- หน้าแรก
- เกมจีบสาวของผมมันมีอะไรแปลกๆ
- บทที่ 16: ช่วยทำตัวให้สมเป็นมนุษย์หน่อยเถอะ
บทที่ 16: ช่วยทำตัวให้สมเป็นมนุษย์หน่อยเถอะ
บทที่ 16: ช่วยทำตัวให้สมเป็นมนุษย์หน่อยเถอะ
“พลังนักล่าปีศาจ ระดับ 1 กับชุดเซ็ตนักล่าปีศาจงั้นเหรอ...”
“เริ่มจะรู้สึกเหมือนเล่นเกมขึ้นมาหน่อยแล้วแฮะ”
“แต่ว่า...”
“ฆ่าวิญญาณชั่วร้ายเนี่ยนะ...”
หลี่ไพนึกถึงภาพผีสาวผมยาวสยายบนชั้นสอง
มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
หน้าไม้ของนักล่าปีศาจทำอะไรเธอไม่ได้เลยสักนิด
แล้วจะไปฆ่ามันได้ยังไง!
ช่างมันเถอะ ช่างมัน แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินภารกิจนี้ก็แล้วกัน
“ออกจากเกม”
หลี่ไพพึมพำในใจ
“ไม่สามารถออกจากเกมได้ในระหว่างทำภารกิจจำกัดเวลา”
ระบบสวนกลับมาทำเอาหลี่ไพจุก
“เวรเอ๊ย! โดนหลอกจนได้!”
มุมปากของหลี่ไพกระตุก
เขาลืมไปเลยว่าเกมนี้มันเหลี่ยมจัดแค่ไหน
เขาประมาทเกินไปจริงๆ!
เดิมทีเขาสามารถออกไปจากที่เฮงซวยนี่ได้อย่างสวยงามแท้ๆ แต่ตอนนี้...
ครึ่งชั่วโมง!
เวลาตั้งครึ่งชั่วโมงมีเรื่องเกิดขึ้นได้ตั้งเยอะแยะ!
ฆ่าวิญญาณชั่วร้ายบนชั้นสอง... เหอะๆ!
หน้าไม้ยิงใส่มันก็เหมือนยิงใส่อากาศ แล้วจะไปฆ่าได้ยังไง!
แถมหลี่ไพก็ไม่รู้ด้วยว่าถ้าภารกิจล้มเหลวจะเกิดอะไรขึ้น
เกิดมีบทลงโทษอะไรขึ้นมา...
แม่บ้านมองดูหลี่ไพที่ยืนอึ้งด้วยสีหน้างุนงง
แขกคนนี้... สมองมีปัญหาหรือเปล่านะ?
แม่บ้านไม่กล้าพูดมาก ยังไงซะเจ้านายของเธอก็ยังอยู่ในมือหลี่ไพ
“เอ่อ...”
“คุณเล่าต่อเถอะ วิญญาณชั่วร้ายนั่นมันยังไงนะ”
หลี่ไพนั่งลงแล้วถามแม่บ้าน
ในเมื่อออกไปไม่ได้ ก็ทำความเข้าใจสถานการณ์ที่นี่ให้มากที่สุดดีกว่า
เพิ่มค่าการสำรวจหน่อยก็ดีเหมือนกัน
เผื่อว่าค่าการสำรวจเยอะขึ้นแล้วจะปลดล็อกไอเทมช่วยชีวิตอะไรได้บ้าง
อีกอย่าง ถ้าต้องเผชิญหน้ากับผีสาวบนชั้นสองจริงๆ...
รู้เขารู้เรา รบก็น่าจะมั่นใจขึ้นหน่อย
“วิญญาณชั่วร้ายตนนั้นทรงพลังมาก แต่หล่อนมีจุดอ่อนอยู่อย่างหนึ่ง คือเคลื่อนไหวในแสงอาทิตย์ไม่ได้ค่ะ”
“แต่หล่อนสามารถแก้จุดอ่อนนี้ได้ด้วยการยึดร่างคนอื่น”
“ร่างกายคนธรรมดาทนรับพลังชั่วร้ายของหล่อนไม่ไหว ขยับนิดหน่อยก็พังทลายแล้ว”
“ดังนั้น หล่อนเลยเล็งเป้าไปที่ตระกูลเบทที่มีสายเลือดต้องสาป”
“เจ้านั่นแข็งแกร่งเกินไป พวกเราขับไล่ไม่ไหว เลยทำได้แค่ใช้วัตถุเวทมนตร์ที่ตระกูลเบทสะสมมาหลายปีสะกดหล่อนไว้ชั่วคราว แล้วแยกชิ้นส่วนร่างกายของเจ้านายไปซ่อนไว้ทั่วสารทิศ”
“ตราบใดที่ร่างกายยังประกอบไม่ครบ วิญญาณชั่วร้ายนั่นก็ยึดร่างไม่ได้ค่ะ”
แม่บ้านเล่าต่อ
หลี่ไพพยักหน้า พอจะเข้าใจตรรกะพวกนี้อยู่บ้าง
“แล้วมีวิธีฆ่ามันไหม?”
หลี่ไพถามคำถามสำคัญ
จะให้พึ่งแสงอาทิตย์คงเป็นไปไม่ได้
ระบบให้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง อีกครึ่งชั่วโมงพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นหรอก
“ตอนนี้เจ้านั่นอยู่ในสถานะวิญญาณ การโจมตีทางกายภาพทั่วไปทำอะไรหล่อนไม่ได้หรอกค่ะ”
“วิญญาณของเจ้านายตอนนี้สิงอยู่ในตุ๊กตา เลยใช้วิชาเวทมนตร์ไม่ได้”
“จะจัดการหล่อนตรงๆ แทบเป็นไปไม่ได้เลย”
“แต่ฉันค้นบันทึกการล่าปีศาจของผู้นำตระกูลรุ่นก่อนๆ จนเจอวิธีหนึ่งค่ะ”
แม่บ้านพูดจบก็ดึงบันทึกเก่าๆ เล่มหนึ่งออกมาจากซอกโซฟา
“ในนั้นเขียนว่า การจะจัดการวิญญาณร้ายแบบนี้ ถ้าไม่มีวิธีโจมตีวิญญาณโดยตรง ก็ให้ล่อให้หล่อนยึดร่างกายหยาบก่อน”
“พอหล่อนมีกายหยาบ แล้วใช้อาวุธที่มีคุณสมบัติศักดิ์สิทธิ์โจมตี ก็จะฆ่าหล่อนได้ค่ะ”
“อ้อ หน้าไม้ในมือคุณก็ทำได้นะคะ”
แม่บ้านชี้ไปที่แขนของหลี่ไพ
“งั้นเหรอ...”
“งั้นก็ง่ายนิดเดียว! ก็แค่ประกอบร่างเอลอร่าให้ครบ แล้วโยนไปให้มันยึดร่าง”
“จากนั้นฉันก็ยิงเปรี้ยงเดียว จบ”
“วิธีนี้เข้าท่าไหม?”
หลี่ไพถามยิ้มๆ
เจ้าหมีเท็ดดี้: ???
ช่วยทำตัวให้สมเป็นมนุษย์หน่อยเถอะ!
คิดวิธีชั่วร้ายแบบนี้ออกมาได้ยังไง?
ไม่ใช่ร่างตัวเองเลยไม่รู้สึกรู้สาใช่ไหมฮะ!
“เอ่อ... เกรงว่าจะไม่ได้ค่ะ”
“พลังสายเลือดของเจ้านายแข็งแกร่งเกินไป พอวิญญาณร้ายยึดร่างแล้ว การโจมตีด้วยธาตุศักดิ์สิทธิ์อาจจะไม่ได้ผลเท่าไหร่”
แม่บ้านอธิบาย
เจ้าหมีเท็ดดี้หันขวับไปมองแม่บ้านทันที
มันเกี่ยวกับร่างกายตรงไหนยะ!
ต่อให้ได้ผล หล่อนก็ไม่ควรเอาร่างฉันไปล่อเป้าสิ!
แถม... หล่อนยังเก็บไปคิดจริงจังอีก!
มันจะเกินไปแล้วนะ!
เจ้าหมีอยากจะร้องไห้ แต่อนิจจา ตาเป็นกระดุมเลยร้องไม่ออก
“ดังนั้น ฉันเลยพยายามสร้างร่างกายที่สามารถดึงดูดและกักขังวิญญาณร้ายได้ขึ้นมาค่ะ”
“เกือบจะสำเร็จแล้วเชียว แต่เสียดายที่ประสบการณ์ยังไม่พอ เลยเกิดความผิดพลาดนิดหน่อย”
“ตัวทดลองหนีไปได้...”
“แถมหมู่นี้แขกเหรื่อก็น้อยลงเรื่อยๆ วัตถุดิบในการทดลองเลยไม่ค่อยพอค่ะ”
แม่บ้านถอนหายใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความเสียดาย
“แขก... วัตถุดิบ...”
หน้าหลี่ไพกระตุกยิกๆ เหมือนจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้
ชาดำที่กินแล้วง่วง... เสียงสับกระดูกในครัว...
ซี๊ด...
โชคดีที่เขาไหวตัวทัน ไม่งั้น...
“ตอนนี้ตัวทดลองน่าจะซ่อนอยู่ในห้องน้ำชั้นสองค่ะ”
“เจ้านั่นกลัวฉันนิดหน่อย ปกติเลยไม่กล้าออกมา”
“ฉันเลยไม่ได้ไปยุ่งกับมัน”
แม่บ้านพูดต่อ
“ห้องน้ำชั้นสองสินะ...”
หลี่ไพเข้าใจแล้ว สัตว์ประหลาดที่เจอในห้องสุดท้ายบนชั้นสองคงเป็นตัวทดลองที่แม่บ้านสร้างขึ้นมานี่เอง
“มันอยู่ชั้นเดียวกับผีสาวนั่น แล้วอยู่ร่วมกันได้เหรอ?”
หลี่ไพถามด้วยความสงสัย
“การโจมตีทางกายภาพของตัวทดลองทำอะไรวิญญาณร้ายไม่ได้ค่ะ”
“ส่วนวิญญาณร้าย... จริงๆ ฉันก็หวังให้หล่อนไปยึดร่างตัวทดลองนะคะ”
“แต่น่าเสียดาย ในร่างตัวทดลองมีวิญญาณสิงอยู่เยอะเกินไป วิญญาณร้ายเลยคงลำบากที่จะเข้าไปยึดครอง”
แม่บ้านถอนหายใจ
“มีวิญญาณสิงอยู่เยอะ...”
หลี่ไพอึ้งไปเลย
นี่มันเอาแขกมากี่คนมาเย็บรวมกันเนี่ย!
แฟรงเกนสไตน์ชัดๆ!
โหดชะมัด!
“ถ้าเจ้านายฟื้นพลังกลับมาได้ก็ดีสิคะ”
“ด้วยวิชาเวทมนตร์ของท่าน น่าจะดึงวิญญาณออกจากร่างตัวทดลองได้สบายๆ”
“ถึงตอนนั้น ฉันก็จะมีวิธีล่อให้วิญญาณร้ายเข้าไปอยู่ในร่างตัวทดลอง”
“แล้วคุณก็ใช้หน้าไม้นักล่าปีศาจฆ่ามันได้เลย”
แม่บ้านรำพึงรำพัน
น่าเสียดาย เอลอร่าตอนนี้สิงอยู่ในตุ๊กตาหมี แค่พูดยังไม่ได้ อย่าว่าแต่ร่ายเวทเลย
หลี่ไพพอจะเข้าใจวิธีฆ่าผีสาวแล้ว
ฟังดูไม่ค่อยอันตรายเท่าไหร่
เขาแค่ต้องเป็นคนยิงนัดปิดบัญชีเท่านั้น
แต่จะให้เอลอร่าฟื้นพลังยังไง...
หลี่ไพก็ไม่รู้เหมือนกัน
แม้ภารกิจหลักของระบบคือให้หลี่ไพปลุกโฉมงามที่หลับใหล แต่ระบบไม่ได้บอกวิธีไว้
แล้วจะให้เขาทำยังไง?
“แย่แล้ว!!!”
จู่ๆ สีหน้าแม่บ้านก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
“วัตถุเวทมนตร์ที่สะกดวิญญาณร้ายกำลังจะต้านไม่ไหวแล้วค่ะ!”
“พลังของหล่อนกำลังจะฟื้นกลับมา!”
“อย่างช้าครึ่งชั่วโมง หล่อนจะทำลายผนึกออกมาเดินเพ่นพ่านในบ้านหลังนี้ได้แน่!”
แววตาของแม่บ้านฉายแววหวาดกลัว
วิญญาณร้ายที่เคลื่อนไหวได้อิสระ หมายความว่า...
หล่อนอาจจะลงมาฆ่าล้างบางถึงชั้นหนึ่ง!