- หน้าแรก
- เกมจีบสาวของผมมันมีอะไรแปลกๆ
- บทที่ 9: โดนสะกดรอยตาม?
บทที่ 9: โดนสะกดรอยตาม?
บทที่ 9: โดนสะกดรอยตาม?
“ค่าการสำรวจต้องถึง 50% ถึงจะออกไปจากที่นี่ได้”
“จะเพิ่มค่าการสำรวจได้ ต้องรวบรวมชิ้นส่วนของ โฉมงามผู้บุบสลาย หรือไม่ก็ไอเทมที่เกี่ยวข้องกับสถานที่นี้”
“ตอนนี้ ค่าการสำรวจของฉันอยู่ที่ 25%...”
“ชั้นบน มีขาขวากับลำตัว”
“ขาขวาน่าจะเหมือนขาซ้าย คือเพิ่มให้ 5%”
“ส่วนลำตัว อาจจะ 5 หรืออาจจะ 10 ก็ได้”
“ซี๊ด...”
“ต่อให้ลำตัวให้ 10 รวมแล้วก็ยังไม่ถึง 50% อยู่ดี!”
หลี่ไพสูดปาก
ถ้าคำนวณไม่ผิด การหาลำตัวและขาขวาเจอ อย่างมากก็พาเขาไปถึงแค่ 40% เท่านั้น
“นั่นหมายความว่า...”
“ฉันยังต้องสำรวจตึกนี้ให้ละเอียดยิ่งขึ้นไปอีก!”
หลี่ไพเริ่มรู้สึกปวดหัวตุบๆ
ตอนนี้หลี่ไพแค่อยากจะออกไปให้พ้นๆ ไม่อยากจะมานั่งไขปมปริศนาซับซ้อนอะไรทั้งนั้น
แต่เพื่อจะออกไป เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสำรวจให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
“ศัตรูที่โผล่มาในตึกนี้ตอนนี้ มีแม่บ้านจอมเชือดแสนอารีที่ชั้นล่าง กับนักล่าปีศาจกลายพันธุ์ที่ฉันยิงตายไป”
“แล้วก็ผีสาวเมื่อกี้...”
พอนึกถึงผีสาว หลี่ไพก็หันไปมองชิ้นส่วนของ โฉมงามผู้บุบสลาย บนเตียง
“ผีสาวตนนั้น ไม่น่าจะใช่ โฉมงามผู้บุบสลาย เอลอร่า!”
หลี่ไพฟันธงในใจ
หลังจากเทียบดูดีๆ ความแตกต่างของทั้งสองชัดเจนมาก
ถึงสีผมจะย้อมได้ หน้ากับนมจะศัลยกรรมได้ แต่ขาเนี่ยสิ...
ผีสาวข้างนอกนั่นตัวเตี้ยกว่าเขาไม่กี่เซ็น น่าจะสูงราวๆ 170
แต่ โฉมงามผู้บุบสลาย...
ดูแค่ขาก็รู้ว่าส่วนสูงรวมต้องไม่ต่ำกว่า 190 แน่ๆ
ดังนั้น ยัยนั่นไม่มีทางเป็นเอลอร่าได้เด็ดขาด!
“ทำไมเธอต้องโกหกฉัน?”
“จุดประสงค์ของเธอคืออะไร?”
หลี่ไพลูกคาง ใช้ความคิด
การที่ผีสาวไม่โจมตีเขา ไม่ได้แปลว่าเธอเป็นมิตร
เป็นไปได้ว่าเธออาจจะไม่มีความสามารถในการโจมตี หรือไม่ก็เขาอาจจะยังมีประโยชน์กับเธอ
“จริงสิ!”
“เธอขอให้ฉันรวบรวมชิ้นส่วนของ โฉมงามผู้บุบสลาย แสดงว่าเธอต้องการร่างกาย!”
หลี่ไพฉุกคิดขึ้นมาได้
มีวิญญาณแต่ไม่มีร่าง เลยต้องการร่างกาย แบบนี้สมเหตุสมผลสุดๆ
“งั้นเธอก็กำลังหลอกใช้ฉันเป็นเบ๊วิ่งงานให้สินะ?”
หลี่ไพวิเคราะห์
พอลองคิดดูดีๆ เป็นไปได้สูงมาก!
“งั้นไอ้หนุ่มดวงกุดที่ฉันเพิ่งฆ่าไปเมื่อกี้...”
“หรือว่าจะเป็นเบ๊คนก่อนหน้านี้?!”
หลี่ไพนึกถึง ฮันเตอร์ นักล่าปีศาจที่เขาเพิ่งส่งลงนรกไป
หมอนั่นเข้ามาในห้องหลังจากหลี่ไพไม่นาน
แถมยังพุ่งตรงมาที่ห้องที่หลี่ไพอยู่เป๊ะๆ
ผีสาวเห็นหลี่ไพเดินเข้าห้องนี้จากทางเดิน
นั่นหมายความว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ผีสาวจะเป็นคนบอกให้นักล่าปีศาจเข้ามาในห้อง
เพื่ออะไร?
กลัวว่าหลี่ไพจะทำหัวที่สำคัญต่อเธอพังงั้นเหรอ?
หรือว่าเธอเห็นหลี่ไพถือแขนของ โฉมงามผู้บุบสลาย เลยอยากจะแย่งชิงไป?
เป็นไปได้ทั้งคู่!
แต่เธอคงคาดไม่ถึงว่านักล่าปีศาจจะเสร็จหลี่ไพซะก่อน
ดังนั้น เธอเลยเปลี่ยนเป้าหมายมาหลอกใช้หลี่ไพเป็นเบ๊คนใหม่แทน!
หลี่ไพตรองดูแล้วรู้สึกว่าข้อสันนิษฐานของเขามีน้ำหนักมาก
“ถ้าผีสาวคือตัวร้ายของตึกนี้...”
“แล้วยัยแม่บ้านข้างล่างนั่นล่ะ?”
หลี่ไพวกกลับมาคิดถึงแม่บ้านจอมเชือด
ตามคำบอกเล่าของผีสาว แม่บ้านคือคนบ้าที่หั่นศพเอลอร่าเพื่อฮุบสมบัติ
แต่หลี่ไพรู้สึกทะแม่งๆ กับคำพูดนี้
ถ้าแม่บ้านต้องการฮุบสมบัติ หลังเอลอร่าตาย หล่อนก็น่าจะสถาปนาตัวเองเป็นนายหญิงของบ้านสิ
ทำไมยังใส่ชุดเมด รับแขกอยู่ชั้นล่าง?
รสนิยมส่วนตัวเหรอ? ไม่น่าใช่มั้ง
เสียงสับในครัว... หล่อนสับอะไร?
ทำไมชาดำที่รินให้ถึงมีปัญหา?
ปริศนาเต็มไปหมด!
แต่หลี่ไพไม่มีเจตนาจะขุดคุ้ยให้ลึกกว่านี้
ยิ่งรู้มาก ยิ่งตายไว!
แม้คำพูดของผีสาวจะเชื่อถือไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ยัยแม่บ้านนั่นก็ดูไม่ใช่คนดีเหมือนกัน
หลี่ไพตัดสินใจว่าจะไม่ลงไปชั้นหนึ่งถ้าไม่จำเป็น
เป้าหมายของเขาคือหนีออกไป ไม่ใช่มาเล่นบทม้าแคระลากรถบรรทุก
ต่อให้ขาดแขนไปสักข้างก็ช่างมัน ค่าการสำรวจยังหาได้จากวิธีอื่น
สุขภาพกายและสุขภาพจิตสำคัญที่สุด!
ขืนอยู่ในเกมบ้านี้นานๆ ประสาทจะแดกเอา
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่ไพก็เก็บข้าวของทั้งหมดแล้วหยิบตะเกียงน้ำมันขึ้นมา
บนชั้นสองยังเหลืออีกหนึ่งห้อง ไม่รู้ว่าจะเจอของดีอะไรบ้างไหม
หลี่ไพค่อยๆ เปิดประตู แล้วชะโงกหน้าออกไปดูทางเดิน
ไร้เงาผีสาว
เข็มทิศบนอกก็นิ่งสนิท
น่าจะปลอดภัย
หลี่ไพเดินออกมาด้วยความโล่งใจ
เดินไปได้แค่สองก้าว จู่ๆ หลี่ไพก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงอะไรบางอย่างข้างหลัง!
เหมือนกับ... เสียงฝีเท้าแผ่วเบา!
“ไม่จริงน่า!”
“โดนสะกดรอยตาม?”
หัวใจหลี่ไพกระตุกวูบ สัญชาตญาณสั่งให้หันขวับกลับไปทันที พร้อมชูตะเกียงขึ้นส่อง
เปลวไฟไหววูบ แสงเงาสั่นไหว
ทางเดินว่างเปล่า ไร้เงาคนหรือสิ่งอื่นใด
“หูแว่วไปเองเหรอ?”
หลี่ไพขมวดคิ้ว
เมื่อกี้เขาเหมือนจะได้ยินจริงๆ นะ
แต่ทางเดินมันว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย
เข็มทิศก็ปกติ
สายตาอาจหลอกกันได้ แต่เข็มทิศนี่ของชัวร์
“สงสัยจะอยู่ที่นี่นานเกินจนหลอนไปเองมั้ง?”
หลี่ไพเกาหัว
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดมาก
หลังจากแน่ใจว่าข้างหลังไม่มีอะไร หลี่ไพก็เร่งฝีเท้าตรงไปยังห้องสุดท้ายของชั้นสอง
ในจังหวะนี้เอง ศีรษะเล็กๆ หัวหนึ่งก็ค่อยๆ โผล่ออกมาจากมุมบันได ลอบมองหลี่ไพ...