- หน้าแรก
- อัญเชิญอสูร พลิกโลกข้ามมิติด้วยระบบสุดโกง
- บทที่ 45 ชี้แนะ
บทที่ 45 ชี้แนะ
บทที่ 45 ชี้แนะ
ฉินหมิงที่อู้งานมาตลอดและรู้สึกฟินสุดๆ ในที่สุดก็ฟินเกินเบอร์ไปหน่อย
โรคผัดวันประกันพรุ่งขั้นรุนแรงที่เคยคิดว่าหายขาดไปแล้ว จู่ๆ ก็กำเริบขึ้นมาเฉย ทำให้ความคืบหน้าของรายงานเต่าคลานสุดๆ
แน่นอนว่าคำพูดปลอบใจของศิษย์พี่หญิงใหญ่ อาจจะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ส่วนหนึ่งด้วย เธอทำเอาความกระตือรือร้นอันน้อยนิดของฉินหมิงหายวับไปกับตา
ฉินหมิงที่กำลังเพลิดเพลินกับมื้อเย็นจะรีบร้อนเหรอ?
ไม่มีทาง!
ตั้งแต่ตอนเที่ยงที่นึกถึงพรสวรรค์ของตัวเองขึ้นมาได้ เขาก็มั่นใจเต็มร้อยว่างานนี้ชิลๆ
เขาสามารถวาร์ปกลับโลกมนุษย์ตอนกลางคืนได้สบายๆ เขียนเสร็จเมื่อไหร่ค่อยกลับมาเมื่อนั้น
ฉินหมิงที่ตรากตรำมาจนพอแรง ในที่สุดก็ค้นพบวิธีใช้พรสวรรค์ที่ถูกต้อง ชีวิตตอนนี้เลยเข้าสู่โหมดปล่อยวางแบบสุดๆ
“เสี่ยวพั่ง นายก็อยากกลับไปเยี่ยมบ้านเหมือนกันเหรอ?”
“ได้ งั้นกลับไปด้วยกันเลย”
หลังจากสอบถามความเห็นของเข่อต๋ากับเสี่ยวพั่งเรียบร้อย ฉินหมิงก็หอบลูกจูงหลานกลับสู่ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน
แล้วฉินหมิงที่อุ้มเจ้าไข่ใบสวยแนบอก ก็ต้องนึกเสียใจภายหลัง
เขามองดูพื้นบ้านที่เรียบกริบไร้ริ้วรอยในโลกปัจจุบัน แล้วก็จมดิ่งสู่ความเงียบงัน...
“เสี่ยวพั่ง เรามาตกลงกันหน่อย”
“นายเคลื่อนไหวไม่สะดวก เดี๋ยวฉันอุ้มนายเดินรอบบ้านสักสองรอบ แล้วนายก็ไม่ต้องลงเดินเองหรอก กลับไปพักผ่อนในมิติสัตว์อสูรดีกว่าไหม?”
“นายต้องรีบฟักตัวนะ ขืนอยู่ในไข่ตลอดวันมันจะไปดูดีได้ยังไง! อยากกินอะไรก็ไม่ได้กิน!”
ไม่รู้ว่าประโยคไหนไปสะกิดใจเสี่ยวพั่งเข้า สรุปคือเสี่ยวพั่งยอมรับข้อเสนอของฉินหมิงแต่โดยดี ยอมกลับไปนอนตีพุงในมิติสัตว์อสูร
ด้วยเหตุนี้ ฉินหมิงจึงสามารถปกป้องพื้นบ้านที่โลกมนุษย์ไว้ได้สำเร็จ แฮปปี้เอนดิ้งกันทุกฝ่าย!
ขอตากแอร์เย็นๆ อ่านนิยายตอนใหม่ แล้วตามเก็บรายการวาไรตี้ต่ออีกหน่อยละกัน
ฉินหมิงมีความสุขจนฉุดไม่อยู่ เขาไม่รีบร้อนแล้ว ขอเสพสุขสักแป๊บเดียวเองน่า...
แต่ผลปรากฏว่าผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมง ฉินหมิงก็ขมวดคิ้วยุ่ง
ผิดปกติแฮะ! ผิดปกติสุดๆ!
ทำไมวันนี้ตัวเองถึงได้เพลียขนาดนี้?
ทั้งที่กำลังพักผ่อนอยู่แท้ๆ แต่ยิ่งพักทำไมยิ่งเหนื่อย?
เขาก็ไม่ได้ป่วยนะ ฉินหมิงที่ลองวัดอุณหภูมิร่างกายตัวเองแล้วถึงกับงงเต็ก
เขาลองทบทวนความทรงจำดูว่าการกลับมาโลกมนุษย์ครั้งนี้มีอะไรต่างไปจากครั้งก่อนๆ บ้าง
เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเลยนี่นา แค่พาเสี่ยวพั่งกลับมาด้วย... เสี่ยวพั่ง?
งานเข้าแล้ว!
สัตว์อสูรวิญญาณจะดูดซับพลังงานเมื่ออยู่ในมิติสัตว์อสูร แต่ในมหาพิภพวิญญาณยุทธ์ข้างนอกนั้นมีปราณวิญญาณอยู่ ผู้อัญเชิญอสูรที่เป็นเหมือนจุดพักและถ่ายเทพลังงาน ในสถานการณ์ปกติจึงไม่น่าจะเหนื่อยเท่าไหร่
แต่โลกมนุษย์ข้างนอกไม่มีปราณวิญญาณ แถมเสี่ยวพั่งก็กินจุซะด้วย ฉินหมิงในตอนนี้ชัดเจนว่ากำลังจะรับมือไม่ไหวแล้ว……
เรียกเสี่ยวพั่งออกมาเถอะ เจ้านี่ทำไมถึงไม่รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อัญเชิญอสูรของตัวเองบ้างเลยนะ?
พอลองเรียกออกมาปุ๊บ ฉินหมิงก็รู้สึกตัวเบาขึ้นทันที เหมือนยกภูเขาออกจากอก!
ตัวการคือเสี่ยวพั่งจริงๆ ด้วย!
ฉินหมิงรู้สึกเหนื่อยใจเหลือเกิน!
นี่ต้องเลือกระหว่างยอมให้พื้นบ้านโดนเจาะเป็นหลุมแล้วโดนฝ่ายนิติบุคคลมาเคาะห้องด่า กับยอมโดนดูดพลังจนตัวแห้งเหี่ยวไร้เรี่ยวแรงน่าสมเพชเหรอเนี่ย?
ชีวิตเขามันช่างรันทดนัก!
สุดท้าย เพื่อรักษาความสงบสุขของทั้งสองฝ่าย ฉินหมิงจำใจต้องเซ็นสัญญาทาสยอมเสียเปรียบให้เสี่ยวพั่งหลายข้อ...
ไม่ว่าจะเป็นหลังฟักตัวต้องมีน้ำยาวิญญาณให้กิน สาหร่ายเขียวน้ำพุวิญญาณต้องไม่อั้น ต้องให้เกียรติกันในชีวิตประจำวัน ต้องให้กินอิ่ม และห้ามบ่นเรื่องกินจุเด็ดขาด...
สรุปง่ายๆ คือต้องดูแลทั้งเรื่องปากท้องและสภาพจิตใจให้ดีที่สุด
หลังจากฉินหมิงรับปากเงื่อนไขทั้งหมด เสี่ยวพั่งถึงยอมสัญญาว่าจะนอนนิ่งๆ อยู่ในบ้านไม่ขยับไปไหนตลอดทั้งวัน
ความจริงขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด ถึงไม่เซ็นสัญญาพวกนี้ พอเสี่ยวพั่งฟักออกมาก็ต้องได้กินอยู่ดีนั่นแหละ
แต่ในเมื่อเสี่ยวพั่งเรียกร้องมาขนาดนี้ ฉินหมิงจะทำไงได้ ก็ต้องตามใจสิครับ
หลังจากผ่านเหตุการณ์พลิกผันไปมา ฉินหมิงก็หมดอารมณ์จะเสพสุขต่อ อีกอย่างคือกลัวว่าถ้าหัวเราะเสียงดังไปจะไปปลุกเสี่ยวพั่งตื่นด้วย
ตอนนี้ฉินหมิงแค่อยากจะรีบๆ กลับไปให้พ้นๆ อย่าให้มีเรื่องมีราวอะไรเกิดขึ้นอีกเลย
โชคดีที่คำสัญญาของเต่านั้นเชื่อถือได้ วันรุ่งขึ้นฉินหมิงจึงกลับมาได้อย่างปลอดภัย
......
โรงฝึกยุทธ์
เจ้าสำนักเจิ้งที่ได้รับรายงานจากฉินหมิงตรงเวลา พยักหน้าให้อย่างชื่นชม
ถึงจะยังไม่ได้ดูเนื้อหาข้างในว่าดีแค่ไหน แต่ดูจากความหนาปึกขนาดนี้ ต่อให้ไม่มีผลงานดีเด่นก็ต้องให้คะแนนความขยันแล้วล่ะ
คะแนนความตั้งใจนี่เอาไปเต็มร้อย สร้างความประทับใจแรกพบได้ดีมาก ดูไม่เหมือนเด็กที่จะมาสายกลับก่อนเลย
เจ้าสำนักเจิ้งที่อารมณ์ดี กวาดสายตาอ่านคำนำน้ำท่วมทุ่งที่ดูคล้ายๆ กันไปอย่างราบรื่น ซู้ด~
ย่อหน้านี้ คุ้นๆ แฮะ เหมือนข้อความที่เขาเขียนตอนหนุ่มๆ เลย?
แล้วความคิดเห็นข้างล่างนี่ ก็เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน... น้องเล็กกลับมาแล้วเหรอ?
รู้จักเปลี่ยนคำศัพท์ได้แนบเนียนดีนี่... เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์...
อืม… ตรงนี้ไม่ได้ลอกมาแล้ว เจ้าสำนักเจิ้งมองปราดเดียวก็รู้ว่าต่างออกไป จึงตั้งใจอ่านมากขึ้น
“ว่าด้วยโอกาสในการบรรลุความเข้าใจและระเบิดพลังก้าวข้ามขีดจำกัดของสัตว์อสูรในระหว่างการต่อสู้...”
เจ้าสำนักเจิ้ง: ?
ว่าด้วยโอกาสถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเหรอ?
สงสัยจะโดนพวกคลิปไวรัลในเน็ตที่ใส่ไข่ใส่สีจนเวอร์วังหลอกเอาเข้าแล้วสิ ทำลายอนาคตเด็กชัดๆ!
ไอ้เหตุการณ์ฟลุคๆ โอกาสเกิดต่ำเตี้ยเรี่ยดินแบบนี้ จะมาตีความแบบนี้ไม่ได้นะ!
สีหน้าของเจ้าสำนักเจิ้งเปลี่ยนจากผ่อนคลายเป็นเคร่งเครียดทันที
กะแล้วเชียว ไอ้พวกที่มาสายกลับก่อนได้หน้าตาเฉยเนี่ย เป็นตัวป่วนของแท้!
เจ้าสำนักเจิ้งคิดว่าต้องเรียกฉินหมิงมาปรับทัศนคติหน่อยแล้ว จะปล่อยให้อัจฉริยะฟ้าประทานแบบนี้หลงผิดไปต่อหน้าต่อตาในสำนักของเขาไม่ได้เด็ดขาด!
“เจ้าสำนักเจิ้ง เรียกผมเหรอครับ?”
ฉินหมิงที่ใจคอไม่ดีกับรายงานของตัวเอง เคาะประตูขออนุญาตแล้วเดินเข้ามาด้วยท่าทีนอบน้อมถ่อมตน
“ฉินหมิง รายงานที่ส่งมาฉันอ่านแล้วนะ ดูออกเลยว่าไปค้นคว้าข้อมูลมาเยอะพอสมควร”
เปิดฉากมาเจ้าสำนักเจิ้งก็ชมก่อนเลย ทำให้ฉินหมิงใจชื้นขึ้นมาเปราะหนึ่ง
“ในช่วงแรก การอ้างอิงความคิดเห็นของคนอื่นเยอะๆ ถือเป็นเรื่องดี แต่ต้องจำไว้ว่าต้องใส่เครดิตที่มาด้วยนะ”
ฉินหมิงที่โดนแซะแบบอ้อมๆ ยิ้มเขินๆ “คราวหน้าจะระวังครับ!”
เจ้าสำนักเจิ้งไม่ได้ซักไซ้ต่อ ปล่อยผ่านไปง่ายๆ แล้วเข้าสู่ประเด็นสำคัญของการเรียกตัวครั้งนี้
“ความคิดเห็นในย่อหน้าสุดท้ายนี่... ค่อนข้างแหวกแนว ไม่เหมือนใครดีนะ แต่เธอมีหลักฐานสนับสนุนที่น่าเชื่อถือไหม?”
“ถ้าไม่มี ทางที่ดีอย่าเพิ่ง...”
เจ้าสำนักเจิ้งที่กำลังจะชี้แนะด้วยความหวังดีเพื่อดึงศิษย์ที่หลงผิดกลับเข้าลู่เข้าทาง ถูกฉินหมิงที่ตื่นเต้นสวนขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน
“มีครับ! นี่เป็นสิ่งที่ผมสัมผัสได้จริงๆ จากตัวเข่อต๋า!”
ฉินหมิงอยากได้รับคำชี้แนะจากเจ้าสำนักเจิ้งใจจะขาด!
เพราะหลังจากที่เขาวิเคราะห์ความรู้สึกและข้อสรุปอย่างจริงจังเมื่อวานนี้ ฉินหมิงรู้สึกว่าตอนต่อสู้ ตัวเองเหมือนเป็นแค่เครื่องประดับ เป็นแค่พร็อพประกอบฉาก มีหรือไม่มีก็ได้
ถึงจะสบาย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการสักหน่อย!
การบัญชาการรบอย่างใจเย็น ชี้ขาดชัยชนะจากระยะไกลอย่างเหนือชั้น นั่นต่างหากคือวิถีแห่งผู้อัญเชิญอสูรที่แท้ทรู!
ฉินหมิงเลยอุตส่าห์ร่ายยาวคัดลอกคำคมมาตั้งเยอะ และแล้วเจ้าสำนักเจิ้งก็มองเห็นข้อสงสัยของเขาและกำลังจะไขข้อข้องใจให้แล้ว!
ฉินหมิงคาดหวังกับสิ่งนี้มากๆ
เจ้าสำนักเจิ้ง: ??
สัมผัสได้จริงๆ คืออะไรละน่ะ ฝันกลางวันเหรอ?