- หน้าแรก
- ยุทธการกู้โลกสีเทา ตกลงเราเป็นคนดีใช่ไหม
- บทที่ 19 วิกฤตการณ์ของสวายร์
บทที่ 19 วิกฤตการณ์ของสวายร์
บทที่ 19 วิกฤตการณ์ของสวายร์
บทที่ 19 วิกฤตการณ์ของสวายร์
หรือว่าเขาจะเป็นคนเสียสละอย่างแท้จริง โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนนอกจากความซาบซึ้งใจจากผู้อื่น?
ช่างน่าสับสนเสียจริง
บทที่ 24: วิกฤตการณ์ของสวายร์
เรื่องหลังจากนั้นก็จัดการได้ง่ายดาย
กรมพิทักษ์ออกคำสั่งกวาดล้างสมาชิกแก๊งที่เหลือ ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย ลิ่วล้อ B อาศัยจังหวะหลบหนีไปได้ทั้งน้ำตาคลอเบ้า ในที่สุดความปรารถนาอันยาวนานของเขาก็เป็นจริงเสียที
หลังจากทุกอย่างจบลง เอ็กเซียเสนอให้ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก ฉีหยวนผู้ช่างคิดรอบคอบ เขาเอาไม้เท้าหัวมังกรวางพาดทับใบหน้าของเฟยเสวี่ยที่นอนสลบเหมือด ดูเหมือนแถบสีดำที่ใช้เซ็นเซอร์ผู้ต้องหาในรายการกฎหมาย จากนั้นก็ชูสองนิ้วโดยมีร่างนั้นเป็นฉากหลัง ถ่ายรูปร่วมกับชาวคณะเพนกวินโลจิสติกส์
"นายนี่ช่างสรรหาทำจริงๆ" เอ็กเซียวิ่งเหยาะๆ เข้ามาฉีกยิ้มชูสองนิ้วให้กล้อง
"พวกเธอนี่พลังงานล้นเหลือกันจริงๆ"
เท็กซัสยืนอยู่ริมสุด เส้นผมยาวสลวยทิ้งตัวลงมาปิดใบหน้าไปครึ่งซีก ดูราวกับคนเก็บตัวที่ไม่ชอบเข้าสังคม
"เท็กซัส ยิ้มหน่อยสิ ชีสสส"
"อืม"
เท็กซัสกระดิกหูรับอย่างขอไปที เสียงชัตเตอร์ดังแชะ ภาพถูกบันทึกไว้เรียบร้อย
ปฏิบัติการเสร็จสิ้นอย่างงดงาม
ฉีหยวนหยิบไม้เท้าหัวมังกรขึ้นมาอีกครั้ง บิดขี้เกียจเล็กน้อย แล้วเอ่ยชวนอย่างสบายอารมณ์
"พวกเราไปรับใบประกาศเกียรติคุณจากกรมพิทักษ์ด้วยกันไหมครับ?"
สิ้นเสียงคำชวน รอยยิ้มของเอ็กเซียหุบลงทันควัน ส่วนครัวซองต์ทำสีหน้าบอกไม่ถูก ยกมือขึ้นไหว้ปลกๆ ยิ้มแห้งๆ
"ฉีหยวน พวกเราไม่อยากไปเหยียบกรมพิทักษ์อีกรอบน่ะ"
"งั้น... ฝากนายด้วยนะ!"
ครัวซองต์ก้มหน้าลงพูดด้วยความหวาดหวั่น
ดูท่าเพนกวินโลจิสติกส์จะยังไม่ชินกับการต้องข้องแวะกับกรมพิทักษ์จริงๆ ฉีหยวนส่ายหน้าเบาๆ แยกทางกับพวกเธอแล้วเดินลงไปชั้นล่าง
"มาสักทีนะ!"
ทันทีที่เขาลงมาถึง สวายร์ก็ตะโกนเรียก โฮชิกุมะไม่รอช้า รีบดันตัวฉีหยวนขึ้นเปลพยาบาลแล้วเข็นขึ้นรถฉุกเฉินไปทันที
รถพยาบาลส่งเสียงไซเรนวี้ว่อ ไฟสัญญาณสีแดงน้ำเงินกะพริบสลับกัน
ฉีหยวนนอนมองความวุ่นวายทั้งหมดนี้ด้วยความงุนงง
"ไม่พบผลึกออริจิเนียมบริเวณผิวหนัง ความเข้มข้นของฝุ่นออริจิเนียมในเลือด... ต่ำมากจนแทบตรวจสอบไม่พบครับ สารวัตรสวายร์ ถึงอุปกรณ์บนรถจะยังไม่ละเอียดมาก แต่ยืนยันได้ครับว่าคุณฉีหยวนไม่ได้กลายเป็นผู้ติดเชื้อ"
แพทย์สนามวางหูฟังลงและแจ้งผลการวินิจฉัยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ความกังวลสุดท้ายของสวายร์มลายหายไปจนหมดสิ้น
"โล่งอกสักที"
เธอถอนหายใจยาว แล้วเปลี่ยนเรื่องทันทีด้วยความข้องใจ
"ฉันเคยคิดว่านายแค่ซนตามประสา แต่ครั้งนี้มันเสี่ยงระเบิดแถมยังเสี่ยงติดเชื้ออีก นายควรจะบอกฉันก่อนแล้วให้มืออาชีพเข้าไปสนับสนุน อย่าง 'เฟินชางหลง' รายนั้นน่ะต่อให้รับแรงระเบิดซึ่งๆ หน้าก็ยังสบายมาก"
"ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจมากมาย นายคิดว่าพวกเราจะดีใจเหรอถ้ามีพลเมืองดีต้องมาตายไปต่อหน้าต่อตา?"
สวายร์โกรธมาก
โกรธจริงๆ นะ
ยิ่งเห็นสีหน้าไม่แยแสของฉีหยวน ราวกับว่านี่เป็นสิ่งที่เขาควรทำ เธอก็ยิ่งโมโหหนักเข้าไปอีก
เขาไม่กลัวเลยสักนิด!
นี่หมายความว่าถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้อีก ฉีหยวนก็ยังจะกล้าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงอีกแน่ๆ
"นายคิดอะไรอยู่กันแน่?"
สวายร์ยื่นนิ้วเรียวสวยจิ้มหน้าผากฉีหยวนซ้ำๆ น้ำเสียงดุดันเหมือนกำลังสอบสวน
คำโต้แย้งของฉีหยวนแฝงไว้ด้วยปรัชญาล้ำลึก
"บนผืนแผ่นดินนี้ มีเพียงสองสิ่งที่ควรค่าแก่การยกย่องไปชั่วชีวิต หนึ่งคือหมู่ดาวระยิบระยับเหนือศีรษะ และสองคือศีลธรรมอันสูงส่งภายในจิตใจ ทุกครั้งที่ผมได้ทำความดีเพื่อสังคม ผมจะรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก"
คำพูดช่างสวยหรู
สวายร์เอียงคอมองฉีหยวน พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
"งั้นเพื่อ 'การยอมรับในศีลธรรมอันสูงส่ง' ในใจนาย ต่อให้ต้องเจออันตรายแค่ไหนนายก็ไม่สนงั้นสิ?"
เธอตะคอกใส่เสียงดัง
"คอยดูเถอะ อย่าคิดว่าฉันจะจัดการนายไม่ได้นะ"
ฉีหยวนมองสวายร์ที่กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยง จู่ๆ ก็เริ่มกังวลขึ้นมา
เธอคงไม่โมโหจนหน้ามืด สั่งระงับสิทธิ์การรับงานจ้างวานของเพนกวินโลจิสติกส์หรอกนะ ไม่งั้นเขาจะอดได้รับภารกิจที่ได้ทั้งเงินและแต้มความดีงามพวกนั้น
แล้วใครจะมาชดเชยแต้มบุญที่เขาขาดไปล่ะ?
"ฮ่า นายกลัวล่ะสิ!"
สวายร์แอบชำเลืองมอง พอเห็นสีหน้าของฉีหยวนก็รู้สึกเหมือนตัวเองชนะขึ้นมาทันที
ดีใจจนหางแทบชี้ฟ้า
...
พิธีมอบรางวัลของกรมพิทักษ์เป็นไปอย่างเรียบง่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนายนั่งตัวตรงอยู่ในหอประชุม มองดูฉีหยวนอย่างเงียบสงบ พวกเขาเปลี่ยนจากชุดฝึกเป็นชุดเครื่องแบบเต็มยศ บรรยากาศดูเคร่งขรึม ไม่มีใครกระซิบกระซาบ
สวายร์อ่านคำสดุดีวีรกรรมของเขา เจ้าหน้าที่ด้านล่างเริ่มหวั่นไหวเล็กน้อย เมื่อมองดูฉีหยวนอีกครั้ง แววตาของพวกเขาก็เปี่ยมด้วยความชื่นชม
หลายคนเพิ่งสังเกตเห็นว่าฉีหยวนสวมชุดลำลอง ไม่มีตราสัญลักษณ์ของกรมพิทักษ์ติดตัวเลย ความชื่นชมยิ่งทวีคูณ ปนเปไปกับความละอายใจเล็กน้อย เพราะคนที่เข้ามาเป็นตำรวจย่อมมีอุดมการณ์อยู่บ้าง ฉีหยวนพยักหน้า จ้องมองแต้มความดีที่พุ่งสูงขึ้น พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะตีหน้าขรึม
"นายคงเป็นพลเมืองธรรมดาคนแรกที่ได้รับเกียรตินี้ ปกติกรมพิทักษ์จะมอบรางวัลให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเท่านั้น"
สวายร์มอบช่อดอกไม้และใบประกาศเกียรติคุณให้ฉีหยวน พร้อมติดเหรียญทองแดงที่หน้าอกเขาด้วยตัวเอง
เธอกระแอมไอ
"กรมพิทักษ์ของเราไม่ใช่องค์กรที่จะเอาดอกไม้กับกระดาษมาหลอกล่อคน รางวัลที่ควรได้ก็ต้องได้ แน่นอน นอกจากคัมภีร์หมัดชงเยว่แล้ว ฉันยังมีรางวัลพิเศษให้อีกอย่าง"
"โอ้?"
ฉีหยวนแปลกใจเล็กน้อย แต่แววตาของสวายร์จริงจังมาก
เธอหยิบกระเป๋ายุทธวิธีสีดำทรงลูกบาศก์ออกมา ดูหนักอึ้ง แต่โลโก้ไม่ใช่ของกรมพิทักษ์
"โดรนยุทธวิธีรุ่นล่าสุดของแบล็กสตีลเวิลด์ไวด์ รุ่น 'เสี่ยวเจียงอวี่ 17pro' ไม่มีโมดูลอาวุธ แต่ติดตั้งเรดาร์สแกนและกล้องความคมชัดสูง ความสามารถในการลาดตระเวนถือเป็นอันดับต้นๆ ของเทอร์รา นายต้องใช้มันให้คุ้มค่าล่ะ"
สวายร์กำชับเสียงเข้ม
ฉีหยวนเข้าใจทันทีว่าสวายร์กำลังบอกให้เขาลูู่ทางหนีทีไล่ก่อนเสมอเมื่อเจอสถานการณ์อันตราย
ทันทีที่กล่องหนักอึ้งวางลงบนมือ น้ำหนักของเงินตราก็ถ่วงฉีหยวนลง
"ราคาเท่าไหร่ครับเนี่ย?"
เขาเดาะลิ้นเบาๆ
"ราคาไม่สำคัญหรอก โดรนตัวนี้ฉันซื้อมาไว้อัปเกรดของตัวเอง เดี๋ยวฉันค่อยซื้อใหม่ก็ได้" สวายร์ตอบเลี่ยงๆ แต่ความช็อกที่ส่งถึงฉีหยวนนั้นมากมายเกินกว่าตัวเลข
แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเป็น 'ของที่ผู้หญิงใช้เอง'
แต่เป็นเพราะสวายร์มักจะซื้อของที่ดีที่สุดให้ตัวเองเสมอโดยไม่เกี่ยงราคา
ฉีหยวนรับกระเป๋ามา ลูบไล้ผิวสัมผัสเย็นเยียบของทังสเตนสตีล หมายเลขซีเรียลสีทอง—no.00001—ปรากฏแก่สายตา
หมายเลขหนึ่งอันทรงเกียรติ
"เรดาร์สแกนสร้างแผนที่ได้อย่างรวดเร็ว กล้องความคมชัดสูงระบุตำแหน่งศัตรูได้ทันท่วงที แถมยังมีระบบจับภาพความร้อนอินฟราเรด ช่วยให้นายคุมสถานการณ์ในสนามรบได้ราวกับพระเจ้า"
สวายร์ร่ายยาวสรรพคุณราวกับผู้เชี่ยวชาญ "อย่ามามองฉันด้วยสายตาซาบซึ้งแบบนั้น ฉันกำลังลงทุน และแน่นอนว่าฉันไม่อยากให้การลงทุนของฉันต้องมาตายจากไปดื้อๆ"
ฉีหยวนพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
สวายร์ส่งคัมภีร์หมัดชงเยว่ให้ฉีหยวนด้วย
ดนตรีบรรเลงขึ้น เจ้าหน้าที่ทุกคนลุกขึ้นยืนปรบมือ ท่ามกลางบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ สวายร์เดินนำฉีหยวนลงจากเวทีอย่างช้าๆ
พวกเขาเดินมาส่งถึงหน้าประตู
สวายร์มองส่งฉีหยวนจนไฟท้ายรถแท็กซี่หายลับไปที่สี่แยก
เธอหันหลังเตรียมจะกลับเข้าไป แต่จู่ๆ ก็หรี่ตาลง
ไม่ไกลออกไป หญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่อย่างสงบ ชุดเดรสยาวสีดำแซมน้ำเงินดูหรูหราขับเน้นรูปร่างเพรียวระหง ผมสีชมพูอ่อนนุ่มและหูหนูทรงกลมบนศีรษะเพิ่มความน่ารักให้กับเธอ
"หลินอวี้เซี่ย?"
สวายร์อุทานด้วยความแปลกใจ
หญิงสาวที่ชื่อหลินอวี้เซี่ยละสายตาจากทิศทางที่ฉีหยวนจากไป หันมามองสวายร์ด้วยแววตาเรียบเฉย
"นั่นคือฉีหยวนเหรอ?"
หลินอวี้เซี่ยถาม
สวายร์ระวังตัวขึ้นมาทันที "ยัยหนู เธอต้องการอะไร?"
"เปล่านี่"
หลินอวี้เซี่ยพับแขนเสื้อขึ้นอย่างสบายๆ "แค่จะถามพ่อคนดังช่วงนี้ว่าสนใจมาทำงานให้ฉันไหม"
"เธอไม่กล้าหรอก!"
สวายร์สวนกลับทันควัน
แต่หลินอวี้เซี่ยไม่สนใจ เดินนวยนาดตามทิศทางที่ฉีหยวนไปอย่างมั่นคง
บทที่ 25: เหมือนหนังสือรวมบทกวีมากกว่าคัมภีร์ยุทธ์
ณ เพนกวินโลจิสติกส์
"นี่มันโดรนของแบล็กสตีลเวิลด์ไวด์!"
ครัวซองต์กระโจนเข้าใส่ ลูบไล้กล่องใส่โดรน 'เสี่ยวเจียง' อย่างทะนุถนอม แทบจะน้ำลายหก
"มันเจ๋งขนาดนั้นเลยเหรอ?"
ฉีหยวนยื่นมือไปยกกล่องขึ้น รู้สึกว่ามันหนักขึ้นหน่อยๆ เหมือนโดนสายตาอยากได้ใคร่มีของครัวซองต์ถ่วงไว้
"เจ๋งสุดยอดเลยต่างหาก!"
ครัวซองต์สมกับที่เป็นแม่ค้าหาลำไพ่พิเศษ รู้จักอุปกรณ์พวกนี้ดี "เลขซีเรียลนี้หมายถึงโดรนตัวแรกจากสายการผลิตหนึ่งเลยนะ เป็นสินค้าตัวท็อปของแบล็กสตีล เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด แบตอึดสุด บังคับง่ายสุด... ขอลองเปิดดูหน่อยได้ไหม?"
ฉีหยวนพยักหน้าและเปิดกล่อง
โดรนสีดำขัดเงาขนาดเล็กฝังอยู่ในโฟมกันกระแทกสีดำ ครัวซองต์ตาเป็นมัน
"จับได้นะ"
ฉีหยวนอนุญาตอย่างรู้ใจ
ในนาทีนี้ ภาพลักษณ์ของฉีหยวนในสายตาครัวซองต์ดูสูงส่งขึ้นเป็นกอง ใครบ้างจะไม่ชอบพี่ชายใจดีที่ยอมให้จับเครื่องบินเล็กเล่น?
ครัวซองต์แตะตัวเครื่องเบาๆ แล้วรีบชักมือกลับราวกับถูกไฟช็อต
"แค่ได้แตะทีเดียวก็คุ้มแล้ว ถ้าเผลอทำพัง ฉันต้องจ่ายค่าเสียหายอย่างต่ำหนึ่งแสนแปดหมื่นเหรียญหลงเหมินเชียวนะ"
จะจับสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้
"เครื่องมือมีไว้ให้คนใช้ เลิกพูดจาเวอร์ๆ ว่ามันแพงสักที เดี๋ยวผมก็ไม่กล้าใช้กันพอดี"
ฉีหยวนส่ายหน้า ปิดกล่อง แล้วหยิบรางวัลอีกชิ้นออกมา
'คัมภีร์หมัดชงเยว่'
นี่คือของรางวัลที่ตกลงกันไว้ ฉีหยวนปรารถนาวิชาหมัดมวยของยอดฝีมือระดับหกดาวผู้นี้มานานแล้ว ส่วนเรื่องการทำความเข้าใจเคล็ดวิชา ฉีหยวนไม่กังวลเลยสักนิด
เพราะเขาเคยสอบได้ที่หนึ่งของโรงเรียนในการสอบเสมือนจริงครั้งที่สาม และได้ที่สามของเขตการศึกษาเชียวนะ
หน้าแรก
"ตะวันรอนถักทอสายน้ำยาว ฟ้าดินกว้างใหญ่หนุนส่งข้าเดินทาง"
ช่างเป็นบทกวีที่ยอดเยี่ยม!
ภาพทิวทัศน์อันงดงามปรากฏขึ้นทันตาเห็น เจตจำนงแห่งหมัดอันอิสระเสรีโลดแล่นออกมาจากหน้ากระดาษ ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งบทกวีออกมาได้อย่างถึงแก่น
ฉีหยวนแอบชื่นชมในใจ เลือดลมสูบฉีดพล่านขณะเปิดหน้าต่อไป
"พลังระเบิดดั่งคลื่นธารา สงบนิ่งแผ่วเบาดั่งขนนกยามสารท!"