- หน้าแรก
- ศิษย์น้องหญิงคนนี้ ยึดติดกับข้าเกินไปแล้ว
- บทที่ 29 นางเจอกับคนประหลาดอีกแล้ว
บทที่ 29 นางเจอกับคนประหลาดอีกแล้ว
บทที่ 29 นางเจอกับคนประหลาดอีกแล้ว
บทที่ 29 นางเจอกับคนประหลาดอีกแล้ว
หุบเขาราชาโอสถอยู่ไม่ไกลจากสำนักวานฮวา ทั้งสองสำนักตั้งอยู่ในดินแดนภาคกลางของโลกจตุรทิศ
สำนักวานฮวารักษาความสัมพันธ์อันดีกับเก้าสำนักใหญ่ที่เหลือ ไม่มีศัตรูที่ชัดเจน เพราะศิษย์ในสำนักไม่นิยมแก่งแย่งชิงดี เวลาเดินทางท่องยุทธภพก็ยึดหลักถ้อยทีถ้อยอาศัย ยอมให้ผู้อื่นก่อนเสมอ
แน่นอนว่านั่นไม่ได้หมายความว่าสำนักวานฮวาจะยอมให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ หากเจอสถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้จริงๆ ศิษย์สำนักวานฮวาก็พร้อมจะยึดหลักการที่ว่า "ในเมื่อท่านพูดไม่รู้เรื่อง เช่นนั้นข้าก็พอมีความรู้วิชาอาคมอยู่บ้าง"
ในแง่ของการต่อสู้จริง ศิษย์สำนักวานฮวาไม่เคยเกรงกลัวใคร และวีรกรรมผดุงความยุติธรรม ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากของพวกเขาก็เป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลกจตุรทิศ
แต่นั่นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย สิ่งที่ทำให้สำนักวานฮวาได้รับการเคารพอย่างแท้จริงคือกฎการปกป้องคนในสำนัก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจะปกป้องศิษย์ของตนก่อนเสมอ
หากทำผิดจริงก็ขอโทษ หากไม่ผิด... ก็เสียใจด้วย ตั้งแต่ผู้อาวุโสในสำนัก เจ้าสำนัก ไปจนถึงบรรพจารย์ กฎเหล็กคือ 'รังแกเด็ก ผู้ใหญ่จะแห่กันมาเอาเรื่อง'
หากจะเล่าถึงวีรกรรมอันรุ่งโรจน์ของสำนักวานฮวาคงต้องใช้เวลานาน แต่เจินฉีไม่อยากนึกถึงอดีตที่เต็มไปด้วยช่องโหว่เหล่านั้น
นางมายืนอยู่หน้าหุบเขาราชาโอสถ แจ้งความประสงค์ขอเข้าพบตามกฎระเบียบ
หุบเขาราชาโอสถตั้งอยู่ในหุบเขา เรื่องนี้ก็ปกติใช่ไหม? หุบเขาราชาโอสถเป็นหุบเขาที่ใหญ่มาก ซึ่งจริงๆ แล้วคำขยายนี้อาจดูซ้ำซ้อน แต่เจินฉีนึกคำอื่นที่เหมาะสมไม่ออกจริงๆ ที่จะมาบรรยายความใหญ่โตของหุบเขานี้
นางได้แต่นึกเสียใจที่ชาติก่อนไม่ได้ตั้งใจเรียน คนอื่นอาจบรรยายความรู้สึกว่า "อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของผืนดินและกลิ่นหอมของมวลดอกไม้" ในขณะที่เจินฉีคิดได้แค่ว่า "ที่นี่มันโคตรใหญ่"
ไม่ใช่ว่าสมองของเจินฉีตื้อตัน แต่หุบเขาราชาโอสถนั้นกว้างใหญ่จริงๆ สุดลูกหูลูกตา
นอกจากถนนสายหลักแล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยแปลงสมุนไพรวิญญาณ เพียงแค่มองดูพื้นที่ปลูกเหล่านี้ก็รู้แล้วว่ามูลค่ามหาศาลขนาดไหน
สมกับเป็นสำนักที่รวยที่สุดในสิบสำนักใหญ่ แค่ขายสมุนไพรวิญญาณก็รวยเละแล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาปลูกไว้ใช้เองด้วย
