- หน้าแรก
- เมื่อตัวร้ายแต่งงานกับคู่หมั้นตาบอด รักครั้งนี้ช่างบ้าคลั่ง
- บทที่ 28 ได้โปรด อย่าให้เขารู้เลย
บทที่ 28 ได้โปรด อย่าให้เขารู้เลย
บทที่ 28 ได้โปรด อย่าให้เขารู้เลย
เช้าวันต่อมา
เหลิ่งชิงชิวนั่งกินข้าวเช้าด้วยสีหน้าเย็นชา
เธอประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยุ่งกับกู้เหยียนอีก ไอ้คนโรคจิตนั่น
กู้เหยียนก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด "แค่กๆ ชิงชิว อย่าโกรธเลยนะ เมื่อคืนผมเบลอไปหน่อย เลยทำเรื่องแบบนั้นลงไป"
ไม่พูดก็ไม่เท่าไหร่ พอพูดขึ้นมา เหลิ่งชิงชิวก็ของขึ้นอีก เธอเงยหน้ามองกู้เหยียนแล้วแค่นหัวเราะ "เหอะๆ"
?!
"ชิงชิวจ๋า~~~"
"หุบปาก! ตอนนี้ฉันไม่อยากคุยกับคุณ!"
"โอเค......"
เหลิ่งหลิงเอ๋อนั่งกินข้าว ตาเลิ่กลั่กมองกู้เหยียนสลับกับเหลิ่งชิงชิว
เหงื่อเย็นไหลซึมแผ่นหลัง เดี๋ยวนะ เมื่อคืนสองคนนี้ทำอะไรกันแน่??
ไม่จริงน่า?! หรือว่าฉากเลิฟซีนในนิยายรักจะเกิดขึ้นจริง?!
ไม่นะ! ถ้าพี่สาวกับกู้เหยียนทำเรื่องแบบนั้นกันจริงๆ แล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?!
"ม่ายยย! ไอ้ขยะกู้ ไอ้คนลามก!"
เหลิ่งหลิงเอ๋อหน้าแดงก่ำ ตะโกนใส่กู้เหยียนที่กำลังงงเป็นไก่ตาแตก
จากนั้นก็คว้าชามและตะเกียบวิ่งหนีเข้าครัวไป
"?"
ยัยเด็กนี่พูดบ้าอะไร?
"เฮ้ย! ยัยตัวแสบ กลับมาอธิบายเดี๋ยวนี้!"
กู้เหยียนรีบลุกขึ้น เรื่องนี้เอาไปพูดมั่วซั่วไม่ได้นะ
เพราะว่า....
"อ้าว?"
"คุณทำอะไรหลิงเอ๋อ?"
เป็นไปตามคาด เสียงเย็นชาของเหลิ่งชิงชิวบาดลึกเข้าหูกู้เหยียน
เขาหน้าถอดสี หัวเราะแห้งๆ "เอ่อ ถ้าผมบอกว่าผมไม่รู้เรื่อง คุณจะเชื่อไหม?"
"หึๆ ดูจากวีรกรรมเมื่อคืน ฉันชักไม่แน่ใจแล้วสิว่าจะเชื่อคุณดีไหม"
เหลิ่งชิงชิวรู้อยู่แล้วว่ากู้เหยียนไม่มีทางทำอะไรเหลิ่งหลิงเอ๋อ แต่เธอแค่อยากแกล้งคืนบ้าง
ฮึ! ใครใช้ให้ชอบแกล้งเธอนักล่ะ
"ได้โปรด เชื่อผมเถอะครับ!"
กู้เหยียนถอนหายใจอย่างหมดอาลัยตายอยาก แต่ทันใดนั้น
เขาเหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ร้อง "หือ" เบาๆ แล้วขยับเข้าไปใกล้เหลิ่งชิงชิว
ได้กลิ่นหอมคุ้นเคยลอยมาเตะจมูก ใจเหลิ่งชิงชิวเต้นผิดจังหวะ เธอถามเสียงแข็ง "จะทำอะไร?"
แม้สีหน้าจะเย็นชา แต่น้ำเสียงที่เจือความตื่นตระหนกก็ปิดไม่มิด
ทว่า กู้เหยียนที่ค้นพบเรื่องมหัศจรรย์กลับไม่ทันสังเกต เขาถามอย่างแปลกใจ "ชิงชิว ช่วงนี้ใช้สกินแคร์อะไรเหรอครับ?"
"สกินแคร์? ฉันไม่เคยใช้ของพวกนั้นหรอก"
เหลิ่งชิงชิวนึกว่ากู้เหยียนจะถามเรื่องคอขาดบาดตาย ที่แท้ก็เรื่องแค่นี้
"อ้าว แปลกจัง เมื่อคืนขอบตาคุณยังดำเป็นหมีแพนด้าอยู่เลย ทำไมเช้านี้หายเกลี้ยงแล้วล่ะ?"
