เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 กลัวงั้นเหรอ?

บทที่ 16 กลัวงั้นเหรอ?

บทที่ 16 กลัวงั้นเหรอ?


บทที่ 16 กลัวงั้นเหรอ?

หลังจากเสร็จสิ้นการบ่มเพาะในช่วงบ่าย เย่เย่ก็มุ่งหน้าไปยังตลาดมืดตามที่หลางซ่งโทรศัพท์มาแจ้งตอนเที่ยงว่าคืนนี้มีออเดอร์เข้ามาอีก

ไม่นานนัก เย่เย่ก็มาถึงร้านร้อยบุปผาหอมในตลาดมืด ซึ่งหลางซ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว

“น้องชายเย่ มาเร็วเข้า! มาได้จังหวะพอดีเลย แขกกำลังจะมาถึงแล้ว ส่วนไก่ฉันก็เตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว”

เย่เย่ไม่ยอมเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง เขามุ่งตรงเข้าห้องครัวและเริ่มลงมือทันที เพียงไม่นาน ‘ไก่อบดอกไม้หวาน’ ก็เสร็จสมบูรณ์

แขกในวันนี้ไม่ได้นั่งอยู่ที่โถงชั้นล่าง แต่อยู่ในห้องส่วนตัวบนชั้นสอง หลางซ่งสวมบทบาทเป็นพนักงานเสิร์ฟ คอยประคองจานไก่อบเดินขึ้นไปส่งด้วยตัวเอง

หลังจากหลางซ่งลงมา เขาก็รีบโอนเงินให้เย่เย่ในทันที ทำให้เย่เย่ได้รับเงินก้อนสี่หมื่นหยวนเป็นครั้งที่สองในชีวิต

เมื่อบอกลาหลางซ่งแล้ว เย่เย่เห็นว่ายังพอมีเวลาเหลือจึงตัดสินใจเดินเที่ยวชมตลาดมืดเสียหน่อย อย่างไรเสีย สินค้าละลานตาในที่แห่งนี้ก็กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเขาได้ไม่น้อย

ด้วยทักษะการผลิตอาหารวิญญาณระดับเบื้องต้นที่ได้รับจากระบบ ทำให้เย่เย่เริ่มจดจำพืชวิญญาณได้หลายชนิด

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีของแปลกประหลาดอีกมากมายที่เขาไม่รู้จักชื่อ

ทันใดนั้น แผงลอยข้างทางแผงหนึ่งก็ดึงดูดความสนใจของเย่เย่เข้าให้

ไม่ใช่เพราะสินค้าที่วางขายมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ แต่เป็นเพราะป้ายประกาศที่วางอยู่หน้าร้านต่างหาก

‘ร้านนี้เปิดรับสมัครพนักงานฝึกหัดระยะยาว หน้าที่หลักคือจัดเรียงและคัดแยกหมวดหมู่สินค้า เงินเดือนช่วงฝึกงาน 800 หยวน ระยะเวลาฝึกงานสองปีครึ่ง เมื่อบรรจุเป็นพนักงานประจำเงินเดือนจะเพิ่มเป็นเท่าตัว ผู้ที่สนใจโปรดติดต่อ...’

มุมปากของเย่เย่กระตุกรัว ให้ตายเถอะ ร้านพรรค์นี้จะอยู่ยงคงกระพันไปถึงสองปีครึ่งเลยงั้นเหรอ? นี่มันหลอกใช้แรงงานราคาถูกชัด ๆ!

ทว่าสิ่งที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือ เย่เย่เห็นคนเดินเข้าไปสอบถามเจ้าของร้านเรื่องตำแหน่งงานนี้จริง ๆ เสียด้วย

ตูม!

เสียงระเบิดดังสนั่นจนเย่เย่สะดุ้งโหยง เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของพื้นดินเมื่อครู่

เมื่อมองไปตามต้นเสียง ก็พบหมาป่าสีดำทมิฬดวงตาสีเลือดที่มีน้ำลายไหลยืดกำลังวิ่งตะบึงมาตามถนน ร่างกายของมันแผ่พุ่งไปด้วยพลังควบคุมอสูรสีดำสนิท

ก้อนพลังงานทรงกลมสีดำควบแน่นอยู่ที่ปากของหมาป่าตัวนั้น ก่อนจะถูกยิงออกไปแล้วระเบิดลงบนพื้นดัง ‘ตูม’ เห็นได้ชัดว่าความวุ่นวายเมื่อครู่เกิดจากฝีมือของมัน

และที่ด้านหน้า มีนกตัวน้อยที่ดูเหมือนสร้างขึ้นจากหมอกกำลังพยายามบินหลบหลีกการไล่ล่าของหมาป่าดำอย่างสุดกำลัง

เย่เย่ถึงกับอึ้งไป นั่นมัน ‘สายไหม’ ภูตในพันธสัญญาของหัวหน้าห้องไม่ใช่เหรอ?

เขามองเห็นลู่เซี่ยงหนานอยู่ในระยะไกล เธอกำลังถูกชายวัยกลางคนคนหนึ่งกระชากแขน ลากตรงไปยังรถตู้ที่จอดอยู่ใกล้ ๆ

ในขณะที่เย่เย่ยังทำอะไรไม่ถูก ตัวเลือกของระบบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

【ตัวเลือกที่หนึ่ง】: อย่าหาเรื่องใส่ตัวและอย่ายุ่งเรื่องของคนอื่น ตอนนี้เธอยังอ่อนแอเกินไป ทำเป็นมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น รางวัล: นิสัยของเงาจะเปลี่ยนเป็นเย็นชาและไม่แยแสสิ่งใด

【ตัวเลือกที่สอง】: โทรแจ้งตำรวจ ถึงมันอาจจะสายเกินไป แต่อย่างน้อยเธอก็ได้พยายามแล้ว รางวัล: พลังควบคุมอสูรเล็กน้อย

【ตัวเลือกที่สาม】: ลูกผู้ชายตัวจริงต้องแก้ปัญหาด้วยวิธีที่เรียบง่ายที่สุด ตะโกนออกไปว่า “ปล่อยเด็กสาวคนนั้นซะ!” รางวัล: เพิ่มทักษะใหม่ให้เงา: สิงสู่จิตวิญญาณ!

เย่เย่ไม่มีเวลาให้คิดไตร่ตรอง เขาพุ่งตัวเข้าหาลู่เซี่ยงหนานและตะโกนใส่ชายคนที่กำลังลากเธอขึ้นรถสุดเสียง

“เจ้าคนถ่อย! ปล่อยเด็กสาวคนนั้นเดี่ยวนี้นะ!”

ทันทีที่สิ้นเสียงตะโกน เงาก็ปรากฏตัวขึ้นเหนือศีรษะของเย่เย่ เธอเหยียบลงบนไหล่ของเขาเพื่อใช้เป็นจุดส่งตัว

เย่เย่ถึงกับเซถลา แรงกดมหาศาลจากไหล่ทำให้เขาเกือบจะล้มคว่ำเพราะแรงส่งของเงา

เงาพุ่งออกไปราวกับกระสุนปืนใหญ่ เข้าประชิดตัวชายวัยกลางคนในพริบตา พร้อมกับฟาดฟันดาบทังที่เปี่ยมไปด้วยประจุไฟฟ้าสีม่วงเข้มลงไปอย่างรุนแรง

ทว่าในวินาทีต่อมา อสุรกายรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่ดูเหมือนทำมาจากอุจจาระและส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งก็ปรากฏตัวขึ้นมาขวางการโจมตีไว้

ในขณะเดียวกัน ของเหลวสีเขียวก็ไหลเยิ้มออกมาจากตัวมัน เมื่อหยดลงสู่พื้น พื้นส่วนนั้นก็ส่งเสียงขู่ฟู่และมีควันสีขาวลอยขึ้นมา

“เชี่ยแล้ว... ระดับเงินงั้นเหรอ?”

การที่สามารถอัญเชิญภูตตัวที่สองออกมาได้เช่นนี้ ย่อมเป็นนักล่าอสูรระดับเงินอย่างแน่นอน!

ลู่เซี่ยงหนานมองเย่เย่ด้วยความกังวล เธอไม่คิดเลยว่าแค่มาเดินเล่นจะถูกดักลักพาตัวเช่นนี้

เงาไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เธอควงดาบทังเข้าโจมตีด้วยพละกำลังมหาศาล ทว่าเมือกสีเขียวของอสุรกายอึตัวนั้นดูเหมือนจะเป็นเกราะป้องกันชั้นดี

ไม่ว่าดาบทังจะคมกริบเพียงใด หรือธาตุสายฟ้าจะรุนแรงแค่ไหน ก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายที่เห็นผลได้เลย เพราะนี่คือความต่างชั้นของ ‘ระดับ’ ที่ห่างกันเกินไป

ในจังหวะนั้นเอง เย่เย่อาศัยจังหวะที่ชายวัยกลางคนกำลังถูกเงาดึงดูดความสนใจ เขาหยิบก้อนอิฐที่พกไว้ในกระเป๋าเป้ออกมาแล้วพุ่งตัวเข้าไปด้านหลังของชายคนนั้น ก่อนจะฟาดอิฐลงไปเต็มแรง

ผลลัพธ์ยอดเยี่ยมมาก... อิฐแตกกระจาย... เย่เย่มองเศษอิฐหนึ่งในสามส่วนที่เหลืออยู่ในมือด้วยสีหน้าปวดร้าว

เขาแอบสบถในใจ: โรงเรียนใช้สเปกการก่อสร้างแบบไหนกันเนี่ย คุณภาพต่ำชะมัด!

“ไอ้เด็กเวร มึง...?”

ชายวัยกลางคนที่ถูกลอบกัดกุมศีรษะด้านหลังพลางถลึงตามองเย่เย่ด้วยความโกรธแค้น

หลังจากบ่มเพาะมานานหลายปีประกอบกับร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นจากการเลื่อนระดับ ก้อนอิฐธรรมดาจึงไม่สามารถทำอันตรายนักล่าอสูรระดับเงินได้อีกต่อไป

“มองหาพระแสงอะไรวะ!”

เย่เย่ฟาดเศษอิฐที่เหลือในมือเข้าใส่หน้าของชายคนนั้นเต็มรัก จากนั้นก็คว้ามือลู่เซี่ยงหนานแล้วโกยแน่บ

ชายคนนั้นทรุดลงไปนั่งยอง ๆ พร้อมกับร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด น้ำตาไหลพรากอาบหน้า ส่วนเงาที่เข้าพัวพันกับอสุรกายอึเมื่อครู่ก็ได้หายวับไปนานแล้ว

เมื่อเห็นว่าบรรยากาศรอบข้างเริ่มโกลาหลและหน่วยรักษาความปลอดภัยกำลังจะมาถึง ชายวัยกลางคนจึงรีบขึ้นรถแล้วขับหนีไปทันที

เย่เย่ลากลู่เซี่ยงหนานวิ่งพรวดเดียวผ่านไปสามสี่ช่วงตึก ก่อนจะไปหยุดพักในตรอกร้างแห่งหนึ่ง

เย่เย่หอบจนตัวโยน ลู่เซี่ยงหนานเองก็สภาพไม่ต่างกันนัก

“ขะ... ขอบคุณ... นะ...”

ลู่เซี่ยงหนานก้มตัวลง มือยันเข่าไว้พลางเงยหน้ามองเย่เย่ด้วยความเหนื่อยหอบ

“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”

“ดูเหมือนจะเป็นพวกศัตรูทางธุรกิจของครอบครัวฉันส่งมาน่ะ”

“ครอบครัวเธอ... ทำงานอะไรกันแน่เนี่ย?”

“อ๋อ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก... แค่ขายยาปรุงวิญญาณ ขายลูกแก้ววิญญาณ แล้วก็มีเหมืองในซากโบราณวิญญาณนิดหน่อย... ฉันบอกเธอแล้ว อย่าไปบอกใครล่ะ พ่อบอกให้ฉันทำตัวติดดินตอนอยู่ที่โรงเรียน...”

ใบหน้าของเย่เย่แข็งค้างไปทันที

ตูไม่น่าถามเลย!

“พวกแกยังจะมีหน้ามาคุยกันอีกเหรอ?”

จู่ ๆ ชายวัยกลางคนคนเดิมก็ปรากฏตัวขึ้นที่ปากตรอก เขาจ้องมองเย่เย่ที่อยู่ข้างลู่เซี่ยงหนานด้วยสายตาอาฆาต

ท้ายทอยของเขายังคงเต้นตุบ ๆ พอเอามือไปแตะดูเมื่อครู่ก็พบว่าเลือดอาบ!

“เย่เย่ เธอหนีไปก่อน พวกเขาต้องการผลประโยชน์จากพ่อฉัน ไม่กล้าทำอะไรฉันหรอก”

“หัวหน้าห้อง เธอ...”

เย่เย่เองก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ชักจะยุ่งยาก ภูตระดับเงินสองตัวไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะรับมือได้ง่าย ๆ

“หึ อย่าหวังว่าใครจะได้หนีไปทั้งนั้น! ไอ้หนู มึงกล้าดียังไงเอาอิฐมาฟาดหัวกู? คิดว่ากูกระจอกหรือไง? ต่อให้มึงฟาดกูอีกสองที มันก็ทำอะไรกูไม่ได้หรอก!”

เย่เย่เริ่มฉุนขึ้นมาบ้าง “นี่ลุงดูถูกใครอยู่? กล้าให้ผมฟาดอีกทีไหมล่ะ?”

“มึงคิดว่ากูไม่กล้าเหรอ?”

“ลุงกลัวอ่ะดิ”

“มึงว่าใครไม่กล้า!”

“ก็ลุงกลัวไม่ใช่เหรอ?”

“หนอยไอ้เด็กนี่ มา! ฟาดลงตรงนี้เลย!”

หวังเปียวรู้สึกเหมือนถูกหยามเกียรติ ในฐานะนักล่าอสูรระดับเงินที่โลดแล่นในยุทธจักรมานานหลายปี วันนี้เขากลับถูกเด็กมัธยมฟาดหัวจนแตกงั้นเหรอ?

ต่อให้หัวแตก แต่ด้วยร่างกายระดับเงิน เขาจะต้องกลัวไปทำไม?

เขายื่นหัวออกไปทันที พลางชี้มือประกอบบอกให้เย่เย่ฟาดลงมา!

วันนี้เขาต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนมาให้ได้!

จบบทที่ บทที่ 16 กลัวงั้นเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว