- หน้าแรก
- รักวุ่นวายฉบับจอมขมังเวท
- บทที่ 11: เป็นไปตามที่คาดไว้จริงๆ
บทที่ 11: เป็นไปตามที่คาดไว้จริงๆ
บทที่ 11: เป็นไปตามที่คาดไว้จริงๆ
บทที่ 11: เป็นไปตามที่คาดไว้จริงๆ
หลิวอีอีมีสีหน้าประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเจื่อนๆ ออกมา
"เสี่ยวซี เธอเข้าใจฉันผิดแล้วนะ"
จากนั้นเธอก็ชี้ไปที่ฟู่หยางซึ่งยืนทำหน้าไม่พอใจอยู่ข้างๆ แล้วพูดว่า
"ความเป็นพี่น้องที่เราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายปี จะสู้คนแปลกหน้าที่เธอเพิ่งรู้จักวันนี้ไม่ได้เชียวหรือ? เสี่ยวซี เชื่อฉันเถอะ ฟู่หยางแค่พยายามยุแยงตะแคงรั่ว พูดจาเพ้อเจ้อไปเรื่อย แม่ฉันไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นหรอก"
"อีกอย่าง เรื่องที่ว่าฝังของในบ้านคนอื่นแล้วจะขโมยดวงได้เนี่ย มันเป็นเรื่องแต่งทั้งเพ ถ้าทำแล้วได้ผลจริง ป่านนี้โลกไม่วุ่นวายกันไปหมดแล้วเหรอ?"
ฮันอวิ๋นซีมองท่าทางขึงขังจริงจังของหลิวอีอี จิตใจไหวเอนไปชั่ววูบ แต่ก็กลับมาตั้งมั่นได้อย่างรวดเร็ว
เธอฉวยโทรศัพท์มาจากมือของหลิวอีอีทันที
"เรื่องจริงหรือไม่ เดี๋ยวรอพ่อโทรมาก็รู้ ระหว่างนี้พี่อย่าเพิ่งใช้โทรศัพท์เลยจะดีกว่า"
พูดจบ ฮันอวิ๋นซีก็จ้องเขม็งไปที่หน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง รู้สึกว่าเวลาแต่ละวินาทีช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน
หลิวอีอีเห็นโทรศัพท์ถูกแย่งไป แววตาฉายความร้อนรนวูบหนึ่ง
เธออยากจะแย่งคืน แต่รู้ดีว่าฮันอวิ๋นซีเริ่มระแวงแล้ว คงไม่ยอมคืนให้ง่ายๆ
เมื่อไม่มีทางเลือก หลิวอีอีจึงได้แต่ข่มความวิตกกังวลไว้ในใจ แล้วแสร้งตีหน้าเศร้าทำเหมือนคนถูกใส่ร้ายต่อไป
บรรดาแขกเหรื่อในโถงจัดงานที่เห็นเหตุการณ์ต่างมีความคิดหลากหลาย
ชั่วขณะหนึ่ง พวกเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ฟู่หยางพูดเป็นเรื่องจริง หรือเธอแค่มีความสามารถลึกลับบางอย่างกันแน่ จึงพากันลอบมองเธออยู่หลายครั้ง
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ฮันอวิ๋นซีกำมือแน่นและรีบกดรับสายทันที
เสียงปลายสายเจือไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน ทั้งโกรธ สับสน และประหลาดใจ
"เสี่ยวซี พ่อเพิ่งรื้อตู้ปลาที่บ้าน เจอพัสดุกล่องเล็กๆ อยู่ก้นตู้ ข้างในมียันต์เขียนวันเกิดแม่แกกับตุ๊กตาหน้าตาประหลาดซ่อนอยู่"
"พ่อทำตามที่ลูกบอก ห่อผ้าแดงแล้วเผาทิ้งไปแล้ว พริบตาเดียวทางโรงพยาบาลก็โทรมาบอกว่าการผ่าตัดสำเร็จด้วยดี ขอแค่พักฟื้นให้ดีก็หายห่วง เสี่ยวซี ลูกไปเจออาจารย์ท่านไหนมา? วันหลังครอบครัวเราต้องไปกราบขอบคุณท่านให้ได้นะ!"
สีหน้าที่ตึงเครียดของฮันอวิ๋นซีผ่อนคลายลงทันทีเมื่อได้ยินว่าแม่ปลอดภัยแล้ว
เธอถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก
"พ่อคะ แม่ปลอดภัยก็ดีแล้ว เรื่องอาจารย์เดี๋ยวหนูค่อยเล่าให้ฟังทีหลังนะ"
"โอเค ในเมื่อแม่แกปลอดภัยแล้ว ลูกก็ไม่ต้องรีบร้อนกลับมา พ่อกับแม่เป็นห่วงเรื่องความสุขชั่วชีวิตของลูกที่สุด มารายการวาไรตี้คราวนี้ ลองหาแฟนกลับมาสักคนสิ"
หลังเงียบไปครู่หนึ่ง ฮันอวิ๋นซีก็ได้ยินพ่อถามขึ้นอีกครั้ง
"เสี่ยวซี แล้วอาจารย์ท่านนั้นบอกไหมว่าใครเป็นคนเอาของพวกนี้มาฝังไว้ในตู้ปลาบ้านเรา?"
ฮันอวิ๋นซีปรายตามองหลิวอีอีที่เก็บอาการตื่นตระหนกไว้ไม่อยู่ แล้วตอบเสียงเย็นชา
"พ่อคะ ฝีมือป้าสามค่ะ เดี๋ยวหนูจะเล่ารายละเอียดให้ฟังอีกที"
เธอนึกขึ้นได้ว่าตู้ปลานี้ป้าสามเป็นคนมอบให้เมื่อ 10 ปีก่อน
ฮันอวิ๋นซีกัดฟันกรอดขณะพูด
เธอไม่คิดเลยว่าป้าสามจะจิตใจอำมหิตได้ขนาดนี้
หลังจากวางสาย ฮันอวิ๋นซีมองหลิวอีอีด้วยแววตาเย็นเยียบ เธอเดินตรงเข้าไปหาและไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดแก้ตัว ตบหน้าหลิวอีอีฉาดใหญ่โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
"นับจากนี้ไป สองบ้านเราตัดขาดกัน ไม่ต้องมานับญาติกันอีก!"
พูดจบ เธอก็ปาโทรศัพท์ของหลิวอีอีลงพื้น
หลิวอีอีคาดไม่ถึงว่าฮันอวิ๋นซีผู้แสนอ่อนโยนจะกล้าลงไม้ลงมือตบเธอ จึงยืนอึ้งไปชั่วขณะ
แต่เธอก็เลิกเสแสร้งแกล้งทำทันที
หลิวอีอีกุมแก้มด้วยความโกรธจัด
"ฮันอวิ๋นซี แกกล้าตบฉันเหรอ!"
ฮันอวิ๋นซีจ้องกลับอย่างไม่เกรงกลัว
"ตบแล้วจะทำไม?"
ตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่าปัญหาธุรกิจที่บ้านและการป่วยกะทันหันของแม่ในวันนี้ ต้องเกี่ยวข้องกับตระกูลหลิวอย่างแยกไม่ออก
ครอบครัวหลิวอีอีทำให้แม่เธอต้องเข้าห้องผ่าตัด แค่ตบหน้าทีเดียวยังถือว่าน้อยไป
เรื่องนี้จะไม่จบลงง่ายๆ แค่นี้แน่
หลิวอีอีแสยะยิ้มแล้วปรายตามอง
"ตบแล้วทำไมงั้นเหรอ? ฮันอวิ๋นซี ที่บ้านแกกำลังแย่งชิงโครงการอยู่ใช่ไหม? แต่ฉันจะบอกให้เอาบุญนะ บ้านแกเลิกฝันไปได้เลย โครงการนั้นต้องเป็นของตระกูลหลิวเท่านั้น!"
พูดจบ หลิวอีอีก็กวาดตามองแขกในงาน และอาจเพราะรู้สึกอับอาย จึงรีบหยิบโทรศัพท์แล้วเดินหนีขึ้นชั้นบนไป
ฮันอวิ๋นซีตกอยู่ในความสับสนเมื่อได้ยินคำพูดของหลิวอีอี
ช่วงนี้ที่บ้านเธอกำลังต้องการขยายตลาดใหม่ จึงทุ่มเทความสำคัญให้กับโครงการใหม่เป็นอย่างมาก
แต่คำพูดของหลิวอีอีหมายความว่าอย่างไร?
ขอบข่ายธุรกิจของสองตระกูลมีความทับซ้อนกัน หรือว่าตระกูลหลิวคิดจะแย่งชิงโครงการนี้?
ฮันอวิ๋นซีนึกถึงเคราะห์กรรมที่บ้านต้องเผชิญมาตลอดหลายปี แล้วก็นึกถึงอาการป่วยกะทันหันของแม่ในวันนี้ ความโศกเศร้าก็ตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว
แต่เมื่อนึกได้ว่าทีมงานกองถ่ายและแขกคนอื่นๆ กำลังจับตามองอยู่ เธอจึงกลั้นน้ำตาไว้
ฮันอวิ๋นซีสูดหายใจลึก แล้วเดินเข้าไปหาฟู่หยาง
"ฟู่หยาง... ไม่สิ อาจารย์ฟู่ ขอบคุณมากนะคะสำหรับวันนี้ ถ้าไม่ได้คุณ แม่ของฉันคงตกอยู่ในอันตราย"
พูดจบ เธอรู้สึกว่าเงิน 3,000 หยวนที่โอนไปก่อนหน้านี้ช่างน้อยนิดเหลือเกิน จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโอนให้อีก 100,000 หยวน
"อาจารย์ฟู่ เงินจำนวนนี้เป็นสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากครอบครัวเรา รับไว้เถอะนะคะ!"
ฟู่หยางมองท่าทางจริงใจของอีกฝ่าย นิ้วมือขยับเล็กน้อยเพื่อกดรับเงิน
ฮันอวิ๋นซีรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเธอยอมรับเงิน
ฟู่หยางกล่าวเรียบๆ
"ไม่ต้องเรียกอาจารย์หรอก เรียกชื่อฉันเถอะ เธอกำลังกังวลเรื่องอนาคตของที่บ้านอยู่ใช่ไหม?"
ฮันอวิ๋นซีพยักหน้ารัวๆ สมกับเป็นอาจารย์ เดาใจเธอถูกเผง
"ไม่ต้องห่วง ในเมื่อเผาของพวกนั้นไปแล้ว ถึงจะเรียกโชควาสนาที่ถูกแม่เธอขโมยไปกลับมาได้ไม่ครบทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่ก็กลับมาแล้ว ต่อไปจะไม่มีภัยร้ายแรง ธุรกิจที่บ้านก็จะดีขึ้นด้วย"
"ส่วนโหงวเฮ้งของเธอเองก็ดีมาก สบายใจได้"
ฮันอวิ๋นซีได้ยินดังนั้น ความกังวลในใจส่วนใหญ่ก็มลายหายไป แต่เธอยังถามต่อ
"แล้วป้าสามของฉันล่ะคะ คนที่ขโมยดวงแม่ไป"
ฟู่หยางตอบ
"ใช้วิธีสกปรกต่ำช้าแบบนี้ พอค่ายกลถูกทำลาย ย่อมต้องโดนของสะท้อนกลับเข้าตัวอย่างแน่นอน"
ฮันอวิ๋นซีโล่งใจที่ได้ยินว่าครอบครัวหลิวอีอีจะพบจุดจบที่ไม่สวยงาม
หลังจากขอบคุณฟู่หยางอีกครั้ง เธอก็หยิบโทรศัพท์แล้วเดินกลับห้องพักไป
ที่บ้านเธอยังไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด เธอต้องเปิดโปงการกระทำอันน่ารังเกียจของครอบครัวป้าสามให้หมดเปลือก
ส่วนหลิวอีอี เธอจะไม่นับญาติด้วยอีกต่อไป
จากปฏิกิริยาของหลิวอีอี เห็นได้ชัดว่าหล่อนรู้เห็นเป็นใจกับสิ่งที่แม่ตัวเองทำ แต่ตลอดหลายปีมานี้กลับไม่เคยคิดจะเตือนครอบครัวเธอเลย ซ้ำยังแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตีบทพี่สาวแสนดีกับเธอมาตลอด
ฮันอวิ๋นซียิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกสะอิดสะเอียน!
ในขณะเดียวกัน ฟู่หยางได้กดบริจาคเงินส่วนหนึ่งที่เพิ่งได้รับมาให้กับองค์กรการกุศลในประเทศ ทันทีที่เธอกำลังจะวางมือถือ ก็เห็นคิวอาร์โค้ดอันหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า
ฟู่หยางเงยหน้าขึ้นมอง
เจ้าของคิวอาร์โค้ดนั้นคือทายาทมหาเศรษฐีผู้ที่เธออ่านดวงชะตาไม่ออก 'เหยียนซือไหว' นั่นเอง