"แถมผิวพรรณช่วงนี้ก็ดีขึ้นผิดหูผิดตา รู้สึกดีกว่าตอนเจอกันครั้งแรกซะอีก"
กู้เหยียนเริ่มไม่มั่นใจในการค้นพบของตัวเอง ไม่จริงน่า คนสวยยิ่งอยู่นานยิ่งสวยขึ้นงั้นเหรอ?
ร่างกายแบบไหนกันที่ขอบตาดำหายเองได้ในคืนเดียว?
ได้ยินคำพูดของกู้เหยียน เหลิ่งชิงชิวก็ร้อง "ซวยแล้ว!" ในใจ
เมื่อคืนที่ขอบตาดำ เพราะเธอฝืนฝึกวิชามาร
แต่กู้เหยียนไม่รู้เรื่องนี้
เธอรีบหันหน้าหนี ลุกขึ้นยืน พูดเสียงสั่นเล็กน้อย "มะ... ไม่รู้สิ อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ"
เหลิ่งชิงชิวพยายามหลบหน้ากู้เหยียนสุดฤทธิ์ "ไม่ใช่ว่าต้องไปส่งหลิงเอ๋อไปโรงเรียนเหรอ? รีบไปสิ"
"เอ่อ ผมยังกินไม่อิ่มเลย....."
"กินๆๆ กินเข้าไป ไม่ตายหรอก ฉันจะกลับไปห้องหนังสือแล้ว"
เหลิ่งชิงชิวพูดส่งๆ แล้วคว้าไม้เท้าเดินขึ้นบันไดไปอย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางสายตางุนงงของกู้เหยียน
เอ่อ..... เมื่อก่อนชิงชิวเดินขึ้นบันไดเองได้คล่องขนาดนี้เลยเหรอ?
กู้เหยียนแปลกใจนิดหน่อย อ้อ จริงสิ นี่บ้านเธอนี่นา เดินขึ้นลงเองได้ก็ปกติแหละ
มิน่าล่ะ ชิงชิวถึงชอบบอกว่าเมื่อก่อนเธอเดินเองได้ ที่แท้ก็เรื่องจริง
กู้เหยียนส่ายหน้า สลัดความสงสัยทิ้งไป
แต่ระหว่างกินข้าว ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว
นั่นคือ......
ในนิยายต้นฉบับ ไม่ได้อธิบายว่าเหลิ่งชิงชิวฝึกวิชายังไงจนกลายเป็นยอดปรมาจารย์
ฉากเดียวที่เธอปรากฏตัวคือตอนเหลิ่งหลิงเอ๋อตาย
ตอนนั้น คนอ่านทุกคนก็ยังไม่รู้ว่าเธอจะเป็นบอสตัวร้ายคนสุดท้าย
เหลิ่งหลิงเอ๋อเห็นพี่สาวเดินไปแล้ว ก็วิ่งเหยาะๆ มาหากู้เหยียน
"เฮ้ย! ขยะกู้ เมื่อคืนนายทำอะไรพี่สาวฉัน?"
กู้เหยียนถูกขัดจังหวะความคิด เขาหันไปมอง
เห็นสีหน้ากระวนกระวายของเหลิ่งหลิงเอ๋อ เขาเลยตอบส่งๆ "เรื่องของคนรักกัน เด็กอย่างเธอไม่ต้องรู้หรอกน่า"
สิ้นคำตอบ
ตูม!
สมองเหลิ่งหลิงเอ๋อระเบิด เธอกัดริมฝีปากแน่น มองกู้เหยียนด้วยน้ำตาคลอเบ้า "นาย! พวกนาย...! ทำเรื่องปั๊มลูกกันแล้วจริงๆ เหรอ!! แงงงงง!!"
??
"เฮ้ย! คิดบ้าอะไรของเธอ ยัยเด็กแก่แดด!"
กู้เหยียนพูดไม่ออก เด็กสมัยนี้มันโตเกินวัยไปไหมเนี่ย?
"แล้วทำอะไรกันล่ะ?"
"เฮ้อ ฉันยอมแพ้เธอเลย จริงๆ แล้วเมื่อคืนฉันแค่ต้มน้ำขิง......"
ในขณะนั้น
ที่ห้องหนังสือ
คลิก!
เหลิ่งชิงชิวปิดประตูแล้วยืนพิงบานประตู
เธอกุมหน้าอก หอบหายใจเบาๆ
มือกำแน่น สีหน้าดูเจ็บปวด
ไม่ได้... ฉันต้องระวังตัวให้มากกว่านี้
ถ้ากู้เหยียนรู้ความลับของฉันเข้า.......
เหลิ่งชิงชิวไม่รู้จะทำยังไง 【องค์กรราตรี】 คือความลับสุดยอด แต่กู้เหยียน....
ต้องยอมรับว่าเธอเริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้กู้เหยียนแล้ว แต่อีกฝ่ายเป็นแค่คนธรรมดา
เธอจะดึงเขาเข้ามาเกี่ยวไม่ได้ ขุมกำลังเมื่อห้าปีก่อนมันยิ่งใหญ่และทรงพลังเกินไป
ถ้ากู้เหยียนที่เป็นคนธรรมดาเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาต้องตายแน่ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เธอจะให้เขารู้ความลับของเธอไม่ได้เด็ดขาด
จะให้เขารู้ไม่ได้เด็ดขาด.... ว่าเธอฝึกวิชาอะไร
ถ้ากู้เหยียนรู้ความลับจริงๆ เธอไม่รู้เลยว่าถึงตอนนั้นเธอจะทำยังไงกับกู้เหยียน
และไม่รู้ว่ากู้เหยียนจะมีสีหน้ายังไงเมื่อรู้ความจริง
"ได้โปรด..... อย่าให้เขารู้เลย"
เหลิ่งชิงชิวพึมพำด้วยความเศร้าสร้อย
และสิ่งที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
บนหลังคาคฤหาสน์ตระกูลเหลิ่ง
ร่างของเหมยเสวี่ยปรากฏขึ้น
เธอค่อยๆ ดึงผ้าปิดตาออก เผยให้เห็นดวงตาที่ดำสนิทไร้ตาขาว
เธอมองลงไปที่กู้เหยียนและเหลิ่งหลิงเอ๋อที่กำลังออกจากบ้านไปโรงเรียน
เมื่อสัมผัสไม่ได้ถึงพลังใดๆ จากตัวกู้เหยียน เธอก็พึมพำ "อะไรกัน... ก็แค่คนธรรมดา"
แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่มือเธอกำผ้าปิดตาแน่น มองกู้เหยียนด้วยสายตาว่างเปล่า
แต่... ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงทำให้ท่านประมุขเป็นทุกข์ได้ขนาดนี้?
แม้แต่ฉัน......
เหมยเสวี่ยกุมหน้าอก สีหน้าเศร้าหมอง
แม้แต่ฉันยังสัมผัสได้ถึงความโศกเศร้าในใจท่านประมุข
แค่เพราะผู้ชายคนนี้เหรอ? กลัวว่าเขาจะรู้ความลับของเรา?
เหมยเสวี่ยรู้สึกหงุดหงิดในใจ
ทำไมท่านประมุขต้องแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ และทำไมต้องสั่งให้เธอคอยสืบและกำจัดศัตรูให้ผู้ชายคนนี้ลับหลังด้วย?
ผู้ชายคนนี้... มีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่?
คิดได้ดังนั้น เหมยเสวี่ยสวมผ้าปิดตากลับคืน ร่างกายค่อยๆ เลือนหายไปในเงามืด
ไม่ว่ายังไง ถ้าฉันรู้ว่าผู้ชายคนนี้คิดทรยศหรือหลอกลวงท่านประมุข
เมื่อนั้น... ฉันจะกำจัดเขาด้วยตัวเอง ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
......
.......
โรงเรียนมัธยมเจียงไห่
"ไปแล้วนะพี่เขย!"
"ตั้งใจเรียนล่ะ"
กู้เหยียนมองเหลิ่งหลิงเอ๋อที่แกล้งเรียกเขาว่า "พี่เขย" เสียงหวานเพราะอยู่ต่อหน้าเพื่อนๆ อย่างอ่อนใจ
ยัยเด็กนี่ เฮ้อ ทำอะไรไม่ได้จริงๆ
กู้เหยียนส่ายหน้า เลื่อนกระจกขึ้น
สีหน้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม "ลุงเกา ไปโรงพยาบาลเจียงไห่"
"ครับ นายน้อย"
ลุงเกาพยักหน้า ตามที่กู้เหยียนบอก เสี่ยวหลินออกไปหางานทำตั้งแต่เช้าจริงๆ
และเขาก็เห็นประกาศรับสมัคร รปภ. ของบริษัทเสิ่นหว่านเอ๋อ
แม้บริษัทจะจ่อล้มละลาย แต่พลังแห่งการแก้ไขของโลกก็ยังนำพาเสี่ยวหลินไปทำงานเป็น รปภ. ที่บริษัทเสิ่นหว่านเอ๋อจนได้
รถแล่นไปได้สักพัก
ลุงเกาก็เอ่ยขึ้นเบาๆ "นายน้อยครับ... มีคนตามเรามา"
"และ... เป็นยอดฝีมือด้วยครับ"
ในฐานะปรมาจารย์ หนึ่งในไม่กี่ยอดฝีมือของโลกนี้ ลุงเกาย่อมสัมผัสได้ถึงพลังปราณแผ่วเบา
ต่อให้อีกฝ่ายจะซ่อนตัวเก่งแค่ไหน ลุงเกาก็ยังจับได้
กู้เหยียนฟังแล้วพยักหน้าเรียบๆ "อืม ผมรู้แล้ว ไม่ต้องสนใจเธอ"
ลุงเกาชะงักไปเล็กน้อย
เขามองสีกู้เหยียนผ่านกระจกมองหลัง
แล้วถอนสายตากลับด้วยความประหลาดใจ
นายน้อย... สัมผัสได้ด้วยเหรอ?
ขนาดเขาเองยังจับสัมผัสได้แค่ลางๆ แต่นายน้อยกลับบอกว่ารู้แล้ว?
นายน้อย... ไม่ใช่คนธรรมดาเหรอเนี่ย??
ลุงเการู้สึกเหมือนตัวเองเป็นบอดี้การ์ดที่ไร้ประโยชน์ นายน้อยไปเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
ทางด้านกู้เหยียน เขาจับสัมผัสพลังนี้ได้ตั้งแต่อยู่ที่บ้านตระกูลเหลิ่งแล้ว
เป็นพลังเย็นเยียบแต่คุ้นเคย
อาจเป็นเพราะเขาฝึกวิชารักบริสุทธิ์ระดับจักรวาล
เลยทำให้ไม่เพียงแค่ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น แต่ประสาทสัมผัสก็เฉียบคมขึ้นด้วย
แน่นอน อีกฝ่ายไม่ใช่ศัตรู
แค่เอาข้อมูลจากนิยายต้นฉบับมาประมวลผล
กู้เหยียนก็เดาตัวตนของอีกฝ่ายได้
น่าจะเป็นเหมยเสวี่ย ลูกน้องของเหลิ่งชิงชิว
เธอเป็นสมาชิกขององค์กรยุทธภพโบราณ 【องค์กรราตรี】
อีกฝ่ายไปมาไร้ร่องรอย ฝีมือร้ายกาจ และวิชาที่ถนัดคือการแฝงตัวในเงามืด
ในนิยายต้นฉบับ เธอเป็นมือขวาของเหลิ่งชิงชิวมาตลอด แต่จุดจบของเธอก็น่าเศร้ามาก
เริ่มจากน้องชายที่เธอตามหามาตลอดถูกฆ่าตาย
จากนั้น พระเอกเสี่ยวหลินก็หาวิธีแก้ทางวิชาเงาของเธอได้ แล้วสังหารเธอ
แต่สิ่งที่กู้เหยียนคาดไม่ถึงคือ อีกฝ่ายมาอยู่ข้างกายเหลิ่งชิงชิวแล้ว
ในนิยายบอกไว้ว่า เมื่อกริชปรากฏ โลกจะมืดมน
สมาชิกองค์กรราตรีทุกคนยอมรับเพียงเจ้าของกริชเท่านั้น
ยอมรับเพียงเจ้าของกริช... ราตรี?
เอ๊ะ เดี๋ยวนะ
กู้เหยียนชะงักความคิด
เขานึกถึงสภาพของเหลิ่งชิงชิวช่วงนี้
ขอบตาดำ, ราตรี, กริช, เหมยเสวี่ย
ซี๊ด!
ไม่จริงน่า!? ไม่จริงน่า?!
กู้เหยียนสูดหายใจลึก
นิยายต้นฉบับไม่ได้บอกว่าเหลิ่งชิงชิวฝึกวิชายังไง
กู้เหยียนเลยเข้าใจมาตลอดว่าเหลิ่งชิงชิวในตอนนี้ยังอ่อนแออยู่
แต่......
ดูจากสถานการณ์แล้ว
เหลิ่งชิงชิวได้รับสืบทอดองค์กร 【ราตรี】 แล้วเหรอ?!
งั้นเธอก็เริ่มฝึกวิชาแล้วสิ?!
กู้เหยียนบางอ้อทันที
นึกถึงท่าทีหลบๆ ซ่อนๆ ของเหลิ่งชิงชิว
เขาอดขำไม่ได้
หึๆ เป็นอย่างนี้นี่เอง
แววตาของกู้เหยียนอ่อนโยนลง
แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่ไม่รู้ทำไม
เขาพอจะเดาความคิดของเหลิ่งชิงชิวออก
อีกฝ่ายคงไม่อยากดึงเขาเข้าไปพัวพันกับเรื่องแก้แค้น
เธออยากจะตามหาตัวการและกำจัดมันด้วยตัวเองอย่างเงียบๆ
"ยัยโง่เอ๊ย"
กู้เหยียนหัวเราะเบาๆ หลับตาลง
งั้น... ฉันคงต้องเร่งมือบ้างแล้ว
เพื่อเราสองคนจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข