- หน้าแรก
- อัญเชิญอสูร พลิกโลกข้ามมิติด้วยระบบสุดโกง
- บทที่ 61 ระเบิดปลา
บทที่ 61 ระเบิดปลา
บทที่ 61 ระเบิดปลา
เข่อต๋าควบคุมขนาดและทิศทางของกระสุนน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว ถึงขั้นใช้น้ำวาดภาพทิวทัศน์ภูเขาและสายน้ำกลางอากาศได้อย่างพลิ้วไหว
ฉินหมิงเฝ้ามองการฝึกซ้อมฉบับพิเศษที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสาของเข่อต๋าด้วยความปลื้มปริ่มในหัวใจ
เจ้าสัตว์อสูรตัวน้อยที่นอนเกียจคร้านอยู่ข้างๆ ปรือตามองคู่หูผู้อัญเชิญและสัตว์อสูรที่ดูมีความสุขเกินเหตุคู่นี้ แล้วก็พลิกตัวพ่นลมหายใจใส่อย่างไม่ยี่หระ
“เข่อต๋า ลองลงไปในน้ำแล้วใช้ทักษะซูเปอร์คาวิเตชันดูซิ!”
“ถือโอกาสระเบิดปลาขึ้นมากินด้วยเลย!” ฉินหมิงที่แบ่งเนื้อย่างให้เจ้าตัวเล็กจนตัวเองไม่อิ่ม เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา
“ก้าบ~” (ไว้ใจเป็ดได้เลย!)
เข่อต๋าขานรับอย่างร่าเริง ก่อนจะกระโจนลงสู่ลำธารด้วยท่วงท่าที่ปราดเปรียว
น้ำในลำธารใสแจ๋วราวกับกระจก คุณภาพน้ำดีเยี่ยมเหมือนเพิ่งสูบขึ้นมาจากแหล่งน้ำบาดาลลึก
ปลาที่โตมาในน้ำสะอาดขนาดนี้ รสชาติต้องเด็ดดวงแน่ๆ ฉินหมิงเริ่มคาดหวัง
ซูเปอร์คาวิเตชันของเข่อต๋าที่ก้าวเข้าสู่ระดับพื้นฐานแล้ว ไม่ใช่ทักษะวัดดวงที่ติดบ้างไม่ติดบ้างเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
แม้จะไม่ได้รวบรวมพลังโจมตี แต่พลังทำลายล้างก็ไม่อาจดูแคลนได้
เมื่ออยู่ใต้น้ำ เข่อต๋าปล่อยซูเปอร์คาวิเตชันออกมาตูมเดียว ผิวน้ำก็ระเบิดกระจาย พุ่งสูงขึ้นไปหลายเมตร
“ตูม——!” เสียงกัมปนาทดังสนั่นเรียกความสนใจจากรอบข้าง
“ทักษะของศิษย์น้องเล็กนี่แรงใช่ย่อยเลยแฮะ!”
ศิษย์พี่รองที่กำลังทดสอบพลังก้ามน้ำของปูเกราะทองถึงกับเอ่ยปากชมด้วยความอิจฉาเป็นรอบที่ร้อยของวัน
เจ้าตัวเล็กที่กำลังจะเคลิ้มหลับก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงระเบิดนี้เช่นกัน
มันสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังอันน้อยนิดของเข่อต๋า แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าเจ้าเปี๊ยกนี่ระเบิดพลังมหาศาลขนาดนี้ออกมาได้ยังไง
เหมือนเห็นมดตัวเดียวลากแมวไปกิน... มันดูผิดธรรมชาติและน่าพิศวงพิลึก...
เจ้าตัวเล็กขยี้ตาโตๆ ของมัน... ไม่นงไม่นอนมันแล้ว!
แรงกระแทกจากซูเปอร์คาวิเตชันทำให้ปลาในระแวกนั้นหงายท้องหมดสติกันเป็นแถบ
เข่อต๋ากับฉินหมิงไม่รอช้า รีบช่วยกันโยนปลาขึ้นฝั่งอย่างขะมักเขม้น
การต้องก้มๆ เงยๆ จับปลาลื่นๆ โยนขึ้นฝั่งซ้ำไปซ้ำมา จริงๆ แล้วมันกินแรงพอสมควร แถมยังเสียเวลาอีกต่างหาก
“เข่อต๋า อยากให้ทักษะนี้แรงขึ้นไปอีกไหม?” ฉินหมิงยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างมีเลศนัยอีกครั้ง
“ก้าบ!”
