เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100 น้ำใจ

บทที่ 100 น้ำใจ

บทที่ 100 น้ำใจ


เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนมหาศาล เช้าตรู่วันต่อมา ฉินหมิงจึงตั้งใจแหกขี้ตาตื่นมาตั้งแต่ไก่โห่

กะไว้ว่าป่านนี้น่าจะยังไม่ค่อยมีคน ที่ไหนได้ บรรดาเซียนตกปลาทั้งหลายดันมาตั้งป้อมกันสลอนแล้ว

แน่นอนว่าพี่เฉินเองก็ยืนหัวโด่อยู่ในดงนั้นด้วย ถึงแม้ผลงานเมื่อวานจะบ่งบอกชัดเจนว่าฝีมือการตกปลาของพี่แกน่าจะเข้าขั้นวิกฤตก็เถอะ

แต่การมีวินัยตื่นเช้ามาเฝ้าเบ็ดได้ขนาดนี้ ฉินหมิงก็แอบนับถือในใจอยู่ลึกๆ เพราะคนอื่นที่เขามาเช้ากันก็เพื่อจะได้แย่งจุดตกปลาดีๆ ที่ปลาชุมๆ แต่สำหรับพี่เฉินที่ตกไม่ได้เลยสักตัวเนี่ย จะนั่งตรงไหนมันก็มีค่าเท่ากันไม่ใช่หรือไง?

ระดับพี่แกที่อุปกรณ์ครบมือจัดเต็มขนาดนั้น คงไม่มานั่งใส่ใจกับเรื่องหยุมหยิมพวกนี้หรอกมั้ง!

พี่เฉินคงเน้นตกปลาเพื่อตอบสนองความโรแมนติกในหัวใจล้วนๆ เรื่องเวลาหรือสถานที่มันไม่ใช่ประเด็น!

หลังจากแอบนินทาในใจเสร็จสรรพ ฉินหมิงก็ขออวยพรให้พี่แกตกปลาได้สักตัวเร็วๆ นี้ก็แล้วกัน

“อรุณสวัสดิ์ครับพี่เฉิน! โอ้โห วันนี้มีไอเทมใหม่มาเพิ่มด้วยเหรอเนี่ย!”

ฉินหมิงที่เพิ่งเอาสัตว์อสูรทั้งสองตัวไปปล่อยลงในเขตน้ำตื้นเสร็จ เดินเข้าไปทักทาย

ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับเก้าอี้ชายหาดใต้ร่มกันแดดคันเดิม ที่เพิ่มเติมคือเบาะรองนั่งหนานุ่มฟูฟ่อง ดูท่าทางจะนั่งสบายขึ้นกว่าเดิมเป็นกอง

“อ้าว มาแล้วเรอะ? ตรงนี้ไม่มีคน นั่งตามสบายเลยไอ้น้อง” เฉินเว่ยกั๋วรีบเชื้อเชิญอย่างกระตือรือร้น

“พอดีเลย พี่กำลังอยากหาคนคุยเป็นเพื่อนอยู่เชียว”

ตอนแรกฉินหมิงก็ทำท่ายิ้มเจื่อนๆ แบบเกรงใจ แต่พอได้ยินแบบนั้น เขาก็ไม่เกรงใจแล้ว ทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนเก้าอี้ทันที โคตรสบายเลยเว้ย!

ถ้าได้โคล่าเย็นเจี๊ยบสักขวดมาจิบด้วยล่ะก็ สวรรค์ชัดๆ~

อาจจะเพราะปลายังไม่กินเบ็ดเลยสักตัว พี่เฉินก็เลยปักคันเบ็ดทิ้งไว้กับที่วาง

แล้วหันไปรื้อค้นอะไรบางอย่างในรถเข็นแคมป์ปิ้งที่วางอยู่ข้างๆ ก่อนจะหยิบกระติกน้ำร้อนขนาดเบิ้มออกมา

“พี่พกเครื่องดื่มมาด้วย เอานิดนึงไหม?”

พูดจบ แกก็ควานหาถ้วยชาใบเล็กๆ ดีไซน์หรูหราออกมาอีกสองใบ

ฉินหมิง : ?

นี่พี่แกจะต้อนรับขับสู้ดีเกินไปไหมเนี่ย?

ฉินหมิงเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจปนดีใจ มีกระติกน้ำร้อนก็แจ๋วไปเลยสิ เก็บความเย็นของโคล่าแช่แข็งได้ชะงัดนักแล!