คำร้องของเจินฉีได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็ว สำนักวานฮวากับหุบเขาราชาโอสถมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และเจินฉีเองก็มีชื่อเสียงพอตัว
ผลงานของนางเมื่อสามเดือนก่อนที่เอาชนะผู้บำเพ็ญมารในงานคัดเลือกศิษย์ ทำให้นางยิ่งโด่งดัง
นางกู้หน้าให้ฝ่ายธรรมะ และด้วยเกียรติยศที่เกื้อหนุนกัน สถานะของเจินฉีจึงสูงขึ้น ผู้คนรู้จักนางมากขึ้น ศิษย์ทั่วไปของสำนักฝ่ายธรรมะต่างก็เคารพนาง
นางเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่ง เป็นตัวแทนฝ่ายธรรมะ แถมยังงดงามราวกับเทพธิดา ทำให้ผู้คนประทับใจจนไม่อาจคิดร้ายได้ลงคอ
เจินฉีไม่รู้ว่าคนอื่นมองนางอย่างไร แต่ศิษย์หุบเขาราชาโอสถทำความเคารพนางอย่างนอบน้อมแล้วนำทางไปอย่างราบรื่น
ศิษย์ผู้นั้นนำทางทั้งสองไปยังห้องรับรองของหุบเขาราชาโอสถ
นอกจากแปลงสมุนไพรสุดลูกหูลูกตาแล้ว ภายในหุบเขายังมีอาคารสิ่งปลูกสร้างมากมาย
หุบเขาราชาโอสถไม่เหมือนสำนักวานฮวาที่แบ่งเป็นศิษย์สายนอกสายในและมีคนน้อยนิด
คนที่เข้าหุบเขาราชาโอสถส่วนใหญ่เป็นผู้บำเพ็ญสายโอสถที่มีตระกูลสืบทอด มีศิษย์ที่ไร้สังกัดน้อยมาก
การคัดเลือกศิษย์ทั่วไปน่าจะเป็นโอกาสเดียวที่จะได้รับศิษย์ไร้สังกัดเข้ามา
เย่เสวียนซีเดินตามเจินฉีมาเงียบๆ ด้วยความช่วยเหลือจากของวิเศษ การเดินเหินจึงไม่ใช่ปัญหา
การได้กลับมาเดินอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานทำให้นางรู้สึกแปลกประหลาด
นางเงียบตลอดทาง นั่งอย่างเรียบร้อยข้างกายศิษย์พี่ ถ้านางจำไม่ผิด ศิษย์พี่ชอบเด็กว่าง่าย
เจินฉีมองน้ำชาทิพย์ที่ศิษย์หุบเขาราชาโอสถนำมาเสิร์ฟ คิ้วขมวดเล็กน้อย
มันผิดปกติมาก ชาไม่มีพิษภัยอะไร ใบชาก็เป็นเกรดดีเยี่ยม แต่สำหรับการต้อนรับศิษย์รุ่นเยาว์สองคนอย่างพวกนาง ไม่น่าจะนำชาชั้นเลิศขนาดนี้มาให้
ต่อให้เป็นอาจารย์ของนางมาเอง ก็ยังไม่แน่ว่าจะได้ดื่มชาดีขนาดนี้หรือไม่
"เสวียนซีน้อย ดื่มชาสิ"
แต่เมื่อมีของดีมาเสิร์ฟ ก็ควรรับไว้
สำหรับเจินฉี มันไม่ได้มีความหมายอะไรมากนัก การบำเพ็ญเพียรของนางไม่จำเป็นต้องพึ่งพาตัวช่วยภายนอก นี่คือความมั่นใจของอัจฉริยะระดับปีศาจ
เมื่อได้สัมผัสกับพรสวรรค์ของตัวเอง เจินฉีก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเจินฉีในความทรงจำถึงดูนิ่งสงบดั่งน้ำ เพราะนางไม่สนใจจริงๆ นั่นเอง
อัจฉริยะด้านการบำเพ็ญเพียรที่เกิดมาเพื่อเป็นเซียน จะไปสนพวกมดปลวกที่จะด้อยกว่านางในอนาคตทำไม นี่แหละความหยิ่งยโสขั้นสุด
เดิมทีนางคิดว่าเป็นคนสุขุม ที่แท้ก็เป็นพวกจองหองนี่เอง รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ
การวิจารณ์เจ้าของร่างเดิมแบบนี้ดูจะไม่ค่อยดีนัก เจินฉีแอบขอขมาในใจ แล้วก็ก่นด่าต่อไป
เย่เสวียนซีเชื่อฟังเจินฉี ยกถ้วยชาขึ้นจิบ
เพียงจิบเดียว นางก็รู้สึกว่าร่างกายได้รับการชำระล้าง ชาทิพย์ชั้นเลิศแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ศิษย์ทั่วไปจะได้ลิ้มลอง
พวกนางกำลังได้รับอานิสงส์จากใครบางคน
"ฮ่าๆๆ แม่หนูน้อย เรามีวาสนาต่อกันจริงๆ"
ได้ยินเสียงหัวเราะอันป่าเถื่อนนั่น เจินฉีก็รู้ทันทีว่านางได้รับอานิสงส์จากใคร จอมมารทารกมรณะ มหาเทพ... เอ้ย มหามารที่ระบบเคยทำนายว่าจะได้เจอที่หุบเขาราชาโอสถ
เพื่อหลบเลี่ยงเขา เจินฉีอุตส่าห์ไปขอให้ศิษย์อารักษา แต่ผ่านไปสามเดือน นางก็ยังมาเจอกับทารกมรณะจนได้ ช่างคาดไม่ถึงจริงๆ
อันที่จริงก็ไม่มีอะไรน่าแปลกใจ มันคือสิ่งที่เรียกว่าเหตุสุดวิสัย
ไม่ว่านางจะทำอย่างไร ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงเส้นทางที่โลกกำหนดไว้ได้
นางเคยเห็นพล็อตแบบนี้มาก่อน ในนิยายที่ชื่อว่าอะไรนะ... เจตจำนงของโลกจะดำเนินไปตามโครงเรื่องที่วางไว้ การดิ้นรนใดๆ ล้วนไร้ผล
โชคดีที่เจินฉีไม่แน่ใจว่าตอนนี้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ระบบที่ควรจะถูกหักเงินเดือนก็ดันออฟไลน์ไปทั้งที่ยังอธิบายไม่จบ แถมยังติดค้างรางวัลที่ยังไม่ได้แจกอีก
"ไม่ใช่วาสนาหรอก ข้าแค่บังเอิญมีธุระจะหารือกับท่านเจ้าหุบเขา"
เจ้าหุบเขาราชาโอสถ ว่ากันว่าเป็นผู้อาวุโสรุ่นเดอะ มีศักดิ์สูงกว่าอาจารย์ของเจินฉีหนึ่งรุ่น
เป็นอาจารย์ของอาจารย์อีกที ก็คือรุ่นปรมาจารย์นั่นเอง
แต่ท่านเจ้าหุบเขาไม่เคยใช้อาวุโสข่มเหงใคร ในความทรงจำของเจินฉี เขาเป็นชายชราใจดีคนหนึ่ง
"มาหาเจ้าหุบเขาเหรอ? เสียใจด้วยนะ เจ้าหุบเขาไม่ว่าง"
เด็กหน้าซีดปรากฏตัวขึ้นในห้องรับรอง ระดับฝีมือของเจินฉีดูไม่ออกเลยว่าเขาโผล่มาได้อย่างไร เขาแค่นั่งอยู่ตรงนั้น ราวกับว่าเขาอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่แรก
นางไม่เห็นลูกศิษย์ของเขา แต่เจินฉีเดาจุดประสงค์ของอีกฝ่ายได้ เขามาหุบเขาราชาโอสถเพื่อศิษย์ของเขา
ด้วยระดับการบำเพ็ญเพียรของทารกมรณะ พิษใดๆ ก็ทำอันตรายเขาไม่ได้ แต่ศิษย์ของเขาไม่ได้เก่งกาจขนาดนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ในสายตาของเจินฉี ศิษย์ของทารกมรณะดูใกล้เคียงกับศพมากเกินไป แม้เจินฉีไม่ได้ใช้สัมผัสวิญญาณตรวจสอบ นางก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย ในขณะที่ตัวทารกมรณะเองกลับไม่มีกลิ่นอายใดๆ เป็นพิเศษ
"แม่หนูน้อย เจ้านี่น่าสนใจจริงๆ เวลาแค่สามเดือน เจ้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคนกับตอนที่ข้าเจอครั้งล่าสุดเลย
ถ้าให้เวลาอีกหน่อย เจ้าคงเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบเลยล่ะมั้ง?"
ทารกมรณะพิจารณาเจินฉีตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วหันไปมองเย่เสวียนซี
พอเห็นนาง เขาก็จ้องอยู่นาน
"น่าสนใจ เจ้าตัวเล็กนี่น่าสนใจจริงๆ ทำเอาข้าอยากรับศิษย์ขึ้นมาเลย
ไม่รู้ว่าอาจารย์ของเจ้าจะยอมยกให้นรึเปล่านะ"
ทารกมรณะเอ่ยเช่นนั้น