- หน้าแรก
- นำเทรนด์สุดเกรียน ไปป่วนโลกเซียน
- บทที่ 8 ฉู่เหอ พระบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเหอฮวน
บทที่ 8 ฉู่เหอ พระบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเหอฮวน
บทที่ 8 ฉู่เหอ พระบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเหอฮวน
บทที่ 8 ฉู่เหอ พระบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเหอฮวน
"นี่คือยอดเขาเมฆาวารีของข้า เจ้าเป็นศิษย์ของศิษย์พี่หญิงหก วันหน้าแวะมาเที่ยวเล่นที่นี่ได้บ่อยๆ นะ"
เหนือเมฆามงคล ผู้อาวุโสเจ็ดชี้ไปยังยอดเขาที่ปกคลุมด้วยม่านหมอกไม่ไกลออกไป
เบื้องล่างปุยเมฆ เหล่าศิษย์พี่หญิงช่างดูงดงามราวกับฝูงวิหคเริงระบำ บ้างก็กำลังเล่นน้ำ หยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน หรือไม่ก็กำลังตั้งใจบำเพ็ญเพียร
สุดสายตาที่มองเห็น มีเพียงเรียวขาขาวผ่องดุจหยกและความงดงามตระการตาอันไร้ที่สิ้นสุด
แม้ฉู่เหอจะเพิ่งผ่านพ้นความวุ่นวายภายในสำนักเซียนชิงอวิ๋นมาหมาดๆ แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะถูกทิวทัศน์อันงดงามเบื้องล่างดึงดูดความสนใจ
หากเขาได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสเจ็ด ดูเหมือนว่าสำนักเซียนชิงอวิ๋นก็ไม่ได้เลวร้ายน่ากลัวอย่างที่คิด
แม้เมื่อครู่ฉู่เหอจะมีความคิดอยากย้ายไปสำนักกระบี่ แต่ตอนนี้วัฒนธรรมอันดีงามของยอดเขาเมฆาวารีได้มัดใจเขาไว้เสียแล้ว
อยู่ที่นี่สุขขี จะหนีไปสำนักกระบี่ทำไม
"นั่นคือยอดเขาค่ายกลของศิษย์พี่ใหญ่ สมองของศิษย์พี่ใหญ่ไม่ค่อยดี อย่าไปที่นั่นเลย"
ขณะที่ฉู่เหอกำลังชื่นชมทิวทัศน์อันงดงาม ผู้อาวุโสเจ็ดก็ชี้ไปยังยอดเขาไกลลิบที่ปกคลุมไปด้วยค่ายกลแปดทิศ
ฉู่เหอพยักหน้า เห็นด้วยกับคำวิจารณ์ของผู้อาวุโสเจ็ดอย่างยิ่ง
"นั่นคือยอดเขาศาสตราของศิษย์พี่รอง คนที่ยอดเขาศาสตราล้วนสมองมีปัญหา อย่าไปที่นั่นเชียว"
"และนั่นคือยอดเขาโอสถของศิษย์พี่สาม แม้แต่สัตว์อสูรที่เลี้ยงไว้บนยอดเขาโอสถก็ยังมีปัญหากับระบบความคิด อย่าไปที่นั่นเด็ดขาด"
"ส่วนตรงกลางนั่นคือยอดเขาชิงอวิ๋นของศิษย์น้องแปด คนที่ยอดเขาชิงอวิ๋น..."
"สมองไม่ดี ข้าไม่ไปขอรับ" ฉู่เหอเริ่มมีความเข้าใจขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับขุมกำลังต่างๆ ภายในสำนักเซียนชิงอวิ๋น และเรียนรู้ที่จะตอบคำถามอย่างรวดเร็ว
แววตาชื่นชมในความเป็น 'ศิษย์หัวไว' ปรากฏขึ้นในดวงตาคู่สวยของผู้อาวุโสเจ็ด
สมแล้วที่เป็นผู้ครอบครองรากวิญญาณกระบี่ มิน่าเล่าศิษย์พี่หญิงหกถึงได้ให้ความสำคัญนัก
ครู่ต่อมา ผู้อาวุโสเจ็ดก็นำทางทั้งสองมาลงจอด ณ พื้นที่โล่งเตียนแห่งหนึ่ง
ฉู่เหอหันมองรอบกายด้วยความงุนงง สิ่งที่เห็นมีเพียงผืนดินสีเหลืองแห้งแตกระแหงรอบทิศ
มีเพียงกระท่อมไม้ไผ่หลังเล็กตั้งโดดเดี่ยวอยู่ตรงกลาง
"นี่คือลานทิ้งขยะของสำนักรึขอรับ? นึกไม่ถึงเลยว่าสำนักเซียนชิงอวิ๋นจะใส่ใจสิ่งแวดล้อมขนาดนี้ น่าเลื่อมใสยิ่งนัก"
ฉู่เหอหวนนึกถึงเงินก้อนแรกที่เขาหาได้ในสำนักเซียนชิงอวิ๋น ซึ่งได้มาจากการ 'รักษาสิ่งแวดล้อม'
ทว่าผู้อาวุโสเจ็ดกลับมองฉู่เหอด้วยสายตาแปลกๆ แล้วตะโกนเรียกไปทางกระท่อมไม้ไผ่ "ศิษย์พี่หญิงหก พิธีรับศิษย์ปีนี้มีรากวิญญาณกระบี่ด้วยนะเจ้าคะ"
ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นในใจฉู่เหอทันที หรือว่าที่นี่จะเป็นยอดเขาที่หก?
