เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 การลาออกของน้องสาว เสียงคำรามของน้องสาว

บทที่ 7 การลาออกของน้องสาว เสียงคำรามของน้องสาว

บทที่ 7 การลาออกของน้องสาว เสียงคำรามของน้องสาว


บทที่ 7 การลาออกของน้องสาว เสียงคำรามของน้องสาว

หลังจากใช้เวลาช่วงบ่ายพยายามทำอะไรหลายๆ อย่าง นางฟ้าตกสวรรค์ที่มีสภาพสะบักสะบอม มองดูเชียนเริ่นเสวี่ยที่ผมเผ้ารุงรังพอกันอย่างจนปัญญา

"จบกัน ท่านแม่ข้าคงฝังคำสั่งจิตบางอย่างลงในตัวเจ้า ทำให้เจ้าเป็นฝ่ายคุมเกม" เชียนเริ่นเสวี่ยกล่าวพลางวางมือบนคอของอีกฝ่ายเพื่อปลอบโยน

"แต่อย่ากังวลไป วันนี้เราสองคนต่างก็เห็นแล้วว่า ข้าสั่งให้เจ้าทำได้แค่เรื่องเล็กน้อย ส่วนเรื่องยุ่งยากซับซ้อน เจ้าก็ทำไม่ได้"

"อืม ข้าก็พอมองออก องค์สังฆราชคงแค่อยากให้ข้าดูแลเจ้าแทนนางนั่นแหละ! เจ้าสบายไปเลยนะ..." นางฟ้าตกสวรรค์กรอกตา เม้มปากอย่างช่วยไม่ได้

"เอาน่า อย่าคิดมาก! ข้าก็จะไม่สั่งอะไรเจ้าหรอกน่า จริงไหม!" เชียนเริ่นเสวี่ยที่ยังคงคล้องคออีกฝ่ายอยู่ เอื้อมมือไปหยิกแก้มยุ้ยๆ เบาๆ แล้วหัวเราะคิกคัก "พูดอีกอย่างก็คือ เรามีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน เลือดแท้ๆ ใกล้ชิดยิ่งกว่าฝาแฝดเสียอีก"

"ก็จริง..." มุมปากของนางฟ้าตกสวรรค์กระตุกสองสามที พลางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

"อ้อ ไหนๆ เราก็มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกันแล้ว ร่างกายนี้ของข้าเกิดก่อนเจ้า และเลือดในตัวเจ้าก็มาจากข้า เจ้าควรเรียกข้าว่าอะไรดี?" เชียนเริ่นเสวี่ยเพิ่มแรงกดที่แขน ดึงแก้มของทั้งสองให้แนบชิดกัน แล้วพูดเสียงหวาน "ไหนลองเรียกซิ?"

"เอ่อ..." นางฟ้าตกสวรรค์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะฝืนยิ้มแห้งๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก แล้วหลุดปากออกมาว่า "แม่?"

"เรียกพี่เสวี่ย!" ใบหน้าเชียนเริ่นเสวี่ยดำทะมึน คำรามเสียงต่ำ "ข้ายังไม่เคยแตะต้องผู้ชายสักคน จะมาเรียกข้าว่าแม่ได้ไง?"

"งั้น... พี่เสวี่ย!?" นางฟ้าตกสวรรค์ถามย้ำ

"เออ ค่อยยังชั่วหน่อย เด็กดี น้องสาว!" ได้ยินดังนั้น เชียนเริ่นเสวี่ยก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

"ปัญญาอ่อน..." นางฟ้าตกสวรรค์บ่นอุบอิบ แล้วก็ถูกเชียนเริ่นเสวี่ยลากไปยืนหน้าโลงศพของนางทันที

ทีแรกนางฟ้าตกสวรรค์ไม่เข้าใจว่าเชียนเริ่นเสวี่ยจะทำอะไร!

จนกระทั่งเชียนเริ่นเสวี่ยหยิบป้ายวิญญาณรูปทรงประหลาดออกมาจากโลง ใช้มือเช็ดฝุ่นออกอย่างทะนุถนอม แล้วหันมามองอย่างตั้งใจ นางถึงเห็นตัวอักษรบนนั้นและไม่กล้าส่งเสียงรบกวน

นางเฝ้ามองเชียนเริ่นเสวี่ยเช็ดป้ายวิญญาณที่สลักชื่อเชียนเต้าหลิว เชียนเริ่นเสวี่ยเช็ดอยู่นานแค่ไหน นางก็ยืนมองอยู่นานแค่นั้น

ผ่านไปอีกหนึ่งก้านธูป เชียนเริ่นเสวี่ยลุกขึ้น วางป้ายวิญญาณของเชียนเต้าหลิวไว้บนโลงศพ ดึงนางฟ้าตกสวรรค์มายืนข้างหน้า โค้งคำนับ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ท่านปู่ ผ่านไปตั้งหลายปี ในที่สุดตระกูลเชียนของเราก็มีทายาทคนใหม่แล้ว! วันนี้ข้าพานางมาหาท่าน"

"หือ?!" นางฟ้าตกสวรรค์ยืนแข็งทื่อ มองเชียนเริ่นเสวี่ยที่น้ำตานองหน้า ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกอยู่พักใหญ่

สุดท้าย ด้วยความคิดที่ว่า 'เคารพผู้ล่วงลับ' นางจึงโค้งคำนับป้ายวิญญาณของเชียนเต้าหลิวไปตามมารยาท

เชียนเริ่นเสวี่ยกุมมือนางฟ้าตกสวรรค์แน่น แล้วพูดอย่างเปิดเผย "ชาติก่อนข้าไม่ได้ทิ้งทายาทไว้ให้สายเลือดทูตสวรรค์ ชาตินี้ข้าพอจะมีอยู่คนหนึ่ง ถ้าเจ้าไม่รังเกียจ ใช้นามสกุลของข้า นามสกุลของพี่สาวเจ้าเถอะ!"

"เอ๊ะ ไม่สิ ทำไมข้ารู้สึกทะแม่งๆ!" เชียนหลิงอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย จ้องมองเชียนเริ่นเสวี่ยเขม็ง ราวกับกำลังสับสนว่านี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

คนอื่นข้ามมิติมามีระบบคอยช่วย แต่งงานกับสาวสวยรวยทรัพย์ ก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิต ทำไมข้าถึงโดนลากเข้าผังตระกูลชาวบ้านเขาดื้อๆ แบบนี้!

ไม่สมเหตุสมผล! มันไม่ถูกต้อง!

"ทะแม่งตรงไหน?!" เชียนเริ่นเสวี่ยยืดอกอย่างภาคภูมิใจ บีบหลังคอของอีกฝ่ายที่เป็นจุดตาย แล้วถามอย่างเจ้าเล่ห์ "ในแง่สายเลือด เราไม่ใช่ญาติกันหรือไง?"

"ใช่" นางฟ้าตกสวรรค์พยักหน้า

"แล้วหน้าตาเราไม่เหมือนกันหรือไง?" เชียนเริ่นเสวี่ยถามต่อ

"...เหมือน" นางฟ้าตกสวรรค์คิดครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้าอีกครั้ง

"งั้นเจ้า..." เชียนเริ่นเสวี่ยกำลังจะถามต่อ

"พอ หยุด ข้ายอมแล้ว โอเคไหม! อยากได้อะไรก็บอกมาตรงๆ! ข้าทำให้หมดแหละ" นางฟ้าตกสวรรค์ถอนหายใจอย่างระอา กรอกตา เดินไปยืนข้างเชียนเริ่นเสวี่ย แล้วมองตาปริบๆ ขณะที่เชียนเริ่นเสวี่ยเลือกชื่อให้นางจากผังตระกูล

"ไหนดูซิ ต่อจากรุ่น 'เริ่น' ของข้า... ผู้ชายรุ่น 'หยวน'... ผู้หญิงรุ่น 'หลิง'..." เชียนเริ่นเสวี่ยเหลือบมองนางฟ้าตกสวรรค์แล้วถาม "คิดชื่อไว้หรือยัง?"

"ยัง แต่ข้ารู้สึกผิดสังเกต ผิดสังเกตมากๆ!" นางฟ้าตกสวรรค์สังเกตเห็นมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยของเชียนเริ่นเสวี่ย แล้วเข้าใจทันที

ยัยผู้หญิงเจ้าแผนการ เชียนเริ่นเสวี่ยไม่ได้อยากเป็นพี่สาวนางเลยสักนิด สายตาแบบนี้... ชัดเจนว่าไม่อยากให้เรียก "แม่" แต่อยากเป็น "แม่" ของนางในผังตระกูลต่างหาก!

โอ้โห ข้านับถือเจ้าเป็นพี่สาว แต่เจ้ากลับอยากเป็นแม่ข้า! นึกไม่ถึงเลยว่าเชียนเริ่นเสวี่ยที่ดูซื่อๆ จะมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวขนาดนี้!

นางฟ้าตกสวรรค์จำต้องกลืนความไม่พอใจลงท้อง (ประท้วงไปก็ไร้ผล โดนปัดตกแน่นอน) แล้วมองดูชื่อใหม่ของตัวเองถูกบันทึกลงในผังตระกูลโดยฝีมือเชียนเริ่นเสวี่ยอย่างจนปัญญา

"มามะ หลิงอวิ๋น มาหาพี่สาวเร็ว!" เชียนเริ่นเสวี่ยกางแขนออกกว้างอย่างเวอร์วัง ส่งสัญญาณให้น้องสาวที่หน้าตาเหมือนปี่ปี๋ตงมากขึ้นเรื่อยๆ เข้ามาให้นางกอดรัดฟัดเหวี่ยง

"ไปให้พ้น! ยัยป้า แกคิดว่าฉันเป็นเด็กสามขวบหรือไง!" เชียนหลิงอวิ๋นที่เพิ่งได้ชื่อใหม่ ทำหน้าบอกบุญไม่รับพร้อมชูนิ้วกลางใส่

"ข้าแก่กว่าเจ้าตั้งเยอะ อีกอย่าง... นังหนู กล้าดีขึ้นเยอะนะ ถึงกับกล้าทำท่าทางหยาบคายใส่พี่สาว!?"

เชียนเริ่นเสวี่ยที่ได้รับความทรงจำส่วนหนึ่งของดาวโลกจากเจตจำนงแห่งมิติ ย่อมรู้ความหมายของท่าทางนี้ดี สีหน้าของนางเรียบเฉย ไม่บ่งบอกอารมณ์ ขณะย่างสามขุมเข้าหาเชียนหลิงอวิ๋น

กว่าเชียนหลิงอวิ๋นจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว นางไม่มีทางหนี

"ปล่อยนะ ปล่อยนะ ยัยสัตว์ประหลาด!" เชียนหลิงอวิ๋นที่ถูกหิ้วคอ ดิ้นรนสุดชีวิต แต่ในเรื่องทักษะการต่อสู้ นางที่เก่งแต่ปากจะไปสู้เชียนเริ่นเสวี่ยผู้เจนจัดสมรภูมิได้อย่างไร

สุดท้าย หลังจากดิ้นรนอย่างไร้ประโยชน์ ฝ่ามือของเชียนเริ่นเสวี่ยก็ฟาดลงบนเอวและก้นของนางเต็มแรง

มองดูเชียนหลิงอวิ๋นที่ราวกับถอดแบบมาจากปี่ปี๋ตง การตบสั่งสอนชุดใหญ่ของเชียนเริ่นเสวี่ย นอกจากสัมผัสนุ่มนิ่มที่ฝ่ามือแล้ว ยังนำมาซึ่งความสะใจลึกๆ ที่น่าละอายแต่ก็หยุดไม่ได้

ในชั่วขณะนั้น เชียนเริ่นเสวี่ยรู้สึกเหมือนวิญญาณได้รับการยกระดับขึ้นเล็กน้อย การตีเชียนหลิงอวิ๋นตอนนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเอาคืนเงาทะมึนที่ปี่ปี๋ตงเคยทาบทับไว้ในใจนาง

เชียนหลิงอวิ๋นไม่เคยคาดคิดเลยว่า เชียนเริ่นเสวี่ยจะถึงขั้นเสพติดและจับจังหวะการตีได้

ต่อมน้ำตาของเด็กสาวนั้นอ่อนไหวง่าย แม้ใจจะไม่ยากร้องไห้ แต่หลังจากโดน 'กฎบ้าน' เข้าไป น้ำตาก็รื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ขณะลูบคลำจุดที่เจ็บแปลบๆ นางก็โยนเหรียญทองในมือเล่น "นี่ เสบียงแห้งที่นี่คงอยู่ได้ไม่กี่วัน เราควร... ออกไปหาซื้ออะไรกินกลับมาตุนไว้ไหม?"

"ได้สิ จะใสชุดนี้ออกไปเหรอ?" เชียนเริ่นเสวี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของเชียนหลิงอวิ๋นทันที

แต่ก่อนไป นางยืนกรานให้เชียนหลิงอวิ๋นสวมชุดคลุมสีดำที่ดูน่าขนลุกนั่น

"ไอ้นี่เหม็นจะตาย ไม่ใส่ไม่ได้เหรอ!" เชียนหลิงอวิ๋นดมชุดคลุมในมือ แล้วสะบัดไปมาในอากาศด้วยความรังเกียจ ราวกับพยายามไล่กลิ่นเหม็นออกจากชุด

"เด็กโง่ อย่าให้กลิ่นเหม็นหลอกเอาได้ นี่มันผงไล่แมลงต่างหาก เป็นไปได้มากว่าพวกมันมาจากที่ที่มีแมลงเยอะ" เชียนเริ่นเสวี่ยแยกแยะกลิ่นบนชุดได้อย่างเชี่ยวชาญ แล้วเขกหัวเชียนหลิงอวิ๋นเบาๆ พร้อมขู่ "ถ้าไม่ใส่ชุดนี้ ออกไปอาจโดนฝูงแมลงหามไปกินตับก็ได้นะ!"

"เชอะ ไม่เชื่อหรอก!" เชียนหลิงอวิ๋นมองค้อน กำลังจะหัวเราะเยาะเชียนเริ่นเสวี่ยที่เล่านิทานหลอกเด็ก แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าที่นี่คือทวีปโต้วหลัว ไม่ใช่ดาวโลก และมีความเป็นไปได้จริงๆ ที่จะมีสัตว์วิญญาณประเภทยุงยักษ์คาบคนไปกิน

คิดได้ดังนั้น นางก็กลืนคำพูดลงคอ แล้วยอมสวมชุดคลุมสีดำเหม็นๆ นั่นแต่โดยดี

จบบทที่ บทที่ 7 การลาออกของน้องสาว เสียงคำรามของน้องสาว

คัดลอกลิงก์แล้ว