“โอ้โห งั้นก็ต้องจัดสักหน่อยแล้วครับ” ฉินหมิงยื่นมือทั้งสองข้างออกไปรับถ้วยชามาด้วยรอยยิ้มแฉ่ง

“นี่มัน...”

แต่พอเห็นควันสีขาวจางๆ ลอยกรุ่นขึ้นมาจากเครื่องดื่มร้อนจี๋ในมือ รอยยิ้มบนใบหน้าของฉินหมิงก็พลันหุบลงแทบจะในทันที

เขาหลอกตัวเองต่อไปไม่ไหวแล้วล่ะ เกิดมาเคยเห็นแต่โคล่าแช่เย็น ไม่เคยเห็นโคล่าต้มร้อนมาก่อนเลยโว้ย!

“นี่คือน้ำต้มเก๋ากี้ พุทราจีน แล้วก็ปักคี้ไงล่ะ มาตากแดดตากลมอยู่แถวนี้ มันก็ต้องบำรุงร่างกายกันหน่อย”

ฉินหมิงถึงกับพูดไม่ออก เขาเหม่อมองไปที่วัยรุ่นคนหนึ่งไกลๆ ที่กำลังกระดกน้ำอัดลมซ่าๆ รสชาติแห่งความสุขลงคออึกใหญ่ แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองชักจะไม่ค่อยมีความสุขซะแล้วสิ

ต้องโทษไอ้อ้วนตัวเดียวเลย ของกินของดื่มอะไรที่ตกไปอยู่ในท้องมันแล้ว อย่าหวังว่าจะได้คืนมาอีก ไอ้หน้าเลือดเอ๊ย!

“ดื่มตอนร้อนๆ นี่แหละสรรพคุณกำลังดี เอ้า ชน!”

สงสัยพี่เฉินจะดูออกว่าฉินหมิงกำลังลังเล แกเลยชิงกระดกพรวดเดียวหมดถ้วย แล้วชูถ้วยเปล่าให้ดูเป็นตัวอย่าง

เมื่อผู้ใหญ่มีน้ำใจหยิบยื่นให้ จะปฏิเสธก็คงเสียมารยาท ฉินหมิงเลยจำใจกลั้นใจกลืนชาร้อนบำรุงสุขภาพถ้วยนั้นลงคอตามคำชวนของพี่เฉิน

อืม... ไม่ใส่น้ำตาลเลยว่ะ รสชาติโหลยโท่ยสุดๆ!

แต่เห็นแก่ความหวังดีของพี่เฉิน ให้คะแนนความประทับใจระดับกลางๆ ก็แล้วกัน มากกว่านี้ให้ไม่ได้จริงๆ!

“รับอีกสักถ้วยไหม!”

“ไม่ๆ ไม่เป็นไรครับพี่...” ฉินหมิงรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน

บางทีการที่คนอื่นมาทำดีด้วยมากๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปนะ

ฉินหมิงโดนยัดเยียดให้ดื่มชาร้อนไปอีกหลายถ้วยจนมึนงงไปหมด แผนการที่จะรอให้ร้านค้ารถเข็นมาตั้งแล้วจะไปซื้อน้ำเย็นๆ กินเป็นอันต้องพับเก็บไปโดยปริยาย

เขาเปิดแล็ปท็อปขึ้นมาด้วยความเซ็ง แกล้งทำเป็นนั่งทำงานงกๆ เพื่อจะได้มีข้ออ้างหลบเลี่ยงการดื่มชาบำรุงสุขภาพอีก

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

“ไหนตอนมาทะเลบอกว่ามาเที่ยวพักผ่อนไงล่ะไอ้น้อง? แล้วทำไมถึงเอาแต่กอดแล็ปท็อปไม่ยอมปล่อยแบบนี้ล่ะ?”

พี่เฉินชักจะเริ่มกลัดกลุ้มใจที่เห็นวัยรุ่นสมัยนี้ไม่ค่อยชอบขยับเขยื้อนร่างกาย รอแล้วรอเล่าจนทนไม่ไหว ต้องเอ่ยปากเตือน

“ลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายบ้างสิ!”

ฉินหมิงผลักแล็ปท็อปออกห่าง กดหยุดเกมออฟไลน์ที่กำลังเล่นค้างไว้ แล้วหันไปมองพี่เฉินด้วยแววตาอ่อนอกอ่อนใจ

เขาชักจะสงสัยแล้วนะว่าพี่เฉินแกเห็นเขาเป็นน้องชายแท้ๆ หรือไง ถึงได้คอยจู้จี้จุกจิกดูแลดีขนาดนี้

น้ำใจน่ะรับไว้ แต่สำหรับฉินหมิงผู้รักความสบายขั้นสุดยอด ย่อมต้องหาข้ออ้างปฏิเสธอยู่แล้ว

“อาจารย์สั่งงานวิจัยมาน่ะครับพี่ ต้องรีบปั่นให้เสร็จ!”

