เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 เจ้าหนู นายนี่ขี้เล่นใช้ได้เลยนะ

บทที่ 19 เจ้าหนู นายนี่ขี้เล่นใช้ได้เลยนะ

บทที่ 19 เจ้าหนู นายนี่ขี้เล่นใช้ได้เลยนะ


บทที่ 19 เจ้าหนู นายนี่ขี้เล่นใช้ได้เลยนะ

"ไร้มารยาทชะมัด!"

ฮันลั่วบ่นอุบขณะฟังเสียงสัญญาณตัดสายโทรศัพท์ ก่อนจะข่มตาหลับไปด้วยความโล่งใจในที่สุด

อย่างน้อยเขาก็ได้รับสายยืนยันแล้ว เรื่องที่จะได้กลับไปในอีกเจ็ดวันถือว่าเป็นอันตกลง

เช้าวันรุ่งขึ้น ฮันลั่วถูก 'ยาเมอิ' ปลุกให้ตื่น "ตื่นมากินข้าวเช้าได้แล้ว"

"หือ?"

"ข้าวเช้า!"

ฮันลั่วเหลือบดูเวลาแล้วต้องตกใจ นี่มันเพิ่งแปดโมงเช้า ปกติเขาตื่นเช้าขนาดนี้ที่ไหนกัน?

ฮันลั่วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปง เขาอยากจะนอนต่อจนชั่วฟ้าดินสลาย

"ได้เวลาตื่นแล้ว~"

ยาเมอิกระชากผ้าห่มลากฮันลั่วออกมา ฮันลั่วในสภาพดูไม่จืดจำใจต้องไปล้างหน้าแปรงฟัน กินข้าว แล้วถูกไล่ตะเพิดไปโรงเรียน

ระหว่างเดินไปโรงเรียนด้วยดวงตาที่ปรือปรอย ฮันลั่วรู้สึกเหมือนพร้อมจะหลับกลางอากาศได้ทุกเมื่อ

"ไม่ได้การ ขืนอยู่โลกนี้ต่ออีกแค่วันเดียวฉันต้องแย่แน่"

การไม่ยอมให้เขานอนตื่นสาย มันทรมานยิ่งกว่าฆ่าให้ตายเสียอีก

ดูท่าจะรอซาดาโกะไม่ไหวแล้ว เขาต้องหาวิธีอื่น

ฮันลั่วมาถึงโรงเรียนและนั่งเหม่อลอยอยู่ในห้องเรียน ระบบนี่มันมีอารมณ์ขันแบบบิดเบี้ยวหรือไง ให้ผู้ชายอายุ 24 อย่างเขามาแอบอ้างเป็นนักเรียนเนี่ยนะ? มันดูฝืนเกินไปหน่อยไหม?

หลังเลิกเรียน จากการสอบถามข้อมูล ฮันลั่วพบว่าในโรงเรียนมี 'ชมรมนักสืบเรื่องเหนือธรรมชาติ' อยู่ด้วย แม้จะได้ยินมาว่าสมาชิกชมรมนี้ออกจะดูเพ้อเจ้อไปหน่อย แต่บางทีพวกเขาอาจรู้ข้อมูลพิเศษอะไรบางอย่าง...

ฮันลั่วรีบตรงดิ่งไปที่ชมรมนักสืบเรื่องเหนือธรรมชาติและสมัครเข้าชมรมได้อย่างง่ายดาย เพราะทางชมรมกำลังขาดคนอย่างหนัก ก่อนที่ฮันลั่วจะเข้ามา ทั้งชมรมมีสมาชิกอยู่แค่สองคน คือประธานและรองประธาน

"ยินดีต้อนรับ ยินดีต้อนรับ ฉันชื่อเสี่ยวเนี่ยว"

"ฉันชื่อเสี่ยวจื้อ"

ฮันลั่วไม่อ้อมค้อม ถามเข้าประเด็นทันที "พวกนายรู้แหล่งที่เกิดเรื่องลี้ลับบ้างไหม?"

เสี่ยวเนี่ยวและเสี่ยวจื้อหันมาสบตากัน ก่อนจะกระซิบกระซาบอย่างมีเลศนัย "ฮันลั่ว นายจะไม่เสียใจแน่นอนที่เข้าชมรมของเรา เราเพิ่งสืบทราบมาว่ามีคนตายในตึกทดลองร้างของโรงเรียน..."

"คืนนี้พวกเราวางแผนจะไปสำรวจตึกทดลองนั่น ในฐานะสมาชิกใหม่ นายจะไปกับเราไหม?"

ฮันลั่วแทบไม่ต้องคิด ตอบตกลงทันที

เสี่ยวเนี่ยวตบไหล่ฮันลั่ว "ไม่ต้องห่วง พวกเรามีประสบการณ์ เดี๋ยวพวกเราดูแลนายเอง"

ไม่นะ ได้โปรด ถ้าเจออันตราย ช่วยทิ้งฉันไว้ก่อนเลย...

ฮันลั่วเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ หนึ่งวันยาวนานเหมือนหนึ่งปี ในที่สุดเวลากลางคืนก็มาถึง

ทั้งสามนัดเจอกันที่หน้าตึกทดลอง เสี่ยวเนี่ยวและเสี่ยวจื้อต่างสะพายเป้ใบใหญ่เกือบเท่าตัวคน ภายในเป้มองเห็นดาบไม้ท้อและยันต์โผล่ออกมาลางๆ

"ฮันลั่ว ทำไมนายไม่เตรียมอะไรมาเลยล่ะ?"

ฮันลั่วเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบว่า "ก็มีพวกนายสองคนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?"

"อืม ก็จริงของนาย"

ฮันลั่ว: "..."

ถ้าเจอผีเข้าจริงๆ ของพวกนี้จะใช้ได้ผลก็ปาฏิหาริย์แล้ว

ต้องรู้ไว้ว่าผีในโลกนี้ไร้เทียมทาน ไม่มีอะไรหยุดยั้งพวกมันได้ ไม่อย่างนั้นซาดาโกะคงไม่ดูน่ากลัวขนาดนั้นหรอก

"เข้าไปกันเถอะ!"

เสี่ยวเนี่ยวและเสี่ยวจื้อถือไฟฉายเดินนำเข้าไปในตึกทดลองอย่างระมัดระวัง ฮันลั่วเดินตามหลัง พลางสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ

ในตึกทดลองนี้จะมีผีจริงหรือเปล่านะ?

เสี่ยวเนี่ยวกระซิบอธิบายให้ฮันลั่วฟัง "ตำนานเล่าว่าตึกทดลองนี้เดิมทีเป็นของคณะแพทยศาสตร์ นายก็รู้ใช่ไหม... ที่เขาใช้เรียนผ่าอาจารย์ใหญ่น่ะ?"

ฮันลั่วพยักหน้าส่งๆ "อืม เข้าใจแล้ว"

เสี่ยวเนี่ยวเล่าต่อ "ชั้นใต้ดินของตึกนี้เคยเป็นที่เก็บศพ ดังนั้นเราจะขึ้นไปชั้นบนสุดก่อน แล้วค่อยๆ สำรวจไล่ลงมาทีละชั้น"

"ทำไมไม่เริ่มสำรวจจากชั้นใต้ดินล่ะ?"

"เพราะชั้นใต้ดินมันน่ากลัวเกินไปน่ะสิ"

"..."

เสี่ยวจื้อเสริมขึ้นว่า "เดิมทีตึกทดลองนี้ไม่ได้ถูกทิ้งร้างหรอกนะ แต่มีอยู่วันหนึ่ง จู่ๆ นักศึกษาแพทย์สามคนก็หายตัวไป การหายตัวไปเกิดขึ้นในตึกนี้นี่แหละ"

"ชะตากรรมของทั้งสามคนยังคงเป็นปริศนา ไม่มีใครรู้ว่าเป็นหรือตาย แต่ก็นะ ถ้าตายอย่างน้อยก็น่าจะเจอศพใช่ไหมล่ะ?"

ฮันลั่วพยักหน้า "อืม นั่นสิ"

ทันใดนั้น ลมเย็นยะเยือกก็พัดวูบ หน้าต่างที่ชำรุดส่งเสียงดังกุกกัก

"ว้าย!!!"

เสี่ยวเนี่ยวและเสี่ยวจื้อกรีดร้องเสียงหลงพร้อมกัน ทั้งคู่ถลาเข้ากอดฮันลั่ว ซุกหน้าลงกับอกของเขาแน่น

"..."