อย่าว่าแต่ดินเหลืองโล่งเตียนนี่เลย ประเด็นสำคัญคือ พักเรื่องภูผามหานทีอันยิ่งใหญ่ไว้ก่อนเถอะ พื้นที่ใต้เท้าเขานี่มันเป็นแอ่งกระทะชัดๆ
เทียบกับยอดเขาเมฆาวารีไม่ได้เลยสักนิด แถมยังอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดินปกติของสำนักเซียนชิงอวิ๋นเสียอีก
"งั้นข้าไปก่อนนะ เสี่ยวฉู่ วันหน้าอย่าลืมแวะมาเที่ยวที่ยอดเขาเมฆาวารีของพวกเราบ่อยๆ ล่ะ" ผู้อาวุโสเจ็ดโบกมือลา เผยรอยยิ้มงดงามก่อนจะจากไปพร้อมกับหนิงโหรวอวี้
มือของฉู่เหอที่ยื่นค้างไว้นั้น คว้าจับอะไรไม่ได้เลย แม้แต่โอกาสสุดท้ายที่จะหนีจากดินแดนสีเหลืองนี้
ผ่านไปครู่ใหญ่ ฉู่เหอรู้สึกว่าแสงแดดอันร้อนระอุเหนือหัวกำลังจะแผดเผาเขาจนร่างแทบปริแตก
แต่ก็ยังไม่มีใครสนใจเขาเลยสักคน
เมื่อไร้ทางเลือก ฉู่เหอจึงเดินมุ่งหน้าไปยังกระท่อมไม้ไผ่หลังเล็ก
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในกระท่อม กลิ่นสุราก็โชยปะทะจมูกฉู่เหอทันที
ฉู่เหอเดินตามกลิ่นนั้นไป และพบต้นตออย่างรวดเร็ว
ภายในห้องที่มีเครื่องเรือนเพียงน้อยชิ้น มีศพร่างหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงไม้ไผ่
"แย่แล้ว!" ฉู่เหอตื่นตระหนกสุดขีด สำนักเซียนชิงอวิ๋นคิดจะจัดฉากให้เขาตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมในห้องปิดตาย เพื่อบีบให้เขาต้องทำงานเยี่ยงวัวควายไปตลอดชีวิตหรือนี่
เขาหยิบแส้เส้นเล็กที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาเพื่อป้องกันตัว แล้วค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ศพอย่างระมัดระวัง
เมื่อเข้าไปใกล้ เขาก็ได้กลิ่นเหล้าคลุ้งตลบอบอวล
ศพนั้นนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง สวมชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ เอวคอดกิ่ว สะโพกผาย ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นสรีระที่เหมาะแก่การมีบุตร
"ผู้อาวุโส..." ฉู่เหอเรียกเสียงเบา
ดูเหมือนศพจะตอบสนองต่อเสียงมนุษย์ จึงส่งเสียงพึมพำออกมาเล็กน้อย
"ยังไม่ตายนี่นา" ฉู่เหอถอนหายใจด้วยความโล่งอก ข้อหาฆาตกรของเขาถือเป็นอันตกไป
ทว่าหลังจาก 'ศพ' บ่นพึมพำอยู่ไม่กี่คำ นางก็แน่นิ่งไปอีกครั้ง ทิ้งให้ฉู่เหอยืนทำตัวไม่ถูก
ไหสุราเปล่าขนาดต่างๆ ที่วางเรียงรายอยู่ข้างเตียงส่งกลิ่นเหล้าผสมปนเปกันอย่างประหลาด
ฉู่เหอใช้แส้เล็กในมือจิ้มไปที่เท้าเปล่าขาวเนียนของ 'ศพ' แล้วกระซิบเรียก "ผู้อาวุโส..."
ไม่ทันที่เสียงจะจางหาย กลิ่นหอมสายหนึ่งก็พุ่งเข้าจู่โจม
ฉู่เหอตั้งตัวไม่ทัน เขาเห็นเพียงแสงสีขาววูบผ่าน ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะตัดไปเป็นความมืดมิด
'ศพ' สยบผู้บุกรุกด้วยท่ากรรไกรขาคู่มรณะที่งดงามหยดย้อย
นางหันศีรษะมามองฉู่เหอที่ถูกรัดคอจนหมดสติด้วยอาการงัวเงีย ขยี้ตาเล็กน้อย แล้วล้มตัวลงนอนต่อ
...
ยามราตรี ณ กระท่อมไม้ไผ่
ดวงจันทร์สว่างไสว ดวงดาวกระจัดกระจาย ฉู่เหอตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนงง
"ช่างเป็นฝันที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้" ฉู่เหอแตะหน้าผากตัวเองที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น
เขาฝันว่าตัวเองได้เข้าร่วมพรรคมาร 'พรรคมารชิงอวิ๋น' ต้องเผชิญกับอันตรายจากการเกือบถูกเหล่าผู้อาวุโสจับแยกชิ้นส่วน แล้วยังถูกโยนไปให้จอมมารแห่งแดนดินเหลืองย่ำยี
เมื่อเงยหน้าขึ้น ใต้แสงจันทร์สาดส่อง โฉมงามในชุดขาวกำลังเอนกายอย่างเกียจคร้านอยู่บนเก้าอี้โยก
ร่างที่อาบไล้ด้วยแสงจันทร์นวลตานั้นงดงามราวกับเทพธิดาผู้ไม่ข้องแวะทางโลก
"ศิษย์พี่หญิงโจว ท่านช่วยชีวิตข้าไว้อีกแล้ว" ฉู่เหอกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ
สตรีผู้นี้คือ โจวหวนชิง ผู้ที่เคยช่วยชีวิตฉู่เหอจากปากและหว่างขาของสัตว์อสูรพยัคฆ์นั่นเอง
จริงสิ โจวหวนชิงก็เป็นศิษย์ของสำนักเซียนชิงอวิ๋นเหมือนกัน
นางคงมาช่วยเขาและจะพาเขาไปที่ยอดเขาเมฆาวารีแน่ๆ
ฉู่เหอพยายามยันกายลุกขึ้น อาการหนักหัวทำให้เขาโซเซเล็กน้อย
ทว่าเมื่อนึกถึงสถานการณ์เลวร้ายในปัจจุบัน เขาก็ยังฝืนก้าวเข้าไปจับมือโจวหวนชิงแล้วกล่าวว่า "ศิษย์พี่หญิงโจว พวกเรารีบหนีไปยอดเขาเมฆาวารีกันเถอะ ขืนช้ากว่านี้จะสายเกินการ"
แต่สิ่งที่ตอบรับเขาคือสายตาฉงนสนเท่ห์ของโจวหวนชิง "ยอดเขาเมฆาวารี? อยู่ดีๆ จะไปยอดเขาเมฆาวารีทำไม?"
ฉู่เหอขมวดคิ้วแล้วกระซิบว่า "ศิษย์พี่หญิงโจว ท่านไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของผู้อาวุโสหกแห่งยอดเขาที่หกหรือ ฉายา 'ตัวหายนะแห่งเก้าแคว้น' เชียวนะ นางกินเด็กมื้อละไม่รู้กี่คนต่อกี่คน"
โจวหวนชิงลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้ามึนงงเล็กน้อย
ฉู่เหอคิดว่าเขาเกลี้ยกล่อมนางสำเร็จแล้ว จึงดึงมือโจวหวนชิงอย่างดีใจ เตรียมจะวิ่งหนีไปทางยอดเขาเมฆาวารี
แต่ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงเย็นยะเยือกดังมาจากด้านหลัง "ข้าคือโจวหวนชิง ผู้อาวุโสแห่งยอดเขาที่หก เจ้าคิดว่าข้ากินเด็กมื้อละกี่คนรึ?"
ฉู่เหอหันขวับกลับไปมองสีหน้าขี้เล่นเล็กน้อยของโจวหวนชิง แล้วจู่ๆ ก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก
"ที่แท้ข้าก็ยังไม่ตื่นนี่เอง ข้ากำลังฝันอยู่"
หลังจากหัวเราะแห้งๆ สองสามที ฉู่เหอก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงเล็ก ปิดตาลง แล้วกล่าวราตรีสวัสดิ์
โจวหวนชิงเดินมาที่ข้างเตียง จากมุมมองของฉู่เหอ 'ความชั่วร้าย' ขนาดมหึมานั้นบดบังจนเขามองไม่เห็นใบหน้าของนาง
"แล้วไอ้คำว่า 'ตัวหายนะแห่งเก้าแคว้น' นี่มันหมายความว่าอย่างไรหรือ... ศิษย์รักของข้า?"
เปลือกตาขวาของฉู่เหอกระตุกรัวๆ เขาพลิกตัวลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าบนเตียงแล้วกล่าวว่า "คำพูดพวกนี้พี่ชายข้า เฉินเชียนฟาน เป็นคนพูดทั้งหมดขอรับ ข้าได้โต้แย้งเขาไปทันที ณ ตรงนั้นเลย
ข้าบอกว่า ไม่จำเป็นต้องเจอตัวจริงของผู้อาวุโสหก ข้าก็เดาได้ว่านางต้องเป็นตัวตนที่อ่อนโยนและงดงามราวกับนางฟ้า
แต่ไอ้เด็กนั่นก็ยังไม่เชื่อข้า แถมยังพูดจาเพ้อเจ้อ อาศัยว่าพวกผู้อาวุโสเอ็นดู น่าเสียดายที่ข้าไร้กำลัง ไม่เช่นนั้นข้าคงทำให้มันเลือดตกยางออกคาที่ไปแล้ว"
โจวหวนชิงฟังจบก็หัวเราะเสียงใส แล้วกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้โยก กล่าวว่า
"เราเคยเจอกันแล้ว ในเมื่อเจ้าเข้ามาสังกัดยอดเขาที่หกของข้า มีความต้องการอะไรก็บอกมาได้เลย"
ฉู่เหอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามอย่างระมัดระวัง "งั้นข้าขอย้ายไปยอดเขาเมฆาวารีได้ไหมขอรับ ไม่ใช่เพราะที่นั่นมีศิษย์พี่หญิงเยอะหรอกนะ ข้าแค่ชอบบรรยากาศการเรียนรู้ของที่นั่นเฉยๆ"
เสียงหัวเราะของโจวหวนชิงหยุดลงทันที ดวงตาคู่สวยฉายแววอันตรายขณะเอ่ยว่า "ได้สิ แต่ยอดเขาเมฆาวารีรับเฉพาะศิษย์หญิงเท่านั้น ข้ามีวิชาลับ 'สลับหยินหยาง' อยู่ หรือถ้าเจ้าเห็นว่ามันยุ่งยาก ข้าก็ช่วยสงเคราะห์ตัดปัญหาฉับเดียวให้สิ้นเรื่องสิ้นราวได้นะ"
ฉู่เหอกระชับผ้าห่มแน่นขึ้น แต่ก็ยังยากจะต้านทานความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านออกมาจากหว่างขา
"งั้นถ้าข้าขอย้ายไปสำนักกระบี่ล่ะขอรับ?"
โจวหวนชิงยกนิ้วเรียวดุจหยกขึ้นเคาะที่วางแขนเก้าอี้เบาๆ แล้วกล่าวว่า "เจ้าช่างกระตือรือร้นอยากจะย้ายสำนักจริงนะ ข้าพอมีหนทางอยู่ เอาเป็นว่าข้าส่งเจ้าไป 'สำนักเหอฮวน' ดีไหม? ด้วยรากวิญญาณและเนตรเซียนของเจ้า น่าจะขายได้ราคาเท่ากับรายได้ของสำนักเหอฮวนสักสิบปีเลยทีเดียว"
สำนักเหอฮวนงั้นรึ?
ฉู่เหอเคยได้ยินชื่อสำนักในตำนานแห่งนี้มาหลายครั้ง
แต่ถ้าไปสำนักเหอฮวนแล้วเขาจะทำอะไรได้?
เขาก็แค่มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาไร้ที่ติที่อาจเรียกได้ว่าเป็น 'กายาเทพเกาะสตรีเสวยสุขแต่กำเนิด'
รากวิญญาณกระบี่ไร้เทียมทาน ที่มีพลังโจมตีเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้า
และเนตรเซียนแห่งกาลเวลาอันลึกลับ ที่สามารถหยั่งรู้อนาคตได้
ด้วยพรสวรรค์ระดับนี้ อย่างมากที่สุดเขาก็คงได้รับการเชิดชูเป็น 'พระบุตรศักดิ์สิทธิ์' แห่งสำนักเหอฮวน วันๆ เอาแต่หมกมุ่นในกามารมณ์กับเหล่าพี่สาวพราวเสน่ห์และสาวน้อยโลลิ บรรลุความเป็นหนึ่งในใต้หล้าด้วยวิชาบำเพ็ญคู่ บำเพ็ญสาม หรือบำเพ็ญหมู่
ชีวิตที่จำเจและน่าเบื่อหน่ายเช่นนั้น ช่างไร้รสชาติสิ้นดี
ฉู่เหอถอนหายใจ เขาโหยหาเส้นทางเซียนที่ตื่นเต้นเร้าใจ ชีวิตแบบนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการเลย
เมื่อไร้ทางเลือกอื่น ฉู่เหอจึงค่อยๆ เอ่ยถามขึ้นว่า "พวกเราจะออกเดินทางกันเดี๋ยวนี้เลยไหมขอรับ?"