เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 หนึ่งในฆาตกร เหลิ่งชิงชิวผู้เปี่ยมด้วยจิตสังหาร

บทที่ 18 หนึ่งในฆาตกร เหลิ่งชิงชิวผู้เปี่ยมด้วยจิตสังหาร

บทที่ 18 หนึ่งในฆาตกร เหลิ่งชิงชิวผู้เปี่ยมด้วยจิตสังหาร


ภายในห้องหนังสือตระกูลเหลิ่ง

สถานที่ที่ควรจะมีเพียงเหลิ่งชิงชิว บัดนี้กลับมีหญิงสาวผ้าปิดตานั่งคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่

หญิงสาวผ้าปิดตาสวมชุดคลุมสีแดงเพลิง เส้นผมยาวสยายดุจน้ำตกทิ้งตัวลงถึงเอว

ผิวขาวดุจหิมะ รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น แผ่กลิ่นอายไม่ธรรมดา

"ท่านประมุข จากการตรวจสอบ พบตัวการคนหนึ่งแล้วค่ะ"

หญิงสาวผ้าปิดตากล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพ

ได้ยินเช่นนั้น เหลิ่งชิงชิวก็หยุดชะงัก แววตาเย็นเยียบวาบผ่านคิ้วงาม

เธอเงยหน้าขึ้นทันควัน ลุกขึ้นยืน จิตสังหารอันร้อนรุ่มปรากฏขึ้นในใจ

หนังสือในมือถูกกระแทกปิดเสียงดังปึก

เธอมองหญิงสาวผ้าปิดตา น้ำเสียงเจือจิตสังหารลึกล้ำ "บอกมา มันเป็นใคร?"

หัวใจของเหลิ่งชิงชิวเต็มไปด้วยความแค้นและความร้อนใจ

ห้าปีแล้ว... ในที่สุดความจริงของโศกนาฏกรรมฆ่าล้างตระกูลก็มีความคืบหน้าเสียที

แม้จะเป็นเพียงหนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิด แต่ก็แปลว่าเธอเข้าใกล้ตัวการที่แท้จริงไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว!

หญิงสาวผ้าปิดตาก้มหน้าลงต่ำ ตอบทันทีว่า "เขาเป็นสมาชิกขององค์กรที่ชื่อว่า 'ยมทูต' นามว่า หลินเฟิง ค่ะ"

"หลินเฟิงเป็นใคร? แล้ว 'ยมทูต' เป็นขุมกำลังแบบไหน?"

เหลิ่งชิงชิวสูดหายใจลึก พยายามสงบสติอารมณ์

หญิงสาวผ้าปิดตารู้ถึงความสำคัญของเรื่องนี้ดี จึงได้สืบทุกอย่างมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน "เรียนท่านประมุข ตอนที่เราตรวจสอบหลินเฟิง เขาได้สร้างครอบครัวแล้ว และปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานเล็กๆ ในบริษัทว่านหลี่กรุ๊ปแห่งเมืองเจียงไห่"

"ส่วน 'ยมทูต' เป็นองค์กรนักฆ่าที่มีชื่อเสียงในโลกยุทธภพต่างแดน"

"สมาชิกล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ ฝีมือร้ายกาจ จากข้อมูลที่เราได้มา พวกมันหากินหลักๆ ด้วยการรับงานสังหารผ่านเว็บมืด"

พอได้ยินดังนั้น

"ดี ดี ดี!!!"

เหลิ่งชิงชิวผลักโต๊ะออก ผ้าคลุมไหล่ปลิวไสวรอบกายดุจภูตพรายในความมืด

เธอสาวเท้าเร็วๆ ไปที่หน้าต่าง แล้วกระชาก!

ผ้าม่านถูกเปิดออกดังแคว่ก ลมหนาวจากภายนอกพัดกรูเข้ามา แช่แข็งอากาศในห้องหนังสือให้เย็นยะเยือกในพริบตา

เหลิ่งชิงชิวสูดอากาศเย็นเข้าปอด บังคับหัวใจที่เต็มไปด้วยไฟแค้นให้ค่อยๆ เย็นลง

ฮ่าๆๆๆ ยมทูต

ยมทูตบ้าบออะไรกัน

องค์กรนักฆ่า

หลินเฟิง.....