ถึงแม้ฉินหมิงจะชอบทำอะไรเหนือความคาดหมายอยู่บ่อยๆ แต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็ออกมาดีทุกครั้ง
ดังนั้น เข่อต๋าจึงเชื่อใจผู้อัญเชิญของตัวเองแบบไม่มีเงื่อนไข! เข่อต๋ามองฉินหมิงด้วยแววตาคาดหวัง
ฉินหมิงกวักมือเรียก เข่อต๋าก็รีบขยับเข้าไปใกล้
ฝันกลางวันอยู่รึไง!
เจ้าตัวเล็กที่แอบสังเกตการณ์อยู่กระดิกหู ยิ้มเยาะอย่างดูแคลน
ขอดูหน่อยเถอะว่าจะงัดไม้ไหนมาโชว์ เจ้าตัวเล็กตั้งใจจะรอดูเรื่องสนุก
“เข้าใจแล้วใช่ไหม?” ฉินหมิงทำหน้าลึกลับซับซ้อน
“ก้าบ!” เข่อต๋าพยักหน้าอย่างจริงจัง
เจ้าตัวเล็กที่อาศัยหูทิพย์แอบฟังมาตลอด ถึงกับไปต่อไม่ถูกเมื่อเจอการตัดจบแบบข้ามขั้นตอน รูปร่างเครื่องหมายคำถามลอยเต็มหัว
เจ้าตัวเล็กมั่นใจในพรสวรรค์ของตัวเอง แม้อายุยังน้อยแต่ก็ผ่านโลกมาไม่น้อย ไม่เคยได้ยินบทสนทนาที่ดูขลังแต่กลวงโบ๋แบบนี้มาก่อน
พวกดีแต่เปลือก ไร้สาระสิ้นดี!
เจ้าตัวเล็กสรุปความในใจ รู้สึกเหมือนโดนต้มจนเปื่อย หมดอารมณ์จะเผือก เตรียมจะกลับไปนอนต่อ...
“ตูม——!”
เสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหวกว่าเมื่อกี้หลายเท่าดังขึ้นในวินาทีถัดมา
??!?
เจ้าตัวเล็กสะดุ้งโหยงกระโดดตัวลอย มองดูฝนปลาผสมน้ำที่ตกลงมาจากฟากฟ้าอย่างไม่เชื่อสายตา
“โฮก!!”
“โฮก??”
เจ้าตัวเล็กเดินวนไปวนมาบนพื้นหญ้าอย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน ไม่อยากตัวเปียกก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่สำคัญกว่าคือมันคิดยังไงก็คิดไม่ออก! มันคันหัวใจยิบๆ ด้วยความสงสัย!
ผู้อัญเชิญอสูรสมัยนี้เขาเป็นแบบนี้กันหมดแล้วเหรอ?
นี่มันใช่วิธีฝึกทักษะปกติที่ไหนกัน? มันดูผิดเพี้ยนไปหมดเลยไม่ใช่เรอะ!
หรือว่า... ข้ายังไม่ตื่น?
“โฮก~” เจ้าตัวเล็กแหงนหน้าคำรามก้อง เริ่มสงสัยในสติสตางค์ของตัวเองชั่วขณะ
ครู่ต่อมา มันกำอุ้งเท้าแน่น เลิกฟุ้งซ่าน แต่ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะต้องจับตาดูฉินหมิงให้ดี เพื่อไขความจริงของเรื่องนี้ให้กระจ่าง!
คราวหน้า ข้าต้องรู้ให้ได้!
เจ้าตัวเล็กเบิกตาโพลง จ้องมองฉินหมิงเขม็ง
ฉินหมิงผู้ไม่สนโลก กำลังชื่นชมผลงานการจับปลาที่เพิ่มประสิทธิภาพขึ้นหลายเท่าตัวด้วยความพึงพอใจ
ไม่เสียแรงที่เขาอดหลับอดนอนเปิดคลิปการทำงานของตอร์ปิโดซูเปอร์คาวิเตชันใต้น้ำดูกับเข่อต๋านานถึง 2 ชั่วโมงเต็ม!
วิเคราะห์เจาะลึกทั้งมุมยิง จังหวะ และหลักการทำงานอย่างละเอียดถี่ยิบ
เขายังอดตาหลับขับตานอนอ่านงานวิจัยและสมมติฐานต่างๆ แล้วเอามาแปลเป็นภาษาที่เข่อต๋าเข้าใจง่าย
ทุ่มเทกันมาตลอดหนึ่งวันหนึ่งคืน เปลืองไฟไป 2 หน่วย ผมร่วงกราวไปหนึ่งกำมือ แลกมากับฝนปลาที่ตกลงมาจากฟ้าในตอนนี้ เป็นสักขีพยานถึงการเติบโตและความพยายามอย่างหนักของฉินหมิงและเข่อต๋า!!
เหนื่อยชะมัด แต่คุ้มค่า... ฟินเว่อร์!
“ศิษย์น้องเล็ก ทักษะรวมพลังของนายนี่มันแรงเวอร์เกินไปแล้วมั้ง?”
“สัตว์อสูรต่ำกว่าเลเวล 20 ไม่กล้ารับตรงๆ แน่!” ศิษย์พี่รองเดินเข้ามาดูแล้วก็ต้องตาค้าง สูดปากด้วยความทึ่ง
ที่แท้ในสายตาพวกศิษย์พี่ เรื่องราวมันเป็นแบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะถึงไม่มีใครเข้ามาชม
พวกเขาไม่รู้หรอกว่า นี่ขนาดยังไม่ได้ใช้ทักษะสะสมพลังช่วยนะเนี่ย
ถ้าใช้สะสมพลังด้วย อานุภาพมันจะขนาดไหน...
สรุปแล้ว ฉินหมิงพอใจกับผลการฝึกครั้งนี้มาก เพราะเอาจริงๆ ทักษะสะสมพลังมันใช้ยากเอาเรื่อง
การชาร์จพลังในการต่อสู้จริงเท่ากับเสียจังหวะไปฟรีๆ หนึ่งตา ถ้ากะจังหวะไม่ดีมีแต่จะเสียกับเสีย
ในป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรเจนศึกและสัญชาตญาณดิบ ใครมันจะโง่ยืนรอให้เราชาร์จท่าไม้ตายโดยไม่ขัดจังหวะ พวกมันไม่ได้โง่นะ...
สุดท้าย ฉินหมิงผู้กอบโกยผลประโยชน์จนเต็มกระเป๋า ก็ส่งมอบวัตถุดิบอันหนักอึ้งพร้อมความไว้วางใจให้กับศิษย์พี่ใหญ่ที่เพิ่งย่างเนื้อเสร็จและเตรียมจะพักผ่อน รับบทพ่อครัวจำเป็นต่อไป
จากนั้นภายใต้สายตาอันลึกซึ้งของศิษย์พี่ใหญ่ ฉินหมิงก็หันหลังเดินจากไปดื้อๆ
แค่คิดว่าตื่นมาจะได้กินมื้อบ่ายแสนอร่อย ชีวิตช่างดี๊ดี!
ถึงคนอื่นจะไม่รู้ แต่จริงๆ แล้วฉินหมิงที่ตรากตรำทำงานหนักมานาน ต้องการการงีบหลับกลางวันเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตด่วนๆ
เข่อต๋าเองก็เหนื่อยไม่แพ้กัน คู่หูผู้อัญเชิญและสัตว์อสูรที่รู้ใจกัน มักจะมีตารางชีวิตที่สอดคล้องและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเสมอ
นอนเถอะ นอนกันเถอะ...
ฉินหมิงกำลังเคลิ้มๆ จะหลับ แต่เจ้าตัวเล็กที่ถูกรบกวนเวลานอนไปหลายรอบเริ่มไม่ยอม
ยิ่งคิดไม่ออก ก็ยิ่งร้อนรน
ยิ่งร้อนรน ก็ยิ่งนอนไม่หลับ
ยิ่งนอนไม่หลับ ก็ยิ่งทนเห็นคนอื่นหลับสบายไม่ได้...
“โฮก! โฮก!”
“เวรเอ๊ย อย่าข่วนสิวะ!” ฉินหมิงปัดป้องการก่อกวนแบบไม่จริงจังของเจ้าตัวเล็กตามสัญชาตญาณ
“นอนนะเด็กดี เดี๋ยวตื่นมาให้กินปลา!” ฉินหมิงที่ง่วงจนตาจะปิด ให้คำมั่นสัญญาแบบส่งๆ
น่าอัศจรรย์ใจ เจ้าสัตว์อสูรที่ถูกประเมินว่าเป็นแค่สัตว์ธรรมดา กลับรู้ความและหยุดกวนทันที
แต่ฉินหมิงง่วงเกินกว่าจะสังเกต หรือต่อให้สังเกตเห็น ก็คงคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ
โฮก~ (เห็นแก่ที่พวกเจ้าลำบากจับปลามาให้ข้ากินหรอกนะ ข้าจะยอมให้พักผ่อนสักหน่อยก็ได้~)
เจ้าตัวเล็กเยื้องย่างด้วยท่วงท่าสง่างาม รับอาสาเฝ้ายามรอบๆ ให้ฉินหมิงและเข่อต๋าที่หลับสนิทไปแล้วอย่างเงียบๆ