- หน้าแรก
- หลังจากเกมมหาเศรษฐีระดับพระเจ้าของผมมาถึง
- ตอนที่ 14: ถ้าเพียงแต่ฉันมีระบบคืนเงินค่าอาบอบนวด
ตอนที่ 14: ถ้าเพียงแต่ฉันมีระบบคืนเงินค่าอาบอบนวด
ตอนที่ 14: ถ้าเพียงแต่ฉันมีระบบคืนเงินค่าอาบอบนวด
ซูเสี่ยวไม่ได้เปิดเผยตัวตนทันที เขามีเหตุผลของเขา เขาเดินเอื่อยๆ ไปนั่งรอที่โซฟาในโซนพักผ่อน
เอนหลังพิงพนัก กอดอกหลับตาพักสายตา
ในใจกำลังครุ่นคิดถึงวิธีปรับปรุงการดำเนินงานของคลับแห่งนี้
จะปล่อยให้เป็นแบบเดิมต่อไปไม่ได้แน่ ธุรกิจสีเทาหรือผิดกฎหมายเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้เด็ดขาด
แม้ในสายตาของเหล่าชายหนุ่มกลัดมัน ค่าบริการของ เครสเซนต์เบย์ จะแพงหูฉี่ แต่คุณภาพก็คับแก้วสมราคา พนักงานนวดไม่เพียงแต่ฝีมือดี หน้าตายังระดับท็อป หุ่นนางแบบกันทุกคน
โดยเฉพาะในยุคที่วงการนี้เต็มไปด้วยความมั่วซั่ว คลับหลายแห่งเอาบริการเกรดต่ำมาหลอกขายราคาแพง คุณภาพบริการตกต่ำแถมยังขูดเลือดขูดเนื้อ เครสเซนต์เบย์จึงกลายเป็นเหมือน "พ่อค้าผู้มีคุณธรรม" ในวงการไปโดยปริยาย
แต่ในอนาคตซูเสี่ยวจะไม่ขัดสนเรื่องเงินอีกต่อไป สิ่งที่เขาให้ความสำคัญคือการพัฒนาในระยะยาว สำหรับธุรกิจที่ "พลังงานไม่ค่อยบวก" แบบนี้ เขาต้องรีบแก้ไขให้ถูกต้อง
แต่หลังจากแก้ไขแล้ว จะพัฒนาธุรกิจอื่นภายใต้เงื่อนไขปัจจุบันของเครสเซนต์เบย์ยังไงดี เป็นเรื่องที่ต้องคิดให้รอบคอบ
ในเกม Super Tycoon Simulator คลับแห่งแรกของเขาเจาะกลุ่มเป้าหมายไปที่ผู้หญิง—ผู้หญิงทุกช่วงวัย!
ยังไงซะ ผู้หญิงก็เป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักตลอดกาล!
และความงามคือสิ่งที่ผู้หญิงแสวงหาชั่วชีวิต!
ด้วยสภาพของเครสเซนต์เบย์ ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเดินตามรอยเกมด้วยการเน้นเรื่องความงามและสุขภาพสตรี แต่เครสเซนต์เบย์เปิดมานานแล้ว อย่างน้อยก็ครึ่งปี ชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วในหมู่นักธุรกิจและผู้บริโภคย่านนี้ ถ้าจู่ๆ เปลี่ยนเป็นคลับความงามสำหรับผู้หญิง นอกจากต้นทุนการดำเนินงานจะสูงลิ่วแล้ว ผลลัพธ์อาจไม่เป็นดั่งใจหวัง
ลองนึกภาพดู แดนสวรรค์ของคุณผู้ชายที่เหล่าเสี่ยหนุ่มนิยมมาเที่ยว จู่ๆ ประกาศเปลี่ยนเป็นรับเฉพาะผู้หญิง คิดว่าเสี่ยเหล่านั้นจะยินดีให้ภรรยาหรือบ้านเล็กมาใช้เงินที่นี่ไหม?
แล้วผู้หญิงดีๆ ที่เคยได้ยินกิตติศัพท์แต่ไม่เคยมา จะกล้ามาใช้บริการเหรอ? ต่อให้มา พวกเธอจะมาเพื่อทำสวยจริงๆ หรือเปล่า?
เป็นคำถามที่น่าขบคิด!
จะทำยังไงดีนะ?
ขณะที่ซูเสี่ยวกำลังกลัดกลุ้ม โซฟาข้างตัวก็ยวบลง
พอลืมตาขึ้น ก็เห็นชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานสวมชุดสูทลำลองนั่งลง พุงพลุ้ยๆ ของเขาบ่งบอกถึงการกินดีอยู่ดีและการเข้าสังคมจัด
ชายวัยกลางคนขยับตัวให้เข้าที่ ไขว่ห้าง พอเห็นซูเสี่ยวมองมา ก็หัวเราะร่าอย่างเป็นกันเอง:
"พ่อหนุ่มหล่อขนาดนี้ก็มาเที่ยวเหมือนกันเหรอ?"
เห็นอีกฝ่ายไม่มีเจตนาร้าย ซูเสี่ยวก็ยิ้มตอบ:
"พี่ชายดูภูมิฐานกว่าผมตั้งเยอะ ยังมาเที่ยวเลยนี่ครับ"
ได้ยินแบบนั้น ชายวัยกลางคนหัวเราะชอบใจ ขยับเข้ามาใกล้ซูเสี่ยว:
"ก็นี่มันงานอดิเรกเดียวของพี่นี่นา ดูท่าเราจะเป็นคอเดียวกันนะน้องชาย!"
"พี่ชื่อ เพียวเฟยฉี (เที่ยวจนตัวลอย) น้องชายชื่อแซ่ไร?"
ได้ยินชื่อพี่แก ซูเสี่ยวอดนับถือไม่ได้ ชื่อสมตัวจริงๆ—เที่ยวผู้หญิงจนตัวลอย!
"ซูเสี่ยวครับ 'ซู' ที่แปลว่าซูโจว 'เสี่ยว' ที่แปลว่ารุ่งอรุณ!"
เพียวเฟยฉีพยักหน้าชมเปาะ:
"ชื่อดี!"
จังหวะนั้น พนักงานชายที่ต้อนรับซูเสี่ยวเมื่อครู่ก็รีบเดินเข้ามาหาเพียวเฟยฉี พูดอย่างนอบน้อม:
"ขอประทานโทษครับคุณเพียว พนักงานหมายเลข 36 ของเราเข้ากะบ่าย กำลังเดินทางมาครับ อาจต้องรออีกสักสิบนาที!"
ได้ยินดังนั้น เพียวเฟยฉีโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ:
"ไม่เป็นไรๆ พอดีพี่กำลังคุยกับน้องชายคนนี้เพลินๆ ไปทำธุระของนายเถอะ!"
พนักงานชายพยักหน้ารับแล้วถอยออกไป สักพักก็ให้คนเอาน้ำชาอุ่นๆ มาเสิร์ฟสองแก้ว
"น้องชายดูยังเด็กอยู่เลย เพิ่งเรียนจบเหรอ?"
พอเหลือกันแค่สองคน เพียวเฟยฉีก็ชวนคุยสัพเพเหระ
เพราะผิวพรรณซูเสี่ยวค่อนข้างดี แถมใส่ชุดวอร์ม เลยดูเด็กและมีพลังเหมือนนักศึกษา แต่บุคลิกกลับดูนิ่งสุขุม แววตาไม่มีความ "ใสซื่อบริสุทธิ์" (โง่) แบบเด็กจบใหม่ เขาเลยถามดู
ซูเสี่ยวยิ้มส่ายหน้า:
"ปีนี้ยี่สิบเจ็ดแล้วครับ สงสัยเพราะผมยังไม่ค่อยเก่ง เลยดูไม่ภูมิฐานสมวัยเหมือนพี่เพียว!"
เพียวเฟยฉีหัวเราะร่า ก่อนจะส่ายหน้า:
"พี่มันแก่แล้ว เทียบกับหนุ่มๆ อย่างเราไม่ได้หรอก หลายครั้งใจสู้แต่กายมันไม่ไหว..."
คำพูดเต็มไปด้วยความปลงสังเวช แววตาที่ผ่านโลกมาเยอะเหมือนกำลังระลึกถึงอดีตอันรุ่งโรจน์!
เห็นแบบนั้น ซูเสี่ยวเลยเปลี่ยนเรื่อง:
"ดูท่าทางพี่เพียวจะมาที่นี่บ่อยนะครับ?"
พอพูดถึงเครสเซนต์เบย์ เพียวเฟยฉีก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที หันขวับมาตาเป็นประกาย:
"แน่นอน! พี่มาตั้งแต่ร้านเปิดใหม่ๆ อาทิตย์นึงมาสองครั้ง ครึ่งปีมานี้พี่กลายเป็นสมาชิกระดับสูงไปแล้ว น้องชายอยากให้พี่แนะนำไหม?"
"จะบอกให้นะ น้องหมายเลข 36 เนี่ย... ลีลาเด็ด หุ่นนี่แบบ... จุ๊ๆ..."
พอเครื่องติด พี่แกก็ร่ายยาวเป็นน้ำไหลไฟดับ เวลาบรรยายสรรพคุณน้องหนูที่แกโปรดปราน แกจะหลับตาพริ้ม ส่ายหัวเบาๆ เหมือนกำลังลิ้มรสชาชั้นดีหรือไวน์รสเลิศ!
แกทำธุรกิจประกันมาตั้งแต่หนุ่มๆ เคยชินกับการเอาเรื่องน่าอายหรือความลับเล็กๆ น้อยๆ ของตัวเองมาเล่าเพื่อละลายพฤติกรรมลูกค้า นี่คงเป็นโรคอาชีพ พอได้เริ่มแล้วหยุดไม่ได้
ซูเสี่ยวไม่ขัดจังหวะ ได้แต่ยิ้มพยักหน้าฟังไป
พล่ามไปเกือบสิบนาที ในที่สุดเพียวเฟยฉีก็หยุดอย่างพอใจ จิบชาแก้คอแห้ง แล้วเหมือนนึกถึงอดีตขึ้นมาอีก แกถอนหายใจ:
"เมื่อก่อนตอนพี่ไม่มีเงิน พี่เคยอ่านนิยายที่มีระบบแล้วคิดว่า 'ถ้าฉันมีระบบบ้างก็คงดี' ไม่ต้องเทพทรูครองโลก ไม่ต้องเป็นอมตะหรือฝึกวิชาอะไรหรอก ขอแค่ ระบบคืนเงินค่าอาบอบนวด เล็กๆ ก็พอ!"
"ขอแค่เที่ยวอาบอบนวดแล้วได้เงินคืน พี่จะเก็บเงินก้อนไปเที่ยวล้างตู้ให้ทั่วโลกเลย!"
พูดจบ ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าก็เปลี่ยนเป็นความหดหู่:
"เฮ้อ... ตอนนี้พอมีเงิน ไม่ต้องพึ่งระบบบ้าบออะไรก็เที่ยวได้ยันชาติหน้า แต่ไตเจ้ากรรมดันไม่รักดี! กินยาบำรุงกินหอยนางรมไปเท่าไหร่ก็ไร้ผล!"
"ตอนนี้พี่แค่อยากได้... ถ้ามีไตเหล็กไหลสักคู่ก็คงดี..."
ซูเสี่ยวที่นั่งฟังอยู่แทบหลุดขำ แต่ก็ตกใจในตรรกะของพี่แกเหมือนกัน จะบอกว่าไม่มีความทะเยอทะยานก็ไม่ได้ เพราะแกอยากได้ระบบ แต่จะบอกว่ามีความทะเยอทะยานก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะแกขอแค่ระบบคืนเงินค่าอาบอบนวด ไม่สนเรื่องเหาะเหินเดินอากาศหรือดำดินอะไรเลย
แต่ก็เข้าใจได้ สำหรับคนวัยกลางคนที่ประสบความสำเร็จอย่างพวกเขา เรื่องเงินเรื่องผู้หญิงไม่ขาด สิ่งที่ต้องการที่สุดคือสุขภาพที่แข็งแรง... คิดถึงตรงนี้ จู่ๆ ซูเสี่ยวก็ปิ๊งไอเดีย ปัญหาที่คิดไม่ตกเมื่อกี้ถูกแก้ได้ทันที
เขาพูดอย่างดีใจ:
"พี่เพียว แอด WeChat กันหน่อยครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ!"
เห็นท่าทีเขา เพียวเฟยฉีก็หายเศร้าเป็นปลิดทิ้ง รีบหยิบมือถือออกมาเปิด QR Code WeChat อย่างคล่องแคล่ว
วินาทีต่อมา... ติ๊ง!
ซูเสี่ยวพูดเสียงอ่อย:
"พี่เพียวครับ!"
"หืม? แอดมาแล้วเหรอ?"
"เอ่อ... พี่เปิด QR Code รับเงินครับ!"
"หา? อ๋อ โทษทีๆ! ความเคยชินน่ะ!"
เพียวเฟยฉีทำหน้าเก้อเขิน รีบเปลี่ยนเป็น QR Code นามบัตรทันที!