอโฉม ได้โปรดช่วยข้าด้วยเถิด"

เด็กสาวทำเหมือนไม่ได้ยินประโยคหลัง ย้อนถามอย่างนึกสนุกว่า "แม่นางผู้เลอโฉม? งามแค่ไหนกัน?"

"งามแค่ไหนงั้นรึ?... งามจนดวงจันทร์ต้องหลบหน้า มวลบุปผาต้องเอียงอาย งามตามธรรมชาติ งามล่มบ้านล่มเมือง เอวบางร่างน้อย ดุจดั่งบุปผางาม ท่วงท่าชดช้อย บริสุทธิ์ดุจน้ำแข็งและหยก..."

โรเจอร์แทบจะขุดทุกคำศัพท์ที่เคยเรียนมาพูด เขาเห็นแววตาประหลาดใจค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาว "ฮะ ศัพท์แสงพวกนี้ไปสรรหามาจากไหน ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย เจ้าเป็นปราชญ์มนุษย์งั้นรึ?"

"..." เขาเรียนไม่จบมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ จะไปเป็นปราชญ์ได้ยังไง? แต่เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ นี้ไว้ เขาจำต้องแถสด "ใช่ๆ ฉันเป็นปราชญ์มนุษย์ ถ้าเธอชอบฟัง ฉันเล่านิทานให้ฟังได้ทุกวันเลยนะ"

มุมปากของเด็กสาวโค้งขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มที่อ่านความหมายไม่ออก "เป็นข้อเสนอที่ไม่เลว เรียกข้าว่า 'ท่านพี่' สิ"

โรเจอร์จำต้องเรียก "ท่านพี่" ออกไป แต่ดูเหมือนเด็กสาวจะยังไม่พอใจ "เรียก 'ท่านแม่'"

นี่มันน่าอับอายเกินไปแล้ว แต่เพื่อความอยู่รอด เขาทำได้เพียงข่มความกระดากอายแล้วเรียกออกไป "ท่านแม่"

เขากำลังคิดอยู่ว่ายัยเด็กนี่จะบังคับให้เรียก "ท่านย่า" อีกไหม ทันใดนั้นก็เห็นเธอจัดเสื้อผ้า ยกนิ้วขึ้นกัดปากตัวเอง

"อ้าปาก"

โรเจอร์จ้องมองเธอตาค้าง เดาไม่ออกเลยว่าเธอจะทำอะไร

เมื่อเห็นเขาไม่ตอบสนอง เด็กสาวก็หมดความอดทน ยกเท้าขึ้นกระทืบคางเขา บังคับให้เขาอ้าปากจนได้

เลือดสีแดงสดหยดจากแผลที่นิ้วของเธอลงสู่ปากของเขา

รสคาวเลือดไหลลงคอ โลกทั้งใบหมุนคว้าง ก่อนที่เขาจะหมดสติไป เขาแว่วเสียงเด็กสาวพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ "ในนามแห่งพระเจ้า ขอทำพันธสัญญา"

จบบทที่ บทที่ 001: ต่างโลก

คัดลอกลิงก์แล้ว