เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 72 ฮันนี่แบดเจอร์ลายเพลิง

บทที่ 72 ฮันนี่แบดเจอร์ลายเพลิง

บทที่ 72 ฮันนี่แบดเจอร์ลายเพลิง


“ฝ่ายเราส่งสุนัขเมฆาเพลิงของเฉิงอวิ๋นลงสนามก่อน ไม่ทราบว่าทางฝ่ายท่านจัดตัวผู้เล่นไว้หรือยัง?”

“อู๊ดๆ!”

เจ้าหมูป่าเขี้ยวไฟตัวกลมดิ๊ก เนื้อตัวอวบอัด แต่ดันมีเขี้ยวแหลมคมโง้งออกมา เดินอาดๆ ลงสนามมาด้วยท่าทางมั่นใจ ศักยภาพระดับจารชน เลเวล 11

ธาตุดินสายถึกทนงั้นเหรอ?

ท่ามกลางสัตว์อสูรธาตุพืชและธาตุแมลงที่เกลื่อนกลาดเต็มป่า ดันส่งธาตุดินที่หาตัวจับยากออกมาสู้แบบนี้ แสดงว่าในกองทัพสัตว์อสูรต้องมีกุนซือสมองเพชรแฝงตัวอยู่แน่ๆ!

กองทัพสัตว์อสูรเฉพาะกิจกลุ่มนี้ เดิมทีก็เป็นแค่พวกมวยวัดจากรอบนอก ความเก่งกาจรายตัวไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก จากที่ฉินหมิงสังเกตการณ์มาก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่เลเวลยังไม่แตะ 20 ด้วยซ้ำ

ที่ผ่านมาชนะได้ก็เพราะใช้จำนวนเข้าข่ม รุมทึ้งจนพวกฉินหมิงต้องหนีหางจุกตูด

ด้วยเหตุนี้ ทุกคนถึงได้สรรเสริญเยินยอข้อเสนอท้าดวลตัวต่อตัวของฉินหมิงกันยกใหญ่ แถมยังยอมรับกติกาการต่อสู้แบบเวียนเทียนที่จำนวนไม่เท่ากันได้อีกต่างหาก

แต่ไอ้ตัวที่ลงสนามมาดันเป็นหมูป่าปถพีหนังเหนียวตายยาก ส่วนพวกมดฝูงใหญ่กลายเป็นกองเชียร์ข้างสนามซะงั้น เรื่องนี้ทำเอาฉินหมิงคาดไม่ถึงเหมือนกัน

ถึงเจ้าตัวนี้จะเป็นแค่หมูน้อยยังไม่โตเต็มวัย แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าน้องมาเที่ยวคนเดียว หรือยกโขยงมาทั้งครอบครัว พ่อแม่นั่งเชียร์อยู่ขอบสนามรึเปล่า?

ฉินหมิงมองออกไปทางป่าทึบสีทึมๆ ในระยะไกล เริ่มสังหรณ์ใจไม่ดีกับทิศทางของสงครามครั้งนี้ซะแล้ว

กองทัพสัตว์อสูรคงไม่เล่นตุกติก ปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นหน้างานตามสถานการณ์หรอกมั้ง?

สัตว์อสูรที่แสนซื่อบริสุทธิ์ คงไม่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวขนาดนั้นหรอก... ใช่ไหม!??

ฉินหมิงอยากจะเชื่อแบบนั้นใจจะขาด แต่สัญชาตญาณมันกรีดร้องเตือนภัยรัวๆ ว่า... ชิบหายแล้ว!

“ฉันกับพี่ชายใช้สุนัขเมฆาเพลิงที่เป็นฝาแฝดกัน พวกมันสามารถถ่ายโอนพลังงานให้กันและกันได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ถ้าไม่สังเกตดีๆ ดูไม่ออกหรอก”

“เมื่อกี้ฉันแอบสั่งให้สุนัขเมฆาเพลิงของฉัน ส่งพลังไปบัฟให้ตัวของพี่ชายเรียบร้อยแล้ว”

“ถึงในการแข่งเป็นทางการจะถือว่าผิดกติกา แต่สถานการณ์ตอนนี้ใครจะไปสนล่ะ”

เฉิงเฟิงกระซิบกระซาบอวดสรรพคุณความเกรียนของสองพี่น้องให้ฉินหมิงฟังอย่างภาคภูมิใจ

และก็เป็นไปตามคาด ในสนามประลอง เปลวเพลิงสีแดงฉานที่พ่นออกมาจากปากสุนัขเมฆาเพลิงของเฉิงอวิ๋น มีประกายแสงสีเขียวเจือปนอยู่ในแกนกลาง บ่งบอกถึงอุณหภูมิที่สูงลิบลิ่ว

เปลวไฟที่ลุกโชนทำให้อากาศรอบข้างบิดเบี้ยว ไอร้อนแผ่ซ่านออกมาจนสัมผัสได้แม้ไม่ต้องเข้าไปใกล้

ฉินหมิงประเมินว่าในสภาวะนี้ การโจมตีธาตุไฟทุกรูปแบบของสุนัขเมฆาเพลิงน่าจะรุนแรงขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ

น่าสนใจแฮะ เทคนิคนี้ในตำราเรียนไม่มีสอน มิน่าล่ะเฉิงเฟิงถึงได้มั่นหน้าท้าพนันขนาดนั้น

พอเข้าใจลูกเล่นนี้แล้ว ฉินหมิงก็ปรายตามองเฉิงเฟิงด้วยสายตาเหยียดหยามนิดๆ ตัวเองไม่ได้ลงแข่งแท้ๆ แทนที่จะเอาเวลาไปเตรียมความพร้อม ดันมัวแต่มายืนยืดอกภูมิใจกับผลงานชาวบ้านอยู่ได้

แต่เฉิงเฟิงผู้กำลังเมามันกับการขิง ดันไม่รับรู้ถึงรังสีอำมหิตนั้นซะนี่ น่าหงุดหงิดชะมัด!

ด้วยอานุภาพของเปลวไฟความร้อนสูง เพียงไม่กี่กระบวนท่า เฉิงอวิ๋นก็คว้าชัยชนะมาได้อย่างสวยงามสมราคาคุย

“เห็นไหมล่ะ ฉันบอกแล้วว่าพี่ชายฉันเอาอยู่! สองพี่น้องร่วมใจ เหล็กกล้ายังตัดขาด ชนะใสๆ หนึ่งยก ลุยต่อเลยลูกพี่!” เฉิงเฟิงทำหน้าที่กองเชียร์จำเป็นได้ดีเยี่ยม

แต่ฉินหมิงไม่ได้มองโลกในแง่ดีแบบคนตาบอดอย่างเฉิงเฟิง สายตาของเขาจับจ้องไปที่ผู้เข้าแข่งขันรายต่อไป แล้วร่างที่คุ้นตาก็ปรากฏขึ้น—

หมูป่าปถพีอีกตัว ศักยภาพระดับจารชน เลเวล 12

ข่าวดีคือ พ่อแม่หมูไม่ได้มา

ข่าวร้ายคือ พี่ชายหมูมาแทน

ว่าแต่... มันคงมีพี่ชายแค่ตัวเดียวใช่ไหม?

ฉินหมิงเริ่มจมอยู่ในห้วงความคิด

การขยายเผ่าพันธุ์ของสัตว์อสูรนั้นยากลำบากกว่าสัตว์ทั่วไปหลายเท่า ฉากแม่หมูลูกดกครอกละเก้าตัวสิบตัวแบบชาติก่อนคงเป็นไปไม่ได้ ครอบครัวนี้น่าจะเป็นครอบครัวเดี่ยวตามปกติแหละมั้ง?

ดวงเราคงไม่ซวยซ้ำซ้อนขนาดนั้นหรอกน่า... ฉินหมิงปลอบใจตัวเอง เลิกคิดฟุ้งซ่าน

ดูจากฝีมือที่เฉิงอวิ๋นแสดงออกมาเมื่อครู่ การเก็บชัยชนะในรอบนี้คงไม่ใช่เรื่องยาก ฉินหมิงเลยเลิกสนใจการต่อสู้ตรงหน้า

เขาเริ่มกวาดสายตามองหาพวกตัวอันตรายที่อาจแฝงตัวอยู่ในกองทัพสัตว์อสูร

ไม่ดูไม่เท่าไหร่ พอได้ดูเท่านั้นแหละ... แม่เจ้าโว้ย!

กองทัพจับฉ่ายของพวกนาย เลื่อนยศกันไวไปไหมเนี่ย?

ช้างพงไพรตัวนั้นโผล่มาจากไหน! ตัวเท่าบ้านขนาดนั้นจะมาลงแข่งเบบี้คัพรุ่นเล็กแบบนี้เนี่ยนะ เหมาะสมเหรอถามจริง!?

แล้วไอ้ตัวข้างๆ นั่นอีก ฮันนี่แบดเจอร์ลายเพลิง! หุ่นอาจจะไม่บึ้ก แต่กิตติศัพท์เรื่อง 'ไม่ยอมใคร ใส่เดี่ยวได้หมด' นี่ดังระเบิดระเบ้อจนลงหนังสือเรียนไปแล้ว ใครบ้างจะไม่รู้จัก?

ลูกพี่ระดับนั้นลดตัวลงมาเล่นในลีกอบต.แบบนี้ ไม่เสียศักดิ์ศรีแย่เหรอครับ!?

นาทีนี้ฉินหมิงไม่มีกะจิตกะใจจะมาชื่นชมความเทพของเฉิงอวิ๋นบนเวทีแล้ว ต่อให้เฉิงเฟิงจะพากย์มันส์แค่ไหน เขาก็ไม่อิน

นายชนะบนเวทีได้ แต่ไอ้พวกกองเชียร์ตาดุๆ ข้างล่างนั่น นายจะไหวเหรอ?

ถ้าไม่ไหว ก็หุบปากไปซะ!

ฉันหมายถึงนายนั่นแหละ เฉิงเฟิง!

ฉินหมิงส่งสายตาพิฆาตไปให้ เฉิงเฟิงที่กำลังพล่ามน้ำไหลไฟดับยอมสละเวลาหันมามองตามสายตาฉินหมิง... วินาทีต่อมา เขาก็รูดซิปปากสนิท

“พวกมันเล่นสกปรกอะ!” เฉิงเฟิงทำหน้ามุ่ย

แต่มุ่ยไปก็เท่านั้นแหละ!

“นายกับพี่ชายยังมีไม้ตายก้นหีบเหลืออีกไหม?” ฉินหมิงถามเพื่อประเมินสถานการณ์ เผื่อจะช่วยแบ่งเบาภาระได้บ้าง

“ก็... ที่โชว์ไปบนเวทีนั่นแหละ หมดหน้าตักแล้ว...” เฉิงเฟิงก้มหน้าตอบเสียงอ่อย ท่าทางอึกอัก

โอเค หมดมุกแล้วสินะ เข้าใจตรงกัน

เมื่อเห็นว่าตัวละครลับฝั่งตรงข้ามเริ่มจะเดาทางยากขึ้นทุกที ฉินหมิงตัดสินใจว่าต้องรีบลงมือ ปิดเกมให้เร็วที่สุด เพื่อลดความเสี่ยง

“รอบหน้าฉันลงเอง!” ฉินหมิงตบไหล่เฉิงเฟิงเบาๆ

“หา... นาย...” เฉิงเฟิงพูดไม่ออก ในสถานการณ์เสียเปรียบแบบนี้ เขาเองก็ไม่กล้าพูดอวดเก่งว่าจะแบกทีมสองคนพี่น้องไหวอีกแล้ว

“ระวังตัวด้วยนะ!”

“รู้แล้วน่า” พอถึงเวลาต้องลงสนามจริงๆ ฉินหมิงกลับรู้สึกสงบนิ่งอย่างประหลาด

“ฉันบอกให้เข่อต๋าระวังตัวต่างหาก ไม่ได้บอกนาย!”

“ปัญญาอ่อน!”

ฉินหมิงแค่นหัวเราะ คอยดูเถอะ เดี๋ยวพอนายต้องมากราบกรานเรียกฉันว่าพ่อ จะยังกล้าปากดีแบบนี้อีกไหม!

ด้วยความตื่นเต้นลึกๆ ที่อัดอั้นอยู่ข้างใน ฉินหมิงเดินลงสนามไปเปลี่ยนตัวกับเฉิงอวิ๋นที่เพิ่งแพ้ลงมาแบบเงียบๆ ไม่มีใครสนใจ

หลังจากล้มสองพี่น้องหมูป่าไปได้ เฉิงอวิ๋นก็พ่ายแพ้ให้กับฮันนี่แบดเจอร์ลายเพลิงอย่างน่าเสียดาย ถือว่าทำผลงานได้ไม่เลวเลย

ต้องเข้าใจว่าสู้ติดพันขนาดนั้น แถมเลเวลสุนัขเมฆาเพลิงก็แค่ 9 อาการบาดเจ็บสะสมกับเรี่ยวแรงที่ร่อยหรอ มันยื้อต่อไปไม่ไหวจริงๆ

ใช่ว่าทุกคนจะมีวาสนาเหมือนเจ้าเป็ดเข่อต๋าซะเมื่อไหร่ ที่เลเวลแค่นี้ สกิลก็มีอยู่หยิบมือ แต่ดันมีท่าไม้ตายสายฮีลติดตัวมาด้วย

<ชื่อ: เป็ดวารีลี้ลับ (เข่อต๋า) >

<ธาตุ: น้ำ >

<ระดับเผ่าพันธุ์: ยอดขุนพลระดับกลาง (10/100)>

<เลเวล: 12>

<ทักษะ: ปืนฉีดน้ำ (สมบูรณ์แบบ), สะสมพลัง (พื้นฐาน), สัมผัสการต่อสู้ (พื้นฐาน), น้ำทิพย์ชโลมวิญญาณ (เชี่ยวชาญ)>

เวลาผ่านไปไม่กี่วัน ความชำนาญสกิลอาจจะยังไม่เห็นผลชัดเจน แต่เลเวลของเข่อต๋าอัปขึ้นมาอีกหนึ่งขั้นแล้ว

เจอฮันนี่แบดเจอร์ลายเพลิงงั้นเหรอ... งานนี้เข้าทางโจร!

“ปืนฉีดน้ำ!”

ฮันนี่แบดเจอร์ลายเพลิงผู้ไม่เคยก้มหัวให้ใคร พุ่งเข้าใส่ตรงๆ แบบไม่มีลีลา

มันดุดัน!

แววตามุ่งมั่นของมันฟ้องชัดว่า ไม่เกรงกลัวการแพ้ทางธาตุแม้แต่น้อย!

ช่างเป็นจิตวิญญาณนักสู้ที่น่ายกย่องจริงๆ!

แล้วมัน...

มันก็ขิต...

น่าจะเป็นเพราะอาการบาดเจ็บสะสมจากรอบก่อน พอมาโดนดาเมจคริติคอลดอกเน้นๆ เข้าไปเต็มหน้า ก็เลยร่วง

การต่อสู้จบลงรวดเร็วปานสายฟ้าแลบจนฉินหมิงยังยืนงง

เฉิงเฟิงที่กำลังประคองพี่ชาย และเตรียมจะปรึกษาแผนการรบต่อ แค่ก้มหน้าลงไปแป๊บเดียว เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็พบว่าสถานการณ์ในสนามเปลี่ยนไปจนตามไม่ทัน

นี่ฉันพลาดอะไรไป?

ตกลงฉันเชียร์ฝั่งไหนกันแน่เนี่ย??

เฉิงเฟิงเริ่มเบลอ สงสัยว่าตัวเองจะโดนวางยาเข้าให้แล้ว

จบบทที่ บทที่ 72 ฮันนี่แบดเจอร์ลายเพลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว