- หน้าแรก
- เมื่อผมใช้ปืนใหญ่ ปูพรมถล่มต่างโลก
- บทที่ 11 "พวกเขากำลังต้องการการไถ่บาปจากพระเจ้า"
บทที่ 11 "พวกเขากำลังต้องการการไถ่บาปจากพระเจ้า"
บทที่ 11 "พวกเขากำลังต้องการการไถ่บาปจากพระเจ้า"
บทที่ 11 "พวกเขากำลังต้องการการไถ่บาปจากพระเจ้า"
"เฮ้อ..."
เฉินเหมี่ยวระบายลมหายใจยาวเหยียด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านภายในให้สงบลง เขาตระหนักได้ว่าตนเองอาจหลงทาง และเป็นการหลงทางไปไกลเสียด้วย
คำแนะนำของแดนลับกำลังชักนำเขาไปในทางที่ผิดจริงๆ
แต่มันไม่ได้ชักนำให้เขาลงมือทำอะไร ทว่าใช้วิธีตื้นเขินหลอกล่อให้เขา 'นิ่งเฉย' ยืนขาตายรอความตายมาเยือนต่างหาก
เมื่อครู่ จู่ๆ ข้อสันนิษฐานบ้าบิ่นอย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัว
คนแก่พวกนี้... ด้วยความเหงาและเบื่อหน่ายเหลือแสน พวกเขาอาจร่วมมือกันสังหารคนหนุ่มสาวที่หลงเข้ามาในหมู่บ้านเพื่อความบันเทิง? เพื่อพูดคุยแก้เหงา ฆ่าเวลา และสร้างความตื่นเต้นให้ชีวิตรึเปล่า?
ข้อสันนิษฐานนี้ดูบ้าบิ่นและไร้สาระเกินไป เดิมทีเขาคิดจะปัดตกความคิดนี้ทันที
ทว่า รายละเอียดหลายอย่างก่อนหน้านี้กลับผุดขึ้นมาตอกย้ำในห้วงความคิด
นี่เป็นช่วงฤดูทำนาที่แสนวุ่นวาย แต่จอบกลับสะอาดเอี่ยมไร้เศษดิน? ชาวนาดีๆ ที่ไหนล้างจอบทุกวันโดยไม่มีเหตุผล?
ขุด ถาง พรวนดิน กลบดิน ยกร่อง... จอบเป็นเครื่องมือสารพัดประโยชน์อย่างแท้จริง และนอกจากนั้น มันยังใช้เป็น 'อาวุธสังหาร' ได้อีกด้วย
คมโลหะกับน้ำหนักที่มั่นคงยามเหวี่ยง... เพื่อนฝูงที่ฆ่าคนบ่อยๆ ย่อมรู้ดีว่าจอบคืออาวุธชั้นยอด ใช้งานง่าย โป้งเดียวจอด
และแน่นอน ถ้ามันเปื้อนเลือดหรือเศษเนื้อ ก็จำเป็นต้องล้างให้สะอาด จะปล่อยทิ้งไว้ก็คงดูไม่งาม
บันทึกที่ถูกทิ้ง จอบที่สะอาดสะอ้าน คนแก่ที่สุมไปด้วยความแค้นและความเหงา
ภาพเหตุการณ์ปะติดปะต่อเริ่มแล่นปราดเข้ามาในหัวเฉินเหมี่ยวอย่างบ้าคลั่ง เขาหลับตาแน่น ประเมินความน่าจะเป็นของแต่ละข้อสันนิษฐาน เขาต้องระวังแล้วระวังอีก เขาไม่อยากตายอยู่ที่นี่ง่ายๆ
ความคืบหน้าของทีมล่าสุด: 12%
ในสถานการณ์ไหนถึงจะทำความคืบหน้าได้ 12%?
สมมติว่าทีมที่แล้วเลือกที่จะรออยู่กับที่เหมือนเขา จนกระทั่งความตายมาเยือนในยามวิกาล พวกเขาก็ไหวตัวทัน ลุกขึ้นสู้และฆ่าชาวบ้านไปได้ไม่กี่คน จึงได้ความคืบหน้ามา 12% นี้?