พี่เฉินเลิกคิ้วขึ้นสูง สีหน้าบอกชัดเจนว่าไม่เชื่อน้ำหน้าอย่างแกหรอก

เห็นแบบนั้น ฉินหมิงก็เลยกดปิดหน้าต่างเกมทิ้ง แล้วเปิดโปรเจกต์งานช้างที่เพิ่งเริ่มทำเมื่อวานขึ้นมาโชว์ให้พี่เฉินดูเป็นขวัญตา

พอพี่เฉินเห็นโมเดลข้อมูลแบบไดนามิกที่มีทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษปะปนกันยั้วเยี้ยเต็มหน้าจอไปหมด แกก็ถึงกับเงียบกริบ

“อาจารย์ที่มหาลัยโหดหินขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?”

“ก็ไม่ได้โหดอะไรขนาดนั้นหรอกครับ ข้อมูลบางอย่างเราก็ต้องลองลงมือทำเองถึงจะเข้าใจได้ถ่องแท้น่ะครับ”

เมื่อวานฉินหมิงนั่งอ่านเอกสารอ้างอิงไปตั้งเยอะ วันนี้เขาก็เลยกะจะเอาข้อมูลที่คิดว่ามีประโยชน์มาลองวิเคราะห์และจัดทำเป็นโมเดลดู เพื่อจะได้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น

เขาฝากฝังให้เสี่ยวพั่งไปช่วยเก็บตัวอย่างน้ำมาให้แล้ว หวังว่าคงจะไม่มีเรื่องวุ่นวายอะไรเกิดขึ้นหรอกนะ?

“เสี่ยวพั่ง?”

“วู้ว~”

เยี่ยมมาก วันนี้ติดต่อได้ แสดงว่าการปรับทัศนคติเมื่อวานได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ!

“เสี่ยวพั่ง นายทำอะไรอยู่เนี่ย?”

“วู้ว กำลังศึกษาวิธีทำคลอดให้ปลาตัวใหญ่อยู่~”

ฉินหมิง : ?

พอได้ยินน้ำเสียงแผ่วเบาที่พยายามกดให้ต่ำของเสี่ยวพั่ง ฉินหมิงก็ดันจินตนาการภาพเต่าโรคจิตถ้ำมองขึ้นมาในหัวซะงั้น...

เขาถึงกับไปไม่เป็น ยืนอึ้งรับประทาน ไอ้พั่งนี่มันมีเรื่องให้ปวดหัวได้ทุกวี่ทุกวันจริงๆ

แต่พอคิดไปคิดมา บางทีไอ้เต่าบ๊องนี่อาจจะเอาดีทางด้านนี้จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญขึ้นมาจริงๆ ก็ได้นะใครจะไปรู้

ในเมื่อลูกรักอุตส่าห์มีความสนใจเป็นชิ้นเป็นอันทั้งที คนเป็นพ่อก็ต้องสนับสนุนเต็มที่สิ!

“เสี่ยวพั่ง รักษาระยะห่างไว้ให้ดีล่ะ ระวังอย่าไปทำให้พวกมันตกใจเข้าเชียว ฉันเป็นกำลังใจให้งานวิจัยของนายนะ!”

“วู้ว~”

“ถ้าว่างเมื่อไหร่ก็แวะไปเก็บตัวอย่างน้ำมาให้ด้วยนะ ไม่ต้องรีบหรอก แต่อย่าลืมซะล่ะ”

“วู้ว เต่าฝากให้เข่อต๋าไปจัดการให้แล้ว เต่าไม่รีบหรอก”

“...เออๆ เอาที่สบายใจ เชิญนายทำธุระต่อไปเถอะ ไม่กวนละ”

น้ำเสียงเนิบนาบยืดยาดของเสี่ยวพั่ง ทำเอาฉินหมิงแอบร้อนใจนิดๆ

แต่พอแน่ใจแล้วว่าเสี่ยวพั่งไม่ได้กำลังก่อเรื่องวุ่นวายอะไร ฉินหมิงก็เบาใจและเตรียมตัวกลับมาลุยงานต่อ เขาขยับหมอนรองหลังเพื่อให้นอนเอนได้สบายองศาขึ้น แล้วก็เริ่มลงมือคำนวณข้อมูลต่ออย่างขะมักเขม้น

พี่เฉินที่รู้ตัวว่าคงเปลี่ยนพฤติกรรมฉินหมิงไม่ได้แล้ว ได้แต่ถอนหายใจและก้มหน้าก้มตากดมือถือค้นหา ‘หมอนรองหลังเพื่อสุขภาพ’ ในแอปชอปปิงเงียบๆ...

ช่วงเวลาอันแสนสงบสุขดำเนินต่อไป ทั้งสองคนต่างก็ทำกิจกรรมของตัวเองโดยไม่รบกวนซึ่งกันและกัน สมองของฉินหมิงก็แล่นปรื๊ดทำงานได้อย่างราบรื่น

จนกระทั่งใกล้จะเที่ยง ฉินหมิงก็กดปิดเสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งเตือนไว้

“พี่เฉินครับ มีของกินอะไรที่แพ้หรือกินไม่ได้บ้างไหม วันนี้ผมว่าจะสั่งเดลิเวอรี ถือซะว่าเลี้ยงข้าวตอบแทนมื้อเมื่อวานไงครับ”

การคบหาเพื่อนฝูงมันก็ต้องมีน้ำใจให้กันไปมา ฉินหมิงไม่อยากจะเอาเปรียบคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียว

“ไม่ต้องสั่งหรอกน่า พอดีเพื่อนพี่ที่เป็นเชฟเขาทำกับข้าวมาส่งให้น่ะ เยอะแยะกินไม่หมดหรอก มากินด้วยกันสิ?”

นี่มัน... ฟังดูน่าอิจฉาตาร้อนสุดๆ ไปเลยแฮะ

ฉินหมิงมองดูกล่องอาหารที่หน้าตาหน้าทาน สีสันจัดจ้าน แถมยังจัดจานมาอย่างสวยงามราวกับเสิร์ฟในภัตตาคารหรู

คำปฏิเสธที่เตรียมไว้ถูกกลืนหายลงคอไปในพริบตา กลิ่นมันหอมยั่วน้ำลายซะขนาดนั้น!

ฉินหมิงลอบกลืนน้ำลายที่สอขึ้นมาเต็มปากลงคออึกใหญ่ รอจนพี่เฉินเริ่มลงมือคีบอาหารก่อน เขาก็จัดการสวาปามอย่างรวดเร็ว

“เอิ๊ก อร่อยโคตรๆ~”

หลังจากกวาดอาหารบนโต๊ะจนเกลี้ยงประหนึ่งพายุทอร์นาโดลง ฉินหมิงก็ลูบพุงที่ป่องออกมานิดๆ ด้วยความฟิน หรี่ตาลงครึ่งหนึ่งด้วยความง่วงงุนที่เริ่มคืบคลานเข้ามา

“ลุกขึ้นไปเดินย่อยสักหน่อยเถอะ ค่อยกลับมานอน”

ฉินหมิงส่ายหัวดิก ปฏิเสธลูกเดียว

“กินอิ่มแล้วนอนเลยแบบนี้ มันทำลายสุขภาพนะเว้ย พรุ่งนี้พี่ไม่กล้าเอามาเผื่อแล้วนะเนี่ย”

ของอร่อยระดับนี้ พรุ่งนี้ยังมีอีกเหรอ?

ถ้างั้น... ลุกไปขยับแข้งขยับขาสักหน่อยก็คงไม่เหนือบ่ากว่าแรงเท่าไหร่หรอกมั้ง

ฉินหมิงจำใจบอกลาเก้าอี้ชายหาดตัวโปรด แล้วเดินเตาะแตะไปยืดเส้นยืดสาย พอหันไปเห็นกระชังใส่ปลาของพี่เฉินที่ยังคงว่างเปล่าเหมือนเดิม ทั้งที่อุตส่าห์นั่งเฝ้ามาตั้งแต่เช้ายันเที่ยง เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารจับใจ

ขืนปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่!

เสี่ยวพั่งเหรอ... ช่างหัวมันเถอะ

“เข่อต๋า ขากลับช่วยหิ้วปลาติดไม้ติดมือมาให้ฉันสักตัวสิ เอาแบบที่ยังดิ้นกระแด่วๆ อยู่นะ!”

“ถึงตอนนั้นนายค่อยฟังคำสั่งฉันนะ ช่วยเอาไปเกี่ยวไว้ที่ตะขอเบ็ดอันนั้นที”

“ได้เลยก้าบ!”

พี่เฉิน ผมคงช่วยพี่ได้เท่านี้แหละ ถือว่าเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากผมก็แล้วกันนะ

จบบทที่ บทที่ 100 น้ำใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว