เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 67 ที่นี่อยู่ไม่ได้แล้ว

บทที่ 67 ที่นี่อยู่ไม่ได้แล้ว

บทที่ 67 ที่นี่อยู่ไม่ได้แล้ว


ฉินหมิงได้แต่มองตาปริบๆ เมื่อเห็นต้าเสอที่เมื่อครู่ยังคลอเคลียพลอดรักอยู่กับศิษย์พี่ใหญ่ พอมาวินาทีนี้กลับเมินศิษย์พี่ใหญ่ไปเสียดื้อๆ

ดวงตาของต้าเสอสลับไปมาระหว่างความขุ่นมัวดั่งหมอกควันกับความกระจ่างใส ดูท่าคงไม่มีแก่ใจจะสื่อสารอะไรกับศิษย์พี่ใหญ่แล้ว

นี่คือ... จะเริ่มลอกคราบเลยเหรอ?

ศิษย์พี่ใหญ่ที่ไม่เคยเห็นพัฒนาการที่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าเริ่มลนลาน

แต่ฉินหมิงไม่ลน เพราะไม่ต้องเดาก็รู้ว่าพรจากสัตว์มงคลมีแต่จะส่งผลดี

ไม่อย่างนั้นคงเสียชื่อคำว่าสัตว์มงคลแย่

เพียงแต่ตอนนี้ต้องการความเงียบสงบ ฉินหมิงจึงไม่อาจพูดอะไรมากได้ ศิษย์พี่ใหญ่ก็ทนๆ เอาหน่อยละกันนะ

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ฉินหมิงก็ตัดสินใจว่าจะประหยัดสมอง ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายและไม่เข้าไปปลอบใจอะไรทั้งนั้น

ศิษย์พี่ใหญ่กระวนกระวายใจ แต่ใจของฉินหมิงนิ่งสนิทดั่งกระจกเงา

เกล็ดของต้าเสอที่เคยดำขลับดั่งหยกนิล เริ่มหม่นหมองลงอย่างรวดเร็ว

มันเลื้อยไปยังริมน้ำ ใช้ส่วนปากถูไถกับหินแข็งอย่างเป็นจังหวะ จนกระทั่งเกล็ดเริ่มปริแตกถึงได้หยุด

จากนั้น เพียงแค่ต้าเสอขยับตัวเลื้อยไปมา ผิวหนังชั้นนอกที่โปร่งแสงก็ถูกม้วนกลับและลอกออกมา กระบวนการทั้งหมดลื่นไหลเนียนตาจนพวกเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ต้องกรีดร้องด้วยความฟิน

ไม่นานนัก คราบงูที่ดูยาวเหยียดแต่บางเบาและโปร่งใสแวววาวอย่างสมบูรณ์แบบก็ปรากฏขึ้น

หลังลอกคราบเสร็จ ต้าเสอก็ปล่อยตัวจมลงสู่สระน้ำข้างๆ ตามสัญชาตญาณ

แสงสลัวรางๆ ส่องประกายวิบวับจากก้นสระ ผิวน้ำกระเพื่อมไหว ระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดบ่งบอกว่าขนาดตัวของต้าเสอน่าจะขยายใหญ่ขึ้นไม่น้อย

เมื่อต้าเสอขึ้นจากน้ำอีกครั้ง ดวงตาของมันก็เป็นประกายสดใส เล็ดเงาวับเหมือนใหม่ เมื่อต้องแสงแดดก็สะท้อนเป็นสีดำเหลือบระยับงดงามจับตา

กระบวนการลอกคราบทั้งหมดกินเวลาเพียงสิบกว่านาที ฉินหมิงกลั้นหายใจลุ้นตัวโก่ง กลัวว่าจะเผลอทำเสียงดังรบกวนหรือพลาดช็อตเด็ดอะไรไป

<ประเมินค่า: อารมณ์ดีสุดขีด แต่ดูเหมือนกำลังลังเลอะไรบางอย่าง...>

สำเร็จ!

วินาทีที่เห็นศักยภาพเผ่าพันธุ์ ฉินหมิงก็วางใจได้สนิท ทุกอย่างออกมาดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ฉินหมิงลูบหัวฮั่วหลินอย่างอารมณ์ดี ใครจะไปคิดว่าเจ้าตัวเล็กนี่จะมีส่วนช่วยไม่น้อยเลยทีเดียว

ประมาทไม่ได้จริงๆ ต้าเสอนี่ดวงเฮงสุดๆ!

แต่ว่า... อารมณ์ดีน่ะเข้าใจได้ แต่ไอ้ที่ลังเลนี่คืออะไร?

ฉินหมิงดูไม่ออกว่าต้าเสอมีอะไรให้ต้องลังเล เพราะศิษย์พี่ใหญ่ดูจะลังเลกว่าเยอะ

เขาทำหน้าสับสนงุนงงกับกระบวนการลอกคราบที่เร็วเวอร์วัง ในขณะเดียวกันก็ดีใจจนเนื้อเต้นกับผลลัพธ์ที่สุดยอด ความสับสนปนเปกับความปิติยินดีจนแทบจะคลุ้มคลั่ง

ถ้าไม่รู้สาเหตุจริงๆ ฉินหมิงคงคิดว่าศิษย์พี่ใหญ่เป็นโรคบุคลิกภาพแตกแยกไปแล้ว... แหม แต่ตอนนี้ก็พูดได้ไม่เต็มปากหรอกนะ

เพื่อเห็นแก่มิตรภาพของศิษย์ร่วมสำนัก ฉินหมิงคิดว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องช่วยเรียกสติศิษย์พี่ใหญ่กลับมา

ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเข้าไป ต้าเสอก็ขยับตัว มันคาบคราบหนังที่งดงามราวกับงานศิลปะของตัวเอง แล้วเลื้อยตรงมาหาทั้งสองคน

ศิษย์พี่ใหญ่มองการกระทำของต้าเสอ แววตาก็พลันเหม่อลอย

ราวกับภาพวันวานย้อนกลับมาฉายซ้ำ ความซาบซึ้งใจที่พรั่งพรูออกมาจากก้นบึ้งหัวใจ กลบเกลื่อนอารมณ์ความรู้สึกอื่นๆ จนหมดสิ้น

ฉินหมิงเข้าใจถึงสายใยความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างผู้อัญเชิญกับสัตว์อสูร โดยเฉพาะในสถานการณ์พิเศษที่ช่วยบิ๊วอารมณ์แบบนี้ มันยิ่งซึ้งกินใจเข้าไปใหญ่

เขาจึงถอยออกมาหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ ยกเวทีนี้ให้กับศิษย์พี่ใหญ่และต้าเสอ

ศิษย์พี่ใหญ่เม้มปากแน่น ตัวสั่นเทาน้อยๆ แม้จะไม่ได้เอ่ยคำใด แต่อารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดก็สื่อออกมาอย่างชัดเจน

เขาค่อยๆ ยกมือขึ้น เตรียมพร้อมที่จะโอบกอดต้าเสออย่างเต็มที่

ทว่า... ต้าเสอกลับเลื้อยผ่านศิษย์พี่ใหญ่ไป แล้วมุ่งหน้าตรงดิ่งมาหาฉินหมิงอย่างแน่วแน่...

ฉินหมิง: ?

ฉินหมิงสูดหายใจเฮือก ปฏิกิริยาแรกคือหันขวับไปมองศิษย์พี่ใหญ่

ภาพที่เห็นคือ หลังจากตกตะลึงจนตาค้าง ศิษย์พี่ใหญ่ก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างได้ลางๆ แต่ก็ไม่อาจหักห้ามความอับอายขายหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนีได้ ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง

กำปั้นที่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนที่คอ... นั่นมันเสียงกัดฟันกรอดๆ ใช่ไหมนะ?

ฉินหมิงไม่กล้าขยับตัว จะรับก็ไม่ได้ จะไม่รับก็ไม่ดี กลืนไม่เข้าคายไม่ออกสุดๆ

แม้ว่าในการวิวัฒนาการครั้งนี้ของต้าเสอ เขาจะมีส่วนช่วยอย่างมหาศาลจริงๆ และต้าเสออาจจะรู้ตัวเลยอยากขอบคุณเขา

แต่ศิษย์พี่ใหญ่เป็นคนจ่ายเงินนะเว้ย!

ทรัพยากรสำหรับการวิวัฒนาการขั้นต่อไปของเข่อต๋า ศิษย์พี่ใหญ่ก็เหมาจ่ายหมดนะเฮ้ย

โดยเนื้อแท้มันคือการแลกเปลี่ยน เป็นการแลกเปลี่ยนที่แฟร์ๆ วิน-วินทั้งสองฝ่าย ทำไมบรรยากาศมันถึงได้ดูเหมือนฉากดราม่าแย่งแฟน จนจะกลายเป็นศึกสายเลือดไปได้ล่ะเนี่ย?

ฉินหมิงเริ่มทำตัวไม่ถูก

สุดท้ายเป็นศิษย์พี่ใหญ่ที่ได้สติกลับมาก่อน เขาพูดด้วยน้ำเสียงลอดไรฟันที่ฟังดูขมขื่นแต่ก็จริงใจ

“นายรับไว้เถอะ นี่คือการตัดสินใจของงูหลามพานภูเขา ในฐานะผู้อัญเชิญของเขา ฉัน... ฉันเคารพและยอมรับการเลือกของเขา”

ถ้าหน้าตาของศิษย์พี่ใหญ่ไม่บิดเบี้ยวขนาดนั้น คำพูดนี้คงน่าเชื่อถือกว่านี้เยอะ ฉินหมิงกลืนน้ำลายเอือกอย่างหวาดเสียว

ศิษย์พี่ใหญ่สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหลับตาแน่น ไม่มองทั้งงูหลามพานภูเขาและฉินหมิง แล้วพูดเสียงต่ำ

“รับไปเถอะ คราบหนังที่งูหลามพานภูเขาเต็มใจมอบให้ ถือเป็นทรัพยากรที่หายากและพิเศษมาก นายพกติดตัวไว้ ถ้าเจออันตราย มันจะปรากฏออกมาปกป้องนายเอง”

“ด้วยศักยภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลหลังการลอกคราบครั้งนี้ การโจมตีจากสัตว์อสูรระดับต่ำกว่า 40 จะทำอะไรนายไม่ได้ ส่วนการโจมตีระดับ 40-50 ก็ทำได้แค่สร้างรอยขีดข่วนให้เกราะป้องกันเท่านั้น”

“ถือว่าเป็นของดีที่ใช้งานได้จริงสุดๆ สำหรับนายในตอนนี้เลยล่ะ”

หลังจากฟังคำอธิบายสรรพคุณอย่างละเอียดจากศิษย์พี่ใหญ่ ฉินหมิงก็พูดไม่ออก ของดีขนาดนี้ปฏิเสธไม่ลงจริงๆ!

ด้วยเหตุนี้ ฉินหมิงจึงยื่นมือออกไปรับของขวัญชิ้นใหญ่ที่ต้าเสอตั้งใจมอบให้

น่ามหัศจรรย์มาก คราบงูที่แม้จะบางเบาแต่เมื่อกางออกน่าจะกินพื้นที่ไม่น้อย ทันทีที่สัมผัสมือฉินหมิง มันก็เหมือนเกล็ดหิมะที่ต้องแสงอาทิตย์ เริ่มละลายและหดตัวลงอย่างรวดเร็ว

จนในที่สุดก็หายวับไป เหลือเพียงรอยประทับรูปเกล็ดใสๆ จางๆ ปรากฏบนหลังมือเมื่อฉินหมิงนึกถึงมัน

“ขอบใจนะ ต้าเสอ!” ฉินหมิงถือโอกาสกอดต้าเสอทีหนึ่ง ทันใดนั้นก็มีเสียง กร๊อบ แกร๊บ ดังมาจากข้างๆ

ศิษย์พี่ใหญ่ครับ ทำไมพี่ต้องหมุนข้อมือ หมุนคอ แถมยังหักนิ้วดังกร๊อบๆ แบบนั้นด้วยล่ะ?

นี่มันไม่เป็นมิตรเอาซะเลยนะ!

ฉินหมิงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านในอากาศจนแทบหายใจไม่ออก แต่เขาก็พอจะเข้าใจได้แหละ

ช่างเถอะ

ที่นี่อยู่ไม่ได้แล้ว

เหยียนไจ๋ พรุ่งนี้พวกเราหนีไปเก็บเลเวลในป่ากันเถอะ?

แล้วก็เสี่ยวพั่งด้วย ว่างๆ ค่อยแวะไปเยี่ยมละกัน

จบบทที่ บทที่ 67 ที่นี่อยู่ไม่ได้แล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว