- หน้าแรก
- ระบบจ๋า ปล่อยข้ากลับไปเถอะ
- บทที่ 17 เจ้าของร้านหนังสือผู้เอาแต่ใจ
บทที่ 17 เจ้าของร้านหนังสือผู้เอาแต่ใจ
บทที่ 17 เจ้าของร้านหนังสือผู้เอาแต่ใจ
บทที่ 17 เจ้าของร้านหนังสือผู้เอาแต่ใจ
ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กทึบ ฮันลั่วนั่งสงบเสงี่ยมเจียมตัวอยู่บนเก้าอี้
บนโต๊ะมีไพ่สำรับหนึ่งคว่ำหน้าอยู่
ตำรวจหญิงท่าทางทะมัดทะแมงนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามฮันลั่ว ชี้ไปที่กองไพ่แล้วเอ่ยว่า "มาเล่นเกมกันเถอะ!"
ฮันลั่ว: "..."
"ถ้านายจับได้ไพ่โจ๊กเกอร์ทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่ นายชนะ ถ้าชนะนายก็กลับบ้านไปนอนเล่นเกมได้เลย แต่ถ้าแพ้ นายต้องสารภาพมาตามตรงว่านายผ่านด่านนั้นมาได้ยังไง"
"ผมก็พูดความจริงไปหมดแล้วนี่ครับ"
"ฉันไม่เชื่อ"
ฮันลั่วถอนหายใจ ยุคนี้สมัยนี้พูดความจริงกลับไม่มีใครเชื่อ เขาขี้เกียจจะอธิบายต่อ จึงยื่นมือออกไปสุ่มหยิบไพ่ขึ้นมาสองใบจากสำรับ...
ใช่แล้ว มันคือโจ๊กเกอร์ตัวเล็กกับตัวใหญ่เป๊ะๆ
ตำรวจหญิง: "..."
พ่อหนุ่ม นี่ค่าโชคลาภของนายเต็มหลอดหรือไง? หรือว่านายผ่านด่านมาได้เพราะดวงจริงๆ?
ตำรวจหญิงไม่ปักใจเชื่อ เธอสับไพ่อีกครั้ง "ตานี้ ฉันให้นายจับไพ่เลขสามออกมาสี่ใบ"
ฮันลั่วตกตะลึง "คุณผิดคำพูดนี่นา"
"ใช่ แล้วจะทำไม?"
"แบบนี้ประชาชนจะไว้ใจคุณได้ยังไงในอนาคต คุณไม่คู่ควรกับการเป็นตำรวจเลยนะ คุณกำลังทำให้เกียรติยศของอาชีพตำรวจต้องมัวหมอง!"
ฮันลั่วกล่าวหาอย่างดุเดือด ทำเอาสีหน้าตำรวจหญิงมืดครึ้มลงทันตา จากนั้นเธอก็ยิ้มหวาน พยายามใช้มารยาหญิงเข้าล่อ "ถ้านายจับได้เลขสามทั้งสี่ใบ เดี๋ยวพี่สาวคนนี้จะขับรถไปส่งถึงบ้านเลย โอเคนะ~"
ฮันลั่วกลอกตา "ฝันไปเถอะ"
ตำรวจหญิง: "?!"
สุดท้ายฮันลั่วก็ได้รับการปล่อยตัว กว่าจะกลับถึงร้านหนังสือก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าแล้ว
หลังจากอาบน้ำห้านาทีเสร็จสรรพ ฮันลั่วก็ทิ้งตัวลงบนเตียง ยืดแขนยืดขาอย่างเกียจคร้าน นี่สิคือชีวิต นี่สิคือความสุข
การดูตัวนี่มันช่างเสียเวลาชีวิตชัดๆ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ฮันลั่วเห็นชื่อน้าลินนาบนหน้าจอ ก็เด้งตัวลุกขึ้นนั่งราวกับปลาดีดดิ้น รับสายทันที
"เสี่ยวอี้ ถึงบ้านหรือยังลูก?"
"ถึงแล้วครับน้าลินนา"
ลินนาย่อมรู้อยู่แล้วว่าฮันลั่วปลอดภัยดี แถมเธอยังคำนวณเวลาที่ฮันลั่วจะถึงร้านหนังสือไว้ได้อย่างแม่นยำ ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ถามถึงเรื่องสัตว์ประหลาดเมื่อตอนกลางวัน
เทียบกับเรื่องนั้น เธอห่วงความสุขชั่วชีวิตของฮันลั่วมากกว่า
"วันนี้ไปดูตัวเป็นยังไงบ้าง? หนูสุ่ยโหรวสวยไหม?"
ฮันลั่วบิ๊วอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "น้าลินนาครับ การดูตัวมันอันตรายเกินไปแล้ว ให้ผมอยู่เฝ้าบ้านเถอะครับ!"
ลินนา: "..."
เด็กคนนี้เกินจะเยียวยาแล้วจริงๆ เสียดายที่ลบไอดีสร้างใหม่ไม่ได้
เธอนึกเสียใจที่ปล่อยให้ฮันลั่วมีความทรงจำนี้ บางทีลบความทรงจำไปอาจจะดีกว่า... แต่ถ้าไม่มีประสบการณ์เฉียดตายที่ตราตรึงใจ ความรู้สึกของหนุ่มสาวคงไม่แน่นแฟ้นพอ!
ฮันลั่ววางสาย คิดในใจว่าน้าคงจะล้มเลิกความคิดที่จะจับเขาดูตัวได้สักที
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาด้วยความฮึกเหิม "วันนี้เสียเวลาไปทั้งวัน คืนนี้ป๋าจะเล่นเกมโต้รุ่ง! จะไต่แรงค์ขึ้นราชาผู้รุ่งโรจน์ให้ได้เลยคอยดู"
วันรุ่งขึ้น แดดสายโด่ง ฮันลั่วออกไปรับพัสดุ เก้าอี้เอนหลังที่สั่งออนไลน์มาส่งแล้ว ในที่สุดเขาก็ได้นอนเล่นเกมในร้านหนังสืออย่างสบายใจเสียที
ประกอบเก้าอี้เสร็จปุ๊บ เสียงประตูร้านก็ดังขึ้น ฮันลั่วแปลกใจเล็กน้อย น้ามาอีกเหรอ? ปกติร้านแทบไม่มีลูกค้า เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะมีคนหลงเข้ามาซื้อของ
"เฮีย มีหนังสือ 'ห้าปีสอบเข้า สามปีจำลอง' ไหม?"
เด็กหนุ่มเดินเข้ามา เหงื่อท่วมหน้า "ร้านหนังสืออื่นขายหมดเกลี้ยงเลย ผมหาตั้งนานกว่าจะเจอร้านเฮียเนี่ย"
ฮันลั่วถึงบางอ้อ ถามกลับไปว่า "นี่เพิ่งเดือนตุลา ก็เริ่มทำข้อสอบ 'ห้า-สาม' กันแล้วเหรอ?"
"ครับ ม.6 ต้องทบทวนเนื้อหา ม.4-5 ทั้งหมด อาจารย์บอกให้รีบทำความคุ้นเคยกับแนวข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยไว้ก่อน ว่าแต่เฮียมีขายไหม?"
ฮันลั่วยืดตัวตรง "อ๋อ ไม่มี ที่นี่มีแต่นิยายกับการ์ตูน"
"?"
เด็กหนุ่มทำหน้างง "เฮีย ไม่คิดจะขายของให้นักเรียนเลยเหรอ?"
"ใครบอก คนที่มาซื้อนิยายร้านฉันก็นักเรียนทั้งนั้นแหละ"
ถึงแม้จำนวนลูกค้าโดยรวมจะมีน้อยนิดก็เถอะ
"ก็จริงแฮะ..."
เด็กหนุ่มเดินไปที่ชั้นหนังสือ กวาดสายตามองไปรอบๆ มีแต่นิยายกับการ์ตูนจริงๆ ด้วย เขาหยิบเล่มหนึ่งออกมาเปิดอ่าน แล้วถามว่า "เฮีย คิดยังไงถึงมาเปิดร้านขายนิยายกับการ์ตูนเนี่ย?"
"อ๋อ เพราะฉันชอบอ่านไงล่ะ"
ฮันลั่วแนะนำอย่างภูมิใจ "ดูหนังสือพวกนี้สิ ไม่มีซ้ำกันสักเล่ม ทั้งหมดนี้ฉันคัดมากับมือ รับประกันความสนุกทุกเรื่อง"
เด็กหนุ่มมองฮันลั่ว "สรุปคือ เฮียซื้อหนังสือมาเพื่ออ่านเองล้วนๆ เลยใช่ไหมเนี่ย?"
"ถูกต้อง!"
เด็กหนุ่มอดบ่นไม่ได้ "บ้านเฮียทำเหมืองหรือไง? ตระกูลไหนจะทนความฟุ่มเฟือยของเฮียไหวเนี่ย?"
ฮันลั่วลูบคาง "บ้านไม่ได้ทำเหมืองหรอก แต่มีมรดกหลายร้อยล้าน..."
เด็กหนุ่ม: "เฮีย ผมไม่อยากสู้ชีวิตแล้ว..."
...
แสงตะวันยามเย็นสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างร้านหนังสือ เด็กหนุ่มบิดขี้เกียจ ก่อนจะสะดุ้งตื่นจากภวังค์ "นี่ฉันทำอะไรลงไป? ทำไมถึงขลุกอยู่ในร้านหนังสือทั้งบ่ายเลยล่ะเนี่ย?"
วินาทีต่อมาเขาก็นึกขึ้นได้ นิยายกับการ์ตูนในร้านนี้มันสนุกเกินไป เผลออ่านเพลินจนลืมเวลา แถมเจ้าของร้านก็ไม่ไล่ด้วย
"ซวยแล้ว! ช่วงเวลาสำคัญของ ม.6 แท้ๆ ดันเสียเวลาอ่านนิยายไปทั้งบ่ายได้ยังไง ฉันควรจะตั้งใจเรียนแล้วก็ฝึกทำโจทย์สิ!"
เด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความสำนึกผิด ตัดสินใจจะรีบกลับบ้านไปอ่านหนังสือโต้รุ่งชดเชยเวลาอันมีค่าที่เสียไป
ทันใดนั้น เสียงที่คุ้นเคยก็ดังมาจากโทรศัพท์ของฮันลั่ว "First blood!"
เด็กหนุ่มถลันเข้าไปหาทันที "เฮีย เล่น RoV ด้วยเหรอ?"
"ใช่!"
"เฮีย อยู่แรงค์ไหนแล้วเนี่ย?"
"ราชาผู้รุ่งโรจน์"
เด็กหนุ่มแทบจะทรุดลงกราบ "เฮีย แบกผมที!"
เรื่องเรียนเอาไว้ทีหลัง สอบเข้ามหาลัยมันปีหน้าโน่น แต่การเจอเทพเกมไม่ได้มีบ่อยๆ ถ้าไม่รีบขึ้นแรงค์ RoV ตอนนี้ เดี๋ยวก็หมดซีซั่นแล้ว...
เด็กหนุ่มส่งข้อความเข้ากลุ่มหอพัก: "เจอเทพแรงค์ราชาแล้ว รีบตามมาด่วน!"
พริบตาเดียว ปาร์ตี้ห้าคนก็รวมตัวกันครบ
"ท่านเทพ ผมพร้อมให้แบกแล้ว!"
"ท่านเทพ ผมยอมวางการบ้านเลขทั้งน้ำตา ช่วยแบกผมด้วย!"
"ท่านเทพ ผมเพิ่งหนีแม่มาแอบอยู่ในห้องน้ำ อย่าให้เสียเวลา รีบกดเริ่มเกมเลย!"
"..."
สามทุ่ม เด็กหนุ่มเดินออกจากร้านด้วยความอาลัยอาวรณ์ "เฮีย พรุ่งนี้ผมมาใหม่นะ!"
ฮันลั่วยิ้มและโบกมือลา เจ้าเด็กนี่เล่นเกมใช้ได้ เหมาะที่จะเอามาเป็นเพื่อนร่วมทีม
ช่วงวันหยุดยาววันชาติเจ็ดวัน ในที่สุดฮันลั่วก็แบกเด็กหนุ่มกับเพื่อนร่วมห้องไก่กาอีกสามคนจนขึ้นแรงค์ราชาได้สำเร็จ เพื่อเป็นการตอบแทน เด็กหนุ่มจึงแนะนำเกม "สายฮีลใจ" ให้ฮันลั่วเกมหนึ่ง
"เฮีย เกมนี้ผมไม่ขอพูดอะไรมาก บอกเลยว่าดูดวิญญาณสุดๆ ไม่ใช่แค่ฆ่าเวลาธรรมดาๆ นะ"
ฮันลั่วจึงลองโหลดมาเล่นแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
สามวันต่อมา เสียงโวยวายด้วยความหงุดหงิดก็ดังออกมาจากร้านหนังสือเป็นระยะ
"บ้าเอ๊ย จอดำอีกแล้ว เล่นบ้าอะไรวะเนี่ย?!"
"ไอ้บ้าเอ๊ย จุดไฟสิ จะเผาดอกไม้ไหม?!"
"เซิร์ฟล่มอีกแล้ว? ชดเชยแค่พลุสองอันกับเวทมนตร์เนี่ยนะ?!"
"เลิกเล่น! ใครจะเล่นก็เชิญเล่นไปเลย!"
"อืม... ไม่ได้อยากจะเล่นหรอกนะ แค่ของรีรันอาทิตย์หน้ามันสวยดี..."
ฮันลั่วลังเลอยู่ระหว่างความโกรธกับความ "ของมันต้องมี" จนกระทั่งเสียงระบบดังขึ้น ฮันลั่วถึงได้สติ นี่ผ่านไปเดือนหนึ่งแล้วเหรอเนี่ย?
เจ้าเด็กนั่นไม่ได้โกหก เกมนี้มันดูดวิญญาณจริงๆ
"กำลังข้ามโลก..."
วินาทีต่อมา ภาพตรงหน้าฮันลั่วก็มืดดับลง...