แดนลับจะรีเซ็ตและฟื้นฟูใหม่หลังจากผู้เล่นตายหรือเคลียร์ด่าน จะไม่ทิ้งร่องรอยของทีมก่อนหน้าไว้
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าสมมติว่าฆ่าชาวบ้านหนึ่งคนได้ 3%... ผู้มีอาชีพเหนือมนุษย์สองคน แม้จะอยู่ในสถานะอ่อนแอหรือเงื่อนไขพิเศษ ก็ไม่น่าจะมีปัญหากับการจัดการคนแก่ถืออาวุธมีคมสักสี่คนก่อนตาย
เขาเพิ่งนับดูเมื่อกี้
คนแก่ที่จับกลุ่มคุยกันหน้าหมู่บ้านรวมกับคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน มีทั้งหมด 33 คนพอดี
การฆ่าล้างหมู่บ้านจะได้ความคืบหน้า 99% ขาดอีกเพียง 1% ก็จะสมบูรณ์แบบ และอีก 1% ที่เหลือนั้น...
เฉินเหมี่ยวตีหน้านิ่ง หยิบสมุดบันทึกเปื้อนฝุ่นออกมาจากช่องเก็บของ วางมันไว้บนฝ่ามือ จ้องมองอยู่นานก่อนจะแสยะยิ้มออกมา "คนแก่ขี้เหงาพวกนี้ บางทีพวกเขาอาจต้องการการไถ่บาปจากพระเจ้า"
ทันทีที่เขาค้นพบบันทึกเล่มนี้
กล่องข้อความแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นตรงหน้า
"ติ๊ง ยินดีด้วย คุณค้นพบไอเทมสำคัญ 'สมุดบันทึกของชายชรา' ในแดนลับระดับ F 'หมู่บ้านกินคนคืนโลหิต' ความคืบหน้าการเคลียร์แดนลับ +1%"
สมเหตุสมผล
มาถึงจุดนี้... เขามั่นใจในข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับแดนลับนี้เกิน 80% แล้ว
การเคลียร์แดนลับนี้มันง่ายแสนง่าย แค่ต้องสังหารคนแก่ในหมู่บ้านให้หมดก่อนตะวันตกดิน
ง่ายแค่นั้นเอง
แต่คำแนะนำของแดนลับจงใจใช้คำบรรยายสับสนวุ่นวายเพื่อลวงการตัดสินใจ ทำให้ผู้เล่นระแวง สงสัยในความคิดตัวเอง จนนำไปสู่การรื้อสร้างกระบวนการคิดใหม่
เหมือนทำข้อสอบประถมที่มีโจทย์ว่า '1+1 = ?' ตอบถูกได้ 3 คะแนน คุณแค่นหัวเราะแล้วเขียนคำตอบ '1+1 = 2' ลงไปอย่างมั่นใจ
แต่พอคุณไปสอบราชการ แล้วเจอโจทย์ '1+1 = ?' คุณกลับนิ่งอึ้ง เหงื่อตก เริ่มคิดวิเคราะห์ความหมายแฝงของตัวเลขแต่ละตัว ในหัวเต็มไปด้วยศัพท์เทคนิคที่อาจารย์สอนมา ทั้งการมองต่างมุม การฉีกกรอบความคิด การเชื่อมโยงทฤษฎีสู่การปฏิบัติ...
สุดท้ายคุณก็ตอบอย่างมั่นใจว่า '1+1 = 1' พร้อมอธิบายยืดยาวว่า 'ประเทศเรากำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ การเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ เราต้องเปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ 1 ลี้ + 1 ลี้ = 1 กิโลเมตร ซึ่งหมายถึงการรวมพลังเพื่อบรรลุเป้าหมาย...'
และเรื่องไร้สาระอื่นๆ อีกมากมาย
เพียงเพื่อจะมารู้ทีหลังว่าคำตอบที่ถูกคือ 2 และคนออกข้อสอบแค่อยากกวนประสาททุกคนเล่นเท่านั้น
การรับรู้ของคนเรามักเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม
แต่ดูเหมือนจะมีอยู่คนหนึ่งที่การรับรู้ไม่เคยเปลี่ยนไปตามอะไรเลย...
"..."
เมื่อคิดได้ดังนั้น เฉินเหมี่ยวก็หันไปมอง 'เจ้าลิงโหย' ที่กำลังทำหน้างงงวยด้วยสีหน้าซับซ้อน เขารู้สึกกระดากใจพิลึก สมองเขาแทบไหม้กว่าจะได้คำตอบ แต่มันดันตรงกับสิ่งที่เจ้าลิงพูดส่งเดชตอนแรกเป๊ะๆ?
ถ้าเจ้าลิงโหยเข้ามาในแดนลับนี้คนเดียว
ป่านนี้มันคงเคลียร์ด่านไปนั่งกินหมูกระทะข้างนอกสบายใจเฉิบไปแล้ว
"พี่เหมี่ยว พี่ได้คำตอบแล้วเหรอ?"
ลิงโหยหอบหายใจ ยังคงรู้สึกหวาดกลัวไม่หาย "หลังจากโดนหลอกคราวนั้น ผมก็อยากลองเสี่ยงดวงในแดนลับดูบ้าง แต่โชคดีที่เพื่อนร่วมงานห้ามไว้ ไม่งั้นด้วยสมองอย่างผม คงตายตั้งแต่แดนลับแรกที่เข้าแล้วแน่ๆ"
"ใครจะไปคิดว่าแดนลับที่ดูธรรมดาๆ นี่จะซับซ้อนขนาดนี้"
"อืม"
เฉินเหมี่ยวยังคงตีหน้านิ่งเงียบอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะหันหลังเดินมุ่งหน้าไปยังสะพานหินนอกหมู่บ้าน เขาเข้าใจความรู้สึกสิ้นหวังของโปรแกรมเมอร์ขึ้นมาทันที บางครั้งโปรแกรมก็ดันทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยตรรกะที่ไม่มีใครเข้าใจ
เหมือนคอมพิวเตอร์เขาพัง เขาลงวินโดวส์ใหม่ ซ่อมเน็ต แทบตายกว่าจะดี พอถอนหายใจอย่างโล่งอก หันมาข้างๆ เห็นเจ้าลิงโหยใช้กำปั้นทุบเคสเปรี้ยงเดียว คอมฯ กลับมาใช้ได้เฉย
ตรรกะ?
เหอะ?
โลกนี้มันมีตรรกะที่ไหนกัน!
ฆ่า ฆ่า ฆ่า... ฆ่าให้หมด! ฆ่าพวกแกให้เรียบ!!
ด้วยความเขินอายลึกๆ เฉินเหมี่ยวจึงเร่งฝีเท้าจ้ำอ้าวมุ่งตรงไปยังกลุ่มคนแก่หน้าหมู่บ้าน โดยมีลิงโหยรีบวิ่งตามหลังมาติดๆ "พี่เหมี่ยว ที่บอกว่าไถ่บาปจากพระเจ้าเมื่อกี้หมายความว่าไงนะ?"
วินาทีถัดมา—
"ปัง!"
เสียงปืนกัมปนาทดังสนั่นบนสะพานหินหน้าหมู่บ้าน
ควันขาวลอยฟุ้งจากปากกระบอกปืนลูกโม่ Python R6 ที่เฉินเหมี่ยวจ่อกลางหน้าผากชายชรา ใบหน้าของคนแก่นั้นเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ แววตาว่างเปล่าลงอย่างรวดเร็ว รูกระสุนน่าสยดสยองปรากฏขึ้นกลางหน้าผาก ก่อนที่ร่างนั้นจะหงายหลังร่วงละลิ่วลงสู่แม่น้ำเบื้องล่าง
"ตูม!"
เสียงน้ำแตกกระจายเป็นวงกว้าง
คนแก่คนอื่นบนสะพานชะงักกึกเมื่อเห็นภาพนั้น แต่แล้วใบหน้าของทุกคนก็บิดเบี้ยวแสยะยิ้มอำมหิต สีหน้าเปลี่ยนเป็นน่ากลัวสุดขีด พวกเขาคว้ามีดทำครัวและของมีคมที่ซ่อนไว้ออกมา พุ่งเข้าใส่เฉินเหมี่ยวและพวกอย่างบ้าคลั่ง!
ทว่าด้วยสังขารที่ร่วงโรย ความเร็วของพวกเขาจึงไม่ได้มากมายนัก หนำซ้ำยังดูทุลักทุเลเสียด้วยซ้ำ
"อ๋อ นี่เองสินะการไถ่บาปจากพระเจ้า"
ลิงโหยที่วิ่งตามพี่เหมี่ยวมาพร้อมค้อนปอนด์ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นฉากนี้ ก่อนจะแสยะยิ้มกว้างหัวเราะลั่น
"น่าจะบอกกันเร็วกว่านี้! เรื่องส่งคนไปเฝ้าพระเจ้าเนี่ย งานถนัดของท่านลิงโหยเลยล่ะเว้ย!"