เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14: คมขวานที่กวัดแกว่ง

บทที่ 14: คมขวานที่กวัดแกว่ง

บทที่ 14: คมขวานที่กวัดแกว่ง


บทที่ 14: คมขวานที่กวัดแกว่ง

เมื่อมองเห็นช่องทาง ฉินหย่งอันก็ง้างขวานขึ้นสุดแรงหมายจะจามลงไป

แต่จู่ๆ เสียงกรีดร้องแสบแก้วหูก็ดังแทรกขึ้นมา ทำเอาคนที่กำลังใช้สมาธิอย่างฉินหย่งอันสะดุ้งโหยง จนเอวเคล็ดไปในทันที

"โอ๊ย... เอวข้า"

"พี่... พี่เป็นอะไรไปคะ? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"

"เร็ว... เร็วเข้า มาพยุงข้านั่งหน่อย"

"ได้ๆ มาค่ะ"

เฉียนเฟิ่งเหอรีบปรี่เข้าไปพยุงฉินหย่งอันให้นั่งลงบนเตียงเตา จากนั้นจึงหันขวับไปมองตัวต้นเหตุด้วยสายตาตัดพ้อ "แม่ทำอะไรของแม่เนี่ย? จู่ๆ ก็ร้องเสียงหลงแบบนั้น ดูสิคะ ผัวฉันตกใจจนเจ็บตัวไปหมดแล้ว ถ้าต้องไปหาหมอขึ้นมา แม่ต้องเป็นคนออกค่ารักษานะ"

ดวงตาของแม่เฒ่าฉินแดงก่ำ เมื่อเห็นตู้ใบโปรดถูกลูกชายคนรองใช้ขวานจามจนพังยับเยิน นางก็รู้สึกหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม นิ้วมือสั่นระริกชี้หน้าด่ากราด "ไอ้ลูกทรพี! แก... แกกล้าดียังไงมาใช้ขวานจามตู้ของข้า!"

"แม่... โอ๊ย... แม่พูดอะไรแบบนั้น ผมเป็นลูกแม่นะ สมบัติในบ้านนี้มันก็ต้องมีส่วนของผมบ้างสิ ผมแค่จะหยิบของแต่ไม่มีกุญแจ ก็เลยต้องทำแบบนี้ จำเป็นต้องโกรธขนาดนี้เลยเหรอ?"

โมโหเหรอ? นางต้องโมโหอยู่แล้ว!

ในสายตาแม่เฒ่าฉิน ใครที่จ้องจะมายุ่งกับตู้ใบนี้ ก็เท่ากับพยายามแย่งอำนาจไปจากนาง ไม่ต่างอะไรกับการพรากชีวิตนางไป

ไม่ว่าใครหน้าไหน ต่อให้เป็นลูกชาย นางก็ต้องปกป้องตำแหน่งนี้ไว้ให้ถึงที่สุด

"แกจะรีบเอาอะไรนักหนา รอข้ากลับมาก่อนไม่ได้หรือไง? หือ? บอกมาเดี๋ยวนี้ นังเมียตัวดีของแกเป่าหูมาใช่ไหม?"

สิ้นเสียง แม่เฒ่าฉินก็พุ่งตัวเข้าใส่เฉียนเฟิ่งเหอ ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันตั้งตัว ฝ่ามือหนักๆ ก็ฟาดลงบนใบหน้าดังเพียะ

เล่นเอาเฉียนเฟิ่งเหอยืนงงทำอะไรไม่ถูก

พอเห็นเมียโดนตบ ฉินหย่งอันก็ลุกพรวดขึ้นมาเถียงแม่ฉอดๆ "แม่! หัดมีเหตุผลบ้างได้ไหม? ผมเป็นคนฟันตู้ ผมเป็นคนอยากได้ของ แม่ไปตบเมียผมทำไม?"

"แก... แกกล้าพูดกับแม่แบบนี้เพราะนังผู้หญิงชั้นต่ำคนนี้น่ะรึ?"

"แม่ ผมไม่มีเวลามาทะเลาะกับแม่แล้วนะ รีบเปิดตู้เร็วเข้า ผมจะเอาน้ำตาล"

"แกจะเอาน้ำตาลไปทำอะไร?"

"ก็เอาไปทำซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานน่ะสิ! เร็วเข้า! ขืนพี่ใหญ่กลับมาแย่งซีนไปก่อน งานการของหลานชายแม่ก็เป็นอันจบเห่กันพอดี"

พอเอ่ยถึงเรื่องงาน อาการปวดหัวของแม่เฒ่าฉินก็กำเริบขึ้นมาอีก หลายวันมานี้คนในบ้านวุ่นวายกันแต่เรื่องโควตางาน ลูกชายสองคนต่างสรรหาวิธีสารพัดมาไถเงินนาง

ทั้งเจ็บใจทั้งเหนื่อยกาย สุขภาพนางทรุดโทรมลงไปมาก ไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่เรื่องบ้าๆ นี่จะจบสิ้นเสียที...

"งาน งาน งาน! ในหัวแกมีแต่เรื่องงาน เคยนึกบ้างไหมว่ายังมีแม่หัวหงอกคนนี้อยู่?"

"แม่! แม่ไม่อยากให้หลานได้ดิบได้ดี มีงานทำ มีเมียดีๆ เหรอ? แม่ นั่นหลานแท้ๆ ของแม่นะ เลือดเนื้อเชื้อไขตระกูลฉิน แม่จะเห็นแก่ตัวแบบนี้ไม่ได้นะ!"

"ไม่! วันนี้ถ้าแกจะเอาอะไรไปจากข้า ก็ต้องข้ามศพข้าไปก่อน"

ฉินหย่งอันเม้มปากแน่น แววตาลังเลแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว เขารวบตัวแม่เฒ่าฉินไว้แน่นแล้วตะโกนบอกเฉียนเฟิ่งเหอ "เมียจ๋า เร็วเข้า! เอาขวานจามเลย! อีกทีเดียว! รีบหยิบของแล้วไปทำกับข้าวเร็ว!"

"ได้ๆ จ้ะพี่!"

ด้วยแรงยุจากสามีบวกกับความแค้นที่โดนตบเมื่อครู่ เฉียนเฟิ่งเหอเหวี่ยงขวานเต็มแรงจนตู้แตกออก ดวงตาของนางเป็นประกายวาวโรจน์ยามมองเห็นข้าวของด้านใน มือไม้ลูบคลำไปทั่ว...

เงิน... ธนบัตรปึกใหญ่... เกิดมานางไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน...

"มัวยืนบื้ออะไรอยู่? เร็วสิ!"

"จ้ะๆ"

เฉียนเฟิ่งเหอคว้าถุงน้ำตาลมาส่งๆ มืออีกข้างแอบฉกเงินปึกใหญ่ยัดใส่กระเป๋าเสื้อตัวเองอย่างเนียนๆ ก่อนจะรีบวิ่งแจ้นเข้าครัวไปทำกับข้าว

"อ๊าก... ตู้ของข้า! ไอ้ลูกเนรคุณ! แกกล้าขโมยของแม่ตัวเอง! ไอลูกชายคนรอง ขอให้ฟ้าผ่าตาย ขอให้โรคระบาดกินหัวแก!"

"แม่ ผมเป็นลูกแม่นะ! มีแม่ที่ไหนแช่งลูกตัวเองแบบนี้บ้าง?"

ฉินหย่งอันเองก็โมโห ทำไมลูกคนรองอย่างเขาต้องยอมให้พี่ใหญ่กดหัวตลอด? ไม่ใช่เพราะอีแก่คนนี้ลำเอียงหรอกหรือ?

เขาผลักแม่เฒ่าฉินลงบนเตียงเตา ตั้งท่าจะเดินหนี แต่จู่ๆ แม่เฒ่าฉินก็หงายหลังคอพับไปดื้อๆ

ฉินหย่งอันตกใจจนลืมเจ็บหลัง รีบกระโดดขึ้นไปเช็กลมหายใจ พอเห็นว่าแม่ยังหายใจอยู่ เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

เขาค้นตู้หาผ้าห่มและหมอนมาจัดท่าทางให้แม่นอนสบาย แล้วเตรียมจะออกไปช่วยเมีย แต่หางตาดันเหลือบไปเห็นเงินปึกใหญ่ที่ม้วนวางอยู่ในตู้ที่เปิดอ้าซ่า... หัวใจเขาเต้นรัวขึ้นมาทันที

เขารู้ดีว่าสมัยก่อน พ่อแม่ได้เงินชดเชยจากน้องสามมาห้าร้อยหยวน ตอนนี้นังเด็กผีฉินซูเยว่ไม่ยอมท่าเดียว ก็เพื่อเงินก้อนนี้ ถ้าแบ่งตามปกติ อย่างมากเขาก็ได้แค่ร้อยกว่าหยวน

แต่ถ้าเอาเงินก้อนนี้ไปซื้อตำแหน่งงานให้ลูกชายล่ะ...

นี่มันเท่ากับเอาเงินไปต่อเงินชัดๆ กำไรเห็นๆ?

คิดได้ดังนั้น ฉินหย่งอันก็รีบนับเงินห้าร้อยหยวนออกมาจากปึก แต่พอเห็นว่ายังเหลืออีกหลายม้วน ความโลภก็เริ่มทำงานหนักขึ้น

มารขาวมารดำตีกันในหัว ท้ายที่สุด... เขาก็กวาดเงินทั้งหมดใส่กระเป๋า

ก่อนที่คนอื่นจะกลับมา ฉินหย่งอันเดินไปเคาะประตูห้องฉินซูเยว่ทันที

เขาคิดง่ายๆ ว่า เดี๋ยวพอทุกคนกลับมาแล้วเห็นเงินหายไป ความแตกแน่ว่าเขาเป็นคนเอาไป จะต้องเกิดเรื่องใหญ่โต สู้เอาเงินนี้ยัดใส่มือฉินซูเยว่ตอนนี้เลยดีกว่า ได้ทั้งงานให้ลูก แถมยังโยนเผือกร้อนไปให้พ้นตัว ต่อให้ใครมาค้นทีหลังก็ไม่เจอแล้ว

"อารอง? มีอะไรหรือเปล่าคะ?"

ฉินซูเยว่ได้ยินเรื่องราวในห้องโถงหมดแล้ว เสียงดังลั่นบ้านขนาดนั้น ใครไม่ได้ยินก็หูหนวกแล้ว

"ซูเยว่ นี่เงินชดเชยของพ่อแม่เอ็งสมัยก่อน อาเอามาคืนให้แล้วนะ ตอนนี้กำลังทำหมูตุ๋นน้ำแดงกับซี่โครงเปรี้ยวหวานอยู่ เดี๋ยวเอ็งกินเยอะๆ นะ ดูสิผอมแห้งหมดแล้ว เมื่อก่อนอาผิดเองที่ไม่ดูแลเอ็งให้ดี อาไม่ขอให้เอ็งยกโทษให้หรอกนะ แค่หวังว่าเห็นแก่เงินก้อนนี้ เรื่องโควตางานนั่น..."

"อารอง หนูเข้าใจเรื่องนี้ดีค่ะ วางใจเถอะ หนูจำไว้ในใจเสมอ"

"ดีๆ หลานอาเข้าใจก็ดีแล้ว เดี๋ยวกับข้าวเสร็จแล้วอาจะมาเรียกนะ"

ฉินซูเยว่พิงกรอบประตู ในมือถือเงินปึกใหญ่ แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

ทีแรกนึกว่าฉินหย่งผิงร้ายแล้ว ไม่นึกเลยว่าฉินหย่งอันจะร้ายยิ่งกว่า... บ้านเก่าหลังนี้คงครึกครื้นน่าดูชม

ฉินซูเยว่ถือเงินเดินกลับเข้าห้อง แล้วโยนมันเข้ามิติไปดื้อๆ

ราวห้าโมงเย็น ฉินหย่งผิงลากหลี่ฮุ่ยหลานวิ่งกระหืดกระหอบกลับมา พอได้กลิ่นหอมโชยมาจากในครัว หัวใจเขาก็ดิ่งวูบ

ช้าไปเสียแล้ว

เขาหันกลับไปตบหน้าหลี่ฮุ่ยหลานฉาดใหญ่

"เพราะมัวแต่โอ้เอ้ เราเลยมาช้ากว่าเจ้ารองก้าวนึง ถ้าโควตางานของลูกหลุดมือไป จะทำยังไงหา!"

จบบทที่ บทที่ 14: คมขวานที่กวัดแกว่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว