- หน้าแรก
- หลังจากเกมมหาเศรษฐีระดับพระเจ้าของผมมาถึง
- ตอนที่ 15: ผู้จัดการที่ระบบจัดมาให้ไม่มีสมองเหรอ?
ตอนที่ 15: ผู้จัดการที่ระบบจัดมาให้ไม่มีสมองเหรอ?
ตอนที่ 15: ผู้จัดการที่ระบบจัดมาให้ไม่มีสมองเหรอ?
หลังจากแอด WeChat เสร็จ พนักงานต้อนรับชายคนเดิมก็เดินเข้ามาโค้งคำนับให้เพียวเฟยฉี:
"สวัสดีครับคุณเพียว พนักงานนวดหมายเลข 36 เตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว เชิญเปลี่ยนชุดทางนี้ครับ!"
ได้ยินดังนั้น เพียวเฟยฉีก็ลุกขึ้นจากโซฟาอย่างทุลักทุเล หันมาพูดกับซูเสี่ยวอย่างอารมณ์ดี:
"น้องชาย งั้นพี่ไปก่อนนะ ไว้คุยกัน!"
ซูเสี่ยวพยักหน้ายิ้มรับ:
"ครับพี่เพียว ขอให้สนุกนะครับ!"
หลังจากเพียวเฟยฉีจากไป ซูเสี่ยวสังเกตเห็นชายฉกรรจ์ในชุดสูทสองคนที่ดูดุดันยืนอยู่ไม่ไกล ไม่รู้ว่ามายืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่
ใจเขาเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย แต่ก็แสร้งทำเป็นไม่สนใจ เอนหลังพิงโซฟาหลับตาพักผ่อนต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ดูท่าทรัพย์สินแห่งนี้จะไม่ใช่แค่ธุรกิจสีขาวสะอาดธรรมดาซะแล้ว อาจจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่!
เขาวางมือบนหน้าขา นิ้วขวาเคาะเป็นจังหวะเบาๆ
ตึก ตึก ตึก!
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเข้า ชายหนุ่มในชุดสูทสีแดงไวน์เดินนำหน้า ตามมาด้วยชายฉกรรจ์อีกสี่ห้าคนในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มเหมือนพวกขายประกัน ท่าทางดูเอาเรื่อง
พอเข้ามาในล็อบบี้ ชายชุดแดงก็ตะโกนถามจวงซีที่เคาน์เตอร์:
"ซีซี ไอ้เด็กเปรตที่มาป่วนมันอยู่ไหน?"
เห็นเขามาถึง จวงซีก็ถอนหายใจโล่งอก แต่ก็อดกังวลไม่ได้ เธอรีบเดินออกมาจากเคาน์เตอร์ คว้าแขนชายหนุ่มไว้แล้วกระซิบ:
"กวนซาง นายมาแล้ว จำไว้นะ ห้ามลงไม้ลงมือเด็ดขาด เดี๋ยวผู้จัดการกวนก็จะมาแล้ว!"
เธอเรียกกวนซางมาแค่เพื่อเป็นกำลังเสริม ไม่ได้อยากให้เรื่องบานปลาย
ตอนแรกเธอนึกว่าซูเสี่ยวเป็นพวกนักเลงหัวไม้ และท่าทีนิ่งเฉยของเขาแปลว่าเขารอกำลังเสริม แต่ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เขาก็นั่งเฉยๆ ไม่ได้ก่อเรื่องอะไร
ธุรกิจสมัยนี้เน้นความปรองดอง เปลี่ยนเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก เปลี่ยนเรื่องเล็กให้เป็นไม่มีเรื่อง ถ้าไกล่เกลี่ยได้ก็ดีที่สุด รอผู้จัดการกวนกลับมาจัดการน่าจะดีกว่า
อีกอย่าง เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะมีธุระกับผู้จัดการกวนจริงๆ ก็ได้
ดังนั้นเธอเลยไม่อยากให้กวนซางที่อารมณ์ร้อนไปก่อเรื่อง ตอนนี้เธอนึกเสียใจที่กดปุ่มเรียกเขามารวดเร็วเกินไป
กวนซางตัวสั่นสะท้านเหมือนโดนไฟช็อตเมื่อถูกจวงซีจับแขน มองหน้าจวงซีในระยะประชิด หัวใจเขาเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น เขาใช้มืออีกข้างตบอกตัวเองแล้วพูดว่า:
"ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างอยู่ในความควบคุมของฉัน!"
"ไหนล่ะไอ้ตัวป่วน? มันหนีไปแล้วเหรอ? มันรังแกเธอหรือเปล่า? เปิดกล้องวงจรปิดดูซิ ฉันอยากเห็นหน้าไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่กล้ามาแหยมในถิ่นฉัน!"
เสียงเขาดังลั่น พูดรัวเหมือนปืนกล จนจวงซีหาจังหวะแทรกไม่ได้
จวงซีทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ในใจก่นด่า 'ไอ้โง่ เอ้ย ไม่ดูมือถือบ้างหรือไง? ฉันพิมพ์บอกรายละเอียดไปหมดแล้ว!' เรื่องมันไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ถ้าปล่อยให้ไอ้ทึ่มนี่วู่วาม เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่
เธอนึกเสียใจ... อันที่จริง กวนซางไม่ได้โง่ขนาดนี้หรอก เขาแค่เบื่อจนจะบ้าตายตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เครสเซนต์เบย์เปิด เขาหน้าด้านมาสมัครเป็น รปภ. กึ่งคนคุมร้าน กะว่าจะได้โชว์พาวโยนพวกนักเลงออกไปบ้าง
ใครจะไปคิดว่าผ่านไปครึ่งปี จะไม่มีใครกล้ามาก่อเรื่องเลยสักคน!
หนำซ้ำพี่สาวเขายังสั่งห้ามไม่ให้มาที่ร้านถ้าไม่จำเป็น ทำลายความฝันที่จะได้ใกล้ชิดจวงซีจนพังทลาย
ดังนั้น พอได้รับสัญญาณเรียกตัวจากจวงซีวันนี้ เขาเลยตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
"คุณคือคนรับผิดชอบเครสเซนต์เบย์เหรอ?"
ขณะที่กวนซางกำลังพ่นไฟ แต่ใจไม่อยากปล่อยมือนุ่มๆ ของจวงซี เสียงใสๆ ก็ดังขึ้น
กวนซางและพรรคพวกหันขวับไปมอง เห็นซูเสี่ยวในชุดวอร์มสีขาวนวลเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ
เห็นแบบนั้น กวนซางชะงักไปครู่หนึ่ง คิดในใจ 'หน้าติ๋มๆ แบบนี้ก็ชอบเที่ยวนวดเท้าเหมือนกันเหรอ? หรือว่าสาวๆ ไม่สนใจ หรือแม่ยกถังแตก?'
วินาทีต่อมา เขาชี้หน้าซูเสี่ยวแล้วสั่ง:
"จับมันไว้!"
ลูกน้องข้างหลังเตรียมจะพุ่งเข้าไป
ซูเสี่ยวขมวดคิ้ว ยกมือห้าม:
"เดี๋ยวก่อน!"
"คุณคือคนรับผิดชอบที่นี่เหรอ?"
คนอารมณ์ร้อนขนาดนี้จะเป็นผู้จัดการได้ยังไง?
กวนซางยกมือขึ้นกอดอก พูดเสียงเย็น:
"ทำไม? กลัวจนหัวหดแล้วสิ? แล้วทีเมื่อกี้ทำมาเบ่งใส่ซีซีของเราทำไม?"
จวงซีตีแขนเขาเพลียๆ:
"พูดให้มันดีๆ หน่อย! เขาไม่ได้รังแกฉัน ฉันแค่ยังอธิบายไม่เคลียร์เอง!"
แต่กวนซางทำหูทวนลม กลับรู้สึกฟินที่โดนจวงซีตี
นี่มันการหยอกล้อชัดๆ ไม่รู้เรื่องเลยหรือไง?
"ตีคือรัก ด่าคือหลง เตะส่งคือห่วงใย" ซีซีรักฉันจริงๆ ด้วย!
ซูเสี่ยวจนปัญญา นี่เป็นบททดสอบหรือบทลงโทษจากระบบกันแน่? ทำไมคนทึ่มๆ แบบนี้ถึงไม่ถูกส่งกลับไปเรียนอนุบาลใหม่ แต่ดันเอามาคุมร้าน?