เหลิ่งชิงชิวกำผ้าม่านแน่น นึกไม่ถึงจริงๆ นึกไม่ถึงเลย

แกมีส่วนร่วมในการสังหารหมู่ เกือบจะล้างบางตระกูลเหลิ่งของฉัน

แล้วตอนนี้แกกลับถอนตัวออกจากองค์กรอย่างสบายใจ กลับมาที่หัวเซี่ย แต่งงานมีลูก ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา?

แก... แกยังกล้ามีหน้ามาใช้ชีวิตแบบนี้ได้ยังไง?!

แกพรากชีวิตคนอื่นไป แต่ตัวเองกลับใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี?!

"เหมยเสวี่ย"

น้ำเสียงของเหลิ่งชิงชิวต่ำและเต็มไปด้วยจิตสังหาร "ไปเอาตัวหลินเฟิงมา รีดข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากมันให้หมด ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม"

"จะขู่ฆ่าล้างครัวมัน หรือขู่ฆ่าเพื่อนมัน"

"ฉันต้องการ... ข้อมูลทั้งหมดที่มันรู้!"

น้ำเสียงของเหลิ่งชิงชิวเย็นชาจนน่าขนลุก แรงกดดันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วห้อง

เหมยเสวี่ยกลืนน้ำลาย เหงื่อเย็นไหลซึมเต็มหน้า เธอรีบก้มหน้าตอบรับ "รับทราบค่ะ!"

สิ้นเสียง

บุ๋ง!

เงาดำเริ่มผุดขึ้นจากใต้เท้าของเธอ แล้วเหมยเสวี่ยก็ค่อยๆ จมหายไปในเงา

หนึ่งวินาที สองวินาที สามวินาที

ในที่สุดเหลิ่งชิงชิวก็ค่อยๆ ได้สติจากภวังค์แห่งการฆ่าฟัน

เธอปล่อยมือจากผ้าม่าน สูดหายใจลึก

จิตใจค่อยๆ สงบลงและเต็มไปด้วยความเศร้าโศก

หึๆ นึกไม่ถึงจริงๆ

คนร้ายในตอนนั้น กลับใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย

พ่อ แม่ ปู่ ย่า

ชิงชิวขอสาบาน หนูจะตามหาความจริงและล้างแค้นให้ทุกคนให้ได้!

ด้วย... กริชเล่มนี้ที่ใช้ควักลูกตาของหนูในวันนั้น

เหลิ่งชิงชิวคิดในใจ

วูบ!

กริชเล่มหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือของเธอ

ใบกริชดำมืดดุจท้องฟ้ายามราตรี ประกายดำมะเมื่อมแผ่รังสีความเย็นยะเยือกที่ชวนให้หวาดผวา

บนตัวกริชยังมีอักขระโบราณที่ดูลึกลับและเข้าใจยากสลักอยู่มากมาย

นี่คือกริชที่เหลิ่งชิงชิวใช้ทำลายดวงตาของตัวเองในวันนั้น

ทว่า ในวินาทีที่คมกริชกรีดลงไป

ความทรงจำสายหนึ่งก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเหลิ่งชิงชิว

【องค์กรราตรี】

นี่คือชื่อของกริชเล่มนี้ และเป็นชื่อของตำราโบราณเล่มหนึ่งด้วย

ตำราโบราณเล่มนั้นฝังอยู่ในหัวของเหลิ่งชิงชิว ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมความจำ แต่ยังเพิ่มความสามารถในการเข้าใจสิ่งต่างๆ ให้เธออย่างมหาศาล

ยิ่งไปกว่านั้น มันยังทำให้เธอรู้ว่า ในโลกนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่า 【โลกยุทธภพ】 ดำรงอยู่จริง

คิดถึงตรงนี้ เหลิ่งชิงชิวค่อยๆ ยกมือขึ้นสัมผัสดวงตา

เธอลืมตาขึ้นเล็กน้อย และต่างจากภาพจำของคนตาบอดทั่วไป

ในม่านตาของเหลิ่งชิงชิว กลับมีอักขระประหลาดสองตัวประทับอยู่!

ราวกับว่าการมองเห็นของเหลิ่งชิงชิวถูกผนึกไว้อย่างจงใจ

ตามความทรงจำในหัวของเหลิ่งชิงชิว ความสามารถของตำราโบราณเล่มนี้ช่างแปลกประหลาด

ดูดซับราตรี เข้าใจราตรี กลายเป็นราตรี

มีเพียงต้องอดทนอยู่ในความมืดมิดให้ครบห้าปีเต็ม เธอถึงจะกลายเป็นผู้ไร้เทียมทานในวินาทีที่การมองเห็นกลับคืนมา

"ห้าปีสินะ..."

เหลิ่งชิงชิวพึมพำกับตัวเอง เธอหลับตาลง ตามตำรา เธอแค่ต้องอดทนอยู่ในความมืดอีกห้าปี

เมื่อถึงตอนนั้น วินาทีที่ตาเธอกลับมามองเห็น เธอจะทลายขีดจำกัดของมนุษย์และกลายเป็นตัวตนที่ไร้เทียมทาน

ก่อนหน้านั้น เธอจะเป็นได้แค่คนธรรมดา

แต่โชคดี ที่ความทรงจำในหัวช่วยเหลือเธอได้มาก

แถมยังทำให้เธอได้รับสืบทอดขุมกำลังที่ชื่อว่า 【องค์กรราตรี】

ขุมกำลังนี้ไม่ขึ้นกับบุคคล ขึ้นอยู่กับกริชเท่านั้น

ใครถือครองกริช ผู้นั้นคือนายเหนือหัว

หลายปีมานี้ เหลิ่งชิงชิวก็อาศัย 【องค์กรราตรี】 รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาทีละเล็กทีละน้อย

"ฟู่ว"

เหลิ่งชิงชิวเก็บกริชแล้วพ่นลมหายใจ ข่าวจากเหมยเสวี่ยเมื่อกี้มันกะทันหันจนน่าตื่นเต้นไปหน่อย

เหลิ่งชิงชิว เอ๋ย เหลิ่งชิงชิว ต่อไปเธอต้องเจอกับศัตรูอีกมาก

ต้องนิ่งกว่านี้ ต้องนิ่งกว่านี้

คิดได้ดังนั้น

เหลิ่งชิงชิวควานหาไม้เท้า ถ้ากะเวลาไม่ผิด ตอนนี้น่านะเที่ยงแล้ว

หลิงเอ๋อไม่อยู่ งั้นทำอะไรกินง่ายๆ แล้วกัน

และในตอนนั้นเอง

เธอควานหาไม้เท้าไม่เจอ แต่กลับถูกมือที่แข็งแกร่งและอบอุ่นกุมมือเธอไว้แทน

จากนั้น เสียงที่ทำให้เหลิ่งชิงชิวสะดุ้งก็ดังขึ้น "ชิงชิว คิดอะไรอยู่ครับ?"

"ทำไมมายืนเหม่ออยู่ริมหน้าต่างแบบนี้?"

กู้เหยียนกุมมือเหลิ่งชิงชิวด้วยความสงสัย

ตอนที่เขาเดินเข้ามาเมื่อกี้ เห็นเหลิ่งชิงชิวยืนนิ่งอยู่ที่หน้าต่าง เขาเหลือบมองไป

ผ้าม่านถูกเปิดอ้า ลมหนาวพัดเข้ามาไม่ขาดสาย

"ซี๊ด หนาวชะมัด ชิงชิว มือคุณเย็นเฉียบเลย"

กู้เหยียนพูดพลางเดินไปปิดหน้าต่าง

ส่วนเหลิ่งชิงชิวได้แต่ยืนเงียบ

กู้เหยียน... มาตั้งแต่เมื่อไหร่?

เขาได้ยินอะไร หรือเห็นอะไรบ้างไหม?

เหลิ่งชิงชิวเริ่มสับสน กริชเล่มนั้นคือความลับสุดยอด และเป็นไพ่ตายในการตามหาตัวการ

เธอไม่กล้าเสี่ยงเดาว่ากู้เหยียนเห็นกริชแล้วแกล้งทำเป็นไม่เห็นรึเปล่า

และไม่กล้าเสี่ยงเดาว่าตระกูลกู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องในอดีตหรือไม่

ถ้า... ถ้ากู้เหยียน...

จังหวะการหายใจของเหลิ่งชิงชิวเปลี่ยนไปเล็กน้อย จิตใจตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

แม้ตอนนี้เธอจะเป็นแค่คนธรรมดา แต่อานุภาพของกริชนั้นมหาศาล

แค่ชั่วพริบตาเดียว เธอก็สามารถ...

"ชิงชิว คิดอะไรอยู่ครับ?"

กู้เหยียนเอาหลังมือแตะหน้าผากเหลิ่งชิงชิวอย่างแปลกใจ เพื่อวัดไข้ "ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา"

ระยะประชิดขนาดนี้ เธอมั่นใจว่าปลิดชีพเขาได้ในดาบเดียว...

แล้วค่อยให้เหมยเสวี่ยมาจัดการศพ...

ฉัน... ฉันต้องทำ... ฉันต้องกำจัดความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ให้หมด...

เหลิ่งชิงชิวค่อยๆ ยกมือขึ้น

กู้เหยียนเห็นเข้า ก็พยักหน้าแล้วยิ้มอ่อนโยน "เป็นห่วงหลิงเอ๋อเหรอครับ? ไม่ต้องห่วงนะ น้องปลอดภัยดี"

"ผมไปส่งถึงโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว"

ใช่แล้ว ไม่ใช่แค่ส่งถึงโรงเรียน แต่พล็อตเรื่องร้ายๆ ในอนาคตก็ถูกเขาแก้ไขล่วงหน้าเรียบร้อย

คุณนี่มันผู้มีพระคุณจริงๆ นะ กู้เหยียน

"อ้อ จริงสิ ชิงชิว หิวรึยัง? เที่ยงนี้อยากกินอะไรครับ?"

เสียงพูดเจื้อยแจ้วของกู้เหยียนดังเข้าหูเหลิ่งชิงชิว

ไม่รู้ทำไม

ทำไม... ทำไมฉันถึงลงมือไม่ลง...

บ้าจริง... บ้าจริง...

ถึงจุดนี้

เธอยอมแพ้

เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย ลดมือลง

อารมณ์เริ่มแปรปรวน

กู้เหยียนสังเกตเห็นความผิดปกติในที่สุด เริ่มลนลาน

เฮ้ย ซวยละ อย่าบอกนะว่าฉันทำอะไรผิด?

เป้าหมายรักบริสุทธิ์ของฉันเป็นอะไรไป?

"คุณ... คุณรู้ตัวไหมว่าคุณน่ารำคาญแค่ไหน?"

เหลิ่งชิงชิวเงยหน้าขึ้น พูดเสียงเรียบ สีหน้าไร้อารมณ์

ได้ยินแบบนั้น

กู้เหยียนก็ขำ เขาคว้ามือเหลิ่งชิงชิวมาถูไถ "พูดอะไรแบบนั้น ชิงชิว คุณน่ารักและสวยขนาดนี้ ผมอยากจะตัวติดกับคุณกวนใจคุณทุกวันเลย"

"จะบอกให้นะ ขนาดพ่อแท้ๆ ผมยังไม่ไปกวนใจขนาดนี้เลย มีแค่คุณคนเดียว"

"ทั้งโลกนี้มีแค่คุณคนเดียวนะที่ได้รับสิทธิพิเศษนี้ แอบดีใจอยู่ล่ะสิ!"

【สัมผัสเป้าหมายรักบริสุทธิ์ คะแนน +1】

【เป้าหมายรักบริสุทธิ์อารมณ์ดีขึ้น คะแนน +3】

ได้ยินคำพูดของกู้เหยียน เหลิ่งชิงชิวแอบขำในใจ ไอ้บ้าเอ๊ย ไม่รู้ตัวรึไงว่าวันๆ คุยกับพ่อแทบจะไม่ถึงสามประโยค?

แถมยังเกือบจะตัดพ่อตัดลูกเพราะเสิ่นหว่านเอ๋ออีก

แต่ภายนอก เหลิ่งชิงชิวแค่ทำเสียงฮึเบาๆ เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย "ใครสนคุณกันยะ"

"ไม่สนก็ไม่สน แค่ผมสนคุณก็พอแล้ว ชิงชิว"

"เหอะๆ ปากหวานก้นเปรี้ยว"

"โห? ชิงชิว รู้ได้ไงว่าสามีปากหวานก้นเปรี้ยว? หรืออยากจะลองชิมดูสักหน่อยไหมครับ...?"

"? ไปตายซะ!"

เห็นเหลิ่งชิงชิวขมวดคิ้ว กู้เหยียนก็หัวเราะร่า ยิ่งรู้สึกคึกคักเข้าไปใหญ่

ฉิบหาย อย่าบอกนะว่ารสนิยมแปลกๆ ของฉันกำลังตื่น? เขาหัวเราะ "ไม่แกล้งแล้วๆ เที่ยงนี้กินอะไรดี? ไม่ได้โม้นะ ผมทำเป็นทุกอย่าง"

เหลิ่งชิงชิวได้ยินก็เริ่มหิวเหมือนกัน แต่ไม่อยากเสียฟอร์ม เลยพูดว่า "ไม่อยากกิน กะว่าจะหาอะไรกินง่ายๆ รองท้อง คุณนายน้อยกู้ ไม่ต้องมาทำตัวเป็นคนรับใช้ทำกับข้าวให้ฉันหรอก"

พอพูดจบ กู้เหยียนก็รู้ทันที เขาโบกมือ "เฮ้ย ชิงชิว กินแค่รองท้องได้ไง ไม่ดีต่อสุขภาพนะ"

"เอางี้ ทำง่ายๆ ก็ได้ ผัดกับข้าวสักสองอย่างพอ"

เหลิ่งชิงชิวแม้ในใจจะตกลง แต่ปากก็ยังพูดเรียบๆ "ตามใจ"

หลังมื้อเที่ยง

เหลิ่งชิงชิวนั่งเหม่ออยู่บนโซฟา

เสียงกู้เหยียนล้างจานในครัวแว่วมาเข้าหู

ทีวีกำลังฉายการ์ตูนนักเลงเรื่องโปรดของหลิงเอ๋อ

ไม่รู้ทำไม

ในเวลานี้ จิตใจของเธอกลับสงบและผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด

ทำไมถึงรู้สึกแบบนี้ล่ะ?

ฉันไม่ควรรู้สึกแบบนี้สิ

【องค์กรราตรี】 มอบกองกำลังและเครือข่ายข่าวกรองมหาศาลให้ฉัน

และการยึดครองตระกูลกู้ จะทำให้ฉันมีเงินทุนและสถานะทางสังคมในที่แจ้ง

เมื่อรวมสองอย่างเข้าด้วยกัน ฉันต้องหาตัวการที่แท้จริงเจอแน่

แต่...

ทำไมตอนนี้ ใจฉันถึงสงบสุขขนาดนี้?

แถมยังรู้สึก... อยากจะอยู่ในสภาพนี้ตลอดไป

เหลิ่งชิงชิวสูดหายใจลึก ปิดทีวี

เธอบังคับตัวเองให้หลุดจากสภาวะสบายใจนั้น

ไม่ได้ เด็ดขาด

เธอจะมีความคิดมักน้อยพอใจกับปัจจุบันแบบนี้ไม่ได้

เจอตัวการหนึ่งคนแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือดำเนินตามแผน

ต้องหาตัวคนร้ายให้เจอ และต้องยึดตระกูลกู้ให้ได้

ต้องทำให้ได้ทั้งสองอย่าง

ฉันจะมีความรักจริงๆ ไม่ได้เด็ดขาด

"ชิงชิว วันนี้อากาศดีจัง ออกไปเดินเล่นไหมครับ?"

กู้เหยียนเช็ดมือแล้วเดินมานั่งเบียดเหลิ่งชิงชิวบนโซฟาอย่างคล่องแคล่ว

มือข้างหนึ่งวางพาดไหล่เธออย่างเป็นธรรมชาติ

เหลิ่งชิงชิวรู้สึกตัว ขมวดคิ้วเล็กน้อย ขยับไหล่ข้างที่โดนจับ พยายามสลัดมือเขาออก

แต่มือกู้เหยียนเหมือนทากาวตราช้าง สะบัดยังไงก็ไม่หลุด

ด้วยความจำยอม เหลิ่งชิงชิวเลยเลิกสนใจ เธอส่ายหน้าพูดเรียบๆ "ไม่ไป"

เวลาฉันยิ่งรัดตัวอยู่ จะให้ไปเดินเล่นเสียเวลาเนี่ยนะ ตลกน่า

กู้เหยียนไม่ท้อถอย หัวเราะอย่างอารมณ์ดี "เมียจ๋า ต่อให้ขยันแค่ไหน ก็ต้องรู้จักแบ่งเวลาพักผ่อนบ้างนะ"

"ขืนอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน เดี๋ยวราขึ้นผิวพอดี"

"งั้นถ้าไม่ออกไปข้างนอก อย่างน้อยไปนั่งตากแดดในสวนกันไหม?"

"เดี๋ยวแก่ตัวไปกระดูกพรุนนะ คุณคงไม่อยากเป็นยายแก่หลังค่อมใช่ไหม?"

"ผมว่านะ ชิงชิว คุณแค่ขี้อายมากกว่า เลยไม่อยากออกไปข้างนอก ใช่ไหมล่ะ?"

"ไม่ต้องอายหรอก มีสามีสุดหล่อคนนี้อยู่ข้างๆ แค่ออกไปตากแดดเอง..."

เหลิ่งชิงชิวรู้สึกเหมือนมีผึ้งบินหึ่งๆ อยู่ข้างหู

เธอเอามือปิดหูตะโกน "พอ พอ พอ!!! ไป ไป ไป!"

แต่พอตะโกนจบ เธอก็เสียใจ รีบพยายามกลับคำ "เดี๋ยว..."

แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยค

กู้เหยียนก็ดึงเธอลุกขึ้น เสียงดีใจของเขาดังเข้าหูเหลิ่งชิงชิว "ฮ่าๆ! เยี่ยมเลย ชิงชิว! ป่ะ ไปตากแดดในสวนกัน!"

เหลิ่งชิงชิวได้ยินเสียงดีใจของกู้เหยียน เดิมทีตั้งใจจะปฏิเสธหัวชนฝา แต่ไม่รู้ทำไมถึงหุบปากฉับ

เธอคิดในใจ ช่างเถอะ ช่างเถอะ

ยังไงเดี๋ยวก็จะยึดตระกูลเขาแล้ว ก่อนถึงตอนนั้น ให้เจ้าบ้านี่มีความสุขไปก่อนแล้วกัน

ใช่แล้ว ไม่ใช่เพราะเธอยอมเพราะอยากเห็นเขาดีใจหรอกนะ

ก็แค่ค่าชดเชยเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะยึดตระกูลกู้เท่านั้นแหละ

จบบทที่ บทที่ 18 หนึ่งในฆาตกร เหลิ่งชิงชิวผู้เปี่ยมด้วยจิตสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว