- หน้าแรก
- เกมจีบสาวของผมมันมีอะไรแปลกๆ
- บทที่ 13: ถึงเวลาลงไปข้างล่างแล้ว
บทที่ 13: ถึงเวลาลงไปข้างล่างแล้ว
บทที่ 13: ถึงเวลาลงไปข้างล่างแล้ว
เจ้าหมีเท็ดดี้ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ใจหนึ่งมันก็ไม่อยากเห็นฉากวิตถารเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
แต่อีกใจ มันก็ไม่อยากให้หลี่ไพหาขาขวาเจอ
หลังจากชั่งใจอยู่นาน ในที่สุดเจ้าหมีก็ยอมจำนน
มันยกอุ้งเท้าขึ้นชี้ไปที่เตาผิง
หลี่ไพหิ้วเจ้าหมีเดินตรงไปที่เตาผิง
“ขาขวาซ่อนอยู่ในเตาผิงเหรอ?”
หลี่ไพถาม
เจ้าหมีพยักหน้า
หลี่ไพใช้มือข้างหนึ่งจับเจ้าหมีไว้กันมันหนี อีกมือล้วงเข้าไปควานหาในเตาผิง
หลังจากกวาดเขม่าติดมือมาเต็มๆ ในที่สุดหลี่ไพก็สัมผัสเจอเท้าคนอยู่ที่ส่วนบนของปล่องไฟ
ขาข้างนั้นถูกเทปกาวพันติดไว้แน่นหนาอยู่ข้างในปล่อง
ซ่อนไว้ซะลึกเชียว!
ถ้าไม่มีเจ้าหมีชี้เป้า หลี่ไพคงไม่มีทางมาสำรวจจุดอับสายตาแบบนี้แน่
หลังจากออกแรงดึงทึ้งอยู่พักใหญ่ หลี่ไพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยเขม่าควันก็ดึงขาขวาออกมาได้สำเร็จ
ขาขวานี้เปื้อนเขม่าดำไปทั่ว ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังสวมถุงน่องสีดำอยู่
“ได้รับ ‘ขาขวาของโฉมงามผู้บุบสลาย’”
“ความคืบหน้าการสำรวจ: 45%”
45%!
ขาดอีกแค่นิดเดียวก็จะถึง 50% แล้ว!
พอคิดว่าจะได้ออกไปจากสถานที่เฮงซวยนี้เร็วๆ หลี่ไพก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
เกมบ้าๆ นี่ หมวกกันน็อกเฮงซวยนี่
กลับไปเมื่อไหร่พ่อจะประกาศขายลงเว็บมือสองให้หมด
เห็นหลี่ไพได้ขาขวาไป เจ้าหมีก็คอตกอย่างหมดอาลัยตายอยาก
แต่มันทำอะไรไม่ได้ ได้แต่มองตาปริบๆ ดูหลี่ไพแบกขาขวาไปที่เตียง
หลี่ไพวางขาขวาลงบนเตียง
ฉากมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น!
ขาขวากับลำตัวดูดเข้าหากันราวกับแม่เหล็ก เชื่อมต่อกันดัง “กริ๊ก”!
รอยต่อเดิมหายไปราวกับไม่เคยถูกตัดขาด
“ต่อกันง่ายๆ งี้เลยเหรอ!”
หลี่ไพแปลกใจเล็กน้อย
เขานึกว่าจะต้องทำพิธีกรรมยุ่งยากซับซ้อนซะอีก
ที่แท้แค่เอามาวางใกล้ๆ ก็ดูดติดกันเอง
คิดได้ดังนั้น หลี่ไพก็เอาชิ้นส่วนอื่นๆ ออกมาด้วย
กริ๊ก...
กริ๊ก...
แต่ละชิ้นส่วนต่างหาที่ทางของตัวเองและเชื่อมต่อเข้ากับลำตัวโดยอัตโนมัติ
โฉมงามผู้บุบสลาย เอลอร่า นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง ขาดเพียงแขนข้างเดียวร่างกายก็จะสมบูรณ์!
หลี่ไพมองดูร่างกายตรงหน้าด้วยความรู้สึกสับสน
อารมณ์เหมือนสะสมกล่องสุ่มครบเซ็ต แต่ขาดตัวสุดท้ายตัวเดียวถึงจะปิดจ๊อบ
ความหมกมุ่นเล็กๆ ทำให้หลี่ไพอยากจะหาแขนที่เหลือให้เจอจริงๆ
“แขนข้างนั้นน่าจะอยู่ที่ชั้นหนึ่งสินะ...?”
“ถ้าแม่บ้านไม่ใช่ตัวร้าย...”
“งั้นฉันก็น่าจะลงไปหาแขนที่ชั้นหนึ่งได้!”
หลี่ไพพึมพำกับตัวเอง
ตอนนี้ความคืบหน้าขาดอีกแค่ 5%
ทางเลือกคือ สำรวจบ้านหลังนี้ต่อ
หรือ เค้นถามเจ้าหมีเท็ดดี้ต่อเผื่อได้ข้อมูลอะไรเพิ่ม
หรือ ลงไปหาแขนที่ชั้นหนึ่ง
การสำรวจบ้าน... อาจต้องเจออันตรายที่ไม่คาดคิด
เขาเหลือกระสุนแค่สองนัด ถ้าใช้หมดก็ไม่มีอะไรไว้ต่อกรกับสัตว์ประหลาดแล้ว
ส่วนการเค้นถามเจ้าหมี...
การถามคำถามที่ตอบได้แค่ใช่หรือไม่ใช่มันเสียเวลาเกินไป แถมไม่รู้ว่าจะได้เรื่องได้ราวแค่ไหน
ขืนถามไปเรื่อยๆ แล้วไม่ได้เบาะแสอะไร ก็เสียเวลาเปล่า
ยิ่งอยู่นาน ยิ่งอันตราย รีบออกไปให้เร็วที่สุดดีกว่า
ในเมื่อแม่บ้านเป็น NPC ฝ่ายดี งั้นลองเสี่ยงลงไปดูที่ชั้นหนึ่งก็แล้วกัน
ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ยังมีลูกดอกเงินอีกสองดอก
หลี่ไพตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
ในจังหวะนั้นเอง เจ้าหมีเท็ดดี้ก็ดิ้นหลุดจากมือหลี่ไพ กระโดดขึ้นไปบนเตียง พยายามจะดึงร่างของเอลอร่าอย่างสุดชีวิต
ดูเหมือนมันอยากจะแยกชิ้นส่วนร่างกายที่ประกอบกันแล้วให้ออกจากกัน
แต่น่าเสียดายที่แรงมันน้อยเกินไป นอกจากจะดึงแขนขาไม่ออกแล้ว ยังทำผ้าพันแผลที่พันหน้าอกหลุดอีกต่างหาก
(คำบรรยาย)
ต้องยอมรับเลยว่ารูปร่างหน้าตาของ โฉมงามผู้บุบสลาย เอลอร่า มีแรงดึงดูดต่อหลี่ไพอย่างมหาศาล
ถ้าไม่ใช่เพราะสถานการณ์สยองขวัญแบบนี้ หลี่ไพอาจจะอยากสานสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอจริงๆ ก็ได้
เจ้าหมีเท็ดดี้เห็นสายตาของหลี่ไพก็รีบกระโจนเข้ามาขวาง เอาตัวเล็กๆ ของมันพยายามบังสายตา
น่าเสียดายที่ตัวมันเล็กเกินไป บังได้ไม่มิดทั้งสองข้าง
มันได้แต่วิ่งไปวิ่งมาระหว่างสองฝั่ง
ผลคือดูเหมือนจะบังไม่ได้สักฝั่ง
เห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของเจ้าหมี หลี่ไพก็อดขำไม่ได้
ไม่นึกเลยว่าในฉากสยองขวัญแบบนี้จะมีตัวละครฮาๆ แบบนี้โผล่มา
เอามาเบรกอารมณ์เหรอ?
ดูเหมือนจะได้ผลดีซะด้วย
หลี่ไพคว้าตัวเจ้าหมีที่กำลังวิ่งวุ่นขึ้นมา
เจ้าหมีดิ้นพราดๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
หลี่ไพวางมือลงบนร่างของ โฉมงามผู้บุบสลาย เอลอร่า
วินาทีต่อมา ร่างกายนั้นก็หายวับไปทันที
เจ้าหมีเท็ดดี้ตะลึงตาค้าง
มันยกอุ้งเท้านุ่มนิ่มขยี้ตากระดุมของตัวเอง เหมือนไม่อยากเชื่อสิ่งที่เพิ่งเห็น
ร่างกาย... ร่างกายหายไปเฉยเลย!
เจ้าหมีอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา
มันหันขวับมามองหลี่ไพ เหมือนจะถามว่าเมื่อกี้เกิดบ้าอะไรขึ้น
“แกกลัวว่าพอร่างกายสมบูรณ์แล้ว ผีสาวตนนั้นจะมายึดร่างไปใช่ไหม?”
“ไม่ต้องห่วง ฉันมีสกิลเก็บของพิเศษ ยัยนั่นไม่มีทางได้ร่างนี้ไปหรอก”
หลี่ไพยักไหล่
ถ้าเจ้าหมีนี่ไม่มีประโยชน์แล้ว หลี่ไพคงไม่เสียเวลาอธิบายให้ฟังหรอก
ได้ยินหลี่ไพพูดแบบนั้น เจ้าหมีก็เกาหัวแกรกๆ ดูงุนงง
“ฉันจำเป็นต้องเก็บร่างนี้ไว้”
“แต่วางใจเถอะ ฉันไม่ใช่พวกเดียวกับผีสาวนั่น”
“พอเก็บร่างครบ ฉันจะเอาร่างนี้ไปมอบให้แม่บ้านข้างล่างเอง”
“หลังจากนั้น จะเอาไปต้มยำทำแกงอะไร ก็เรื่องของพวกแก”
หลี่ไพพูดต่อ
เป้าหมายของเขาคือค่าการสำรวจ 50%
ขอแค่ครบ หลี่ไพก็ชิ่งได้แล้ว
ยังไงซะหลี่ไพก็ไม่คิดจะกลับมาเหยียบที่นี่อีก ร่างของ โฉมงามผู้บุบสลาย จึงเป็นสิ่งที่หลี่ไพไม่ได้ไยดีอะไร
ดังนั้น ขอแค่เก็บครบแล้ว จะยกให้แม่บ้านไปก็ไม่มีปัญหา
“ฉันรู้ว่าแกกังวลเรื่องอะไร”
“ถ้าฉันเป็นพวกเดียวกับผีสาวนั่นจริงๆ...”
“แกคิดว่าจะหยุดฉันได้เหรอ?”
หลี่ไพเปลี่ยนมุมมองการเกลี้ยกล่อม
เจ้าหมีคิดตาม สิ่งที่หลี่ไพพูดก็มีเหตุผล
ถ้าหลี่ไพคิดจะเล่นงานมันจริงๆ มันก็ไม่มีทางสู้ได้
แถมตอนนี้ร่างกายก็เกือบครบแล้ว จะหยุดก็หยุดไม่ทันแล้ว
สถานการณ์เป็นรองสุดๆ...
หลี่ไพเห็นเจ้าหมีเอียงคอใช้ความคิด ก็รู้ว่ามันหลงกลเขาเข้าแล้ว
ได้เวลาลงไปข้างล่างแล้ว
มีเจ้าหมีไปด้วย เดี๋ยวถ้าเจอแม่บ้าน หล่อนคงไม่ควักมีดมาไล่ฟันทันทีหรอกมั้ง...?
หลี่ไพไม่อยากกลายเป็นมื้อดึกหรอกนะ...