- หน้าแรก
- รักวุ่นวายฉบับจอมขมังเวท
- บทที่ 10 ดวงของแม่เธอถูกขโมยไป
บทที่ 10 ดวงของแม่เธอถูกขโมยไป
บทที่ 10 ดวงของแม่เธอถูกขโมยไป
บทที่ 10 ดวงของแม่เธอถูกขโมยไป
ฟู่หยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"ตกลง"
จากนั้นเธอกับฉีหลินก็แลกคอนแทกต์ติดต่อกัน
ในขณะที่หานอวิ๋นซีกำลังจะโอนเงิน เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น
เมื่อกดรับสาย เสียงผู้ชายที่เต็มไปด้วยความร้อนรนก็ดังลอดออกมา
"เสี่ยวซี แม่ของลูกป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาล อาการน่าเป็นห่วง รีบกลับมาเร็วเข้า"
พอได้ยินเช่นนั้น ความกังวลก็แผดเผาจิตใจของหานอวิ๋นซีทันที
"คุณพ่อ แม่แข็งแรงมาตลอด ทำไมจู่ๆ ถึงป่วยได้คะ?"
หลิวอีอีที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินบทสนทนา แววตาของเธอก็ไหววูบขึ้นมาทันที เหมือนนึกอะไรบางอย่างออก
หานอวิ๋นซีได้ยินเพียงเสียงคุณพ่อตอบกลับมาว่า
"อาการทรุดลงเร็วมาก เลือดออกในสมอง ตอนนี้ยังอยู่ในห้องฉุกเฉินอยู่เลย"
เขาทำใจเผื่อไว้สำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดแล้ว
ถึงได้โทรตามลูกสาวให้รีบกลับมา อย่างน้อยก็ให้ได้ดูใจกันเป็นครั้งสุดท้าย
ขอบตาของหานอวิ๋นซีแดงก่ำ
"คุณพ่อ หนูจะกลับไปเดี๋ยวนี้ค่ะ!"
พูดจบ เธอก็เตรียมตัวไปหาผู้กำกับเพื่อขอลาหยุดกลับบ้าน แต่หางตาก็เหลือบไปเห็นฟู่หยางเข้าพอดี
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หานอวิ๋นซีถึงได้ถามโพลงออกไปอย่างไม่ทันยั้งคิด
"ฟู่หยาง เธอมียันต์คุ้มกันไหม? ฉันอยากเอาไปให้แม่"
พอพูดจบ เธอก็ได้แต่หัวเราะเยาะตัวเองในใจ
เธอนี่คงจะสติแตกจนเลอะเลือนไปแล้วจริงๆ
แต่ถ้าเกิดมันได้ผลขึ้นมาล่ะ?
ฟู่หยางมองหานอวิ๋นซีแล้วเอ่ยขึ้น
"ต่อให้ตอนนี้เธอจะรีบบึ่งรถเอายันต์คุ้มกันไปให้ก็ไม่ทันแล้ว"
หานอวิ๋นซี: ?
ไม่ทัน? อะไรที่ไม่ทัน?
ฟู่หยางพิจารณาลักษณะใบหน้าของเธอแล้วกล่าวต่อ
"ไม่ใช่ว่าเธออยากจะดูดวงหรอกเหรอ? ฉันบอกเธอได้นะว่าทำไมแม่ของเธอถึงเลือดออกในสมองกะทันหัน"
หานอวิ๋นซีรีบถามสวนทันที
"งั้นเธอช่วยแม่ฉันได้ไหม?"
ฟู่หยางพยักหน้า
"ยังไม่สายเกินแก้ ช่วยได้สิ"
หานอวิ๋นซีมองท่าทีที่สงบนิ่งและมั่นใจของฟู่หยาง แล้วก็เกิดความเชื่อมั่นขึ้นมาอย่างประหลาด
เธอจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโอนเงินสามพันหยวนให้โดยไม่ลังเล
"ฟู่หยาง ช่วยฉันด้วยนะ"
ทันใดนั้นหลิวอีอีก็คว้าตัวเธอไว้
"เสี่ยวซี ฉันว่าเธอเป็นบ้าไปแล้วนะ น้าสะใภ้ป่วยหนักแทนที่จะรีบกลับไปดูใจ ดันมาเสียเงินให้หมอดูพวกนี้เนี่ยนะ?!"
หานอวิ๋นซีมีสีหน้ากังวล
"อีอี แต่ว่าฉัน—"
ฟู่หยางรับเงินแล้วมองพิจารณาลักษณะใบหน้าของหานอวิ๋นซี ก่อนจะเริ่มทำนาย
"เรื่องที่เธอเกิดมาบนกองเงินกองทองคงไม่ต้องพูดถึง แต่เมื่อประมาณสิบปีก่อน ธุรกิจของที่บ้านเธอเริ่มจะถดถอยลงเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้ แม้จะยังถือว่าร่ำรวย แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด ใช่ไหม?"
หานอวิ๋นซีไม่สนใจแรงดึงของหลิวอีอี ตั้งใจฟังคำพูดของฟู่หยางอย่างจริงจัง
"เหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ"
พ่อแม่ของเธอบริหารธุรกิจของตระกูลร่วมกัน และเธอเคยได้ยินพวกเขาบ่นให้ฟังมากกว่าหนึ่งครั้งว่าจู่ๆ ก็พลาดดีลธุรกิจไปอย่างงงๆ
"แต่มันเกี่ยวอะไรกับอาการป่วยของแม่ฉันล่ะ?"
ฟู่หยาง: "อย่าเพิ่งใจร้อน ฟังฉันพูดให้จบก่อน"
"แต่ตรงกันข้ามกับบ้านเธอ บ้านของป้าคนที่สามของเธอ เมื่อประมาณสิบปีก่อน จู่ๆ ก็เหมือนโชคหล่นทับ เริ่มทำธุรกิจแล้วรุ่งเอารุ่งเอา ดีวันดีคืน"
หานอวิ๋นซีเริ่มรู้สึกแปลกๆ ในใจ เพราะมันเป็นเรื่องจริง
ป้าคนที่สามคือแม่ของหลิวอีอี เดิมทีทำงานเป็นสาวโรงงาน แต่เมื่อสิบปีก่อน จู่ๆ ก็ลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว
จนตอนนี้ได้ก้าวเข้าสู่วงสังคมชั้นสูงไปแล้ว
ฟู่หยางกล่าวต่อ
"ดูแค่หน้าเธอ ฉันยังเห็นไม่ชัดพอ มีรูปถ่ายแม่เธอเร็วๆ นี้ไหม? เอามาให้ฉันดูหน่อย"
หานอวิ๋นซีรีบเปิดรูปถ่ายล่าสุดของคุณแม่ให้ดู
"มีค่ะ นี่แม่ฉันเอง"
หลังจากดูรูป ฟู่หยางก็มั่นใจในข้อสันนิษฐาน
เธอปรายตามองหลิวอีอีอย่างมีความหมาย
"ฉันบอกได้เลยว่า อาการป่วยของแม่เธอ เกี่ยวข้องกับป้าคนที่สามของเธอ"
ยังไม่ทันที่หานอวิ๋นซีจะพูดอะไร หลิวอีอีก็โวยวายขึ้นมาทันที ราวกับถูกจุดชนวนระเบิด
"ฟู่หยาง เธอพูดบ้าอะไร! เรื่องนี้จะมาเกี่ยวกับแม่ฉันได้ยังไง? สองครอบครัวเรารักใคร่กลมเกลียวกันดี อย่ามาเสี้ยมให้แตกแยกนะ!"
หานอวิ๋นซีมองหลิวอีอี สลับกับมองฟู่หยาง
ใบหน้าของเธอตึงเครียด
"มันเกี่ยวกันยังไง?"
หลิวอีอีพยายามจะลากตัวเธอออกมาอย่างร้อนรน
"เสี่ยวซี อย่าไปฟังยัยนี่เพ้อเจ้อ ฟู่หยางอายุแค่นี้จะไปรู้อะไรเรื่องดูดวง? ยัยต้มตุ๋นนี่นา!"
หานอวิ๋นซีสะบัดมือออก แล้วขยับไปยืนใกล้ฟู่หยางมากขึ้น
ฟู่หยาง:
"เมื่อกี้ฉันดูลักษณะใบหน้าของแม่เธอแล้ว ท่านมีวาสนาเป็นเศรษฐีนีไปตลอดชีวิต ดวงชะตาดีมาก เกื้อหนุนสามี ส่งเสริมลูกหลาน และค้ำจุนวงศ์ตระกูล เพราะอย่างนี้ตอนที่มีแม่เธออยู่ ธุรกิจที่บ้านถึงได้ราบรื่นขนาดนั้น"
"แต่เมื่อสิบปีก่อนพอดิบพอดี ดวงวาสนาของแม่เธอไปขัดตาใครบางคนเข้า อีกฝ่ายเลยใช้วิธีสกปรก ค่อยๆ ขโมยดวงของแม่เธอไปทีละนิดเหมือนหนูขโมยข้าวสาร"
"ผ่านไปสิบปี ดวงของแม่เธอถูกขโมยไปจนหมด พอสะสมนานวันเข้า ร่างกายก็ทนรับไม่ไหว จนล้มป่วยหนัก"
พูดจบ ฟู่หยางก็หันไปมองหานอวิ๋นซี
"เข้าใจที่ฉันพูดไหม? ส่วนคนที่ขโมยดวงแม่เธอไป ฉันคิดว่าเธอน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว ก็คือป้าคนที่สามของเธอที่ชีวิตดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีมานี้นั่นแหละ"
สิ้นเสียงฟู่หยาง หลิวอีอีก็กรีดร้องออกมาด้วยความโกรธจัด
"ฟู่หยาง หุบปากเดี๋ยวนี้!"
หานอวิ๋นซีมองปฏิกิริยาของลูกพี่ลูกน้อง ยิ่งทำให้เชื่อคำพูดของฟู่หยางมากขึ้นไปอีก
เธอมองหลิวอีอีด้วยสายตาเย็นชา
"สรุปว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องจริงสินะ? แล้วเธอก็รู้เรื่องนี้มาตลอด!"
หลิวอีอีรีบแก้ตัวพัลวันด้วยความร้อนรน
"เสี่ยวซี จะเป็นไปได้ยังไง? เธอก็รู้ว่าแม่ฉันรักน้าสะใภ้จะตาย จะไปทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง?"
หานอวิ๋นซีมองเธอด้วยความผิดหวังระคนโกรธแค้น ก่อนจะละสายตาหันไปถามฟู่หยาง
"ตอนนี้ฉันควรทำยังไง? จะช่วยแม่ฉันได้ยังไง?"
คุณพ่อบอกว่าแม่อยู่ในห้องผ่าตัดมาหลายชั่วโมงแล้วยังไม่ออกมาเลย
ฟู่หยาง:
"มีรูปถ่ายที่บ้านไหม? โดยเฉพาะห้องนั่งเล่นกับห้องนอนพ่อแม่เธอ"
หานอวิ๋นซีเป็นคนชอบบันทึกความทรงจำอยู่แล้ว
เธอรีบเปิดอัลบั้มรูปในมือถือ
"มีค่ะ อยู่ในนี้หมดเลย มีคลิปวิดีโอด้วย"
ฟู่หยางรับมาดูผ่านๆ แล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ตู้ปลาในห้องนั่งเล่น
เธอชี้ไปที่ตู้ปลาแล้วพูดว่า
"มีของบางอย่างฝังอยู่ในนี้ ให้คนขุดมันออกมาเดี๋ยวนี้ ห่อด้วยกระดาษแดง ถ้าเผาได้ก็เผาซะ แล้วเอาเถ้าไปโปรยลงดินข้างนอก"
หานอวิ๋นซีรีบรับคำ
"ได้ค่ะ"
พูดจบเธอก็โทรศัพท์หาที่บ้านทันที
"คุณพ่อคะ ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว ฟังหนูนะ มีคนเอาของบางอย่างไปฝังไว้ในตู้ปลาบ้านเรา มันทำให้ดวงแม่ถูกขโมย พ่อรีบไปหาของในตู้ปลาเดี๋ยวนี้เลย เจอแล้วห่อกระดาษแดงเผาทิ้งซะ"
ฟังจบ คุณพ่อก็มึนตึ้บ
"ลูกรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง?"
หานอวิ๋นซี:
"หนูเจออาจารย์ที่เก่งมากๆ ท่านบอกมา พ่อต้องเชื่อหนูนะ!"
"ได้ๆ เดี๋ยวพ่อจะกลับไปจัดการเอง ให้พี่ชายลูกเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลไปก่อน"
หลังจากวางสาย หานอวิ๋นซีก็รอคอยด้วยใจจดจ่อ
หลิวอีอีเองก็ร้อนรนจนนั่งไม่ติด เธอยกโทรศัพท์ขึ้นเตรียมจะส่งข้อความ
หานอวิ๋นซีรีบกดมือเธอไว้ทันที
"พี่อีอี คิดจะส่งข่าวบอกพวกนั้นเหรอ?"