- หน้าแรก
- หย่าแล้วรุ่ง ชีวิตพุ่งสู่จุดสูงสุด
- บทที่ 24 ไปเที่ยวบ้านใหม่ได้ไหม?
บทที่ 24 ไปเที่ยวบ้านใหม่ได้ไหม?
บทที่ 24 ไปเที่ยวบ้านใหม่ได้ไหม?
"ได้สิ เดี๋ยวฉันกลับมหาลัยเมื่อไหร่จะเลี้ยงมื้อใหญ่พวกเธอเอง"
เจียงอวี่เวยตอบตกลงทันที
รางวัลที่สวีจื่อม่อเปย์ให้น่าจะได้สี่หมื่นกว่าหยวน เลี้ยงข้าวเพื่อนสักสองสามพันก็ยังเหลือเฟือ
ยังไงพวกเธอก็ยังเป็นแค่นักศึกษา
"อวี่เวย ตอนนี้เธออยู่ไหน อย่าบอกนะว่าอยู่บ้านใหม่แล้ว?" เฟิงฟางฟางส่งข้อความมาอีก
"อื้ม"
"อิจฉาจังโว้ย!"
เฟิงฟางฟางสติแตกต่อ
แม้จะยังไม่รู้ว่าบ้านเป็นแบบไหน แต่สำหรับคนที่มีพื้นเพธรรมดาอย่างพวกเธอ การมีบ้านเป็นของตัวเอง ต่อให้แค่ 3 ห้องนอน 2 ห้องนั่งเล่น ก็ถือว่าหรูหรามากแล้ว
เธอเต้นแร้งเต้นกาอยู่บนเตียง ท่าทางตื่นเต้นของเธอเรียกความสนใจจากหลินจุยมี่ยวและเจียงโหย่วฉีได้เป็นอย่างดี
"ฟางฟาง เป็นอะไรไป" หลินจุยมี่ยวถามอย่างสงสัย
"อวี่เวยน่ะสิ!"
เฟิงฟางฟางกัดฟันกรอด "ยัยเด็กนั่นมีทั้งรถทั้งบ้านในสตาร์ซิตี้แล้ว!"
เธอกลัวทั้งเพื่อนลำบาก และกลัวเพื่อนได้ดีเกินหน้าเกินตา
เมื่อไม่กี่วันก่อน เจียงอวี่เวยยังเป็นสตรีมเมอร์ไส้แห้งรายได้สามสี่พันเหมือนเธออยู่เลย อย่าว่าแต่บ้านกับรถเลย แค่กองแบรนด์เนมพวกนั้นก็สร้างช่องว่างมหาศาลระหว่างพวกเธอแล้ว
"หือ?"
หลินจุยมี่ยงุนงง แต่เจียงโหย่วฉีกลับดูครุ่นคิด
เจียงโหย่วฉีมีฐานะทางบ้านแย่ที่สุดในกลุ่ม ดูได้จากเสื้อผ้าที่เธอใส่ ไม่มีชิ้นไหนราคาเกินห้าสิบหยวนเลย
ยิ่งจน ยิ่งเห็นลูกชายสำคัญกว่าลูกสาว ที่บ้านเธอไม่อยากส่งเสียให้เรียนต่อด้วยซ้ำ แต่ยอมเพราะได้ยินว่าถ้าเรียนจบปริญญาจะแต่งงานได้สินสอดดีกว่า เธอถึงได้มาเรียน
เพราะไม่ได้รับความรักจากที่บ้าน เจียงโหย่วฉีจึงเป็นคนเก็บตัวและขี้ขลาด
แน่นอนว่าเก็บตัวและขี้ขลาดไม่ได้แปลว่าไม่ฉลาด
จากเหตุการณ์สองสามวันนี้ เธอเดาได้ว่าต้นตอของเรื่องทั้งหมดต้องมาจากพี่ใหญ่ของอวี่เวยแน่ๆ
แม้เจียงโหย่วฉีจะอยู่แค่ปีสอง แต่ที่บ้านก็พยายามจับคู่ให้เธอตั้งแต่ปีหนึ่ง พร่ำบ่นเรื่องรถ เรื่องบ้าน เรื่องสินสอดกรอกหูเธอไม่รู้กี่ครั้ง
เธอยืนกรานจะเรียนให้จบสี่ปี และไม่ได้กลับบ้านมาครึ่งปีแล้ว
เธอ... กลัวที่จะกลับไปที่บ้านหลังนั้น
เธอ... อยากมีบ้านเป็นของตัวเองจริงๆ ไม่ว่าจะเล็กหรือเก่าแค่ไหนก็ตาม
ดังนั้น พอได้ยินว่าเจียงอวี่เวยมีบ้าน แม้แต่เจียงโหย่วฉียังอดอิจฉาไม่ได้
"อวี่เวย พวกเราไปดูบ้านใหม่เธอได้ไหม"
เฟิงฟางฟางอยากรู้อยากเห็นจนทนไม่ไหว เธออยากรู้ว่าเป็นบ้านแบบไหน และอยากเห็นด้วยว่า 'พี่เฟิง' ดีกับเพื่อนรักเธอขนาดไหน
และอยากรู้ด้วยว่า... เธอพอจะมีโอกาสบ้างไหม
ไปดูบ้านใหม่เหรอ?
เจียงอวี่เวยลังเลเล็กน้อย
ไม่ใช่ว่าเธอขี้งก แต่กลัวสวีจื่อม่อจะไม่พอใจ เธอเลยเงยหน้ามองเขา
สวีจื่อม่อเองก็กำลังอ่านข้อความอยู่
มีคนคนหนึ่งทำให้เขาแปลกใจ
หวงอวี้ชิง เพื่อนสนิทของหวังผิงผิง
สวีจื่อม่อจำเธอได้แม่น เพราะในบรรดาเพื่อนของหวังผิงผิง เธอมีชีวิตดีที่สุด และมักจะเอามาเปรียบเทียบกับเขาบ่อยๆ
หวงอวี้ชิงถือกระเป๋าหลุยส์ แต่งตัวหรูหรา ไปเที่ยวที่แพงๆ เช็กอินหรูๆ ทุกเดือน ใครบ้างจะไม่อิจฉา?
เมื่อก่อน สวีจื่อม่อก็เคยชื่นชมเธอ แต่ตอนนี้... เขารู้แล้วว่ามันก็แค่นั้น
ก็แค่พวกไฮโซปลอมๆ
"จื่อม่อ ช่วงนี้ผิงผิงมาอยู่กับฉัน เธอกำลังหาทนาย บอกว่าจะฟ้องเรียกสินสมรสคืน"
หมายความว่าไง?
สองคนนี้เพื่อนรักกันไม่ใช่เหรอ?
หวังผิงผิงจะจ้างทนาย แล้วทำไมหวงอวี้ชิงต้องมาบอกเขา?
ไม่นาน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นที่มุมปากสวีจื่อม่อ
เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดจริงๆ
ขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกโชคดี
ระบบนี่มองการณ์ไกลจริงๆ!
ถ้าต้องแบ่งสมบัติให้หวังผิงผิง เขาคงขยะแขยงตายชัก
แต่ตอนนี้?
ฝันไปเถอะว่าจะได้แม้แต่แดงเดียว!
"เชิญตามสบาย"
หลังจากตอบกลับสั้นๆ สวีจื่อม่อก็สังเกตเห็นเจียงอวี่เวยในอ้อมกอดขยับตัวไปมา มองเขาเหมือนมีอะไรจะพูด
"เป็นอะไรไป" เขาถาม
"คือ... คือรูมเมตหนู เขาอยากมาดูบ้านน่ะค่ะ"
เจียงอวี่เวยพูดอย่างระมัดระวัง แล้วรีบเสริม "ถ้าไม่สะดวก หนูจะ..."
"ไม่สะดวกตรงไหนล่ะ"
จริงๆ แล้วสวีจื่อม่อก็แอบคาดหวังอยากเจอเฟิงฟางฟาง รูมเมตของเธออยู่เหมือนกัน
นักศึกษาสาวสวย วัยขบเผาะ น่าลิ้มลองจะตาย!
"นี่บ้านหนูนะ หนูตัดสินใจเองได้เลย"
คำพูดนี้ทำเอาเจียงอวี่เวยน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้ง เธอโถมตัวเข้ากอดเขาและประทับจูบอย่างดูดดื่ม
[ค่าความชอบของเจียงอวี่เวย +5]
เร็วชะมัด แค่สามวันก็ปาเข้าไปเจ็ดสิบแล้ว เร็วๆ นี้น่าจะเต็มร้อย
ถึงตอนนั้น เจียงอวี่เวยคงมอบกายถวายชีวิตให้เขาหมดใจเลยสินะ?
สักพัก ทั้งคู่ก็ผละออกจากกัน
เจียงอวี่เวยกำลังจะตอบข้อความ สวีจื่อม่อก็เตือน "ถามพวกเขาสิว่ากินข้าวหรือยัง"
ตอนนี้เพิ่งจะเที่ยง
"ค่ะ"
เจียงอวี่เวยรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ตอบกลับเฟิงฟางฟางว่า "มาได้เลย"
พร้อมส่งโลเคชันไปให้
และถามต่อ "กินข้าวกันหรือยัง"
"ยังเลย"
เฟิงฟางฟางตอบเสร็จก็ปิดไลฟ์ เตรียมตัวแต่งหน้าแต่งตัวทันที พร้อมตะโกนบอกหลินจุยมี่ยวและเจียงโหย่วฉี "พวกเธอรีบแต่งตัวเร็ว วันนี้เราจะไปถล่มอวี่เวยให้เลี้ยงมื้อใหญ่!"
สวีจื่อม่อต้องอยู่ด้วยแน่ๆ
เธอจะแต่งตัวโทรมๆ ไม่ได้เด็ดขาด
"พวกเราต้องไปเหรอ"
หลินจุยมี่ยวตื่นเต้น แต่เจียงโหย่วฉีดูลังเล
เธอขี้อาย ขนาดเจอเพื่อนร่วมชั้นยังประหม่า นับประสาอะไรกับคนแปลกหน้า
สุดท้าย ทนแรงรบเร้าของหลินจุยมี่ยวและแรงลากของเฟิงฟางฟางไม่ไหว ทั้งสามคนก็ออกจากหอพัก...
เมื่อรู้จำนวนคน สวีจื่อม่อก็สั่งปูอลาสก้าหนัก 4.5 จิน ล็อบสเตอร์บอสตัน 2 จินกว่า และปลาเก๋าจุดฟ้าเพิ่ม... ลงในออเดอร์ของสวีจี้ซีฟู้ด
รวมเป็นเงินห้าพันหกร้อยหยวน!
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
โทรศัพท์เจียงอวี่เวยดังขึ้น
เฟิงฟางฟางโทรมา
พอรับสาย เสียงของเฟิงฟางฟางดูเกร็งๆ "อวี่เวย ยามบอกว่าต้องให้เธอยืนยันตัวตนก่อนน่ะ"
ทันทีที่ลงจากรถ เธอก็ตะลึงกับความอลังการของหมู่บ้านตรงหน้า
ต่อให้ไม่รู้ว่าปินเจียงเบย์คืออะไร แค่เห็นแวบแรกก็รู้ว่าหรูหราหมาเห่า
บ้านที่นี่ต้องแพงหูฉี่แน่ๆ
หลังจากแจ้งพ่อบ้านส่วนตัว อีกสองนาทีเขาก็มารับที่หน้าป้อมยามและพาเฟิงฟางฟางกับเพื่อนๆ เข้าไป
พอเข้ามาข้างใน ทุกอย่างดูตื่นตาตื่นใจไปหมด แม้แต่เฟิงฟางฟางที่ปกติเป็นคนร่าเริงกล้าแสดงออก ยังเงียบกริบ ไม่กล้าแม้แต่จะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป
แต่ในใจเธอเต้นระรัว
คุณพระช่วย!
เพื่อนรักเธอไม่ใช่แค่ได้ขับแลนด์โรเวอร์ (Land Rover) แต่ชีวิตพลิกผันกลายเป็นนางหงส์ไปแล้ว!
ที่โถงทางเข้าตกแต่งอย่างหรูหรา เฟิงฟางฟางมองเห็นเจียงอวี่เวยทันทีและรีบวิ่งเข้าไปหาอย่างตื่นเต้น "อวี่เวย!"
"จะทำอะไรยะ?"
แม้เจียงอวี่เวยจะแกล้งทำเสียงรำคาญและเชิดใส่ แต่ร่างกายเธอกลับเอนไปข้างหลังเล็กน้อย รักษาระยะห่างอย่างพอดี ประกายตาคู่นั้นปิดความดีใจไว้ไม่มิด
เธอไม่กล้าอวดลงโซเชียล แต่การได้บอกให้เพื่อนสนิทรู้ว่าเธออยู่ในคฤหาสน์หรู มันก็ทำให้เธอตื่นเต้นจนเนื้อเต้นอยู่ดี