- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 001 การ์ดใบนี้ต้องมีปัญหาแน่ๆ
001 การ์ดใบนี้ต้องมีปัญหาแน่ๆ
001 การ์ดใบนี้ต้องมีปัญหาแน่ๆ
กริ๊ง~ กริ๊ง~
เสียงกระดิ่งใสๆ ดังขึ้นพร้อมกับประตูร้านขายของสภาพค่อนข้างเก่าที่ถูกใครบางคนผลักเข้ามา ร้านนี้ตกแต่งสไตล์คลาสสิก แต่ทุกรายละเอียดกลับดูสะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยร่องรอยของการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากเจ้าของร้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์แบบง่ายๆ แบ่งร้านออกเป็นไม่กี่โซน นอกจากเคาน์เตอร์แล้ว ก็มีเพียงชั้นวางของที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
แสงอาทิตย์สีส้มยามเย็นหอบเอาลมหนาวที่เป็นเอกลักษณ์ของชายแดนอาณาจักรในช่วงฤดูใบไม้ร่วงพัดโชยเข้ามาในร้าน สาดทับการตกแต่งด้วยไม้โทนสีอุ่นให้ดูนวลตาขึ้นไปอีกระดับ
ผู้ที่มาเยือนคือเด็กสาวในชุดเครื่องแบบทหารสีขาวเงิน แต่ดูต่างจากชุดทหารทั่วไป เพราะมันดูเหมือนชุดเครื่องแบบของนักเรียนเตรียมทหารเสียมากกว่า ชุดที่สวมใส่อยู่ไม่อาจซ่อนทรวดทรงองเอวที่โค้งเว้าได้รูปของเธอได้เลย เส้นผมสีน้ำเงินเข้มยาวสลวยทิ้งตัวลงมาถึงแผ่นหลัง ยิ่งส่งให้บุคลิกของเธอดูสง่างามและสูงศักดิ์มากยิ่งขึ้น
ที่หลังเคาน์เตอร์ ดันเต้ กำลังนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน เขามีเครื่องหน้าเพลินตาและประณีตราวกับพวกเอลฟ์ เสียอย่างเดียวที่นัยน์ตานั้นดูเย็นชาไปนิด เด็กหนุ่มเท้าคางด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างถือแอปเปิลสีแดงสดพลางจ้องมันนิ่งๆ เหมือนคนที่กำลังเหม่อลอย
เด็กสาวจึงต้องเดินตรงมาที่หน้าเคาน์เตอร์แล้วใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ เพื่อดึงความสนใจของดันเต้
ดันเต้ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้น พริบตานั้น สายตาของเขาก็ถูกดึงดูดด้วยดวงตาใสกระจ่างราวกับอัญมณีของสาวน้อยตรงหน้า ทำให้เขาเผลอจ้องหน้าเธอค้างอยู่นานกว่าปกติไปนิดหนึ่ง
โอเค...เห็นว่าสวยหรอกนะ จะยอมยกโทษให้ที่บังอาจมาขัดจังหวะตอนคนกำลังใช้ความคิดเรื่องชีวิตก็แล้วกัน ไม่นานนัก ดันเต้ก็นั่งตัวตรง พลางปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มแบบบริการลูกค้าทันที
“ต้องการซื้ออะไรดีครับ?”
เทรเซียกวาดสายตามองสำรวจร้านแห่งนี้ด้วยความลังเลเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองดันเต้
“นายเป็นเจ้าของร้านนี้เหรอ?”
“แค่ช่วยเฝ้าน่ะครับ”
“งั้นการ์ดใบนี้เป็นของที่ร้านนายขายออกไปหรือเปล่า?”
เทรเซียวางการ์ดเวทมนตร์ใบหนึ่งลงตรงหน้าของดันเต้ มันคือ การ์ดอัญเชิญก็อบลิน ระดับ 1 ปกติแล้วการ์ดแบบนี้จะสร้างง่ายและราคาถูกสุดๆ แถมด้วยสเตตัสและเอฟเฟกต์ที่กากเกินทน จึงทำให้แทบไม่มีใครหยิบเด็คสายก็อบลินมาใช้กันเลย
แต่ดันเต้จำการ์ดใบนี้ได้แม่น นั่นก็เพราะว่าเขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเองกับมือ!
รูปบนการ์ดใบนี้เป็นก็อบลินที่แต่งตัวแหวกแนวสุดๆ มันสวมหน้ากากไอ้โม่งสีดำ ในมือของมันถืออาวุธหน้าตาประหลาดที่คล้ายๆ กับปืนไฟเอาไว้
“ร้านของเราขายเองครับ มันมีปัญหาอะไรเหรอ?”
“ตัวการ์ดน่ะไม่มีปัญหาหรอก แต่มันมีปัญหาที่รุนแรงมากกว่านั้นต่างหาก!!”
เทรเซีย จู่ๆ ก็ดูเหมือนจะมีอารมณ์ขึ้นมา เมื่อได้คำยืนยันจากดันเต้
“นายรู้ไหมว่าตอนนี้ระบบการ์ดเวทมนตร์ในสถาบันเวทมนตร์เฮเวนลิธแทบจะพังพินาศเพราะการ์ดใบนี้ใบเดียวเลยนะ!”
“มีเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอ?”
ดันเต้เลิกคิ้วมองสาวน้อยด้วยความไม่เข้าใจ ช่วงก่อนหน้านี้เขาปั๊มการ์ดก็อบลินมหาโจรออกมาล็อตหนึ่งจริงๆ นั่นแหละ แล้วก็ขายเหมาให้พ่อค้าพเนจรไป ไม่นึกเลยว่าการ์ดใบนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมได้ขนาดนี้ เขาจึงหยิบการ์ดบนโต๊ะมาเช็กอีกรอบเพื่อความชัวร์ว่านี่คือผลงานชิ้นเอกของเขาจริงๆ
“ดูๆ ไปแล้ว การ์ดใบนี้มันก็ออกจะธรรมดานะ...”
ดันเต้เกาหัวด้วยความงุนงงพลางมองสเตตัสการ์ด
[ก็อบลินมหาโจร]
[ประเภท: การ์ดอัญเชิญ]
[ระดับความหายาก: ล้ำค่าสีน้ำเงิน]
[ระดับ: 1]
[โจมตี: 100 / พลังชีวิต: 100]
[เอฟเฟกต์: เมื่อการ์ดนี้สร้างความเสียหายให้แก่ศัตรู จะให้ลำดับความสำคัญในการเปลี่ยนความเสียหายนั้น เป็นการบังคับขโมยไอเทมจากอีกฝ่าย 1 ชิ้น เป็นอันดับแรก]
[หมายเหตุ: สมิธแอนด์เวสสัน รุ่น M1917 ของแก๊งโจร จะช่วยขจัดทุกปัญหาให้คุณเอง!]
ดันเต้เงยหน้ามองสีหน้าของเด็กสาว แล้วจู่ๆ เขาก็เริ่มเข้าใจขึ้นมานิดๆ แล้วว่าทำไมเธอถึงได้เดือดขนาดนี้
คงจะโดนการ์ดใบนี้ปั่นจนประสาทกินมาล่ะสินะ? แต่ก็ไม่น่าจะขนาดนั้นมั้ง...ใบที่เขาคิดว่ามัน ชั่วร้าย จริงๆ เขายังไม่ได้เอาออกมาขายเลยด้วยซ้ำ
“ในเมื่อมันมีปัญหา คุณก็แค่ใส่ก็อบลินมหาโจรเพิ่มไปหลายๆ ใบซะเลยสิ”
ในเมื่อสู้ไม่ได้ ก็จงเข้าร่วมไปซะ ดันเต้ส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความซื่อ(บื้อ)กลับไป
“ใครมันจะไปบ้าพกการ์ดขั้น 1 เยอะแยะขนาดนั้นกันเล่า! แล้วนายรู้มั้ยว่าตอนนี้ที่เมืองหลวง การ์ดก็อบลินมหาโจรใบหนึ่ง ราคาพุ่งไปเท่าไหร่แล้ว?!”
เทรเซียที่ได้ยินคำตอบแบบส่งๆ ของดันเต้แทบอยากจะคลั่ง ดูทรงแล้วพนักงานร้านคนนี้คงเป็นแค่มือสมัครเล่นที่เข้าไม่ถึงจิตวิญญาณของการ์ดเวทมนตร์แน่ๆ!
การ์ดใบนี้มันไม่ได้เก่งเว่อร์วังอะไรขนาดนั้นหรอก แต่มัน กวนประสาท ขั้นสุดยอดต่างหาก เพราะมันจะสุ่มขโมยของน่ะสิ ถ้าดวงซวยหน่อยก็อาจะได้แค่ลูกอมในกระเป๋าของคู่ต่อสู้มา แต่ถ้าเกิดดวงดีขึ้นมา มันสามารถขโมยช่องใส่การ์ดของคู่ต่อสู้ไปได้ทั้งแผงเลยนะ! การพกการ์ดขั้น 1 ไว้เยอะๆ มันเปลืองช่องใส่การ์ด แต่ถ้าไม่พกก็อบลินมหาโจรไว้เลย ก็จะไม่มีอะไรไว้ข่มขวัญศัตรู แถมยังอาจโดนอีกฝ่ายเล่นงานคืนจนน่ารำคาญแทนอีก!
นี่มันคือสภาวะการแข่งขันที่กดดันจนน่าปวดหัวชัดๆ!!
“งั้นจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ?”
“...ร้านนายมีการ์ดที่เป็นเซ็ตคอมโบกับสายก็อบลินไหม?”
ดันเต้ “......”
“แน่นอน ต้องมีอยู่แล้วสิ”
ในเมื่อมีคนอยากเปย์ เขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธอีกฝ่าย ยิ่งเด็กสาวคนนี้ถึงกับลงทุนถ่อสังขารข้ามน้ำข้ามเขาจากสถาบันในเมืองหลวงมาถึงเมืองชายแดนไกลปืนเที่ยงแบบนี้ด้วยแล้ว
ดันเต้เปิดเคาน์เตอร์แล้วหยิบสมุดสะสมการ์ดออกมา กางลงบนโต๊ะแล้วพลิกไปหน้าสุดท้าย ก่อนจะดึงการ์ดระดับ 2 ที่เขาเพิ่งสร้างเสร็จไม่นานมานี้ออกมา
“ผมแนะนำใบนี้เลยครับ ผู้กองก็อบลิน”
“ผู้กอง?”
เทรเซียทวนคำ พลางมองลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์แบบแปลกๆ ที่ดูยังไงก็มาจากฝีมือ อัจฉริยะปีศาจ คนเดียวกับที่สร้างก็อบลินมหาโจร แน่นอน เทรเซียมองอย่างไม่เข้าใจ แม้การ์ดใบนี้จะเป็นการ์ดระดับ 2 แต่ ผู้กอง กับ มหาโจร มันจะไม่ตีกันเองหรอกเหรอ?
ดันเต้ไม่พูดอะไรมาก เขาหยิบการ์ดใบนั้นส่งให้เธอเช็กเอฟเฟกต์เอาเอง
[ผู้กองก็อบลิน]
[ประเภท: การ์ดอัญเชิญ]
[ระดับความหายาก: หายากสีม่วง]
[ระดับ: 2]
[โจมตี 200 / พลังชีวิต 200]
[เอฟเฟกต์: เมื่อมีก็อบลินมหาโจรอยู่ข้างกาย การ์ดนี้จะได้รับเอฟเฟกต์ของก็อบลินมหาโจร และจะอัญเชิญก็อบลินมหาโจรเพิ่มออกมาอีกสองตัวทันที]
[หมายเหตุ: “ผู้กองเป็นแค่อาชีพเสริม แต่มหาโจรคืออาชีพหลักของผม!”]
“นี่มันเอฟเฟกต์บ้าอะไรเนี่ย...”
เมื่อเทรเซียอ่านเอฟเฟกต์จบก็ถึงกับอ้าปากค้างจนลืมรักษาภาพลักษณ์สาวงามไปเลย ลำพังแค่ความเก่งของการ์ดก็เรื่องหนึ่ง แต่ถ้าจู่ๆ มีก็อบลินมหาโจรสี่ตัวพุ่งชาร์จใส่เธอพร้อมกัน สิ่งเดียวที่เธอจะทำคือหันหลังแล้วใส่เกียร์หมาโกยแน่ๆ
“ซื้อ! ราคาเท่าไหร่?”
พอตั้งสติได้เธอก็รีบบอกกับดันเต้ทันที อย่างน้อยการ์ดมหาประลัยใบนี้ก็ห้ามตกไปอยู่ในมือคนอื่นอย่างเด็ดขาด!
“...คือผมไม่ค่อยรู้ราคาที่เมืองหลวงน่ะ คุณลองเสนอมาละกัน”
ในตอนนี้ ดันเต้เริ่มรู้สึกแอบเสียดาย ที่ตนขายก็อบลินมหาโจรล็อตนั้น ให้กับพ่อค้าไปในราคาแค่ 100 เหรียญต่อใบเท่านั้น แม้จะไม่รู้ว่าตอนนี้ที่เมืองหลวงเขาปั่นราคากันไปถึงไหนแล้ว แต่ก็น่าจะแพงหูฉี่อย่างแน่นอน
เทรเซียครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะลองเสนอราคาอย่างระมัดระวังว่า
“งั้น 60 เหรียญทอง เป็นไง?”
เชี่ย—!
ดันเต้เกือบหงายหลังตกเก้าอี้ 1 เหรียญทองนั่นมีค่าเท่ากับ 1,000 เหรียญ เงินแค่ 20 เหรียญทองก็เพียงพอให้ครอบครัวในเมืองชายแดนอยู่ได้แบบราชาไปทั้งปีแล้วนะ!
เทรเซียสังเกตท่าทางของเด็กหนุ่ม แม้เขาจะดูเหมือนคนไม่รู้ประสีประสาเรื่องราคาตลาด แต่เธอก็ไม่อยากจะโกงเขา อีกทั้งเธอยังเชื่อมั่นว่าในร้านเล็กๆ แห่งนี้จะต้องมี นักสร้างการ์ดระดับตำนาน เร้นกายอยู่แน่ๆ และเธอยังต้องการความช่วยเหลือจากเขาอีกมาก
เด็กสาวเม้มปากแน่น ก่อนจะเอ่ยต่อว่า
“การ์ดใบนี้ถ้าเอาไปขายที่เมืองหลวงต้องได้ราคาดีกว่านี้แน่ แต่ตอนนี้ฉันมีเงินติดตัวมาไม่เยอะ ต้องเก็บไว้เป็นค่ารถขากลับด้วย...ถ้าไม่พอ ฉันเอาการ์ดเวทมนตร์ใบอื่นมาแลกเพิ่มส่วนต่างให้ก็ได้นะ”
ใจจริงแล้วเธออยากได้การ์ดระดับ 3 หรือระดับ 4 ด้วยซ้ำ แต่เธอก็รู้ดีว่าเงินที่มีอยู่ในกระเป๋าของเธอในตอนนี้ คงสู้ราคาไม่ไหวแน่ๆ
“นี่ครับ”
ดันเต้เห็นว่าเธอดูจริงใจดีเลยไม่เซ้าซี้ เขาจึงหยิบสมุดบัญชีมาจดรายละเอียด ส่วนเทรเซียก็รีบควักถุงเงินออกจากเอวแล้วส่งเหรียญทองให้เขาทันที
“นี่ถามอะไรหน่อยสิ ขอดูการ์ดระดับ 3 ของที่นี่หน่อยได้ไหม?”
เธอชักจะสงสัยแล้วว่าการ์ดระดับ 3 ของร้านนี้จะเป็นการ์ดแบบไหนกันแน่ ต่อให้ซื้อไม่ไหว แต่อย่างน้อยขอเห็นเป็นบุญตาก็ยังดี
“ที่นี่ไม่มีการ์ดระดับ 3 ขายหรอกครับ”
“เอ๋ ทำไมล่ะ?”
“ก็เพราะว่าตอนนี้ผมยังสร้างมันออกมาไม่ได้น่ะสิ”
เทรเซีย “???”
“การ์ดพวกนี้...นายเป็นคนสร้างเองเหรอ?!”