เขาระงับความอยากด่าไว้ แล้วพูดเสียงเข้ม:
"ผมชื่อซูเสี่ยว เครสเซนต์เบย์เป็นทรัพย์สินของผม วันนี้ผมมารับมอบกิจการ!"
ระบบบอกว่าแค่มาที่นี่ หาคนรับผิดชอบให้เจอ แล้วบอกชื่อ ก็จะได้รับโฉนดและสิทธิ์ในการบริหารทั้งหมด
แต่พอพูดจบ สีหน้ากวนซางกลับไม่ดีขึ้น หนำซ้ำยังโกรธจัดกว่าเดิม เขาผลักมือจวงซีออกเบาๆ ก้าวเข้ามาสองก้าวแล้วตะคอก:
"แกจะมายึดเครสเซนต์เบย์ของพวกเรา? แกเป็นใครมาจากไหน? น้ำลายแกนี่เหม็นเน่ายิ่งกว่าฮ่องกงฟุตของพี่สาวฉันซะอีก!"
ซูเสี่ยวทั้งงงทั้งเหนื่อยใจ ระบบทำงานพลาดหรือเปล่า? ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ?
ไม่แน่ใจ ลองดูอีกที:
"ผมบอกว่า ผมชื่อซูเสี่ยว ตึกนี้และเครสเซนต์เบย์เป็นของผมแล้ว!"
เขาเพิ่งเช็กข้อความจากระบบ มันระบุชัดเจน:
"【โฮสต์ได้รับกรรมสิทธิ์และสิทธิการบริหารร้านค้านี้โดยสมบูรณ์แล้ว เพียงแค่ยืนยันกับผู้จัดการทั่วไปของเครสเซนต์เบย์!】"
งั้นก็ไม่มีปัญหา น่าจะเป็นไอ้หมอนี่แกล้งโง่เพื่อจะยักยอกทรัพย์สินเขาแน่ๆ
ถ้าเป็นงั้น การบุกมาแบบนี้มันผลีผลามไปไหม? ควรจะไปที่กรมที่ดินก่อนหรือเปล่า?
ได้ยินซูเสี่ยวย้ำคำเดิม กวนซางยิ่งเดือดจัด ไอ้หมอนี่เป็นใคร กล้ามาประกาศปาวๆ ว่าจะยึดร้านพี่สาวเขา?
"เฮ้ย จับตัวมันไว้! ระวังอย่าให้เจ็บตัวมากนะ พวกเราเป็นปัญญาชน!"
ในเมื่อคุยไม่รู้เรื่อง ก็ต้องใช้วิธีที่รวดเร็วกว่า
สิ้นเสียงสั่ง ชายฉกรรจ์สองคนที่คุมเชิงอยู่ด้านหลังซูเสี่ยว และอีกห้าคนที่ยืนหน้ากวนซาง ก็พุ่งเข้าใส่ซูเสี่ยวพร้อมกัน
เห็นดังนั้น ซูเสี่ยวไม่สนใจสองคนข้างหลัง เขาดีดตัว—พื้นล็อบบี้ลื่นนิดหน่อย—หลังจากตั้งหลักได้แวบหนึ่ง ก็พุ่งฉีกตัวออกไปด้านข้าง
อาศัยแรงส่งจากการวิ่ง เขาถีบตัวกับเสาหินอ่อนขนาดสองคนโอบ ใช้แรงเหวี่ยงตัวเตะกวาด จระเข้ฟาดหาง 720 องศา กวาดสองคนร่วงลงไปกอง พอเท้าแตะพื้น เขาก็ไม่หยุด พุ่งทะยานไปข้างหน้าต่อ!
มองดูท่าเตะกลางอากาศสุดเท่ของเขา กวนซางตาค้าง ยืนตะลึงทำอะไรไม่ถูก
วินาทีต่อมา ไอ้ทึ่มที่กำลังเหม่อก็ตัวลอยกระเด็นไปข้างหน้า
ส่วนซูเสี่ยวสไลด์ตัวเลียดพื้น มองกวนซางที่ลอยข้ามหัวไป