ครู่ต่อมา ทั้งสองก็ตั้งสติได้ กระแอมไอแก้เขิน จัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่ แล้วแก้ตัวว่า "ฮันลั่ว เมื่อกี้ทำได้ดีมาก พวกเราแค่ทดสอบนายเฉยๆ หรอกน่า"

"อืม เข้าใจแล้ว"

ฮันลั่วคิดว่าแค่พยักหน้าตามน้ำไปก็คงจบเรื่อง

ทั้งสามเดินขึ้นบันไดไปจนถึงชั้นสี่

คืนนี้แสงจันทร์สว่างพอสมควร ทำให้พอมองเห็นทางได้บ้างโดยไม่ต้องพึ่งไฟฉาย พวกเขาตกลงกันว่าจะสำรวจห้องจากซ้ายไปขวา

เมื่อเปิดประตูห้องแรก ภายในห้องว่างเปล่า

ฮันลั่วเงยหน้าขึ้นมองเพดาน ใบหน้ามนุษย์ใบหน้าหนึ่งปรากฏขึ้นบนนั้นแล้วหายวับไปอย่างรวดเร็ว

เพดานไม่ได้สูงมากนัก ฮันลั่วกระโดดขึ้นไปแตะดู แต่ก็ไม่พบอะไร ดูเหมือนใบหน้ามนุษย์เมื่อครู่คงหนีไปแล้ว สงสัยคงแค่อยากสร้างบรรยากาศลึกลับล่ะมั้ง

ฮันลั่วกลอกตา "นายนี่ขี้เล่นใช้ได้เลยนะ..."

เสี่ยวเนี่ยวและเสี่ยวจื้อตกใจกับการกระทำของฮันลั่ว "นายทำอะไรน่ะ?"

"เอ่อ... บางทีเวลาเห็นเพดาน ฉันก็อดไม่ได้ที่จะกระโดดแตะน่ะ พวกนายเข้าใจความรู้สึกนี้ใช่ไหม?"

ทั้งสองพยักหน้ารัวๆ พวกเขาเข้าใจความรู้สึกนั้นดี เวลาเดินออกจากห้องเรียน บางครั้งมือไม้ก็ซุกซนเผลอกระโดดแตะขอบประตูโดยไม่รู้ตัว

ดูเหมือนจะเป็นอาการติดพันจากการเล่นบาสเกตบอล บางทีเดินๆ อยู่บนถนนก็นึกคึกกระโดดชูตลมขึ้นมาเฉยๆ...

"ฮันลั่ว ถึงพวกเราจะเข้าใจนาย แต่สถานการณ์ตอนนี้มันซีเรียสนะ หวังว่านายจะช่วยสำรวมหน่อย"

ฮันลั่วทำท่าโอเค "รับทราบ~"

ต่อมา ห้องที่สอง ห้องที่สาม...

หลังจากสำรวจห้องบนชั้นสี่จนครบ เสี่ยวเนี่ยวก็ถามขึ้น "นายเจออะไรบ้างไหม?"

เสี่ยวจื้อส่ายหน้า "ไม่เจอเลย"

"ฮันลั่ว แล้วนายล่ะ?"

ฮันลั่วนึกย้อนกลับไป "ฉันเห็นหน้าคนบนเพดานห้องแรก หลังประตูห้องที่สองฉันเห็นเงาคน น่าจะเป็นผู้หญิง... ในห้องน้ำห้องที่สาม ฉันเห็นเท้าคู่หนึ่ง แล้วกระจกก็ดูเหมือนจะไม่สะท้อนภาพพวกเราด้วย..."

"เดี๋ยว!"

เสี่ยวเนี่ยวและเสี่ยวจื้อจ้องมองฮันลั่วด้วยความตกตะลึง ขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว ที่เขาทำท่าขึงขังเมื่อกี้คือเรื่องจริงเหรอ? นี่พวกเราเฉียดตายขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย?

"นาย... นายพูดจริงเหรอ?"

ฮันลั่วหัวเราะเบาๆ "แน่นอนว่า... ล้อเล่นน่า!"

เสี่ยวเนี่ยวและเสี่ยวจื้อถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก "นายนี่น่ารำคาญชะมัด มาหลอกให้ตกใจอยู่ได้~"

ทั้งสามเดินมาถึงบันได เตรียมจะลงไปชั้นต่อไป

ฮันลั่วเดินรั้งท้ายสุด เขาเหลียวกลับไปมองทางเดินชั้นสี่ด้วยความเสียดาย รู้สึกเสียดายที่พวกนั้นหนีไปเร็วเกินไป หายหัวไปก่อนที่เขาจะได้เข้าไปทักทายใกล้ๆ

หวังว่าชั้นสามจะมีอะไรเซอร์ไพรส์บ้างนะ!

หลังจากแผ่นหลังของฮันลั่วหายลับลงไปทางบันได ร่างในชุดขาวร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น จ้องมองไปยังทิศที่ฮันลั่วจากไปอย่างเงียบเชียบ ครู่ต่อมา ร่างนั้นก็ค่อยๆ จมหายไป...

จบบทที่ บทที่ 19 เจ้าหนู นายนี่ขี้เล่นใช้ได้เลยนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว