- หน้าแรก
- เกิดใหม่คราวนี้ข้าขอมีมิติและสามีเป็นทหาร
- บทที่ 6 ฉินหงซานได้รับบาดเจ็บ
บทที่ 6 ฉินหงซานได้รับบาดเจ็บ
บทที่ 6 ฉินหงซานได้รับบาดเจ็บ
บทที่ 6 ฉินหงซานได้รับบาดเจ็บ
เมื่อกลับมาถึงกองพลการผลิตเฉาหยาง เวลาก็ล่วงเลยไปจนบ่ายสี่โมงกว่าแล้ว ในเดือนมีนาคมช่วงกลางวันมักจะสั้น บนเส้นขอบฟ้าหลงเหลือเพียงแสงสีแดงระเรื่อ ฉินซูเยว่ที่กำลังอารมณ์ดี หุบยิ้มแทบจะทันทีที่ก้าวเท้าข้ามธรณีประตู
เมื่อเห็นฉินหงซานยืนยิ้มเยาะเย้ยอยู่ ฉินซูเยว่หรี่ตาลงพร้อมกับหันไปบอกฉินเจิ้งเจี๋ยว่า "พี่คะ ลองไปสืบดูหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น"
"ได้ เธอก็ระวังตัวด้วยล่ะ"
สีหน้าของฉินเจิ้งเจี๋ยดูไม่สู้ดีนัก เห็นชัดๆ ว่าตกลงกันไว้ว่าจะขังสองวัน ทำไมผ่านไปแค่วันเดียวถึงปล่อยตัวออกมาแล้ว? ด้วยความสงสัย เขาจึงรีบมุ่งหน้าไปหาหัวหน้ากองพลทันที
"ฉินหงซาน เธอออกมาได้ยังไง?"
คนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตูเรือนหลัก อีกคนยืนอยู่ที่ประตูรั้วลานบ้าน จ้องมองกันจากระยะไกล หากไม่ใช่เพราะแววตาอาฆาตมาดร้ายที่ปิดไม่มิดของฉินหงซาน คนอื่นคงนึกว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอะไรกันถึงได้จ้องตากันหวานซึ้งขนาดนั้น
"คิดไม่ถึงล่ะสิ... ซี๊ด... ต่อให้ลุงหง... ซี๊ด... จะสั่งกำชับไว้ ฉันก็ยังออกมาได้อยู่ดี"
สภาพใบหน้าบวมเป่งจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้นั้นชวนให้คลื่นไส้จริงๆ
ฉินซูเยว่เพ่งมองและสังเกตเห็นว่าดวงตาของฉินหงซานแดงก่ำ มีรอยฉีกขาดที่หางตาและมุมปาก บนแก้มทั้งสองข้างยังมีรอยฝ่ามือประทับอยู่ สภาพแบบนี้ดูยังไงก็โดนตบมาชัดๆ... หรือว่า... "ฉินหงซาน เธอโดนหลินเนี่ยนตบมาใช่ไหม??"
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ฉินหงซานก็เลิกแสแสร้ง เธอชี้หน้าฉินซูเยว่เตรียมจะด่าทอ แต่ความเจ็บปวดที่ปากทำให้การอ้าปากพูดกลายเป็นเรื่องยากลำบาก จึงทำได้เพียงแค่อึกอักพูดไม่ออก
"ยุวปัญญาชนหลินดูบอบบางแท้ๆ แต่มือหนักใช่เล่น ถึงกับตบเธอจนมีสภาพแบบนี้? ให้ฉันเดานะ... เป็นเพราะหล่อนสั่งให้เธอมาขอโทษฉัน แต่เธอไม่ยอม ก็เลยโดนตบสินะ?"
เมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงของฉินหงซาน ฉินซูเยว่ก็รู้ว่าตัวเองเดาถูก
หึ หลินเนี่ยนเป็นคนโหดเหี้ยม เพื่อจะเกาะขาหลิวจื้อเจ๋อ หล่อนทำได้ทุกวิถีทาง พอมาเจอคนที่ไม่ให้ความร่วมมือจนทำให้พลาดโอกาสทอง มีหรือที่หล่อนจะไม่หงุดหงิด? หวยเลยมาออกที่ฉินหงซาน เพื่อนร่วมห้องขังที่เป็นตัวต้นเรื่องไปครึ่งหนึ่งนั่นเอง
ไม่มีใครดีไปกว่าใคร หมากัดหมา ต่างฝ่ายต่างเจ็บตัว สองคนนี้น่าจะจับขังรวมกันให้ทรมานกันเองไปชั่วชีวิต
ฉินซูเยว่แค่นหัวเราะใส่ฉินหงซาน ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปพักผ่อน ไม่นานนักฉินเจิ้งเจี๋ยก็กลับมา ข่าวที่ได้ก็ไม่ต่างจากที่เธอคาดเดานัก ในฐานะผู้ถูกกระทำ ฉินหงซานจึงได้รับการปล่อยตัวออกมารักษาอาการบาดเจ็บก่อนกำหนด ส่วนหลินเนี่ยนต้องถูกกักขังต่ออีกสองสามวันถึงจะออกมาได้
พอฟ้าเริ่มมืด ฉินซูเยว่ก็ลากฉินเจิ้งเจี๋ยที่กำลังจะไปทำอาหารให้เดินตรงไปยังเรือนหลัก บนโต๊ะอาหารกลางห้องโถงมีตระกร้าใส่แผ่นแป้งข้าวโพดหยาบกับน้ำต้มข้าวฟ่างวางอยู่ ตรงกลางมีจานเต้าเจี้ยวและแตงกวาดองชิ้นเล็กๆ ประมาณเจ็ดแปดชิ้น
สายตาของเธอกวาดไปเห็นไข่ตุ๋นสามถ้วยวางอยู่บนโต๊ะ ฉินซูเยว่ลากพี่ชายไปนั่งตรงหน้าถ้วยไข่ตุ๋นอย่างไม่เกรงใจ หยิบตะเกียบขึ้นมาเตรียมลงมือ
นางเฒ่าฉินที่ตกใจกับการกระทำของเธอจนลืมตัวไปชั่วขณะ รีบเอ่ยปากห้ามทันที
"ฉินซูเยว่ วางไข่ตุ๋นนั่นลงเดี๋ยวนี้ นั่นมันของบำรุงสำหรับหงซาน"
ฉินซูเยว่ที่ตักเข้าปากไปแล้วครึ่งหนึ่งวางถ้วยลงอย่างไม่แยแส ก่อนจะคว้าไข่ตุ๋นอีกถ้วยมาวางตรงหน้าฉินเจิ้งเจี๋ย พลางเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วพูดว่า "อ๋อ ถ้วยนี้ของฉินหงซานเหรอ? งั้นถ้วยนี้ก็ต้องเป็นของฉันสินะ"
หลานคนเล็กสุดสองคนของบ้านตระกูลฉิน พอเห็นไข่ตุ๋นหายวับไปกับตา ก็แหกปากร้องไห้จ้าทันที
"แม่! นังผู้หญิงเลวคนนี้แย่งไข่ตุ๋นผม!"
"ฮือๆ ไข่ตุ๋นของหนู"
"ฉินซูเยว่... แกมันไม่มียางอายหรือไง? ฮ่ะ? นังเด็กเปรต นังตัวล้างผลาญ กล้าดียังไงมากินไข่ตุ๋น?"
นางเฒ่าฉินจ้องมองด้วยดวงตาขุ่นมัว กัดฟันกรอดแทบอยากจะบิดคอฉินซูเยว่ให้หลุด
"ย่าคะ พูดแบบนี้ไม่ถูกนะ พี่ชายฉันส่งค่าเลี้ยงดูมาให้เดือนละสิบหยวน ฉันกลับไม่ได้กินแม้แต่ไข่ตุ๋น แล้วทำไมพวกมันถึงได้กิน? พี่คะ พี่เห็นหรือยัง เงินที่พี่ส่งกลับมาบ้านเก่าไม่ได้ตกถึงท้องฉันเลยสักนิด ไม่ต้องส่งเงินมาแล้วค่ะ ส่งไปสุดท้ายก็ไม่รู้ว่าไปเข้าปากคนเนรคุณคนไหน"
"ตกลง พี่เชื่อเธอ"
สองพี่น้องรับส่งกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ทำเอาทุกคนในห้องเงียบกริบ
ฉินหย่งผิงหน้าถอดสี หันไปพูดกับฉินเจิ้งเจี๋ย "เจิ้งเจี๋ย น้องสาวแกยังเด็กไม่รู้ความ แต่แกจะพลอยบ้าจี้ตามไม่ได้นะ หลายปีมานี้พวกเราคอยดูแลฉินซูเยว่มาตลอด ถ้าไม่ใช่เพราะบารมีพวกเรา เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างมันจะมีชีวิตรอดมาได้ยังไง"
"คำพูดของคุณลุงฟังดูไม่จริงใจเลยนะครับ สิบหยวนนี่เลี้ยงคนในชนบทได้ทั้งครอบครัว จะเลี้ยงแค่น้องสาวผมคนเดียวมันลำบากตรงไหน? ในเมื่อคุณลุงบอกว่าลำบาก งั้นก็แยกบ้านกันเถอะครับ ให้น้องสาวผมแยกออกไปอยู่คนเดียว จะเป็นตายร้ายดียังไงก็ให้มันเป็นเรื่องของเธอเอง"
พอได้ยินคำว่าแยกบ้าน ฉินหย่งอันก็รีบลุกขึ้นมาไกล่เกลี่ยทันที ล้อเล่นหรือเปล่า? ขืนเสียบ่อเงินบ่อทองอย่างฉินเจิ้งเจี๋ยไป แล้วเรื่องงานของลูกชายเขาจะทำยังไง?
"เจิ้งเจี๋ย หลานเอ๊ย พวกเราคนกันเองทั้งนั้น จะมาพูดเรื่องแยกบ้านทำไม? ครอบครัวก็ต้องอยู่ด้วยกันสิ พวกแกยังหนุ่มยังแน่น คิดอะไรตื้นๆ มีผู้ใหญ่อยู่ด้วยคอยดูแลย่อมดีกว่าอยู่แล้ว"
พูดจบเขาก็ขยิบตาส่งสัญญาณให้คนอื่นๆ ในครอบครัว
ฉินซูเยว่กินไข่ตุ๋นจนเกลี้ยงทั้งสองถ้วยอย่างพอใจ แล้วหยิบแผ่นแป้งขึ้นมากัดกินช้าๆ สายตาเย็นชาของเธอกวาดมองทุกคนในห้อง ก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่... "ลุงใหญ่ ลุงรอง ฉันรู้นะว่าพวกลุงคิดอะไรอยู่ พี่ชายฉันจ่ายให้เดือนละสิบหยวน หลายปีมานี้เงินที่ใช้กับฉันจริงๆ น่าจะไม่ถึงหนึ่งในสิบด้วยซ้ำ ย่าคงเก็บเงินไว้ได้เป็นกอบเป็นกำ วันนี้มาพูดกันให้ชัดเจนไปเลยดีกว่า ฉันรู้ว่าพวกลุงอยากเอาเงินก้อนนี้ไปวิ่งเต้นซื้องาน แล้วก็ให้คนไปติดต่อท่านผู้อำนวยการหงไว้แล้ว พอดีว่าวันนี้ ผู้อำนวยการหงยกโควตานี้ให้ฉัน มีแค่ที่เดียว ตำแหน่งในโรงงานเหล็กกล้า นี่คือจดหมายแนะนำตัว ยังไม่ได้ระบุชื่อ ใครจะได้ไป... ก็ขึ้นอยู่กับความประพฤติของพวกลุงแล้วล่ะ"
ฉินซูเยว่ดึงจดหมายแนะนำตัวที่มีตราประทับสีแดงสดออกมาจากอกเสื้อ ตัดสัมพันธ์พี่น้องที่เคยรักใคร่กลมเกลียวให้ขาดสะบั้นลงในพริบตา
"พี่ใหญ่ หลายปีมานี้บ้านฉันทำงานหนักที่สุด ลำบากที่สุด ถึงเวลาที่พวกฉันจะได้เสวยสุขบ้างแล้ว"
"น้องรอง แกพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง? ฉันเป็นลูกคนโตนะ ภาระเลี้ยงดูพ่อกับแม่ก็ตกอยู่ที่ฉัน ฉันไม่ลำบากกว่าแกหรือไง?"
"พี่ใหญ่ พูดน่ะพูดได้ แต่พ่อกับแม่ยกของดีๆ ให้พี่ไปตั้งเท่าไหร่ แม้แต่ลูกสาวของพี่ พ่อกับแม่ก็ช่วยเลี้ยงมาให้ตั้งยี่สิบกว่าปี น้องชายอย่างฉันไม่เห็นเคยได้รับอภิสิทธิ์แบบนั้นบ้างเลย..."
ฉินซูเยว่ไม่มีความเห็นใจใดๆ ให้กับการกวนน้ำให้ขุ่นครั้งนี้ เธอลุกขึ้นยืน มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย มองดูสองพี่น้องที่เริ่มแตกคอกันและนางเฒ่าฉินที่นั่งหน้าดำหน้าแดงอยู่บนเตียง แล้วเอ่ยว่า "ผู้อำนวยการหงบอกว่าโควตานี้มีกำหนดเวลา ฉันคิดว่าพวกลุงน่าจะรู้ว่าฉันต้องการอะไร จะทำยังไงต่อไป... ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเอาสิ่งที่ฉันต้องการมาแลกได้ก่อนกัน"
พอเดินมาถึงประตู เธอก็ชนเข้ากับหลี่ฮุ่ยหลานและลูกสาวพอดี
ทันทีที่ฉินหงซานเห็นฉินซูเยว่ ความโกรธแค้นก็พุ่งปรี๊ดจนอดใจไม่ไหว ถลาเข้ามาหมายจะทำร้าย ฉินซูเยว่ไม่คิดจะออมมืออยู่แล้ว จึงถีบสวนกลับไปจนอีกฝ่ายกระเด็น จากนั้นหันกลับไปตะโกนบอกคนในห้องว่า "ลุงใหญ่ ดูแลหมาของลุงให้ดีๆ ถ้ามันทำให้ฉันไม่พอใจขึ้นมาอีก คนที่จะสมหวังก็คือบ้านลุงรองนะจะบอกให้"