เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 เหลิ่งชิงชิวผู้แสนอับอาย

บทที่ 27 เหลิ่งชิงชิวผู้แสนอับอาย

บทที่ 27 เหลิ่งชิงชิวผู้แสนอับอาย


กลางดึก

ซ่า ซ่า ซ่า~~~

กู้เหยียนสะดุ้งตื่นเพราะเสียงบางอย่างแผ่วๆ

เขาลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย

"เสียงอะไรน่ะ?"

กู้เหยียนลุกจากเตียง รู้สึกปวดหัวนิดหน่อย

เสียงเหมือนคนกำลังพลิกหน้าหนังสือ

เอ่อ... เดี๋ยวนะ?

พอกู้เหยียนคิดได้ ความง่วงก็หายเป็นปลิดทิ้ง ตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

ไม่จริงน่า?

หรือว่าจะเป็นชิงชิวของพวกเรา?

กู้เหยียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

ตี 2:10 น.

ไม่จริงน่า ดึกป่านนี้แล้ว เธอยังไม่นอนอีกเหรอ?

คิดได้ดังนั้น กู้เหยียนย่องไปเปิดประตูห้องนอน และก็เป็นอย่างที่คิด

ทันทีที่เปิดประตู เขาเห็นแสงไฟสลัวลอดออกมาจากช่องใต้ประตูห้องหนังสือด้านหน้า

เฮ้อ...

กู้เหยียนถอนหายใจเบาๆ ชิงชิวหักโหมเกินไปแล้วจริงๆ

แม้จะรู้ว่าเธอไม่อยากหยุดพักแม้แต่วินาทีเดียวเพราะความแค้น

แต่... ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ร่างกายเธอคงพังก่อนแก้แค้นสำเร็จแน่

อีกอย่าง กู้เหยียนก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะช่วยเหลิ่งชิงชิวสืบหาความจริงในอดีตด้วย

แม้ในนิยายต้นฉบับจะไม่ได้เขียนถึงเรื่องนี้มากนักก็ตาม

เพื่อไม่ให้ภรรยาผู้น่ารักของเขาต้องล้มป่วยไปก่อน กู้เหยียนจึงย่องลงไปข้างล่างอย่างเงียบเชียบ

สิบกว่านาทีต่อมา

ภายในห้องหนังสือ

บนโต๊ะของเหลิ่งชิงชิว มีตำราเล่มหนึ่งวางอยู่ ซึ่งแผ่ไอสีดำออกมาจางๆ

เธอลืมตาโพลง เผยให้เห็นดวงตาที่มีอักขระพิเศษประทับอยู่

เหลิ่งชิงชิวดูเหมือนจะมองเห็นเนื้อหาในตำราได้

นิ้วมือเธอพลิกหน้าหนังสือไปมา และไอสีดำจากหนังสือก็ลอยเข้าสู่ดวงตาของเหลิ่งชิงชิว

วูบ! วูบ!

ทันใดนั้น หนังสือก็สั่นไหวเล็กน้อย

สีหน้าเหลิ่งชิงชิวเปลี่ยนไป เธอรีบหลับตา แล้วเปลี่ยนหนังสือบนโต๊ะเป็นหนังสือปกติอย่างรวดเร็ว

ฟรึ่บ!

ตำราเล่มนั้นหายวับไปทันที

ทันใดนั้น

แอ๊ด~

ประตูห้องหนังสือถูกผลักเปิดเบาๆ

กู้เหยียนพิงกรอบประตูแล้วเดินเข้ามา "ชิงชิว ทำไมยังไม่นอนครับ?"

น้ำเสียงอ่อนใจของเขาดังเข้าหูเหลิ่งชิงชิว

ได้ยินเสียงนั้น หัวใจที่เต้นรัวของเหลิ่งชิงชิวก็ค่อยๆ สงบลง เธอพูดเรียบๆ "ก็ไม่อยากนอน"

"พูดเป็นเล่น ผมดูปราดเดียวก็รู้แล้วว่าคุณเหนื่อยมาก"

"ดูขอบตาดำๆ นั่นสิ เหมือนหมีแพนด้าแล้วเนี่ย"

กู้เหยียนวางของที่เตรียมมาไว้บนโต๊ะ

แล้วมองเหลิ่งชิงชิวที่มีขอบตาคล้ำด้วยสายตาเป็นห่วง

ได้ยินแบบนั้น

เหลิ่งชิงชิวเงียบไปครู่หนึ่ง จะให้บอกได้ไงว่าเมื่อกี้เพิ่งฝึกวิชามารอยู่?

แต่ถึงบอกไป กู้เหยียนก็คงไม่เชื่อ เพราะเขาเป็นแค่คนธรรมดา ไม่เข้าใจโลกของผู้ฝึกยุทธหรอก

"แล้วคุณล่ะ ก็ยังไม่นอนเหมือนกันนี่"

"แล้ว... นั่นทำอะไรมา?"

เหลิ่งชิงชิวได้กลิ่นหอมหวานลอยมาแตะจมูก เลยถามด้วยความสงสัย

กู้เหยียนลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ เหลิ่งชิงชิวอย่างสบายอารมณ์

แล้วหยิบชามบนโต๊ะขึ้นมา ตักขึ้นมาช้อนหนึ่งแล้วยิ้ม "ผมทำน้ำขิงใส่น้ำตาลทรายแดงมาให้ครับ"

"ช่วงนี้อากาศเย็นลงฮวบฮาบ แถมตอนเช้ามืดหยินชี่ (พลังงานความเย็น) ก็แรง เดี๋ยวคุณจะเป็นหวัดเอานะ ชิงชิว"

"มาครับ ผมป้อน"

ได้ยินแบบนั้น

เหลิ่งชิงชิวแอบขำในใจ

ตั้งแต่เธอเริ่มฝึกวิชามาร ร่างกายเธอก็ไม่กลัวความหนาวเย็นอีกต่อไป

หรือจะพูดให้ถูกคือ อุณหภูมิร่างกายของเหลิ่งชิงชิวเปลี่ยนไปจากคนปกติเพราะการฝึกวิชานี้แล้ว

คิดได้ดังนั้น เหลิ่งชิงชิวแกล้งทำเป็นไม่สนใจแล้วส่ายหน้า "ไม่เอา ฉันไม่หนาว"

กู้เหยียนได้ยินก็วางช้อนลงแล้วคว้ามือเล็กๆ ของเหลิ่งชิงชิวมากุม สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของฝ่ามือ เขายิ่งรู้สึกสงสาร "พูดอะไรของคุณ มือเย็นเฉียบขนาดนี้ยังบอกไม่หนาวอีกเหรอ?"

พูดจบ กู้เหยียนก็รีบถอดเสื้อคลุมของตัวเองมาคลุมให้เหลิ่งชิงชิว

เหลิ่งชิงชิวแกล้งขัดขืนพอเป็นพิธี แต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

เธอรู้สึกอบอุ่นในใจ

นึกไม่ถึงว่ากู้เหยียนจะอุตส่าห์ต้มน้ำขิงมาให้เธอโดยเฉพาะ

ดึกป่านนี้แล้ว เขาเองก็คงง่วงมากเหมือนกัน

พอนึกถึงตรงนี้ ความรู้สึกบางอย่างก็ก่อตัวขึ้นในใจเหลิ่งชิงชิว เธอพูดว่า "คุณรีบไปนอนเถอะ บอกแล้วไงว่าฉันไม่หนาว"

"ไม่เอาครับ ไม่เอา ผมจะนั่งป้อนคุณจนหมดถ้วยแล้วค่อยไป"

"ผู้หญิงเป็นหวัดมันไม่ดีต่อร่างกายนะ"

"มื้อเย็นคุณก็กินไปนิดเดียวเอง"

กู้เหยียนส่ายหน้า แล้วนั่งลงตักน้ำขิงช้อนหนึ่งมาจ่อที่ปากเหลิ่งชิงชิว

ถ้าเหลิ่งชิงชิวมองเห็น เธอคงกลอกตาใส่เขาไปแล้ว เธอแค่นเสียงเบาๆ "ถ้าฉันบอกว่าไม่อร่อย คุณต้องรีบยกออกไปแล้วกลับไปนอนนะ"

กู้เหยียนหน้าบานทันที ค่อยๆ ป้อนเหลิ่งชิงชิว "ได้เลยครับ สัญญา"

เห็นเหลิ่งชิงชิวขมวดคิ้วเหมือนกำลังชิมรส กู้เหยียนถามอย่างคาดหวัง "อร่อยไหมครับ?"

"......อืม....... หวานไป ไฟแรงไป รสชาติงั้นๆ"

เหลิ่งชิงชิวตอบหน้านิ่ง

??? เป็นไปได้ไง?! ฉันมีสกิลทำอาหารระดับเทพเจ้านะเว้ย!

【เป้าหมายรักบริสุทธิ์รู้สึกมีความสุขและคิดว่าอร่อยมาก คะแนน +1】

กู้เหยียนชะงักไปนิดหนึ่ง อ๋อ เข้าใจละ

จะเล่นเกมปากแข็งกับผมอีกแล้วสินะ?

ได้ ได้ ได้

กู้เหยียนมองเหลิ่งชิงชิว สลับกับช้อนในมือ

แล้วเขาก็นึกวิธีแกล้งสนุกๆ ออก

ทางด้านเหลิ่งชิงชิว เห็นกู้เหยียนเงียบไป ก็คิดว่าเขาคงอึ้งไปแล้ว

เธออดขำในใจไม่ได้ หึ สมน้ำหน้า ใครใช้ให้คุณบอกว่ากับข้าวฝีมือฉันไม่อร่อยล่ะ?

เอาล่ะ ได้เวลาบอกความจริงแล้วว่าล้อเล่น

ผลปรากฏว่า เหลิ่งชิงชิวเพิ่งอ้าปาก "กู้..."

"?? หา?? เป็นไปได้ไง? ขอผมชิมจากช้อนนี้หน่อยสิ!!!"

กู้เหยียนตะโกนเสียงดังเวอร์วัง

คราวนี้ถึงตาเหลิ่งชิงชิวอึ้งบ้าง

เดี๋ยวนะ เขาพูดว่าอะไรนะ? ชิมจากช้อน??

"เดี๋ยว! เดี๋ยวสิ!"

เหลิ่งชิงชิวรีบลุกขึ้น เอื้อมมือไปคว้าเพื่อหยุดกู้เหยียน

หน้าเธอแดงแปร๊ดทันที ช้อนนั่น! เธอเพิ่งใช้ไปนะ!

แต่ทว่า เธอคว้าไม่โดนใครเลย

เสียงซดน้ำแกงดังมาจากด้านหลังแทน

"ซู้ดดด ซู้ดดด~~"

"หวานนุ่มละมุนลิ้น แถมมีความหวานปริศนาติดอยู่ที่ช้อนด้วย เข้ากันกับน้ำขิงของผมสุดๆ ไปเลย!!!"

"ชิงชิว บอกผมมาซิ น้ำขิงอร่อยขนาดนี้ คุณบอกว่าไม่อร่อยได้ยังไง???"

กู้เหยียนวางช้อนลง ทำหน้าฟินสุดขีด แล้วมองเหลิ่งชิงชิวที่หันขวับมาด้วยสีหน้าอึ้งกิมกี่

"คุณ... คุณใช้ช้อนที่ฉันกินไปแล้วจริงๆ เหรอ?"

สีหน้าเหลิ่งชิงชิวดูไม่จืด น้ำเสียงเหมือนพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างขณะถาม

ได้ยินคำถาม กู้เหยียนมองช้อนที่เลียจนสะอาดวับ แล้วยิ้มให้เหลิ่งชิงชิว "ใช่ครับ แถมเลียจนสะอาดเอี่ยมเลยด้วย! ขอบคุณสำหรับอาหารครับ!"

กรี๊ดดดด!!!

หัวใจเหลิ่งชิงชิวสั่นไหวด้วยความเขินอายสุดขีด นึกไม่ถึงว่าจะมีคนโรคจิตขนาดนี้อยู่ในโลก!

"คุณ! คุณ!!!"

เหลิ่งชิงชิวสูดหายใจลึก คว้าไม้เท้าข้างตัวมา แล้วฟาดใส่กู้เหยียนด้วยใบหน้าแดงก่ำเพราะความอายปนโมโห "ไอ้โรคจิตชอบกินน้ำลายคนอื่น!"

"ไอ้ลามก ตายซะ! ตายซะ! ตายซะ!"

เหลิ่งชิงชิวไม่เคยฝันมาก่อนว่าจะเจอเรื่องแบบนี้

ทำลายความเยือกเย็นที่สั่งสมมานานปีของเธอจนพังทลาย

กู้เหยียนตาค้าง "เฮ้ย! เดี๋ยว!!! ชิงชิว เอาจริงดิ!"

ผัวะ! ผัวะ!

"อย่ามาพูดมาก! ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคนโรคจิตอย่างคุณแล้ว!!! ตายซะ ตายซะ!"

"อ๊าก! เมียจ๋าฆ่าผัว!"

"คุณ! ใครผัวคุณ! หยุดตะโกนเดี๋ยวนี้นะ! เดี๋ยวหลิงเอ๋อตื่น!!!"

ในขณะนั้น

ที่ห้องนอนอีกห้อง

เหลิ่งหลิงเอ๋อในชุดนอน จ้องเพดานตาค้าง ขอบตาดำคล้ำ

ฟังบทสนทนาของพี่สาวกับกู้เหยียนแล้วอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา

ไม่ทันแล้วพี่ หนูตื่นไปแล้ว

พวกพี่เล่นอะไรกันดึกดื่นป่านนี้เนี่ย?

จบบทที่ บทที่ 27 เหลิ่งชิงชิวผู้แสนอับอาย

คัดลอกลิงก์แล้ว