- หน้าแรก
- ระบบทางเลือกเทพเจ้า เปิดฉากพันธสัญญาขุนพลอัสนีไร้เทียมทาน
- บทที่ 16 กลัวงั้นเหรอ?
บทที่ 16 กลัวงั้นเหรอ?
บทที่ 16 กลัวงั้นเหรอ?
บทที่ 16 กลัวงั้นเหรอ?
หลังจากเสร็จสิ้นการบ่มเพาะในช่วงบ่าย เย่เย่ก็มุ่งหน้าไปยังตลาดมืดตามที่หลางซ่งโทรศัพท์มาแจ้งตอนเที่ยงว่าคืนนี้มีออเดอร์เข้ามาอีก
ไม่นานนัก เย่เย่ก็มาถึงร้านร้อยบุปผาหอมในตลาดมืด ซึ่งหลางซ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“น้องชายเย่ มาเร็วเข้า! มาได้จังหวะพอดีเลย แขกกำลังจะมาถึงแล้ว ส่วนไก่ฉันก็เตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว”
เย่เย่ไม่ยอมเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง เขามุ่งตรงเข้าห้องครัวและเริ่มลงมือทันที เพียงไม่นาน ‘ไก่อบดอกไม้หวาน’ ก็เสร็จสมบูรณ์
แขกในวันนี้ไม่ได้นั่งอยู่ที่โถงชั้นล่าง แต่อยู่ในห้องส่วนตัวบนชั้นสอง หลางซ่งสวมบทบาทเป็นพนักงานเสิร์ฟ คอยประคองจานไก่อบเดินขึ้นไปส่งด้วยตัวเอง
หลังจากหลางซ่งลงมา เขาก็รีบโอนเงินให้เย่เย่ในทันที ทำให้เย่เย่ได้รับเงินก้อนสี่หมื่นหยวนเป็นครั้งที่สองในชีวิต
เมื่อบอกลาหลางซ่งแล้ว เย่เย่เห็นว่ายังพอมีเวลาเหลือจึงตัดสินใจเดินเที่ยวชมตลาดมืดเสียหน่อย อย่างไรเสีย สินค้าละลานตาในที่แห่งนี้ก็กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเขาได้ไม่น้อย
ด้วยทักษะการผลิตอาหารวิญญาณระดับเบื้องต้นที่ได้รับจากระบบ ทำให้เย่เย่เริ่มจดจำพืชวิญญาณได้หลายชนิด
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีของแปลกประหลาดอีกมากมายที่เขาไม่รู้จักชื่อ
ทันใดนั้น แผงลอยข้างทางแผงหนึ่งก็ดึงดูดความสนใจของเย่เย่เข้าให้
ไม่ใช่เพราะสินค้าที่วางขายมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ แต่เป็นเพราะป้ายประกาศที่วางอยู่หน้าร้านต่างหาก
‘ร้านนี้เปิดรับสมัครพนักงานฝึกหัดระยะยาว หน้าที่หลักคือจัดเรียงและคัดแยกหมวดหมู่สินค้า เงินเดือนช่วงฝึกงาน 800 หยวน ระยะเวลาฝึกงานสองปีครึ่ง เมื่อบรรจุเป็นพนักงานประจำเงินเดือนจะเพิ่มเป็นเท่าตัว ผู้ที่สนใจโปรดติดต่อ...’
มุมปากของเย่เย่กระตุกรัว ให้ตายเถอะ ร้านพรรค์นี้จะอยู่ยงคงกระพันไปถึงสองปีครึ่งเลยงั้นเหรอ? นี่มันหลอกใช้แรงงานราคาถูกชัด ๆ!
ทว่าสิ่งที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือ เย่เย่เห็นคนเดินเข้าไปสอบถามเจ้าของร้านเรื่องตำแหน่งงานนี้จริง ๆ เสียด้วย
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นจนเย่เย่สะดุ้งโหยง เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของพื้นดินเมื่อครู่
เมื่อมองไปตามต้นเสียง ก็พบหมาป่าสีดำทมิฬดวงตาสีเลือดที่มีน้ำลายไหลยืดกำลังวิ่งตะบึงมาตามถนน ร่างกายของมันแผ่พุ่งไปด้วยพลังควบคุมอสูรสีดำสนิท
ก้อนพลังงานทรงกลมสีดำควบแน่นอยู่ที่ปากของหมาป่าตัวนั้น ก่อนจะถูกยิงออกไปแล้วระเบิดลงบนพื้นดัง ‘ตูม’ เห็นได้ชัดว่าความวุ่นวายเมื่อครู่เกิดจากฝีมือของมัน
และที่ด้านหน้า มีนกตัวน้อยที่ดูเหมือนสร้างขึ้นจากหมอกกำลังพยายามบินหลบหลีกการไล่ล่าของหมาป่าดำอย่างสุดกำลัง
เย่เย่ถึงกับอึ้งไป นั่นมัน ‘สายไหม’ ภูตในพันธสัญญาของหัวหน้าห้องไม่ใช่เหรอ?
เขามองเห็นลู่เซี่ยงหนานอยู่ในระยะไกล เธอกำลังถูกชายวัยกลางคนคนหนึ่งกระชากแขน ลากตรงไปยังรถตู้ที่จอดอยู่ใกล้ ๆ
ในขณะที่เย่เย่ยังทำอะไรไม่ถูก ตัวเลือกของระบบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
【ตัวเลือกที่หนึ่ง】: อย่าหาเรื่องใส่ตัวและอย่ายุ่งเรื่องของคนอื่น ตอนนี้เธอยังอ่อนแอเกินไป ทำเป็นมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น รางวัล: นิสัยของเงาจะเปลี่ยนเป็นเย็นชาและไม่แยแสสิ่งใด
【ตัวเลือกที่สอง】: โทรแจ้งตำรวจ ถึงมันอาจจะสายเกินไป แต่อย่างน้อยเธอก็ได้พยายามแล้ว รางวัล: พลังควบคุมอสูรเล็กน้อย
【ตัวเลือกที่สาม】: ลูกผู้ชายตัวจริงต้องแก้ปัญหาด้วยวิธีที่เรียบง่ายที่สุด ตะโกนออกไปว่า “ปล่อยเด็กสาวคนนั้นซะ!” รางวัล: เพิ่มทักษะใหม่ให้เงา: สิงสู่จิตวิญญาณ!
เย่เย่ไม่มีเวลาให้คิดไตร่ตรอง เขาพุ่งตัวเข้าหาลู่เซี่ยงหนานและตะโกนใส่ชายคนที่กำลังลากเธอขึ้นรถสุดเสียง
“เจ้าคนถ่อย! ปล่อยเด็กสาวคนนั้นเดี่ยวนี้นะ!”
ทันทีที่สิ้นเสียงตะโกน เงาก็ปรากฏตัวขึ้นเหนือศีรษะของเย่เย่ เธอเหยียบลงบนไหล่ของเขาเพื่อใช้เป็นจุดส่งตัว
เย่เย่ถึงกับเซถลา แรงกดมหาศาลจากไหล่ทำให้เขาเกือบจะล้มคว่ำเพราะแรงส่งของเงา
เงาพุ่งออกไปราวกับกระสุนปืนใหญ่ เข้าประชิดตัวชายวัยกลางคนในพริบตา พร้อมกับฟาดฟันดาบทังที่เปี่ยมไปด้วยประจุไฟฟ้าสีม่วงเข้มลงไปอย่างรุนแรง
ทว่าในวินาทีต่อมา อสุรกายรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่ดูเหมือนทำมาจากอุจจาระและส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งก็ปรากฏตัวขึ้นมาขวางการโจมตีไว้
ในขณะเดียวกัน ของเหลวสีเขียวก็ไหลเยิ้มออกมาจากตัวมัน เมื่อหยดลงสู่พื้น พื้นส่วนนั้นก็ส่งเสียงขู่ฟู่และมีควันสีขาวลอยขึ้นมา
“เชี่ยแล้ว... ระดับเงินงั้นเหรอ?”
การที่สามารถอัญเชิญภูตตัวที่สองออกมาได้เช่นนี้ ย่อมเป็นนักล่าอสูรระดับเงินอย่างแน่นอน!
ลู่เซี่ยงหนานมองเย่เย่ด้วยความกังวล เธอไม่คิดเลยว่าแค่มาเดินเล่นจะถูกดักลักพาตัวเช่นนี้
เงาไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เธอควงดาบทังเข้าโจมตีด้วยพละกำลังมหาศาล ทว่าเมือกสีเขียวของอสุรกายอึตัวนั้นดูเหมือนจะเป็นเกราะป้องกันชั้นดี
ไม่ว่าดาบทังจะคมกริบเพียงใด หรือธาตุสายฟ้าจะรุนแรงแค่ไหน ก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายที่เห็นผลได้เลย เพราะนี่คือความต่างชั้นของ ‘ระดับ’ ที่ห่างกันเกินไป
ในจังหวะนั้นเอง เย่เย่อาศัยจังหวะที่ชายวัยกลางคนกำลังถูกเงาดึงดูดความสนใจ เขาหยิบก้อนอิฐที่พกไว้ในกระเป๋าเป้ออกมาแล้วพุ่งตัวเข้าไปด้านหลังของชายคนนั้น ก่อนจะฟาดอิฐลงไปเต็มแรง
ผลลัพธ์ยอดเยี่ยมมาก... อิฐแตกกระจาย... เย่เย่มองเศษอิฐหนึ่งในสามส่วนที่เหลืออยู่ในมือด้วยสีหน้าปวดร้าว
เขาแอบสบถในใจ: โรงเรียนใช้สเปกการก่อสร้างแบบไหนกันเนี่ย คุณภาพต่ำชะมัด!
“ไอ้เด็กเวร มึง...?”
ชายวัยกลางคนที่ถูกลอบกัดกุมศีรษะด้านหลังพลางถลึงตามองเย่เย่ด้วยความโกรธแค้น
หลังจากบ่มเพาะมานานหลายปีประกอบกับร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นจากการเลื่อนระดับ ก้อนอิฐธรรมดาจึงไม่สามารถทำอันตรายนักล่าอสูรระดับเงินได้อีกต่อไป
“มองหาพระแสงอะไรวะ!”
เย่เย่ฟาดเศษอิฐที่เหลือในมือเข้าใส่หน้าของชายคนนั้นเต็มรัก จากนั้นก็คว้ามือลู่เซี่ยงหนานแล้วโกยแน่บ
ชายคนนั้นทรุดลงไปนั่งยอง ๆ พร้อมกับร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด น้ำตาไหลพรากอาบหน้า ส่วนเงาที่เข้าพัวพันกับอสุรกายอึเมื่อครู่ก็ได้หายวับไปนานแล้ว
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศรอบข้างเริ่มโกลาหลและหน่วยรักษาความปลอดภัยกำลังจะมาถึง ชายวัยกลางคนจึงรีบขึ้นรถแล้วขับหนีไปทันที
เย่เย่ลากลู่เซี่ยงหนานวิ่งพรวดเดียวผ่านไปสามสี่ช่วงตึก ก่อนจะไปหยุดพักในตรอกร้างแห่งหนึ่ง
เย่เย่หอบจนตัวโยน ลู่เซี่ยงหนานเองก็สภาพไม่ต่างกันนัก
“ขะ... ขอบคุณ... นะ...”
ลู่เซี่ยงหนานก้มตัวลง มือยันเข่าไว้พลางเงยหน้ามองเย่เย่ด้วยความเหนื่อยหอบ
“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
“ดูเหมือนจะเป็นพวกศัตรูทางธุรกิจของครอบครัวฉันส่งมาน่ะ”
“ครอบครัวเธอ... ทำงานอะไรกันแน่เนี่ย?”
“อ๋อ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก... แค่ขายยาปรุงวิญญาณ ขายลูกแก้ววิญญาณ แล้วก็มีเหมืองในซากโบราณวิญญาณนิดหน่อย... ฉันบอกเธอแล้ว อย่าไปบอกใครล่ะ พ่อบอกให้ฉันทำตัวติดดินตอนอยู่ที่โรงเรียน...”
ใบหน้าของเย่เย่แข็งค้างไปทันที
ตูไม่น่าถามเลย!
“พวกแกยังจะมีหน้ามาคุยกันอีกเหรอ?”
จู่ ๆ ชายวัยกลางคนคนเดิมก็ปรากฏตัวขึ้นที่ปากตรอก เขาจ้องมองเย่เย่ที่อยู่ข้างลู่เซี่ยงหนานด้วยสายตาอาฆาต
ท้ายทอยของเขายังคงเต้นตุบ ๆ พอเอามือไปแตะดูเมื่อครู่ก็พบว่าเลือดอาบ!
“เย่เย่ เธอหนีไปก่อน พวกเขาต้องการผลประโยชน์จากพ่อฉัน ไม่กล้าทำอะไรฉันหรอก”
“หัวหน้าห้อง เธอ...”
เย่เย่เองก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ชักจะยุ่งยาก ภูตระดับเงินสองตัวไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะรับมือได้ง่าย ๆ
“หึ อย่าหวังว่าใครจะได้หนีไปทั้งนั้น! ไอ้หนู มึงกล้าดียังไงเอาอิฐมาฟาดหัวกู? คิดว่ากูกระจอกหรือไง? ต่อให้มึงฟาดกูอีกสองที มันก็ทำอะไรกูไม่ได้หรอก!”
เย่เย่เริ่มฉุนขึ้นมาบ้าง “นี่ลุงดูถูกใครอยู่? กล้าให้ผมฟาดอีกทีไหมล่ะ?”
“มึงคิดว่ากูไม่กล้าเหรอ?”
“ลุงกลัวอ่ะดิ”
“มึงว่าใครไม่กล้า!”
“ก็ลุงกลัวไม่ใช่เหรอ?”
“หนอยไอ้เด็กนี่ มา! ฟาดลงตรงนี้เลย!”
หวังเปียวรู้สึกเหมือนถูกหยามเกียรติ ในฐานะนักล่าอสูรระดับเงินที่โลดแล่นในยุทธจักรมานานหลายปี วันนี้เขากลับถูกเด็กมัธยมฟาดหัวจนแตกงั้นเหรอ?
ต่อให้หัวแตก แต่ด้วยร่างกายระดับเงิน เขาจะต้องกลัวไปทำไม?
เขายื่นหัวออกไปทันที พลางชี้มือประกอบบอกให้เย่เย่ฟาดลงมา!
วันนี้เขาต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนมาให้ได้!